ตอนที่ 3 เข้าสู่เรือนหัวหน้าหมู่บ้าน
ทหารเฝ้าประตูจ้องชำเรืองเล้งซานเล็กน้อยพลางส่ายหน้า
"ขอโทษนะเ้าหนุ่ม ตัวข้ามีหน้าที่ป้องกันหมู่บ้านไม่สามารถละทิ้งหน้าที่เพียงเพื่อช่วยเหลือเ้าข้าคงได้แต่เสียใจกับครอบครัวเ้าด้วย โจรในป่ามันแอบซ่อนตัวและเหี้ยมโหดมาก แม้ทางการยังหาแหล่งกบดานจากมันได้ไม่แน่ชัด ถึงข้าจะไปช่วยบิดาเ้าไม่ได้แต่หากมีโจรชั่วผู้ใดกล้าไล่ตามเ้าข้าจะสังหารให้มันเอง!!"
เล้งซานเมื่อได้ฟังก็ขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อยจนยากจะมองเห็น
'ไม่อยากจะเชื่อด้วยคำพูดลอยๆของข้า กลับมีโจรป่าอยู่จริงๆ เราต้องหาข้อมูลมากกว่านี้'
"มิทราบว่าที่นี่คือที่ใดหรือข้าติดตามครอบครัวมาร่วมเดือน แต่ก็ยังมิได้ถามไถ่ผู้ใดเป็หลักแหล่ง"
"ที่นี่คือหมู่บ้านบ้านเมฆาล่อง เป็หมู่บ้านขนาดกลาง อยู่เขตทิศเหนือของทวีปเต่าทมิฬหัวหน้าหมู่บ้านเป็บุตรคนที่ 4 ของเ้าเมือง เมฆคราม แต่ได้มาตั้งหลักปักฐานณ ที่แห่งนี้" ทหารยามกล่าวตอบ
เล้งซานครุ่นคิดซักครู่ จึงกล่าวต่อว่า "เมืองเมฆคราม?"
"อืมเมืองเมฆครามอยู่ห่างจากที่นี้ มิไกลมาก ราว 40 ลี้ทางทิศตะวันออก เป็ 1 ใน 7 เมืองใหญ่ของทวีปเต่าทมิฬ"
"ขอบคุณผู้าุโที่บอกกล่าวแก่ข้า หากข้าเข้ามาตั้งหลักในหมู่บ้านโดยการทำงานแลกข้าวแลกที่พักได้จะทำให้ท่านมีความลำบากใจหรือไม่ตัวข้าในตอนนี้นั้นตัวคนเดียวไร้ซึ่งที่พึ่งใดขอผู้าุโโปรดเมตตาผู้เยาว์ซักครา"
เล้งซานตีหน้าอาวรอีกครั้งแววตาที่ฉานออกมานั้นแสดงถึงความ้าความหวัง แต่ภายในใจมันคิดอยากถามข้อมูลมากกว่านี้แต่กลัวจะถูกสงสัยในตัวตนเกินไป จึงหาข้ออ้างเข้าไปหาที่พัก และอาหารก่อนด้วยคำพูดที่สุภาพ กริยาที่ถ่อมตน ทหารยามสำรวจปราณก็พอว่ามีเพียงปราณเริ่มแรกสุดที่อ่อนด้อย จึงได้พยักหน้า
"ตกลงเห็นแก่ที่ชีวิตเ้าช่างอาภัพนัก ข้าจะเขียนจดหมายแนะนำเข้าให้แก่ท่านผู้ดูแลเรือนหัวหน้าหมู่บ้านที่สนิทกันให้ช่วยจัดหางานเล็กๆน้อยๆแลกที่พักพิงให้แก่เ้าแต่จงจำไว้หากเ้าสร้างปัญหาในหมู่บ้าน ข้าจะขับไล่เ้าไปในทันที!!"
เล้งซานประสานมือขึ้นด้านหน้าพร้อมโค้งตัวเล็กน้อย
"ขอบคุณผู้าุโที่เมตตาตัวข้าในตอนนี้นั้นไร้ซึ่งสิ่งตอบแทนแต่บุญคุณครั้งนี้ข้าจะจดใจไว้ในใจมิลืมเลือน"
ทหารยามยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยจากนั้นจึงเดินเข้าในป้อม ซักครู่ก็เดินออกมา
"ข้าชื่อหลี่ซุน เป็หัวหน้าทหารเฝ้าประตูทิศใต้ ถ้าลำบากก็มาหาข้าได้ เอานี่จดหมายแนะนำตัวเ้าจงเข้าไปในหมู่บ้าน ไปที่เรือนที่ใหญ่ที่สุด บอกคนเฝ้าประตูว่า ขอพบชุนเกียงตู้ และเอาจดหมายนี่ให้มัน มันและข้าต่างเป็สหายสนิทกัน"
เล้งซานรับจดหมายประสานมือและโค้งตัวเป็เชิงขอบคุณ และเดินทางเข้าประตูทิศใต้ของหมู่บ้านมันกระจายัััและมองบ้านเรือนตลอดข้างทางแม้ที่นี่จะเรียกว่าเป็หมู่บ้านแต่ก็ใหญ่โตพอสมควร มีบ้านเรือน ร่วม 300 หลังคาเรือนและเท่าที่จับัั มีชาวบ้านอาศัยอยู่ร่วม 500 คนส่วนมากจะมีพลังปราณสีม่วงขั้นต้นถึงปลาย (ขั้นต้น คือ 1-3 ขั้นกลางคือ 4-6 ขั้นปลายคือ 7-9) ซักระยะก็พบเรือนหลังใหญ่โตทางเข้ามีป้ายขนาดใหญ่แขวน้าว่า เมฆาล่อง มีทหารยืนประตูทางเข้า 2 นาย มีปราณสีม่วง ขั้นปลายทั้งคู่
"เรียนท่านทั้งสองผู้เยาว์ได้มีจดหมายจาก ผู้าุโหลี่ซุน มามอบให้ท่าน ชุนเกียงตู้มิทราบว่าที่นี้คือเรือนท่านหัวหน้าหมู่บ้านใช่หรือไม่"
เมื่อเห็นท่าทีสุภาพของเด็กหนุ่มทหารยามทั้งสองต่างพยักหน้า และมีทหารนายหนึ่งเดินเข้าไปในเรือนอีกคนหนึ่งเดินมาหาเล้งซาน
"ใช่แล้วเ้าหนุ่มรอซักครู่ พวกข้าจะไปตามท่านผู้ดูแล มาให้"
เพียงชั่วเวลาไม่นานก็มีคนออกมา2 คนหนึ่งในนั้นคือทหารยามที่พึ่งเข้าไป ส่วนอีกคนเป็ชายอายุราว 50 ปีไว้เครายาว รูปร่างผอมสวมชุดคลุมสีฟ้า จากััับอกได้ทันทีว่าชายคนนี้อยู่ขั้นกลางของปราณสีคราม
"ข้าคือชุนเกียงตู้ มีเหตุอันใดเกี่ยวกับสหายข้า"
เล้งซานประสานมือขึ้นมาด้านหน้าโค้งตัวเล็กน้อยจากนั้นหยิบจดหมาย ยื่นแก่ชุนเกียงตู้
"เรียนท่านผู้ดูแลผู้าุโหลี่ หวังฝากตัวผู้เยาว์ ไว้ในการดูแลของท่าน ตามแต่ความกรุณานี่คือจดหมายจากท่านผู้าุโหลี่"
ชุนเกียงตู้ขมวดคิ้วเล็กน้อยจากนั้นหยิบจดหมายขึ้นมาอ่าน
"อืม...เ้านี่นับว่าอาภัพยิ่งดีที่เรือนกำลังขาดคนพอดี จากนี้ไปเ้าพักที่นี่มีหน้าที่ทำสวนในอาณาบริเวณเรือนท่านหัวหน้าหมู่บ้าน แลกที่พักและอาหารพร้อมทั้งเงินวันละ 1 เหรียญเงิน หากเ้ายอมรับผลตอบแทนนี้ก็ตามข้าเข้ามา"
'วันละ 1เหรียญเงิน เมื่อเทียบกับยุคอดีตนับว่ามันค่าจ้างที่มิต่างกับยุคอดีตสำหรับคนงานในเรือน แสดงว่าผ่านไปพันกว่าปีหน่วยเงินมิได้มีการเปรียนแปลงเท่าใดนัก ดีกว่าเป็ขอทานหรือปล้นเค้ากินสู้อยู่ที่นี่ซักระยะก็แล้วกัน'
100 เหรียญทองแดงเท่ากับ 1 เหรียญเงิน / 100 เหรียญเงินเท่ากับ 1 เหรียญทอง หน่วยเงินนี้ใช้กันทั้ง 4 ทวีปในอดีต หมั่นโถ 1 ลูกมีราคาเท่ากับ 10 เหรียญทองแดง เล้งซาน วิเคราะห์อย่างรวดเร็ว จากนั้นประสานมือไว้ด้านหน้าโค้งเล็กน้อยให้แก่ทหารยามทั้งสอง แล้วจึงรุดหน้าตาม ชุนเกียงตู้ เข้าไปในเรือน