ตอนที่ 112
การประลองรอบแรก
การประลองในรอบแรกเริ่มขึ้นตั้งแต่เช้าตรู่ โดยสำนักมังกรเทวะมีเวทีที่ใช้ในการประลองซึ่งกางกั้นม่านพลังระดับสูงเอาไว้เพื่อปกป้องผู้ที่เข้าร่วมชมการประลองจำนวนทั้งสิ้น 8 เวทีด้วยกัน ทำให้การประลองในรอบแรกนั้นเริ่มพร้อม ๆ กันไปครั้งละ 8 คู่
โดยมีคู่ที่น่าสนใจได้แก่คู่ของจงเหลียง และซือหม่าหลินนายน้อยลำดับที่ 4 ของสำนักมังกรเทวะ ที่แม้จงเหลียงจะใช้การโจมตีพลิกแพลงหรือรุนแรงเพียงใด แต่ก็ไม่อาจจู่โจมสัมผัสถูกซือหม่าหลินได้เลยแม้สักครั้งเดียว จนใจสุดท้ายเมื่อใช้ออกด้วยท่าโจมตีก้นหีบยังผิดพลาดจงเหลียงจึงได้ขอถอนตัวยอมแพ้ไปทั้งที่ซือหม่าหลินยังไม่ได้เริ่มลงมือเลยแม้แต่สักกระบวนท่าเดียว เพราะลำพังแค่ท่าร่างของมันเพียงอย่างเดียวของซือหม่าหลินก็แข็งแกร่งเกินกว่าท่าโจมตีทั้งหมดของจงเหลียง หากซือหม่าหลินตั้งใจโจมตีคงเอาชนะจงเหลียงได้ตั้งแต่การออกกระบวนท่าแรก
ด้านของจิวซินที่เมื่อก้าวขึ้นเวทีก็ปรากฏเสียงฮือฮา แต่หาใช่เพราะฝีมือแต่เป็นเพราะยิ่งจิวซินฝึกเคล็ดวิชาจิตเอกะขั้นต้นของเสวี่ยหมิง ยิ่งมาผิวพรรณเลือดเนื้อของหล่อนยิ่งเปล่งปลั่งงดงามราวกับมีออร่าเจิดจ้าห่อคลุมทั่วทั้งร่าง บวกกับวงหน้าหวานเรียวสอดรับกับดวงตางามซึ้งที่แปรเปลี่ยนไป เพราะยินยอมกลับใจแต่งกายเป็นหญิงสาวทั้งกายและใจหลังจากที่กลับออกมาจากด่านกักมังกร ความงดงามยิ่งเป็นที่เลื่องลือกว่าเดิม แม้ความงามจะทำผู้คนตื่นตาแต่ยามลงมือต่อสู้กลับงดงามน่าพิศวงยิ่งกว่าด้วยกระบี่ผีเสื้อเริงระบำ ที่ตอนนี้จิวซินบรรลุถึงขอบขั้นสุดท้าย... จริงคือลวงได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ทำให้หญิงสาวสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ไปได้โดยที่เป็นฝ่ายรุกไล่อยู่ฝั่งเดียว
เมื่อพูดถึงตัวแทนทั้งสองคนของสำนักมังกรฟ้าไปแล้วคงจะต้องเอ่ยเรื่องราวของเสวี่ยหมิงที่ดูจะจืดชืดกว่าคู่อื่นเพราะเสวี่ยหมิงยังคงเอกลักษณ์เดิมที่สงวนกระบวนท่าปกปิดฝีมือ หาจังหวะตอบโต้ใช้การโจมตีเพียงครั้งเดียวก็สามารถเอาชัยคู่ต่อสู้ซึ่งมาจากสำนักมังกรทมิฬไปได้อย่างง่ายดาย
ซึ่งผลของการเข้ารอบ 64 คน ไปถึงสองในสามของผู้ที่ผ่านเข้าสู่รอบสองก็ทำให้ประมุขซือไฉหน้าบาน พร้อมเอ่ยกระทบกระเทียบกับอู่ซานประมุขสำนักมังกรปฐพีที่นั่งเก้าอี้ติดกัน แต่อู่ซานก็ตอบโต้ด้วยการบอกว่าให้ดูผลการประลองในการเข้ารอบลึก เพราะสุดท้ายก็หาได้วัดกันที่จำนวน แม้ว่าสำนักของมันนั้นมีผู้เข้ารอบที่สองนี้เพียงคนเดียวคือ...ฉิงหลง แต่ประมุขอู่ซานก็มั่นใจในฝีมือของฉิงหลงเป็นอย่างยิ่ง เพราะฉิงหลงนั้นเป็นที่หมายมั่นปั้นมือของอู่ซานตลอดหลายปีที่ผ่านมา และมันเก็บงำความสามารถที่แท้จริงของลูกศิษย์คนนี้เอาไว้ไม่ยอมแพร่งพรายออกมาแม้แต่น้อย แม้ว่าเมื่อสองปีก่อนจะมีการประลองกระชับมิตรกันของสำนักฝึกตนในเขตของมัน แต่มันก็ไม่ยินยอมให้ฉิงหลงเข้าร่วมเพียงเพื่อรอคอยการประลองใหญ่ครั้งนี้เท่านั้น
ฉิงหลงนั้นผ่านรอบแรกเข้ามาด้วยลำดับไม่ดีนักเพราะมันได้ลำดับที่ 70 ซึ่งย่ำแย่กว่าจิวซินเสียอีก แต่ดูเหมือนอู่ซานจะไม่ได้ใส่ใจนักเพราะทักษะวิชาที่ฉิงหลงฝึกฝนนั้นหาได้ใช้เพื่อตะลุยด่านทดสอบ แต่เป็นวิชาสำหรับประลองต่อสู้อย่างแท้จริง และด้วยลำดับที่เกินกว่า 64 ทำให้คู่ต่อสู้ของฉิงหลงนั้นเป็นศิษย์หลักลำดับสิบของสำนักมังกรเทวะนามต้าชิง ผู้เชี่ยวชาญวิชาลมปราณจู่โจมระยะไกล
การประลองยังไม่ทันเริ่มต้นผู้คนต่างก็คาดการณ์กันว่าฉิงหลงคงจะพ่ายแพ้อย่างอเนจอนาถ แต่เมื่อการประลองเริ่มขึ้นเสียงวิจารณ์ทั้งหลายก็ยุติลงแทบจะทันทีเพราะไม่เคยมีใครเห็นการต่อสู้เช่นนี้มาก่อน ฉิงหลงหาได้สนใจการโจมตีของต้าชิงที่ใช้ออกด้วยคมดาบลมปราณหลายสิบสายเข้าจู่โจมด้วยความไวปานสายลม เสียงโจมตีของคมดาบกับเลือดเนื้อของฉิงหลงปะทะดังสนั่นหวั่นไหว แต่ฉิงหลงหาได้ใส่ใจกลับเกร็งพลังจนเกิดออร่าทองแดงปกคลุมผิวกายพร้อมวิ่งเข้าใส่ต้าชิงในแนวตรงราวกระทิงหนุ่ม คมดาบลมปราณที่ดูรุนแรงแม้ส่งเสียงปะทะดังแต่กลับแตกสลายเมื่อกระทบเข้ากับออร่าที่ปกคลุมกายของฉิงหลง การโจมตีอันดุเดือดของต้าชิงไม่สามารถสร้างแม้แต่รอยขีดข่วนบนร่างสีทองแดงของฉิงหลง
แต่นั่นยังไม่ใช่จุดที่สุดของการประลอง เพราะต้าชิงที่ไม่เคยเห็นใครใช้วิธีการวิ่งตะลุยใส่ตัวเองตรง ๆ เช่นนี้มาก่อน ยามตกใจจึงเชื่องช้าไปวูบหนึ่งทำให้ฉิงหลงเคลื่อนกายเข้ากอดรัดต้าชิงเอาไว้ได้ แต่แล้วสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดก็บังเกิดขึ้นอีกครั้งฉิงหลงไม่ได้ใช้พลังลมปราณใด ๆ ในการโจมตี แต่เมื่อฉิงหลงสองแขนเข้ากอดรัดร่างของต้าชิงได้แล้วพลังลมปราณคุ้มกายของต้าชิงพลันแตกสลายออกด้วยแรงบีบรัดเพียงอย่างเดียว เมื่อเกราะลมปราณแตกสลายร่างของต้าชิงก็ถูกพลังกายอันเหนือมนุษย์ของฉิงหลงบีบอัดบดขยี้จนเสียงกระดูกแตกละเอียดดังสะท้านไปทั่ว ต้าชิงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดแต่กลับไม่ยินยอมเอ่ยคำขอ...ยอมแพ้
จนในที่สุดก็ทนความเจ็บปวดไม่ไหวสลบไปไสลไปในอ้อมกอดนรกของฉิงหลง ทำให้หลังจากที่กรรมการควบคุมการแข่งขันประกาศให้ฉิงหลงเป็นผู้ชนะ มุมมองของผู้คนที่มีต่อฉิงหลงก็แปรเปลี่ยนไปรวมถึงท่าทีซึมเซาของอู่ซานก่อนหน้าก็กลับกลายเป็นเริงร่าพูดจ้อไม่หยุดปากขึ้นมาในทันที
แม้ในรอบแรกการประลองของฉิงหลงจะเป็นคู่ที่ผู้คนให้ความสนใจมากที่สุด แต่ยังมีคู่ที่โหดเหี้ยมไม่แพ้กัน ซึ่งก็คือการประลองของนายน้อยลำดับสามจูซินเฉิงซึ่งรู้สึกเสื่อมเสียหน้าอย่างแรงในรอบคัดเลือก ทำให้รอบที่สองจูซินเฉิงโชว์ความโหดร้ายป่าเถื่อนออกมาอย่างเต็มที่ทำเอาคู่ต่อสู้จากสำนักมังกรอัคคีถึงกับบาดเจ็บสาหัสเป็นตายเท่ากัน
ซึ่งผลในการประลองที่เหลือของวันนี้ส่วนใหญ่ก็ไม่มีการพลิกล็อคเกิดขึ้น ตัวเต็งรวมถึงยอดฝีมือจากสำนักใหญ่ล้วนผ่านเข้ารอบกันไปอย่างไม่ยากเย็น ทำให้การประลองทั้งหมดในวันที่หนึ่งจบลงไปในช่วงบ่ายแก่ ๆ ของวันเท่านั้น
.
.
"เจ้ามีอะไรก็ว่ามา" จูซินเฉิงที่เพิ่งจะระบายความอัดอั้นใส่คู่ประลองจนบาดเจ็บสาหัส เหลือบสายตาดูถูกมองต่ำลงไปยังชายคนหนึ่งที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้าตัวเอง
"ข้าน้อยมีข้อเสนออยากจะมาบอกกับนายน้อยขอรับ"
"ข้อเสนอ ฮ่า ฮ่า ฮ่า สวะอย่างพวกเจ้ามีข้อเสนอให้ข้า ดี ๆ หากข้าฟังข้อเสนอของเจ้าแล้วไม่ชอบใจ" จูซินเฉิงชี้นิ้วไปที่หน้าของชายคนดังกล่าว "พวกเจ้าก็เตรียมต่อโลงเอาไว้ได้เลย"
"ข้าน้อยเชื่อว่าน้อยน้อยต้องชอบใจอย่างแน่นอน เพราะข้อเสนอของข้าคงจะทำให้นายน้อยระบายความเคียดแค้นอึดอัดในใจไปได้ แถมยังได้สุขกายสบายอุราอีกด้วย"
"อืม...หากข้อเสนอของเจ้ามันดีเช่นนั้นจริง ข้าก็จะตอบแทนเจ้าอย่างงาม"
"ข้าน้อยไม่ได้ต้องการของรางวัลใด ๆ จากนายน้อย ข้าเพียงต้องการให้นายน้อยสังหารเจ้าสารเลวเสวี่ยหมิงให้ตกตายอย่าได้ให้มันกลับไปยังเมืองหยกม่วงก็เท่านั้น"
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า สังหารสถุนน้อยตัวนั้น ดี ดี !!! งั้นอย่าช้าเลยบอกข้อเสนอของเจ้ามาสิ"