บทที่ 2 เื่เดิมที่แน่นอน
“มาแล้วหรือลูกรัก มานี่สิมานั่งใกล้ ๆ แม่” หญิงสาววัยกลางคนสวมชุดหรูหราดูสูงศักดิ์ ใบหน้าของเธอแม้ว่าจะมีริ้วรอยของกาลเวลาปรากฏ แต่เค้าโครงความสวยนั้นไม่ได้ลดลงเลย เธอมีผมยาวสีบลอนด์สีเดียวกับเขา น้ำเสียงของเธอเอ่ยขึ้นอย่างนุ่มนวล มือบอบบางยกขึ้นสูง เรนเดลเมื่อเดินเข้าไปใกล้ ๆ เขาก็เอื้อมมือไปกุมมือนั้นก่อนจะนั่งลงและวางมือที่บอบบางของผู้เป็มารดาไว้บนตัก
“ท่านแม่” เขาเอ่ยเรียกเบา ๆ เธอยิ้ม
“ยี่สิบปีแล้วนะลูก แม่ขอให้ลูกพบเจอแต่สิ่งที่ดี ๆ ”
“ขอบคุณขอรับ”
“ลูกคงสงสัยสินะว่าแม่เรียกมาทำไม” เธอยกแก้วน้ำชาขึ้นจิบเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาโดยที่ไม่มองหน้าเขา เธอมองตรง ๆ ไปยังบานประตู ราวกับว่าแค่มองไปเรื่อยเปื่อย
“อันที่จริง แม่ตัดสินใจมาสักพักแล้ว แต่คิดว่าหลังจากลูกบรรลุนิติภาวะ นี่คงเป็่เวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเื่นี้ แม่จะกลับบ้านเกิด”
“...” เรนเดลเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างห้ามไม่ได้ เขาอาจรู้สึกได้ถึงปลายนิ้วที่เย็นเยียบของตัวเองราวกับกำลังจุ่มนิ้วแช่ลงในหิมะเย็น ๆ นี่มันเหมือนเดิมไม่ผิดเพี้ยนเลยสักนิดเดียว
“แม่...คือแม่เลิกกับองค์จักรพรรดิพ่อของลูกแล้ว และอีกไม่นานก็จะมีประกาศอย่างเป็ทางการจากราชสำนักออกมา” เธอหันกลับมามองใบหน้าของลูกชาย ก่อนที่จะลูบแก้มเบา ๆ
“แม่ต้องกลับโซลาร่า ลูกคงต้องอยู่ที่แห่งนี้คนเดียวแล้วนะ ลูกยังจำที่แม่บอกได้ใช่ไหมจ้ะ บัลลังก์เป็สิ่งที่วุ่นวาย แม่ไม่อยากให้ลูกเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเื่นี้เลยจริง ๆ แต่องค์รัชทายาทเป็เด็กดี เป็น้องที่น่ารักของลูกมาเสมอ อีกทั้งราชินีเองก็ดีกับลูกมาก หากอะไรที่ลูกช่วยเหลือทั้งสองพระองค์ได้ ลูกก็อย่าละเลยนะ น้องเองหากเห็นลูกเดือดร้อนในอนาคต ก็คงไม่นิ่งนอนใจเช่นกัน แม่ก็มีพี่ชายและน้องสาว แม่รู้ดีว่าการที่มีพี่มีน้องที่คอยช่วยเหลือกันมันดีมากแค่ไหน เรนเดลลูกเป็ลูกคนเดียวของแม่ ต้องโทษแม่ที่ไม่เป็ที่รักของสามี ลูกเลยไม่มีพี่น้อง แต่แม่ดีใจจริง ๆ ที่ในวังหลวงแห่งนี้ยังมีคนที่ทำดีกับเราอย่างองค์รัชทายาทและราชินี”
“...ท่านแม่ ท่านคิดว่าทั้งสองพระองค์นั้นเป็คนดีจริง ๆ หรือพะย่ะค่ะ”
เธอยิ้มบาง
“แน่นอนสิ จำได้ไหมที่แม่เล่าให้ลูกฟัง วันที่ลูกเกิดหิมะตกหนักมาก จนหมอหลวงเดินทางมาที่วังแม่ไม่ได้ แต่ก็ได้พระราชินีนี่แหละที่ช่วยพาหมอหลวงมา ตอนนั้นนางยังเป็พระสนมเหมือนกันกับแม่อยู่เลย พอลูกเกิดออกมา พระองค์ได้อุ้มลูกก่อนองค์จักรพรรดิเสียอีก” เธอหัวเราะออกมาเบา ๆ
“หากวันนั้นไม่ได้พระนางช่วยไว้ แม่ไม่รู้เลยว่าแม่กับลูกจะยังนั่งอยู่ตรงนี้ได้ไหม ดันตัวใหญ่เสียจนแม่เกิดไม่ออกด้วยสิเนี่ย ดูซิตอนนี้โตเท่านี้แล้ว”
เขายิ้ม
“นั่นสินะขอรับ”
“เอาล่ะ ๆ ใกล้จะได้เวลาราชวงศ์ปรากฏตัวแล้วสิเนี่ย มาเถิดพ่อหนุ่มใหญ่” เธอว่าด้วยน้ำเสียงติดล้อเลียนบุตรชาย ก่อนจะลุกขึ้นแล้วดึงร่างของบุตรชายขึ้นมาจากโซฟานุ่ม
เรนเดลยิ้มพลางถอนหายใจเบา ๆ
เหมือนเดิมเลยแฮะ
ยามาเรีย ยอร์เซีย บุตรคนที่สองของท่านเคานต์ไซลัสแห่งอาณาเขตโซลาร่า เป็ตระกูลที่ร่ำรวยจากการค้าทั้งจากเส้นทางบกและเส้นทางการเดินเรือ มีอิทธิพลทางด้านการค้าคนหนึ่งของอาณาจักรโซนาริส อีกทั้งยังตึกห้องพัก ร้านเหล้า และไวน์ภาคใต้ที่เข้มข้น ครั้งเธออายุได้ยี่สิบเอ็ดปี ก็ได้มาพบรักกับองค์จักรพรรดิของจักรวรรดิ ทว่าความรักของพระาานั้นเป็สิ่งที่ไม่อาจได้นาน เพียงเวลาไม่นานเธอก็สูญเสียความโปรดปราณ กลายเป็พระสนมที่ไม่มีอำนาจอะไรในราชสำนัก ทว่าเงินทองของเธอต่างหากที่ราชสำนักเกรงใจ แต่เงินทองและทรัพย์สมบัติ ก็นับเป็อำนาจอย่างหนึ่งเช่นกัน เพราะแบบนั้นทั้งเขาและพระมารดา จึงสามารถเอาชีวิตรอดในราชวังแห่งนี้ได้อย่างสบาย ไม่ลำบากอย่างที่ใครคาดหวังให้เป็
พ่อของเขานั้นเป็ผู้ชายที่เก่งกาจเื่การปกครอง และการใช้คนเป็ที่สุด พระองค์สามารถสืบสานเจตนารมณ์ของบรรพบุรุษได้เป็อย่างดี จักรวรรดิรุ่งเรือง และสงบสุข แต่มนุษย์นั้นคือสิ่งมีชีวิตที่ไม่อาจเข้าใจได้ เพราะพระองค์นั้นเ้าชู้มากรัก มีพระสนมมากมายมากหน้าหลายตา ถึงขั้นแต่งตั้งหญิงสาวลูกพ่อค้ามาเป็ราชินี เพื่อกันไม่ให้พระนางมีปากมีเสียงเื่การแต่งตั้งพระสนมของพระองค์ เดิมทีพระราชินีองค์ปัจจุบันไม่ได้เป็เมียหลวง เธอเป็เพียงพระสนมคนหนึ่ง ที่ไม่ได้รับความโปรดปราณอะไรมากมาย ส่วนภรรยาตามกฏหมาย หรือจักรพรรดินีนั้นเป็บุตรสาวของมาร์ควิส ขุนนางผู้มีอิทธิพลคนหนึ่ง และเธอมักอาละวาดโมโหร้ายเสมอ รังแกและกีดกันเหล่าพระสนม จนกลายเป็เื่ใหญ่โตถึงราชลำนัก ขุนนางผู้มีอำนาจและเป็ครอบครัวของพระสนมบางพระองค์นั้น ได้จับกลุ่มร่วมมือกันดึงเธอลงจากตำแหน่งจักรพรรดินี และองค์จักรพรรดิก็ไม่ทรงขัด ต่อมาเมื่อแต่งตั้งองค์ราชินีขึ้นมาใหม่ ตำแหน่งที่เหล่าผู้หญิงและโอเมก้าชายทุกคนเฝ้าใฝ่ฝันนั้นก็ได้ตกเป็ของลูกสาวของพ่อค้าที่มีเงินทองมากมาย แต่ไร้อิทธิพลทางการเมือง
เพราะแบบนั้นเอง พระนางถึงได้เกาะแม่ของเขาไม่ยอมปล่อยอย่างนั้นสินะ...
ก่อนหน้านี้เขายังสับสนว่าเื่ที่เขาได้พบเจอนั้นเป็เื่ที่เขาแค่ฝันไปหรือมันเกิดขึ้นจริงกันแน่ แต่เมื่อได้พบกับผู้เป็มารดา ทำให้เขามั่นใจแล้วว่า เขาได้โอกาสใช้ชีวิตอีกครั้งจริง ๆ เพราะชาติที่แล้วของเขานั้น ในวันเกิดครบรอบยี่สิบปีของเขา พระมารดาก็เรียกเขาเข้าไปพบก่อนเช่นนี้ อวยพร และฝากฝังเขาไว้เช่นนี้เหมือนกัน พร้อมทั้งแจ้งเื่การเลิกรา
ในจักรวรรดิลอมบาร์เดียนั้น สตรีจะได้จัดงานบรรลุนิติภาวะในวัยสิบแปดปี และสามารถรับหมายแต่งงานได้เมื่ออายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์ ในส่วนของบุรุษนั้นจะแตกต่างกันเล็กน้อยตรงที่ผู้ชายจะบรรลุนิติภาวะตามกฎหมายได้ตอนอายุยี่สิบปีบริบูรณ์ และสามารถส่งจดหมายขอแต่งงานให้กับสตรีหรือโอเมก้าชายที่หมายปองได้ั้แ่ตอนนั้น
เขากับองค์รัชทายาทอายุห่างกันสองปี หาก้าหนีจากความตาย เขาต้องเอาตัวเองออกไปจากสถานการณ์นองเืนั้น ก่อนที่องค์รัชทายาทจะครบยี่สิบปีบริบูรณ์ ซึ่งเป็่ที่พระองค์เริ่มลงมืออย่างเปิดเผยมากขึ้นเพื่อกำจัดอุปสรรคที่ขวางเส้นทางครองราชบัลลังก์ ไม่ใช่ว่าเขาไม่แค้นและโกรธเคือง เขาแค้นมากเหลือเกินที่ให้ความภักดีผิดคน แต่เขาทั้งเสียดายและเสียใจมากกว่า ่เวลาที่ได้จมอยู่บนความเหน็บหนาวและความเงียบงันเพียงคนเดียวบนหอคอยคุกนั้น ทำให้เขาปลงตก เขาเหนื่อยเหลือเกินกับการนั่งรอความตาย
เขายังจำได้ดีถึงความเย็นของปลายโลหะที่เจาะเข้าที่หลังต้นคอของเขา จุดที่มีต่อมฟีโรโมนฝังอยู่ หากต่อมฟีโรโมนของโอเมก้าสามารถดึงดูความสนใจจากอัลฟ่าได้ฉันใด ต่อมฟีโรโมนของอัลฟ่าก็สามารถปล่อยฟีโรโมนข่มขวัญศัตรูได้เช่นกัน และเพราะแบบนั้นหากมีนักโทษต้องปะาเดินเข้ามาในกรงขัง และพวกเขามีเพศรองเป็อัลฟ่าหรือโอเมก้า ไม่ว่าจะเป็ผู้หญิงหรือว่าผู้ชาย จะเด็กหรือแก่ชรา พวกเขาจะถูกเฉือนต่อมผลิตออกไปอย่างไม่ปรานี แผลที่ถูกรักษาลวก ๆ นั้นเหวอะหวะ เ็ปเกินจะพรรณนา
เพราะแบบนั้นเขาตั้งใจแล้วว่าจะหนี จะหนีก่อนที่น้องชายของเขาจะเผยร่างปีศาจที่แท้จริงออกมา เขาจะหนีก่อนที่ชีวิตจะมลายหายไปอีกครั้ง เขาจะใช้ชีวิตต่อจากนี้เพื่อตัวเอง และคนที่รักเขาเท่านั้น
เขาและแม่เดินไปหยุดอยู่ตรงประตูบานใหญ่ตรงปลายทางของห้องโถง ด้านหน้ามีเหล่าพระสนมยืนอยู่ ตามลำดับขั้น ด้านหน้าสุดเป็ตำแหน่งขององค์จักรพรรดิและจักรพรรดินี ถัดมาจึงเป็องค์รัชทายาท พวกเรากำลังรอเวลาที่จะได้เผยตัวตนอย่างสง่างามในฐานะสมาชิกราชวงศ์ ผู้เป็ดั่งตัวแทนแห่งแสงสว่างอันอบอุ่นของลอมบาร์เดีย ต่อหน้าราษฎรที่มารอชมพระบารมีอยู่หลังบานประตูเบื้องหน้า
“องค์จักรรพรรดิ และจักรพรรดินี พร้อมด้วยองค์รัชทายาท และสมาชิกราชวงศ์ ได้เสด็จมาถึงแล้ว” ข้าหลวงได้ประกาศด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง และก้องกังวาน สิ้นประโยคนั้นประตูบานใหญ่ตรงหน้าก็เปิดออก
แสงสว่างของห้องโถงที่ใช้จัดงานเลี้ยงก็ลอดเข้ามาตามรอยแยกของประตูที่เปิดออก พร้อมทั้งเสียงสรรเสริญของเหล่าแขกที่มาร่วมงานที่ดังขึ้นอย่างอื้ออึง เหล่าผู้เป็สุภาพบุรุษก็โค้งคำนับ หากเป็สตรีก็ถอนสายบัวอย่างอ่อนช้อยและสวยงาม ขณะที่เหล่าราชวงศ์ค่อย ๆ เยื้อย่างลงบันไดอย่างช้า ๆ
เมื่อเหล่าสมาชิกราชวงศ์นั่งประจำตำแหน่งเรียบร้อยแล้ว บรรดาแขกทั้งหลายจึงจะกลับมาอยู่ในอิริยาบถปกติอีกครั้ง เรนเดลมองไปรอบ ๆ ชาติก่อนนั้น เขามัวแต่ตกตะลึงกับความงามของคุณหนูตระกูลหนึ่ง และวันนี้เขาก็เห็นเธอเช่นกัน เธอยังคงสวยจนน่าตะลึงเหมือนเมื่อครั้งแรกที่เขาได้เจอ ทว่าหัวใจของเขาไม่ได้เต้นแรงอีกแล้ว
ชาติก่อนเขาได้เข้าไปสานความสัมพันธ์กับเธอในฐานะคนรัก แต่ไม่ได้ประกาศสถานะต่อสาธารณชน เพราะเธออ้างว่าเธออยากได้ความเป็ส่วนตัวอีกหน่อย เขาก็ยินดีจะเห็นชอบด้วยตามนั้น แต่ทุกอย่างไม่ได้เป็เช่นนั้น เธอแค่ใช้เขาเป็สะพานเพื่อหาโอกาสสร้างความสัมพันธ์ลึกซึ้งกังองค์รัชทายาท และเขาก็ได้รู้แจ้งในวันนั้น วันที่เขาถูกตัดต่อมฟีโรโมน เธอควงแขนมากับองค์รัชทายาท เดินคู่กันมาอย่างเปิดเผย ช่างน่าสมเพชเสียจริง ตัวเขาในชาติที่แล้ว
เรนเดลมองไปรอบ ๆ อย่างเบื่อหน่าย แม้งานจะจัดขึ้นในโอกาสฉลองครบยี่สิบปีของเขา แต่คนที่อยากมีแสงจริง ๆ หาใช่เขาไม่ แต่เป็สามคนนั้นต่างหากที่พิเศษ เขาก็แค่ตัวประกอบเท่านั้นเอง
ขณะที่เขามองไปรอบ ๆ เขาก็พลันไปสบตาคู่หนึ่ง ดวงตาคมกริบของคนผู้นั้นมองมายังเขาแวบหนึ่ง โค้งให้เล็กน้อย ก่อนจะหันไปทางอื่น ราวกับไม่ใช่เื่ที่ต้องใส่ใจ รอบกายของเขาคนนั้นเต็มไปด้วยเหล่าเลดี้มากหน้าหลายตาที่กำลังพยายามเรียกร้องความสนใจจากบุรุษรูปร่างสูงกำยำ เขาอยู่ในชุดเรียบหรูสีดำ ผมของเขามีสีดำสนิท จมูกโด่งเป็สันรับกับริมฝีปากได้ทรง ดวงตาที่เพิ่งได้สบเมื่อครู่ เป็ดวงตาสีอำพันที่ดูลึกล้ำและเต็มไปด้วยความดุดัน และเขาไม่ปฏิเสธเลยว่ามันช่างน่าดึงดูด
อ่า...เขาลืมไปได้อย่างไรกันว่าคนผู้นั้นก็มาด้วยเช่นกัน
เซริก ฟอน ไอเซนเบิร์ก ดยุกแห่งกราเซีย ผู้ปกครองสูงสุดของแดนเหนือ ผู้ที่เป็เ้าของฉายา พยัคฆ์ทมิฬแห่งแดนเหนือ อีนิกม่าที่แข็งแกร่งที่สุดเพียงหนึ่งเดียวของจักรวรรดิ
เพราะชาติที่แล้วองค์ชายปลายแถวอย่างเขามัวแต่หลงใหลไปกับความงดงามที่แฝงไปด้วยภัยอันตราย เขาจึงไม่เคยเจอคนผู้นี้ด้วยตาตัวเองเลย ช่างน่าเสียดายจริง ๆ
ดวงตาสีน้ำทะเลจ้องมองผู้ที่ถูกสนใจเสียยิ่งกว่าเ้าของงานอย่างเขาด้วยความเผลอไผลอย่างลืมตัว
ดยุกแห่งแดนเหนือผู้นี้ แม้แต่พระาายังต้องให้ความยำเกรงด้วยซ้ำ ทั้ง ๆ ที่เ้าตัวอายุเพียงแค่ยี่สิบห้าปีเท่านั้นเอง
คนผู้นี้ไม่ใช่ว่าขาเก้าอี้แข็งแรงสุดๆ ไปเลยไม่ใช่หรือไงกัน ถ้าอย่างนั้น...
ก่อนที่จะได้คิดอะไรไปไร้สาระมากไปกว่านั้น เรนเดลก็ต้องสะดุ้งสุดตัว จนพระมารดาที่นั่งอยู่ข้าง ๆ หันมามองพร้อมเลิกคิ้วเป็เชิงถามไถ่ เขารีบส่ายหน้าเบา ๆ ปฏิเสธไปว่าไม่มีอะไร เมื่อมารดาของเขาพยักหน้าเข้าใจก่อนจะหันกลับไป เขาก็รีบหันหน้ากลับไปที่สาเหตุทันที คนผู้นั้นหายไปแล้ว
เมื่อครู่ขณะที่เขากำลังคิดอะไรเพลิน ๆ ไปเรื่อยเปื่อย คนผู้นั้นจู่ ๆ ก็ตวัดหางตามาทางเขา มันช่างดูน่ากลัวเป็บ้า ไม่แปลกใจเลยทำไมสัตว์อสูรที่แดนเหนือถึงได้หนีข้ามเทือกเขากลับไปยังถิ่นที่อยู่ได้เร็วถึงเพียงนั้น แค่เพียงระยะเวลาไม่กี่ปีที่ชายผู้นั้นลงสนามรบ
“ขนลุกเลยแฮะ” เรนเดลพึมพำเบา ๆ
กว่างานเลี้ยงจะเลิกรา องค์ชายลำดับที่สองอย่างเขาก็แทบหมดแรง แต่ถึงอย่างนั้นเื่ราวที่ประดังประเดเข้ามาั้แ่ที่เขาลืมตาตื่น ก็ส่งผลให้เขาว้าวุ่นใจไม่น้อย
เรนเดลเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย เขาหลับตาลง พลางสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอด กลิ่นดอกไม้จาง ๆ ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย เขากำลังอยู่ในอุทยานหลวง สถานที่ที่เต็มไปด้วยพืชสวยงามนานาพันธุ์ที่ถูกดูแลโดยคนสวนหลวงหลายร้อยชีวิต และความทุ่มเทของพวกเขาก็ผลิดอกผลที่งดงามเช่นนี้
“สวัสดียามค่ำคืนพะย่ะค่ะ ดวงดาราพราวแสงผู้ประดับฟากฟ้าของจักรวรรดิ” เสียงทุ้มดังขึ้นด้านหลังอย่างมีมีปี่มีขลุ่ย ทำเอาคนที่กำลังเพลิดเพลินกับความสงบยามพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าอย่างเรนเดลถึงกับสะดุ้ง เขารีบหันหน้าไปทางต้นเสียงทันที
เป็เขา!
“อะแฮ่ม สวัสดีท่านดยุกเซริก เหตุใดท่านถึงมาอยู่ที่นี่เล่า” เรนเดลถาม ก่อนจะแสร้งทำเป็ไม่สนใจอีกฝ่าย แล้วเดินช้า ๆ นำไป อาจจะเป็เพราะว่าเขาเป็องค์ชาย แม้ว่าอีกคนจะเรืองอำนาจและอิทธิพลแค่ไหน แต่ก็ไม่อาจเพิกเฉยต่อราชวงศ์ที่อยู่ตรงหน้าได้ ร่างสูงใหญ่จึงเดินตามเขามาช้า ๆ เช่นกัน
“...ท่านดยุกก็นอนไม่หลับเหมือนข้าหรือ”
“อาจจะกระหม่อม”
“อืม คงงั้น แดนเหนือคงอากาศหนาวกว่าที่นี่มากนัก ข้ายังไม่เคยไปกราเซียเลย”
“หากพระองค์จะเสด็จมาเยี่ยมชม พสกนิกรชาวกราเซียยินดีต้อนรับเสมอ”
“อ่า...ขอบคุณ จริงสิท่านดยุก ท่าน...แต่งงานกับข้าได้หรือไม่เล่า?”