ตำนานเรื่องเล่าแห่งยูยาน

    พบเจอโดยบังเอิญ




         "กาเล็ท..เป็นยังไงบ้างลูก?" นีน่าเอ่ยถามขึ้นทันทีเมื่อพบว่ากาเล็ทกลับมาจากการออกไปทดสอบแล้ว
         "ข้าซะอย่างจะมีอะไรผิดพลาดได้ล่ะครับท่านแม่..ข้าบอกท่านแล้วว่าแค่การทดสอบง่ายๆ ข้าผ่านฉลุยอยู่แล้ว" กาเล็ทเอ่ย
         "อย่างนั้นก็ดี...แม่ก็นึกเป็นห่วงกาเล็ทอยู่ตลอดทั้งวัน..เออว่าแต่แม่กับท่านพ่อบ้านไปตรวจดูความเรียบร้อยของบ้านใหม่เรามาแล้วนะกาเล็ท" นีน่าเอ่ย
         "เรียบร้อยดีรึเปล่าครับท่านแม่?" กาเล็ทเอ่ยถาม
         "หลังจากทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วก็นับว่าดูดีขึ้นกว่าเดิมมาก...ส่วนของห้องครัวก็ถือว่ากว้างขวางสะดวกกับการใช้สอย  ในส่วนพื้นที่ซึ่งเป็นสวน..หลังจากเก็บกวาดเศษซากปรักหักพังออกไปก็ดูโล่งเตียนสบายตาขึ้นกว่าก่อน" นีน่าเอ่ยอย่างรู้สึกมีความสุข
         "เห็นท่านแม่ชอบบ้านใหม่อย่างนี้ข้าก็รู้สึกยินดี..ว่าแต่พวกเราสมควรที่จะย้ายเข้าไปอยู่ยังบ้านใหม่เลยหรือเปล่าครับท่านแม่?"  กาเล็ทเอ่ยถาม
         "ยังก่อนดีกว่าลูก แม่คิดว่าข้าวของเครื่องใช้ต่างๆภายในบ้านยังไม่พร้อมสักเท่าไหร่เลยคิดว่าพรุ่งนี้แม่กับท่านพ่อบ้านจะไปหาซื้อสิ่งของเครื่องใช้ภายในตัวเมืองเพิ่มก่อน" นีน่าเอ่ยบอกถึงแผนการของตนกับกาเล็ท
         "อืม...ข้าเองก็ว่างอยู่ ถ้าอย่างนั้นข้าจะไปกับท่านแม่ด้วย" กาเล็ทเอ่ย
        
         ในยามค่ำคืนที่แสงดาวระยิบระยับทอประกาย กาเล็ทออกมายืนมองท้องฟ้ายังระเบียงของโรงแรม "แชลเทีย?" หลังจากพบเจอกับแชลเทียโดยบังเอิญเมื่อสองเดือนก่อน..ภาพความทรงจำของเด็กหญิงตัวน้อยในห้วงความคิดของกาเล็ทก็แจ่มชัดขึ้นทุกวันคืน เด็กหญิงที่มักจะมาเป็นเพื่อนเล่นกับตนโดยไม่สนว่าตอนนั้นตนจะถูกตราหน้าดูถูกว่าอย่างไรแต่แล้ววันหนึ่งนางกลับหายไปจากชีวิตของตนเองไป..เนื่องเพราะจำต้องย้ายจากเมืองรีเวลมายังเมืองหลวงตามครอบครัว "เราควรที่จะวางตัวยังไง?" กาเล็ทหลับตาคิดพร้อมกับที่ตั้งคำถามกับตัวเองจากนั้นจึงถอนหายใจออกมา

         เช้าวันรุ่งขึ้นกาเล็ทและนีน่าพร้อมทั้งโจเซพก็ออกไปหาซื้อของจำเป็นสำหรับบ้านหลังใหม่
         "ท่านแม่วันนี้ยังไงก็ออกมาแล้ว..ข้าคิดว่าพวกเราก็ถือเอาโอกาสนี้หาบ่าวไพร่หญิงมาคอยช่วยท่านแม่เกี่ยวกับเรื่องงานบ้านไว้ด้วยเลยดีหรือเปล่า?" กาเล็ทเอ่ยขึ้น
         "แล้วแต่กาเล็ทเถอะลูก" นีน่าตอบ
         "ท่านลุงเรื่องหาบ่าวไพร่ รบกวนท่านเป็นธุระช่วยจัดการได้หรือเปล่า? ส่วนการตกลงเรื่องราคาค่าแรง..จะให้สูงกว่าราคาค่าแรงมาตราฐานก็คงไม่ใช่ปัญหา" กาเล็ทหันไปฝากฝังกับโจเซพ
         "ได้ขอรับนายน้อย" โจเซพเอ่ยตอบจากนั้นจึงแยกตัวออกไปเพื่อเดินทางไปจัดการธุระตามที่กาเล็ทฝากฝัง

         ในช่วงระยะเวลาตลอดทั้งช่วงเช้า..กาเล็ทนั้นได้ทำหน้าที่เดินตามนีน่าซึ่งเดินเตร่เลือกซื้อสิ่งของเครื่องใช้ภายในตัวเมืองอย่างไม่อิดออด ทว่าเมื่อเดินผ่านโซนร้านค้าอาวุธ กาเล็ทก็สะดุดตาเข้ากับร้านค้าอาวุธแห่งหนึ่งเข้า   "ร้านขายอาวุธพิเศษ?..ถึงแม้จะเคยอ่านผ่านตามาบ้างแต่ยังไงการได้เห็นเองกับตาก็คงดีกว่า" กาเล็ทคิด 
         "ท่านแม่ ท่านเดินดูของแถวนี้สักพักก่อนได้เปล่า..ข้าอยากจะขอตัวไปดูยังร้านอาวุธตรงนั้นสักหน่อย" กาเล็ทเอ่ย      "กาเล็ทไปเถอะลูก เดี๋ยวแม่เดินดูแถวนี้อีกสักหน่อยแล้วจะวนกลับมาหากาเล็ทก็แล้วกันนะลูก" นีน่าเอ่ยบอก
         "ได้ครับท่านแม่" กาเล็ทตอบ

         เสียงกระดิ่งที่แนบติดอยู่กับประตูดังขึ้นทันทีเมื่อกาเล็ทผลักเปิดประตูเข้าไปภายในร้านอาวุธนั้น 
         ผ่านไปครู่ใหญ่ก็มีคนเดินออกมาจากด้านหลังของร้าน "มีสิ่งใดให้ข้ารับใช้หรือขอรับนายท่าน" ชายวัยกลางคนร่างท้วมเอ่ยกับกาเล็ท หาสังเกตุให้ดีจะพบว่าที่มือข้างหนึ่งของชายผู้นี้นั้นยังคงถือค้อนเหล็กเอาไว้
         "ข้าเดินผ่านมาแถวนี้แล้วเกิดความรู้สึกว่าร้านของท่านมองดูสะดุดตากว่าร้านอาวุธอื่นในแถบนี้ก็เลยลองแวะเข้ามาดู" กาเล็ทเอ่ยขึ้น
         "ฮ่า ฮ่า นายท่านช่างตาถึงนัก...หากข้อคิดไม่ผิด นายท่านคงพึ่งจะเดินทางมาถึงเมืองหลวงได้ไม่นานใช่หรือไม่ขอรับ?" ชายร่างท้วมส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างรู้สึกชอบใจจากนั้นจึงเอ่ยถามกาเล็ทในช่วงท้าย
         "ท่านทราบได้อย่างไร?" กาเล็ทเอ่ยถึงสาเหตุที่ชายร่างท้วมรู้ว่าตนเองพึ่งจะเดินทางมายังเมืองหลวงได้ไม่นาน
         "หากบอกออกไปก็เกรงว่านายท่านจะคิดว่าข้าอวดโอ่เกินจริง..แต่ที่จริงแล้วภายในเมืองแบรี่แห่งนี้นั้นถ้าจะมองหาคนซึ่งไม่รู้จักร้านอาวุธของข้าแล้วถือว่ามีอย่างจำกัดนัก" ชายร่างท้วมเอ่ย
         "อืม" กาเล็ทส่งเสียงตอบออกมาในเชิงว่าเข้าใจถึงเหตุผลแล้วจากนั้นจึงกวาดตามองสำรวจดูอุปกรณ์ต่างๆภายในร้าน 
         ทันทีที่สายตาของกาเล็ทกวาดมองไปถึงยังตู้แสดงสินค้าซึ่งตั้งเด่นอยู่ส่วนหลังของร้าน สายตาของกาเล็ทก็สะดุดหยุดลง
         "นั่นเป็นอุปการณ์ชิ้นเอกฝีมือของข้าเองขอรับ เครื่องประดับซึ่งมีอัตลักษณ์พิเศษเช่นนี้กว่าที่ข้าจะหลอมสร้างสำเร็จขึ้นมาสักชิ้นนั้นถือว่าลำบากกินแรงนัก" ชายร่างท้วมเอ่ยจากนั้นจึงเอ่ยอธิบายต่อ "สิ่งนี้คือแหวนมิตซึ่งการจะหลอมสร้างขึ้นมาได้สักวงนั้นข้าต้องใช้เวลากว่าครึ่งชีวิตในการศึกษาเรียนรู้...นี่ถือได้ว่าเป็นศาสตราพิเศษซึ่งมีความสลับซับซ้อนกว่าศาสตราใดเลยนะขอรับ ไม่เพียงแต่การสลักอักขระที่ซับซ้อนเท่านั้นการทำงานของมันเองก็ถือได้ว่ามีความสลับซับซ้อนเช่นกัน" ชายร่างท้วมเอ่ยอธิบายถึงผลงานชิ้นเอกของตน
         กาเล็ทได้ยินอย่างนั้นก็เลิกคิ้วขึ้นสูงอย่างรู้สึกสนใจ "รบกวนท่านอธิบายต่อ"
         "แหวนเหล่านี้มีความพิเศษจำเพาะจากอักษระซึ่งใช้ศาสตร์พิเศษสลักลงไป...มันไม่เพียงแต่เป็นเครื่องประดับซึ่งจะทำให้ผู้สวมใส่ดูดีมีระดับเท่านั้น หากแต่ยังคงสามารถใช้กักเก็บสิ่งของไว้ภายใน" ชายร่างท้วมเอ่ย
         "เป็นอย่างที่คิด" กาเล็ทนึกคิดกับตัวเองในใจ
         "ไม่ทราบว่าแหวนแต่ละวงแตกต่างกันอย่างไร?" กาเล็ทเอ่ยถามอย่างรู้สึกสนใจ
         "ความแตกต่างของแหวนแต่ละวงก็คือขนาดของช่องมิติในการจัดเก็บสิ่งของ...ยิ่งสามารถจัดเก็บได้มากราคาก็จะยิ่งสูงขึ้นเป็นเงาตามตัวเพราะการจะสลักอักขระพิเศษลงไปนั้นมีความยุ่งยากซับซ้อนขอรับ ...และสำหรับการใช้งานข้าคิดว่าคงไม่ใช่ปัญหาสำหรับนายท่าน...ข้าเองถึงแม้จะไม่ใช่ผู้ฝึกพลังที่มีความสามารถสูงแต่ก็สัมผัสได้ว่านายท่านเองก็เป็นผู้ฝึกฝนพลังเช่นกัน" ชายร่างท้วมเอ่ย
         กาเล็ทยิ้ม "ข้าเองก็พอได้มีโอกาสเรียนรู้มาบ้าง..ว่าแต่แหวนแต่ละวงนั้นมีราคาค่างวดเท่าไร? "
              "หนึ่งร้อยเหรียญทองสำหรับวแหวนวงนี้ขอรับ  หนึ่งร้อยห้าสิบเหรียญทองสำหรับวงนี้ส่วนนี่คือผลงานชิ้นเอกที่ข้าต้องทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจตลอดระยะเวลาหลายปีกว่าจะสลักอักขระได้สำเร็จ...ราคาของมันอยู่สองร้อยห้าสิบเหรียญทองขอรับ" ชายร่างท้วมเอ่ย
         ได้ยินอย่างนั้นกาเล็ทก็เกิดความรู้สึกสงสัยใจขึ้นว่าแหวนมิติพวกนี้จะสามารถจัดเก็บสิ่งของได้มากน้อยขนาดไหนขึ้น
         เห็นถึงท่าทางของกาเล็ทชายร่างท้วมก็เหมือนว่าจะเข้าใจถึงสิ่งที่กาเล็ทกำลังนึกคิดสงสัย "อืม..." ลุงเจ้าของร้านทำท่าครุ่นคิดอย่างยากลำบากว่าจะอธิบายยังไงดี
         "อย่างนั้นให้ข้าลองทดสอบดูได้หรือเปล่า? ถ้าเกิดว่าแหวนเหล่านี้มีคุณสมบัติอย่างที่ท่านกล่าวอ้างมาจริง ข้อก็ยินดีที่จะตกลงซื้อ" กาเล็ทเอ่ย
         "การใช้แหวนมิติเหล่านี้นั้นนับว่ามีความสลับซับซ้อนอยู่พอสมควร ข้าเกรงว่า..ในเวลาอันสั้นนายท่านคงยากจะทำการทดสอบได้" ชายร่างท้วมเอ่ย
          "หากท่านยินยอมให้ข้าทดลองดู..โอกาสในการตัดสินใจซื้อของข้าจะเพิ่มมากขึ้น" กาเล็ทเอ่ย
          "ตกลง" ชายร้านท้วมเดินเข้าไปหยิบแวนวงแรกซึ่งมีราคาอยู่ที่หนึ่งร้อยเหรียญทองมาส่งยื่นให้กับกาเล็ท
         กาเล็ทรับแหวนนั้นมา...จากนั้นจึงถ่ายเทพลังของตนเข้าสู่แหวนนั้นทำให้กาเล็ทพบว่าภายในแหวนนั้นเหมือนจะมีเขตมิติพิเศษซึ่งยากจะอธิบายเป็นคำพูดได้ปรากฎขึ้น...วัดดูคร่าวๆแล้วเขตมิติภายในแหวนคงมีพื้นที่ประมาณสี่ ตารางเมตร "การที่จะใช้แหวนมิตินี้นั้นนับว่ามีความสลับซับซ้อนอยู่จริงๆ...สำหรับพื้นที่ซึ่งสามารถจัดเก็บข้าวของได้ถึงขนาดนี้ หนึ่งร้อยเหรียญทองถือว่าไม่ได้แพงเกินไปจริงๆ" กาเล็ทคิด 
         "ตกลงข้าซื้อ" กาเล็ทเอ่ยพร้อมกับที่หยิบถุงใส่เงินออกมาและยื่นส่งให้กับเจ้าของร้าน "ลองนับดูว่าครบจำนวนหรือไม่"
         ได้ยินคำพูดของกาเล็ทซึ่งตกลงซื้ออย่างนี้ เจ้าของร้านก็ถึงกับแสดงอาการตกใจออกมาให้ได้เห็นเพราะมันไม่คาดคิดว่าวันนี้มันจะสามารถขายแหวนซึ่งเป็นผลงานพิเศษได้....ต้องถามว่าแหวนมิตินั้นคืออะไร? ไม่ต้องพูดถึงราคาซึ่งแพงลิบของแหวนจำพวกนี้ ต่อให้มีเงินทองเพียงพอที่จะซื้อตามราคาซึ่งสูงลิบนั้นได้ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถใช้งานได้  เมื่อไม่สามารถที่จะใช้งานได้ก็ยากที่จะรู้ถึงคุณค่าของมัน เพราะสาเหตุนี้เองเลยทำให้ใช่ช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมามันไม่สามารถที่จะขายแหวนประเภทนี้ได้แม้สักวงเดียว
         หลังจากรับถุงที่กาเล็ทส่งมาให้และเปิดนับดูแล้วเจ้าของร้านก็รีบเอ่ยบอก "ครบตามจำนวนขอรับนายท่าน"
         "หากมีโอกาสข้าจะแวะมาเยี่ยมชมร้านของท่านลุงใหม่ก็แล้วกัน..พอดีว่าวันนี้ข้าต้องรีบไปก่อน...บอกตามตรงว่าได้สนทนากับท่านทำให้ข้าได้เปิดหูเปิดตานัก" เอ่ยกล่าวจบกาเล็ทก็หันหลังเปิดประตูออกไป


         "โจดาน ข้าบอกเจ้าไปตั้งกี่ครั้งแล้วว่าข้าไม่ได้สนใจเจ้า เรื่องของพวกเรามันไม่มีทางที่จะเป็นไปได้" เสียงหวานซึ่งฟังดูคุ้นหูดังแว่วเข้ามาที่ข้างหูของกาเล็ททันทีที่เปิดประตูออกมาจากร้านค้าอาวุธชื่อดังประจำเมือง

         "อ๊ะ กาเล็ท" แชลเทียซึ่งสังเกตุเห็นกาเล็ทส่งเสียงร้องอุทานออกมาอย่างรู้สึกแปลกประหลาดใจจากนั้นรอยยิ้ม

         รีไรท์ 2020