“ผ้าสวยมากค่ะ ฉันขอซื้อไว้สักผืนนะคะ” ว่าแล้วหญิงสาวก็หันไปหาผ้าที่ทอเสร็จแล้วนับสิบผืน เลือกผืนที่ชอบใส่กระเป๋าแล้วยื่นเงินจำนวนหนึ่งให้หญิงชาวเขาผู้นั้น ผู้ใหญ่บ้านแย้มยิ้มเล็กๆ ก่อนพาเดินไปยังบ้านอีกหลายหลังที่อยู่ด้านหน้า ระหว่างทางมีเป็ดไก่จำนวนหลายตัวที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้ หากินอยู่ตามทางเป็ภาพที่สบายตาสบายใจอย่างมาก ลมอ่อนพัดโชยมาปะทะร่างเป็ระลอก หันมองไปทางใดมีแต่ขุนเขาโอบล้อมช่างแตกต่างจากมหานครอย่างสิ้นเชิง
“หนูนาเป็อะไรหรือเปล่า” ชานนท์รีบวิ่งเข้าไปคว้าตัวเธอไว้ หลังจากเท้าเล็กเดินผ่านก้อนหินแล้วเกิดพลิก จนร่างเล็กเซถลาเกือบล้ม
“เป็อะไรไหมครับ” ผู้ใหญ่บ้านและคนขับรถรีบหันมาถามอาการอย่างเป็ห่วง
“ไม่เป็ไรค่ะ ฉันแค่ซุ่มซ่าม เราไปกันต่อเลยนะคะ” หญิงสาวผละตัวออกจากแผงอกของสามีด้วยความเกรงใจ หากแต่เขากำมือเธอไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ดวงตาหวานหันมองด้วยความแปลกใจ
“มีอะไรหรือคะ”
“เดี๋ยวคุณก็ล้มอีก ผมจับมือคุณไว้ดีกว่า”
“คะ” คิ้วขมวดติดกันอย่างสงสัย
“ถ้าคุณเป็อะไร หรือมีลอยถลอกกลับบ้าน พ่อได้เอาผมตายพอดี” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ใบหน้านิ่งเฉยไม่สามารถเดาได้ว่าเขาอยู่ในอารมณ์ไหน ทว่ามือหนากลับกำเธอแน่นไม่ยอมปล่อย หนูนาก้มมองแต่ไม่ทัดทานปล่อยให้เขาทำตามใจ ทั้งสองเดินดูรอบๆ หมู่บ้านจนมาถึงแหล่งสุดท้ายที่ผู้ใหญ่บ้านดูภูมิใจหนักหนา
“ถ้าเดินตามบันไดนี้ขึ้นไป พวกคุณจะเห็นวิวทิวทัศน์ทั้งหมด เวลาเหมาะมากๆ ครับอาจจะมีหมอกจางๆ ด้วย” ผู้ใหญ่บ้านพูดอย่างนอบน้อม
“ผมอยากให้คุณหนูนาและคุณชานนท์ขึ้นไปกันสองคน เผื่ออยากถ่ายรูปและอยู่เป็ส่วนตัว ส่วนพวกเราจะลงไปรอทางฝากโน้น” คนขับรถกล่าวเสริม ตามที่ได้รับมอบหมายจากราเชนทร์มา
“แล้วพี่ไม่อยากดูวิวด้วยกัน้าหรือคะ” หนูนาเอ่ยชวนคนขับรถ
“พี่เขาเป็คนที่นี่นะคุณ เขาไม่ไปกับเราหรอก น่าจะเห็นจนเบื่อมากกว่า” ชานนท์พูดสวนขึ้น พลางดึงร่างบางเดินขึ้นไปตามทางที่ไต่ระดับทีละน้อย
“ระวังนะคุณ”
“ค่ะ” หนูนารับปากพลางยิ้มกว้าง
“ยิ้มอะไร” ชายหนุ่มถามด้วยความสงสัย