ตอนที่ 16 ตัวปัญหาห้าร้อยตำลึงทอง
ด้านในมีอาวุธสารพัดอย่างวางกระจายเต็มห้อง บรรยากาศปกคลุมด้วยกลิ่นอายสังหาร ชวนให้ผู้คนรู้สึกขนหัวลุก
“สนใจอะไรก็ดูได้ตามใจเลยนะ” ชายชราบอกคำหนึ่งแล้วเดินเข้าไปในคอกกั้นที่เป็โต๊ะเก็บเงิน นั่งลงตามสบายบนเก้าอี้ไม้จันทน์หอม ใช้กาจื่อซา[1] ชงชาหลงจิ่งอย่างดีที่เก็บก่อนฝน เขาชงเองดื่มเองและไม่สนใจฮวาอิ่งเม่ยอีก
“เถ้าแก่ ข้าได้ยินว่าที่นี่สามารถทำอาวุธได้หรือ” ฮวาอิ่งเม่ยกวาดตามองรอบหนึ่ง แม้ว่าอาวุธภายในร้านล้วนแต่เป็สินค้าชั้นเยี่ยม แต่ก็ไม่ถนัดมือเท่ากับอาวุธลับที่นางใช้เมื่อชาติก่อน
“ห้าร้อยตำลึง!” ชายชราตอบโดยไม่เงยหน้า
ห้าร้อยตำลึง! ฮวาอิ่งเม่ยเบิ่งตาค้างตื่นตะลึงจนพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
“ถ้าไม่ใช่เงินทองรับหรือไม่” ฮวาอิ่งเม่ยลูบคลำห่อผ้าด้านหลังพลางถาม
“รับ! ขอเพียงมีค่าเท่ากับห้าร้อยตำลึง” ไม่ว่าจะเป็ของบรรณาการที่ขโมยมาหรือสัตว์วิเศษหายาก ขอเพียงเป็ของมีค่า ในโลกนี้ไม่มีของที่ร้านอาวุธหลิงปิงของพวกเขาไม่กล้ารับ
ฮวาอิ่งเม่ยเปิดห่อผ้าออก เทเครื่องประดับในห่อผ้าออกมา ถามว่า “ของพวกนี้มีค่าหรือไม่”
ถึงตอนนี้ชายชราค่อยเงยหน้าขึ้น กวาดตาไปที่เครื่องประดับบนโต๊ะแวบหนึ่ง แค่นยิ้มอย่างดูแคลนกล่าวว่า “ของพวกนี้มีราคาเพียงห้าร้อยตำลึง แต่ห้าร้อยตำลึงที่ข้าพูด...คือทองคำ!”
“ทองคำ!”
ฮวาอิ่งเม่ยพอได้ฟังราคาก็มึนศีรษะไปอยู่บ้าง ต่อให้เป็อ๋องหรือผู้มีบรรดาศักดิ์ชั้นสูงก็ยังยากที่จะหาทองคำห้าร้อยตำลึงมาให้ได้ในคราวเดียวกระมัง ร้านอาวุธหลิงปิงนี่มันปล้นกันชัดๆ เลย!
“ใช่แล้ว ทองคำ หากไม่มีก็กลับไปได้” พอชายชรากล่าวจบ ก็ก้มลงจิบน้ำชาในถ้วย คล้ายว่าหากมองฮวาอิ่งเม่ยนานไปอีกสักหน่อย เขาจะเสียหายใหญ่หลวงอย่างนั้น
ฮวาอิ่งเม่ยมุมปากกระตุก ทองคำห้าร้อยตำลึงไม่ใช่จำนวนเล็กน้อย ต่อให้ขายของหมดเรือนโยวหราน ก็ยังไม่พอเลย หากรอจนนางเก็บเงินครบ แล้วอีกฝ่ายค่อยบอกว่าดูแบบร่างของนางไม่เข้าใจ ทำให้ไม่ได้ ถึงตอนนั้นนางคงจุกอกตายเป็แน่
เสียงดัง “ปัง!” ฮวาอิ่งเม่ยตบแผ่นภาพแบบร่างลงบนโต๊ะเก็บเงิน หรี่ตามองชายชรา กล่าวว่า “พวกเราอย่าเพิ่งคุยเื่ราคาเลย ท่านผู้เฒ่าดูภาพร่างนี่ก่อน หากดูแล้วเข้าใจและทำได้ ค่อยว่ากัน”
ชายชราเงยศีรษะขึ้นพร้อมรอยยิ้มอย่างดูแคลน กระตุกเอาภาพร่างใต้ฝ่ามือฮวาอิ่งเม่ยไป เขากวาดสายตาผ่านๆ แวบหนึ่ง มองเพียงครู่เดียว ก็ยิ้มไม่ออกอีก
“นี่...นี่...” ชั่วพริบตานั้นดวงตาฝ้าฟางของชายชรากลับคืนสู่ความเปล่งประกาย สองมือสั่นระริกอย่างตื่นเต้น ท่าทางประคองแผ่นภาพร่างนั่นไว้อย่างระมัดระวัง ราวกับว่าในมือเขาไม่ใช่แผ่นกระดาษใบหนึ่ง แต่เป็ของล้ำค่าที่หาได้ยากยิ่ง
อันที่จริงสำหรับผู้ที่รู้คุณค่าของแบบร่างนี้อย่างแท้จริง กระดาษแผ่นนี้ก็คือสิ่งล้ำค่าที่ประเมินค่าไม่ได้
พอเห็นท่าทางตื่นเต้นของชายชรา ฮวาอิ่งเม่ยก็ไม่จำเป็ต้องถามมากความอีก เห็นชัดว่าอีกฝ่ายเข้าใจแบบร่างดี ร้านอาวุธหลิงปิงในสายตานางค่อยเลื่อนระดับขั้นขึ้นมาบ้าง แม้นางเพิ่งมาที่นี่เป็ครั้งแรก ยังไม่เข้าใจสภาพสังคมของที่นี่ว่ามียอดคนมากสามารถสักเท่าใด แต่นางกล้าบอกว่า คนที่อ่านแบบเข้าใจและสามารถทำอาวุธลับประจำตัวของนางได้ อย่างมากมีไม่เกินสิบคน
“สุดยอดไปเลย!” ชายชราพิจารณาดูแบบร่างอย่างละเอียด ยิ่งขบคิดใคร่ครวญก็ยิ่งรู้สึกถึงความพิเศษพิสดาร จึงอดไม่ได้ที่จะกล่าวชื่นชมออกมา
“เอ๋...” ชั่วครู่ต่อมา ชายชราก็อุทานออกมาเบาๆ อย่างสงสัย เขาเงยหน้าขวับ แววตาสงสัยอยากรู้จ้องจับมาทางฮวาอิ่งเม่ย เอ่ยถามด้วยท่าทางตื่นเต้นว่า “แบบร่างนี้เป็ฝีมือเ้าหรือ เ้าบอกข้าหน่อยสิ ตรงนี้เหตุใดจึงออกแบบเช่นนี้ ภาพประกอบชิ้นส่วนอีกแผ่นล่ะ ข้าอยากดูว่าชิ้นส่วนพวกนี้มันประกอบออกมาเป็อะไรแน่!”
เมื่อเทียบกับท่าทีตื่นเต้นของชายชรา ฮวาอิ่งเม่ยสงบนิ่งกว่ามากนัก นางกวาดมองไปรอบข้างอย่างระวังตัว กล่าวว่า “แบบร่างนี้ข้าไม่ได้ทำขึ้นเอง แต่เป็ท่านอาจารย์ข้าวาดขึ้น ขออภัยที่ข้าน้อยด้อยความรู้ไม่อาจอธิบายให้ท่านคลายสงสัยได้ ส่วนภาพประกอบชิ้นส่วนนั้น ท่านอาจารย์ไม่ได้จัดเตรียมมา ท่านเพียงบอกข้าว่า หลังจากจัดทำชิ้นส่วนเสร็จแล้วจะประกอบให้ข้าดูเอง”
ฮวาอิ่งเม่ยไม่บอกอะไรเพิ่มอีก นางทราบดีถึงอันตรายของการมีสิ่งล้ำค่าติดตัว แม้นางจะไม่ได้มีใจคิดร้าย แต่ก็ต้องระวังตัวไว้บ้าง หากว่าชายชราหรือคนที่อยู่เื้ัเขาเกิดสนใจอาวุธลับนี้เข้า แม้นางจะแปลงโฉมมา แต่ก็เชื่อว่า อีกฝ่ายจะสามารถสืบทราบฐานะที่แท้จริงของนางได้อยู่ดี เมื่อรู้ว่านางไม่มีผู้คุ้มครอง ย่อมบีบบังคับให้นางมอบแผนภาพประกอบชิ้นส่วนออกมา ไม่แน่ว่ายังจะเอาชีวิตนางอีกด้วย
ระวังตัวไว้หน่อยย่อมดีกว่า
เชิงอรรถ
^ กาน้ำชาดินเผาที่ทำจากดินเหนียวสีม่วง ซึ่งถือเป็นวัสดุชั้นยอดในการปั้นกาน้ำชา