วศินและวิสิทธิ์มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ทั้งสองคนรู้ว่าผู้ชายคนนี้คือใคร แต่ก่อนที่จะได้ทำอะไรไปมากกว่านี้ เสียงพูดรับสายของเขาก็ดังขึ้นมาเสียก่อน
“ฮัลโหลเปรี้ยว…ทะเบียนรถ กม-xxxx ใช่มั้ย คุณแน่ใจนะว่าพวกมันจะขับผ่านเส้นนี้ ผมยังไม่เห็นรถของมันสองคนเลย ถ้าคุณบอกว่าไอ้คนขับนั่นมันขับรถยิงยาวโดยไม่พักตามโรงแรมหรือรีสอร์ท ผมว่ามันก็น่าจะถึงแล้วนะ เออนั่นแหละ…มันขับประมาณ 120-130 (กิโลเมตร/ชั่วโมง) ใช่มั้ย ผมก็เผื่อเวลามาถึงก่อนมันเป็ชั่วโมงแล้วเนี่ย” ผู้ชายคนนั้นพูดโทรศัพท์เดินออกไปตรงอ่างล้างหน้าหน้าห้องน้ำ
ชายหนุ่มทั้งสองพยักหน้าให้กันก่อนจะค่อยๆ ย่องไปแอบตรงพุ่มไม้หลังอ่างล้างหน้า
“จะบ้าเหรอคุณ!!! ผมจะแอบไปนอนกับใครที่ไหนได้ พูดยังกับว่าผมชอบไปมีอะไรกับผู้หญิงข้างทางอย่างงั้นแหละ ผมไม่มั่วเหมือนคุณหรอกนะ แล้วนั่นก็สามีคุณทั้งสองคนไม่ใช่เหรอ นี่เพราะผมรักคุณหรอกนะถึงยอมทำอย่างนี้” เสียงฉุนเฉียวะโใส่ปลายสาย ก่อนจะเบาเสียงลงแล้วมองซ้ายมองขวาเหมือนกลัวว่าจะมีคนได้ยิน
วิทยาจ้องมองใบหน้าตัวเองอยู่ในกระจก เขาอยากจะบอกว่าพวกผู้หญิงนี่ช่างเข้าใจยากเสียจริงๆ พูดเื่นั้นอยู่ดีๆ กับเอาเื่อื่นมาปนจนได้ ที่จริงเขาก็เป็ผู้ชายที่นิสัยดีคนหนึ่ง รักใครรักจริง ถ้าได้รักผู้หญิงคนไหนแล้วจะยอมทำทุกอย่างที่เธอ้า แต่โชคร้ายที่เขามาเจอผู้หญิงคนนี้ เธอทำให้เขาหลงรักหัวปักหัวปำ แต่ที่โชคร้ายกว่านั้นคือเขายอมเพื่อเธอโดยไม่มีข้อแม้…
“ว่าแต่คุณเถอะ แน่ใจนะว่าพวกมันจะแวะปั๊มนี้ มันอาจจะไปนอนพักตามโรงแรมแล้วจ้ำจี้กับสาวนมโตเสร็จไป 3 ยกแล้วละมั้ง ผมดูหน้ามันก็รู้แล้ว หน้าหม้อจะตายไอ้หมอนี่ หา…ติดต่อมันไม่ได้เหรอ ผมว่าแล้ว คุณตามเล่ห์เหลี่ยมของพวกผู้ชายไม่ทันหรอก ผู้ชายเหมือนกันผมรู้ดี” ชายหนุ่มยังประชดประชันปลายสายไม่เลิกรา
วศินและวิสิทธิ์ได้ยินเสียงพูดนั้นชัดเจน เพราะเป็ตอนกลางคืนดึกสงัด บรรยากาศโดยรอบเงียบยิ่งกว่าป่าช้าเผาผี เวลานี้ไม่มีรถเข้ามาเติมน้ำมันเลย ส่วนพนักงานเติมน้ำมันก็ฟุบหลับคาโต๊ะไปหมดแล้ว
“ไอ้วิทยาที่มันอยู่ฝ่ายบัญชีกับเมียนายนี่หว่า เห็นเงียบๆ แบบนี้ไม่นึกเลยว่าจะเป็ชู้กับเมียชาวบ้านหน้าตาเฉย” วิสิทธิ์เอ่ยกระซิบกระซาบ
“มันก็ไม่ต่างอะไรกับนายไม่ใช่เหรอ ที่ชอบไปมีอะไรกับเมียคนอื่น…”
วิสิทธิ์หน้าชาขึ้นมาทันที ที่จริงมันรู้มาตลอดว่าเขากับเปรี้ยวแอบมีอะไรกันตอนมันเผลอ แล้วทำไมมันไม่จัดการอะไรสักอย่างกับเขา หรือว่ากำลังอาศัยโอกาสกับการเดินทางครั้งนี้เหมือนกันกับเขา!!!
“นาย…นายรู้!!!” ถ้าเป็เวลาปกติ วิสิทธิ์คงจะกระโจนวิ่งหนีไปอย่างไม่คิดชีวิต เขาไม่อยากตายเพราะเป็ชู้กับเมียชาวบ้าน ยิ่งกับเพื่อนสนิทด้วยแล้วยิ่งจะต้องหนีไปให้สุดขอบฟ้า แต่เวลานี้เขาต้องเลือกอยู่ เพราะถ้าตัดสินใจสุ่มสี่สุ่มห้าออกไปเขาก็อาจจะโดนไอ้วิทยาเป่าทิ้งด้วยปากกระบอกปืนอยู่ดี
“ฉัน…ฉันขอโทษ นายอย่าทำอะไรฉันเลยนะ อย่างน้อยเราก็เป็เพื่อนกัน” ผู้ร้ายตีท้ายครัวละล่ำละลักเอ่ยปากคอสั่นด้วยเสียงที่ไม่ดังนัก เพราะเกรงว่าวิทยาจะได้ยิน
“ตอนนี้เรามีเื่ที่ต้องจัดการกับไอ้วิทยา เราต้องช่วยกัน หรือนายจะรอให้มันมาฆ่าเราก่อน” วศินพูดตัดบท
“แต่มันมีปืนนะโว้ย ฉันมั่นใจ แล้วเราจะจัดการกับมันยังไง” วิสิทธิ์ท้วงขึ้นมา ทำให้วศินลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
“แล้วจะให้ทำยังไงวะ รถจอดอยู่ตรงนั้นนะโว้ย เกิดมันเห็นมันต้องรู้ว่าเราอยู่ในปั๊มนี้แน่นอน แล้วมันก็ไม่ได้มาคนเดียวด้วย เราต้องจัดการกับมันก่อนที่มันจะเห็นรถเรา” วศินกระซิบกระซาบพลางบุ้ยปากไปทางรถยนต์หน้าร้านสะดวกซื้อ ที่มีผู้ชายอีกสองคนยืนพิงรถเหมือนกำลังรอใครอยู่
“เดี๋ยวนายค่อยๆ ย่องออกไปล็อคคอมันทางด้านหลังนะ หลังจากนั้นค่อยเป็หน้าที่ของฉัน หน้าห้องน้ำมันอยู่ด้านนี้ คนละทางกับเซเว่น (7-eleven) เลย พวกมันอีกสองคนไม่เห็นแน่นอน เราจะลากมันขึ้นรถแล้วจัดการกับมันที่ป่าข้างทางโน่น ข้างทางเป็เหวลึกขนาดนั้น กว่าจะมีใครมาเจอศพมันคงเหลือแต่กระดูกแล้วล่ะ” วศินสั่งเพื่อนสนิท ก่อนจะชักมีดพกที่ติดตัวมาออกจากกระเป๋ากางเกง รอเตรียมฝังคมมีดลงบนเนื้อสดๆ ของแขกยามวิกาล วิสิทธิ์กลืนน้ำลายลงคอ มองมีดในมือวศินตาไม่กะพริบ นี่มันคงเตรียมมาเชือดคอเขาแน่ๆ …
(เชิญอ่านตอนที่ 5 ตอนจบ)
(***รบกวนฝากคอมเมนต์ด้วยนะครับ จะได้นำไปปรับปรุงแก้ไขในโอกาสต่อไป ท่านไหนอยากให้กำลังใจนักเขียนหรือให้ของขวัญงานเขียนชุดนี้จะเป็พระคุณอย่างสูงครับ***)