ป่าล่องนภา ห่างจากชุมชนกวางทิศใต้ไปประมาณ 20 กิโลเมตร
กลางดึกที่มืดค่ำ ณ ที่กลางป่าขณะนี้ 1 เด็กชาย 1 เด็กน้อย ทั้ง 2 คนกำลังจ้องมองหม้อไฟที่เริ่มเดือด สิ่งที่เหมือนกัน คือการจ้องมองหม้อไฟ สิ่งที่แตกต่างคือสีหน้าและท่าทางของทั้งคู่
เด็กชายกำลังมองหม้อไฟที่เค้าทำด้วยตัวเอง โดยใช้สายตาแห่งความสุขและความคาดหวังในการมองครั้งนี้ จักพรรดิ์ฉีิเมื่อชาติก่อนนั้นเค้าเป็คนที่ชอบทำอาหารกินเอง อาจจะด้วยเพราะเค้าเคยเป็นักรบที่ผจญามามากในกาลก่อน การที่ฝั่งศัตรูใช้กลอุบายในการรอบผสมโอสถพิษ ในสนานรบนั้น เค้าเห็นมามาก
กลับกันตอนนี้เด็กน้อยปิงหยวนนั้นน้ำตาเริ่มคลอเพราะความตกตะลึง
“ ท่านพี่ขอรับ เอ่อ คือว่า !!! ”
“ มีอะไรหรือเปล่าน้องปิงหยวนหรือว่าเ้ากลัวว่าพวกเราสองคนจะกินไม่อิ่มกัน ? เ้าไม่ต้องเกรงใจบอกข้าได้มื้อนี้คือมือพิเศษข้าจะทำให้เ้าอิ่มและมีความสุขเต็มที่ ” ขณะพูดจักพรรดิ์ฉีิเริ่มลุกขึ้นเพื่อหาวัตถุดิบเพิ่ม
ฟึบ !!!
ยังไม่ทันที่จักพรรดิ์ฉีิจะได้ลุกเด็กน้อยปิงหยวนคราวนี้มีความกล้าเหลือล้น คว้ามือของตัวเค้าเองเข้าไปจับที่แขนของท่านพี่ฉีิเอาไว้
“ อิ่มขอรับท่านพี่ฉีิอิ่มแน่นอน แค่ข้าสงสัยว่า ตะขาบ แมงป๋องและหนอนด้วงพวกนี้มันกินได้ด้วยหรือขอรับท่านพี่ พวกมันไม่มีพิษหรือขอรับ ” นี้คือสิ่งที่เมื่อปิงหยวนเห็นพี่ชายฉีินั้นใส่ของพวกนี้เข้าไปในหม้อไฟ แล้วมันทำให้ปิงหยวนตกตะลึงขึ้นมา
“ พิษมันแค่เคยมีข้านั้นได้กำจัดพิษไปให้หมดแล้วเ้ากินซะเถอะ กินเสร็จจะได้รีบนอน ”
จักพรดิสรรค์ฉีิพูดก่อนจะเริ่มกินอาหารให้ดูเค้าเอาถ้วยช้อนตะเกียบออกมาจากจี้หยก ส่งไปให้ปิงหยวน จักพรรดิ์ฉีิ ณ เวลานี้เริ่มกินอย่างเอร็ดอร่อย ปิงหยวนเห็นดังนั้นเลยเริ่มกินบ้าง
ชั่งน่าแปลกแม้หน้าตาของอาหารจะไม่น่ากินแต่รสชาติกลับทำออกมาเลิศร่ำจักพรรดิ์ฉีินั้นได้ใส่เครื่องปรุงรวมทั้งวัตถุดิบต่างๆที่ได้เก็บมาระหว่่างทาง เค้านั้นเป็ถึงนักหลอมโอสถ 5 ดาวมาก่อน พวกพืชพรรณระหว่างทางที่มีประโยชน์นั้นเค้าได้ใส่ให้เต็มที่ นี้ยังไม่รวมรสชาติที่แสนอร่อย ตัวจักพรรดิ์ฉีิอยู่มาถึงเกือบหนึ่งหมื่นปี ตัวเค้าคิดว่าเค้านั้นทำอาหารอร่อยยิ่งกว่าเชฟตามเหลาอาหารเสียอีก
เมื่อกินเสร็จจักพรรดิ์ฉีิก็เริ่มหาที่นอน ดึกแรกเค้าเลือกนอนใต้ต้นไม้โบราณต้นหนึ่ง ปิงหยวนเห็นดังนั้นเลยได้ไปนอนต้นไม้โบราณต้นข้างๆ กัน
จบวันแรกแห่งการฝึกฝน
เช้าวันที่ 2 เมื่อมาถึงตอนเช้า อาทิตย์อัสดงเริ่มต้นขึ้น
จักพรรดิ์ฉีิได้เริ่มแสดงทักษะทั้ง 2 ให้ปิงหยวนได้ดูเพื่อสังเกตอีกครั้ง หลังจากดูและสังเกตจบ ปิงหยวนก็แยกตัวออกไปฝึกคนเดียว
ระหว่างที่เด็กน้อยปิงหยวนไปฝึกทักษะการต่อสู้ จักพรรดิ์ฉีิก็เริมฝึก วิชาร่างเทพทรราชบทที่ 1 ต่อ ตอนนี้เมื่อขาขาวาและซ้ายสามารถรวบรวมลมปราณได้ไม่ต่างจากจุดตันเทียนแล้วนั้น ขั้นที่ 3 คือการทำให้พลังทั้งขาขวาและขาซ้ายเชื่อมถึงกันคล้ายพัฒนากล้ามเนื้อทั้ง 2 ให้สามารถช่วยกันในการรวบรวมลมปราณได้
5 ชั่วโมงผ่านไปยามเที่ยง
“ พี่ชายฉีิขอรับตอนนี้ก็เที่ยงแล้ว พวกเรานั้นจะทานอะไรกันดีขอรับ ”
น้ำเสียงเรียกหาของเด็กน้อยปิงหยวนได้ทำให้จักพรรดิ์ฉีิ ตื่นจากการฝึกตน
“ เ้าอยากทานอะไรก็ทานได้เลย ข้าให้ตัวช่วยสิ่งนี้แก่เ้า ”
จักพรรดิ์ฉีิพูดตอบพร้อมนำหม้อที่ได้กินกันเมื่อวาน ยื่นให้ปิงหยวน เมื่อปิงหยวนรับหม้อมาตอนนี้เค้าได้แต่ทำสีหน้างงงวย
เค้าไม่ทันได้พูดอะไรต่อจักพรรดิ์ฉีิก็ได้กลับเข้าสู่การฝึกตนอีกครั้ง
ผ่านไปอีก 2 ชั่วโมง
ปิงหยวนนั้นเดินกลับมาพร้อมกับได้ปลาตัวเท้าฝ่ามือมา 2 ตัว เค้านั้นไม่สามารถคิดอะไรออกได้เลย แต่พอย้อนความทรงจำไป ตัวเค้านั้นเคยตามพ่อของเค้า เข้าไปหาปลาที่แม่น้ำหฤทัย เค้าคิดได้แต่ปลาเท่านั้นในตอนนี้แม้ผลประกอบการจะไม่ดีแต่เค้าก็ไม่สามารถหาอะไรที่ดีกว่านี้ได้แล้ว
“ พี่ฉีิขอรับข้าจุดไฟไม่เป็ขอรับ ” ปิงหยวนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจตัวเค้านั้นก็กลัวที่จะโดนพี่ชายของเค้านั้นดุด่าเค้าเหมือนกัน
ตอนนี้เค้ามีปลาอยู่ 2 ตัวแต่ ปิงหยวนนั้นเค้าจุดไฟไม่เป็ เมื่อทำอะไรไม่ได้สุดท้ายก็ต้องยอมมาหาพี่ชายฉีิ
จักพรรดิ์ฉีิตื่นจากการฝึกตนอีกครั้ง
“ เ้าไปหาไม้ มาให้ข้า ”
ปิงหยวนเมื่อได้ยินดังนั้นก็รีบไปหาไม้มากองๆกันไว้
เมื่อจักพรรดิ์ฉีิได้ไม้มาเค้าก็จุดไฟเหมือนทหารเอาไม้ท่อนใหญ่มาวางแล้วนำไม้ท่อนเล็กมาหมุนให้เกิดความร้อนสุดท้ายไฟก็ได้มาด้วยวิธีการแบบนี้ปิงหยวนจดจำวิธีการไว้อย่างขึ้นใจ
* เกร็ดความรู้ ไฟเกิดได้จากองประกอบ 3 ส่วน 1.ออกซิเจน 2.ความร้อน 3.เชื้อเพลิง
เมื่อย่างปลาเสร็จปิงหยวนก็คิดจะแบ่ง ปลาให้พี่ชายฉีิแต่พี่ชายของเค้านั้นเลือกไม่รับไว้
“ ปิงหยวนเ้ารอข้าสักครู่ ”
จักพรรดิ์ฉีินั้นออกจากการฝึกตน และได้ออกมุ่งหน้าไปในทิศทางหนึ่งก่อนจะกลับมาพร้อมกับลูกกวางที่ดูน่ารักน่าชัง
“ เ้ากลัวการฆ่าสัตว์ใหญ่มั้ย ” จักพรรดิ์ฉีิกล่าวถาม
ปิงหยวนนิ่งเงียบเค้าไม่เคยฆ่าสัตว์ใหญ่มาก่อนปลาเมื่อกี้คือสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดที่เค้าเคยฆ่ามานอกเหนือจากยุง
“ ข้าให้เ้าฆ่าลูกกวางตัวนี้ ” จักพรรดิ์ฉีิกล่าวมาโดยไม่รอคำตอบปิงหยวนที่ตัวเค้าบอกให้ปิงหยวนไปหาอะไรกินเองจริงๆแล้วเค้าแค่แกล้งเล่นเฉยๆเค้าไม่คิดหรอกว่าเด็ก 6 ขวบจะไปหาอะไรมากินเองได้ แต่ปิงหยวนนี้ก็เก่งจริงๆถือว่าเหนือความคาดหมาย ถึงขั้นจับปลามาได้เอง
ปิงหยวนมองหน้าลูกกวางที่ดูน่ารักน่าชังเค้ามีความรู้สึกที่ทำใจไม่ได้อยู่บ้าง
“ แม้เ้าไม่ฆ่ามัน สุดท้ายมันก็ต้องตายอยู่ดีในเมื่อมันตกมาถึงมือเ้าเ้าเพียงทำให้มันเป็อิสระจากโลกที่น่าหวาดกลัวโดยเร็วก็เท่านั้น ” จักพรรดิ์ฉีิพูดพร้อมยื่นมีดให้เด็กน้อยปิงหยวน
เมื่อได้ยินอย่างนั้นปิงหยวนก็รับมีดมาจากมือจักพรรดิ์ฉีิก่อนที่จะแทงมีดลงคอของกวางตัวนั้น ด้วยแรงที่น้อยกวางไม่ได้ตายทันทีโชคดีที่จักพรรดิ์ฉีิจับกวางตัวนั้นอยู่ ตอนนี้มันได้ร้องอย่างทรมานเสียงร้องของมันดังลั่นไปทั่วทั้งป่า
ปิงหยวนเห็นดังนั้นน้ำตาก็เริ่มไหลออกมาแต่มือที่ถือมีดแทงอยู่ในตอนนี้ก็ได้กดเพื่อออกแรงเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ เืของกวางตัวนั้นสาดกระเด็นเข้าหน้ารวมทั้งร่างกายของปิงหยวน เมื่องเสียงร้องของกวางได้จบลง ปิงหยวนได้ทิ้งมีดในมือของเค้าทันที
วันนี้ผู้แต่เลิกงานกลับบ้านมาอาบน้ำกินข้าวเสร็จวันนี้ 3 ทุ่มตอนนี้เที่ยงคืนแล้ว ผู้แต่งแต่งได้แค่ 1 ตอนเท่านั้นต้องขออภัยผู้อ่านด้วยครับผม
ขอเพียงติดตามและเม้นมาให้กำลังใจผู้แต่งได้นะครับ ผู้แต่งจะพยายามแต่งให้ดีและทันผู้อ่านครับผม มีตรงไหนอยากให้แก้ไขหรือพัฒนาก็บอกกันได้ครับ