จวินหลิงหยางชุนคีบข้าวในชามเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย แก้มเล็กพองออก ในขณะที่ปากจิ้มลิ้มก็ขยับเมื่อเ้าของกำลังเคี้ยวอาหารอย่างมีความสุข ดวงตาดำขลับเปล่งประกายอย่างงดงาม
'ระบบ อาหารพวกนี้อร่อยมาก ไม่น่าเชื่อว่าแค่วัตถุดิบระดับหนึ่งหลายอย่างมารวมตัวกันก็สามารถอร่อยได้ถึงขนาดนี้'
เขาเอ่ยกับระบบด้วยความตื่นเต้น
[หากเทียบกับอาหารในโลกเดิมของนายท่านสามารถเทียบได้เพียงฝีมือของพ่อค้าร้านอาหารที่มีความสามารถนิดหน่อยเท่านั้นเองขอรับ]
'โอ้ งั้นก็อาจจะใช่ก็ได้นะ เพราะฉันก็เคยกินอาหารรสชาติแบบนี้ตอนที่ยังเป็เด็ก พอป่วยแล้วต้องย้ายเข้าสถานพยาบาลก็ได้กินอาหารเหมือนกับคนป่วยคนอื่นๆ อาหารเลยค่อนข้างจืดเพราะไม่ได้ปรุงรสมากนัก' เขาพยักหน้าอย่างเห็นด้วยแต่ก็ไม่ลืมถามต่อด้วยความสนใจ
'แล้วอาหารก่อนหน้านี้ที่รสชาติแปลกๆล่ะ แต่นี่เป็อาหารฝีมือของพ่อครัวระดับวังหลวงเลยนะ แล้วถ้าเป็คนที่ไม่มีฝีมือทำอาหารกับวัตถุดิบระดับต่ำ รสชาติจะเป็ยังไง'
[ระบบคิดว่านายท่านไม่รู้จะดีกว่าขอรับ] ระบบตอบ
'มันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ การไม่ได้กินอาหารอร่อยๆ มันทรมานมากเลยนะ ทำไมในโลกนี้วัตถุดิบถึงได้มีรสชาติแย่จังล่ะ'
[ระบบไม่สามารถตอบได้เนื่องจากนี่เป็ความลับของ์ขอรับ]
จวินหลิงหยางชุนอดที่จะเอ่ยถามไม่ได้จริงๆ 'ไม่มีทางแก้ไขเลยเหรอระบบ'
ระบบตอบเสียงอ่อย [ขออภัยนายท่าน คำถามนี้อยู่นอกเหนือความสามารถของระบบที่จะตอบได้ขอรับ]
'อื้อ ไม่เป็ไร มันเป็ความลับของ์นี่นา'
[ขอรับ]
ร่างเล็กเลิกให้ความสนใจระบบแล้วกลับมาสนใจเหตุการณ์บนโต๊ะอาหารที่กำลังวุ่นวายตรงหน้าแทน ส่วนสาเหตุของความวุ่นวายก็คืออาหารแสนอร่อยที่พร่องลงไปเยอะแล้ว จนเขาต้องรีบตักมากินให้ทันบ้าง ไม่อย่างนั้นจะถูกเสด็จพ่อกับพี่ชายที่ทานอาหารกันไม่พูดไม่จา แต่ตะเกียบในมือกำลังทำากับคนอื่นอยู่สลับกับคีบข้าวเข้าปากตัวเอง
เสด็จพ่อยังคีบกับข้าวให้เขาบ้าง แต่พี่ชายทั้งสี่คนเหมือนลืมไปเลยว่ามีเขาเป็น้องชายที่ตัวเองเห่อนักหนา
วันนี้หลังจากที่เขาต้องทนอ้าปากรับเมล็ดบัวฝาดๆ ที่ทุกคนป้อนให้จนรู้สึกว่าลิ้นไม่สามารถรับรสอะไรได้อีกแล้ว เขาก็ให้เสด็จพ่อพาเขาไปส่งเมล็ดบัวที่พวกเราช่วยกันแกะยังห้องเครื่องของตำหนักด้วยตัวเอง
อ้อ ส่วนขากลับจากสระบงกชหลวง เขาถูกพี่รองเป็คนอุ้มกลับล่ะ
ห้องเครื่องในตำหนักของฮ่องเต้นั้นมีขนาดใหญ่และหรูหราสมกับเ้าของตำหนัก พ่อครัวก็มีเยอะมาก แต่ละคนล้วนได้รับการคัดเลือกมาอย่างดี เขาที่ได้รับการกระซิบบอกจากระบบว่ามีอะไรที่สามารถนำมาอัปเกรดเป็วัตถุดิบระดับหนึ่งได้บ้าง ก็บอกกับเสด็จพ่อทันที ว่าเขาอยากทานอะไรเป็มื้อเย็นบ้าง จากนั้นก็ค่อยให้ระบบสับเปลี่ยนเป็วัตถุดิบระดับหนึ่งที่อัปเกรดแล้วให้เลย
ส่วนสิ่งที่เขาบอกเสด็จพ่อไปนอกจากข้าวกับเมล็ดบัวแล้ว ก็มีแตงกวา เห็ด ถั่วแดง เมล็ดมะม่วงหิมพานต์ ที่ง่ายต่อการสงสัยเมื่อวัตถุดิบบางส่วนกลายเป็ของเหลว เพราะสังเกตเห็นได้ยาก
มื้อเย็นวันนี้จึงถือว่ามีวัตถุดิบระดับหนึ่งที่หลากหลายมาก มีอาหารที่ถูกทำขึ้นโดยใช้วัตถุดิบเหล่านี้กว่าสิบจาน เขาคิดว่าอยู่ในปริมาณที่กำลังพอดีเมื่อเทียบกับผู้ชายตัวโตห้าคนกับเขาที่ทานได้ไม่เยอะเท่าคนอื่นๆ
ทันทีที่อาหารถูกนางกำนัลยกเข้ามาให้ห้องทานอาหาร จมูกของทุกคนก็หันไปตามกลิ่นหอมทันที เสียงกลืนน้ำลายที่จับไม่ได้มาว่าจากใครดังขึ้น ส่วนเสียงท้องที่ร้องออกมากลางโต๊ะอาหารคือเสียงจากท้องน้อยๆ ของเขาเองจนต้องซบหน้าแดงๆ ของตัวเองลงกับแขนของท่านพ่อด้วยความอับอาย แต่ไม่นานก็รีบเด้งตัวขึ้นเมื่อถูกความหอมของอาหารและความน่าทานของอาหารล่อลวง
กลิ่นหอมของอาหารแต่ละจานไม่ได้ตีกันจนชวนให้เวียนหัว แต่กับช่วยผลักดันให้ความอยากอาหารของทุกคนในห้องมากขึ้น จนทนไม่ไหวและต้องรีบหยิบตะเกียบขึ้นมาทันที
เหล่าเ้านายต่างเพลิดเพลินกับอาหารเลิศรส ส่วนนางกำนัลและขันทีที่รอรับใช้อยู่ด้านข้าง ได้แต่อดทนอดกลั้นผ่าน่เวลาที่แสนทรมานมากที่สุดในชีวิตของพวกเขาให้ผ่านพ้นไปเร็วๆ เสียที
เพียงคำแรกที่อาหารเข้าปาก ทุกคนต่างตาโตอย่างไม่สามารถเก็บอาการได้อยู่ นี่เป็อาหารอร่อยครั้งแรกที่เขาได้ลิ้มลองั้แ่เกิดมา นี่คือสิ่งที่เหล่าองค์ชายทั้งสี่คิด
ส่วนสำหรับฮ่องเต้ที่เคยได้กินโจ๊กเมล็ดบัวที่ตำหนักของเสียนเฟยเมื่อวันก่อน เขาคิดว่าอาหารตรงหน้านี้อร่อยกว่าโจ๊กเมล็ดบัวมาก แต่ไม่มีความรู้สึกที่เต็มไปด้วยพลังงานเหมือนยามที่ได้กลืนโจ๊กเมล็ดบัวมื้อนั้นลงท้อง
แต่ยังไงของอร่อยก็คือสิ่งที่เขาพ่ายแพ้อยู่ดีแม้ว่าจะเป็ถึงฮ่องเต้ผู้ปกครองผู้คนนับแสนก็ตาม
ความเร็วในการคีบอาหารของเขานั้นไม่แพ้กับบุตรชายทั้งสี่ แต่เขาต้องช่วยคีบอาหารลงบนชามข้าวของบุตรคนเล็กด้วยเพราะมือไม้ไม่รวดเร็วเช่นคนอื่น อีกทั้งปากเล็กๆ นั่นเคี้ยวอาหารได้ทีละน้อยเท่านั้น
ส่วนบุตรคนอื่นของเขาราวกับคีบเข้าปากสามครั้งแล้วก็กลืนลงไปเลยในหนึ่งคำ
ช่างมูมมามไม่เหลือภาพลักษณ์ขององค์ชายเลยสักนิด
ว่าแต่ทำไมวันนี้อาหารในตำหนักเขาถึงได้อร่อยถึงเพียงนี้กัน
ดวงตาัจ้องมองอาหารตรงหน้าพลางคิดอย่างสงสัย
อาหารทุกมื้อของเขาไม่ว่าจะทานที่ตำหนักหรือทานที่ห้องอักษรล้วนส่งตรงมาจากห้องเครื่องตำหนักของเขาโดยใช้พ่อครัวชุดเดียวกันหมด ก่อนหน้านี้ ที่เขาพาบุตรทั้งห้าไปยังห้องเครื่องก็ยังเห็นว่าเป็พ่อครัวที่เขารับมาคนเดิม
แล้วอะไรคือสิ่งที่แตกต่างระหว่างมื้ออาหารที่ผ่านมากับวันนี้
"เสด็จพ่อ ลูกขอยืมตัวพ่อครัวที่ทำอาหารมื้อนี้ไปที่ตำหนักลูกบ้างได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ ไม่อย่างนั้นก็โปรดประทานอนุญาตให้ลูกได้มาทานอาหารที่ตำหนักของเสด็จพ่อทุกวัน อาหารมื้อนี้อร่อยจนลูกเติมข้าวเป็ชามที่สาม แม้ว่าท้องจะอิ่มมากแล้ว แต่ลูกยังไม่หายอยากเลย"
องค์ชายสี่ลูบท้องของตัวเองที่พองออกเล็กน้อยเนื่องจากติดกล้าม ชามข้าวของเขาไม่เหลือเมล็ดข้าวแม้แต่เม็ดเดียว จานกับข้าวตรงหน้าเกลี้ยงมากราวกับเป็จานใหม่และไม่เคยมีกับข้าววางมาก่อน
"อย่างที่น้องสี่พูดเลยพ่ะย่ะค่ะ ลูกอยากให้พ่อครัววันนี้ไปสอนพ่อครัวที่ตำหนักของเสด็จแม่บ้าง เสด็จแม่จะได้มีความอยากอาหารมากขึ้นหน่อย"
องค์ชายใหญ่เห็นด้วยกับคำพูดของน้องชายของเขา
"ลูกก็ด้วยพ่ะย่ะค่ะ" องค์ชายรอง
"ลูกก็ด้วยพ่ะย่ะค่ะ" องค์ชายสาม
จวินหลิงหยางชุน: "!" นี่เขาสร้างเื่อีกแล้วเหรอ...
'ดูเหมือนจะเกิดเื่อีกแล้ว ทำยังไงดีล่ะระบบ' เขาขอความช่วยเหลืออย่างร้อนรน
[ระบบแนะนำว่านายท่านควรทำเป็ไม่รู้เื่ดีที่สุดพ่ะย่ะค่ะ เพราะครั้งนี้เราเปลี่ยนวัตถุดิบระดับหนึ่งที่เก็บไว้ในห้องเครื่องทั้งหมด แม้ว่าพ่อครัวจะทำอาหารอื่นๆ ที่ใช้วัตถุดิบเหล่านี้ อาหารก็จะมีรสชาติอร่อยเช่นเดียวกันตามแต่ปริมาณที่หยิบใช้จนกว่าวัตถุดิบที่เปลี่ยนไว้จะหมดขอรับ]
ระบบอธิบายให้ฟังอย่างใจเย็น
องค์ชายห้าที่ได้ยินระบบบอกแบบนั้นก็ลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
เขาทำเป็ไม่ได้ยินในสิ่งที่บิดากับพี่ชายกำลังพูดกัน มือเล็กคีบข้าวที่ยังเหลืออยู่ในชามของเขาเพราะเสด็จพ่อต่อสู้แย่งชิงกับพี่ชายมาให้ ปากเล็กเคี้ยวข้าวจนแก้มพอง สายตาก็จดจ้องอยู่แค่อาหาร เพราะกลัวว่าถ้าสบตาใครเข้าจะแสดงพิรุธออกมาจนดูน่าสงสัย
"เว่ยกงกง ตอบคำถามเจิ้น" ฮ่องเต้เอ่ยเรียกขันทีประจำตัวของตัวเองเสียงเรียบ
"นู๋ไฉอยู่นี่แล้วพ่ะย่ะค่ะ" กงกงชราประสานมือแล้วคุกเข่าลงด้านข้างนายเหนือหัว
"เ้ารู้หรือไม่ว่ามีอะไรแตกต่างออกไปในห้องครัว ทำไมอาหารมื้อนี้ถึงได้อร่อยขึ้นมากราวกับได้พ่อครัวเทวดามาทำ"
"เอ่อ นู๋ไฉตรวจสอบทุกอย่างแล้วพ่ะย่ะค่ะ ทั้งวัตถุดิบและพ่อครัวไม่มีอะไรเปลี่ยนไปจากเดิมเลยพ่ะย่ะค่ะ"
เว่ยกงกงลอบปาดเหงื่อในใจที่เขาไม่สามารถหาคำตอบมาตอบฝ่าาได้เช่นกัน เขารับหน้าที่ตรวจสอบอาหารของฝ่าาทุกมื้อ สามารถรับรู้ได้ถึงความแตกต่างั้แ่กลิ่นของอาหารที่พ่อครัวปรุงเสร็จเรียบร้อยในจานแรกด้วยซ้ำ
ไม่ใช่เพียงเขาและคนติดตามที่แปลกใจและตกตะลึง เพราะเหล่าพ่อครัวและบ่าวรับใช้ในห้องเครื่องก็เช่นเดียวกัน พวกเขาตรวจสอบวัตถุดิบทุกชนิดใหม่ทั้งหมด ก็พบว่าวัตถุดิบทั้งหมดมีรสชาติไม่แตกต่างจากที่ได้ตรวจสอบในมื้อกลางวัน แต่เมื่อนำไปประกอบอาหารกลับมีรสชาติอร่อยเสียจนเขาอยากจะกลืนลิ้นตัวเอง
ตอนนี้พวกเขาได้แต่จนใจที่จะหาคำตอบมาถวายฮ่องเต้ได้จริงๆ ถึงรสชาติของอาหารที่เปลี่ยนไป
'นายเป็คนจัดการเหรอระบบ'
จวินหลิงหยางชุนเกือบหัวใจวายเมื่อได้ยินว่ากงกงได้ตรวจสอบวัตถุดิบพวกนั้น
[ใช่ขอรับนายท่าน ระบบได้อำพรางรสชาติของวัตถุดิบระดับหนึ่งเป็วัตถุดิบระดับต่ำเอาไว้ ดังนั้นพวกเขาจะไม่พบความแตกต่างของวัตถุดิบเ่าั้]
'นายเจ๋งมากระบบ ฉันไม่ทันได้คิดเื่นี้เอาไว้เลย'
เขาเอ่ยกับระบบด้วยน้ำเสียงชื่นชม พร้อมยกนิ้วโป้งให้อีกฝ่ายในใจ
[อะแฮ่ม นี่เป็เื่เล็กน้อยเท่านั้นขอรับ]
ระบบยืดออกที่ไม่มีอยู่จริงของตัวเองเมื่อได้รับคำชม
'ฉันโชคดีมากที่์ให้นายมาดูแลฉัน ไม่อย่างนั้นฉันคงแย่แน่ๆ'
หากระบบสามารถมีใบหน้าได้ เวลานี้แก้มของมันคงแดงก่ำเนื่องจากดีใจที่ถูกชื่นชมจากนายท่านของตัวเอง
"งั้นไปบอกพ่อครัวว่าเจิ้นสั่งให้ทำอาหารทั้งหมดนี่มาอีกชุดหนึ่ง" ฮ่องเต้กล่าวกับเว่ยกงกง
"นู๋ไฉรับคำสั่งพ่ะย่ะค่ะฝ่าา" เว่ยกงกงโค้งคำนับฝ่าา ก่อนจะถอยตัวออกไปเพื่อไปสั่งงานพ่อครัวด้วยตัวเองและกำกับทุกขั้นตอนอีกครั้ง
บรรยากาศในห้องตกอยู่ในความเงียบ เหล่าองค์ชายทั้งสี่ที่ได้ฟังบิดากับขันทีเฒ่าโต้ตอบกัน พวกเขาก็รู้สึกตัวทันทีว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นของอาหารแสนอร่อยมื้อนี้
องค์ชายต่างมองหน้ากันไปมา ลิ้นของเขายังคงััได้ถึงความอร่อยที่ตกค้างอยู่
จวินหลิงจางเสวียนก้มลงถามบุตรชายคนเล็กว่ามีอาการผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกายหรือไม่ด้วยความกังวล
"เสี่ยวชุน เ้ามีอาการปวดท้องหรือปวดหัวหรือไม่"
"นอกจากอิ่มมาก ลูกก็ไม่รู้สึกไม่สบายตรงไหนเลยพ่ะย่ะค่ะ" ร่างเล็กตอบบิดาตาใส ดวงตากลมโตมองราวกับไม่เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
"เห็นลูกทานได้เยอะแบบนี้ก็ดีแล้ว" ฝ่ามือใหญ่ลูบผมของบุตรชายคนเล็กอย่างเอ็นดู ก่อนจะหันไปสั่งความกับนางกำนัลในห้อง
"ให้คนไปตามหมอหลวงมาให้เจิ้นอย่างเร่งด่วน แล้วก็นำยาหลังอาหารขององค์ชายห้ามาด้วย"
Talk : ของอร่อยสร้างเื่ได้ตลอด