บทที่ 33 การพิชิตด่านอย่างสมบูรณ์
"นี่... นี่มันอะไรกัน?!"
มีคนถามเสียงตะกุกตะกัก แต่ไม่มีใครตอบคำถามนี้ ทุกคนต่างตกตะลึงกับภาพเหตุการณ์ตรงหน้า อ้าปากค้างยืนอึ้งอยู่กับที่ มีเพียงไม่กี่คนที่หัวไวพอเท่านั้น ที่นึกถึงบางสิ่งอันน่าใได้ในทันที สีหน้าของพวกเขาเปลี่ยนไปอย่างประหลาด
ถานเจ๋อหยวนและต่งไห่หยางตาเบิกกว้างอ้าปากค้าง สายตาเหม่อมองไปที่ิญญาับนท้องฟ้า นักศึกษาอาจจะไม่รู้ แต่พวกเขาที่เป็อาจารย์กลับรู้เื่นี้อย่างดี
ิญญาัปรากฏตัว เสียงคำรามดังก้องฟ้า!
นี่เป็สัญญาณชัดเจน ว่ามีการพิชิตหอกระดูกัครบทุกชั้นอย่างสมบูรณ์! นั่นหมายความว่าเฉินชวนได้เอาชนะสัตว์อสูรระดับ 3 ในชั้นที่เก้า และสำเร็จในการพิชิตหอกระดูกัทั้งหมด!
แม้จะเป็คนที่มีประสบการณ์กว้างขวาง ผ่านโลกมามากอย่างถานเจ๋อหยวนและต่งไห่หยาง แต่ตอนนี้พวกเขาก็ยังรู้สึกตกตะลึงและมีสีหน้างุนงง ขณะเดียวกัน เหล่านักศึกษาก็ค่อย ๆ ได้สติกลับมา
"นี่... นี่ไม่ใช่สัญญาณการผ่านด่านชั้นที่เก้าหรือ?"
"น่าจะใช่ แม้แต่ิญญาัยังปรากฏตัว ภาพอันยิ่งใหญ่แบบนี้น่าจะมีได้เฉพาะเมื่อพิชิตหอกระดูกัได้สำเร็จเท่านั้นนี่!"
"ไม่ใช่ว่าสัตว์อสูรที่เฝ้าด่านชั้นที่เก้าเป็ระดับ 3 หรอกเหรอ? เฉินชวนชนะแล้วเหรอ?"
"...แล้วจะมีคำอธิบายอื่นอีกเหรอ?"
ทุกคนมองหน้ากันไปมา ความตกตะลึงอย่างรุนแรงแพร่กระจายไปในฝูงชนอย่างรวดเร็วเหมือนพายุเฮอริเคน ความจริงแล้ว ณ จุดนี้ ทุกคนล้วนรู้ดีอยู่แก่ใจ
นอกจากการพิชิตหอกระดูกัได้อย่างสมบูรณ์แล้ว ไม่มีเหตุผลอื่นใดที่จะอธิบายปรากฏการณ์ประหลาดตรงหน้าได้!
เพียงแต่ความจริงข้อนี้มันน่าใเกินไป ถึงขนาดที่พวกเขาไม่อาจยอมรับมันได้ในทันทีเพราะสุดท้ายแล้ว นั่นคือสัตว์อสูรระดับ 3! การเอาชนะสิ่งมีชีวิตระดับ 3 ด้วยร่างกายระดับ 2 มันช่างเป็เื่ที่แทบจะจินตนาการไม่ถึงเลย!
พลังความสามารถของเฉินชวนมันถึงระดับไหนกันแน่? แม้แต่เสี่ยวลี่เฉิงและเฉิงซื่ออวี่ ต่างก็ยืนงงอยู่กับที่ สีหน้าเต็มไปด้วยความมึนงง จากตอนแรกที่รู้สึกใ ประหลาดใจ จนกลายเป็ความชื่นชม และรู้สึกเทียบไม่ติด
ทุกครั้งที่เฉินชวนทะลวงผ่านแต่ละชั้น ความรู้ความเข้าใจของพวกเขาเกี่ยวกับเฉินชวนก็ถูกรีเฟรชใหม่อย่างต่อเนื่อง
จนถึงขณะนี้ เมื่อมองดูิญญาัสีทองที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ทั้งสองคนต่างรู้สึกได้โดยไม่ได้นัดหมาย ว่าความรู้ความเข้าใจของพวกเขาได้ถูกรีเฟรชใหม่อย่างสิ้นเชิง
ในฝูงชน เลี่ยวเฉวียนตาเบิกกว้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกเหมือนเห็นผี
นักรบระดับ 2 เอาชนะสิ่งมีชีวิตระดับ 3 ได้?
เฉินชวนคนนี้เป็ปีศาจหรือไง?
เมื่อนึกถึงคำดูแคลนที่เคยคิดไว้ก่อนหน้า เลี่ยวเฉวียนก็รู้สึกใจฝ่อขึ้นมาทันที ยังดีที่ตัวเองแค่คิดในใจ ไม่ได้เยาะเย้ยเฉินชวนต่อหน้า ไม่อย่างนั้นตอนนี้คงอายแย่
แต่พอนึกถึงว่าเฉินชวนผ่านหอกระดูกัได้ทั้งหมด ในขณะที่ตัวเองยังผ่านชั้นที่หกไม่ได้ เขาก็พลันรู้สึกท้อแท้และหดหู่ทันที
โอ้!
หลังจากบินวนอยู่บนท้องฟ้าครู่หนึ่ง ัิญญาก็ค่อย ๆ สลายหายไป
แสงสีทองที่ห่อหุ้มหอกระดูกัก็ค่อย ๆ หรี่ลงไม่น้อย เกิดแสงวาบหนึ่งแล่นผ่าน แล้วร่างของเฉินชวนก็ปรากฏขึ้นที่ประตูใหญ่
ในชั่วพริบตา สายตาของทุกคนจ้องมองไปที่เฉินชวนพร้อมกันใ ชื่นชม เลื่อมใส อิจฉา ประหลาดใจ... มีสายตาหลากหลายแบบไม่เหมือนกัน ในขณะนี้ เฉินชวนกลายเป็ศูนย์กลางความสนใจอย่างไม่ต้องสงสัย
เมื่อเผชิญกับสายตาหลากหลายรอบข้าง เฉินชวนแสดงอาการสงบนิ่งมาก เมื่อตัดสินใจที่จะคว้าอันดับหนึ่งเพื่อทำความสำเร็จ ‘จ้าวแห่งความเป็เลิศ’ เขาก็เตรียมใจไว้แล้วสำหรับสถานการณ์ตรงหน้านี้
เมื่อความสามารถค่อย ๆ เพิ่มขึ้น เขาย่อมได้รับความสนใจจากคนมากมายในไม่ช้า
แทนที่จะปกปิดซ่อนเร้นจนทำให้คนอื่นสงสัย ก็สู้ถือโอกาสการทดสอบครั้งนี้ แสดงตัวอย่างเปิดเผยในฐานะอัจฉริยะไปเลยดีกว่า เช่นนี้แล้ว ต่อให้พลังเพิ่มขึ้นรวดเร็วในภายหลังก็จะไม่ถูกตั้งคำถามมากนัก ส่วนเื่จะถูกคนเพ่งเล็งเพราะโดดเด่นเกินไปนั้น เฉินชวนมองว่าเป็ความกังวลเกินเหตุ
ในยุคที่วรยุทธ์รุ่งเรือง อัจฉริยะมีมากมายเหมือนกุ้ยข้ามแม่น้ำ ในมหาวิทยาลัยไห่อัน พร์ที่เขาแสดงออกในตอนนี้อาจทำให้คนรู้สึกทึ่ง แต่ถ้าเทียบกับทั้งเมืองไป๋จิง หรือทั้งสหพันธ์ ก็ยังไม่อาจพูดได้ว่าโดดเด่นที่สุดในรุ่นราวเดียวกัน
แน่นอนว่า ด้วยระบบวินัยที่มีอยู่ เฉินชวนมั่นใจว่าสักวันหนึ่งเขาต้องไปถึงจุดนั้นแน่นอน
และเมื่อถึงเวลานั้น ตัวเขาเองก็จะมีพลังมากพอที่จะปกป้องตัวเองได้แล้ว!
ไม่จำเป็ต้องหวั่นเกรงใครอีก! ด้วยความคิดเช่นนี้ เฉินชวนจึงแสดงออกอย่างสงบนิ่งในตอนนี้
เขาไม่ได้ดีใจจนเกินเหตุหรือหรือแสดงท่าทีลำพองใจ เพียงเพราะผ่านหอกระดูกัได้
แต่คนอื่นไม่รู้ความคิดของเขา ท่าทีแบบนี้ของเฉินชวนที่ตกอยู่ในสายตาของทุกคน กลายเป็การแสดงออกถึงความสุขุม ไม่หวั่นไหวต่อการชื่นชมหรือดูิ่
"ทั้งพลังและพร์โดดเด่นเป็พิเศษ จิตใจยังมั่นคงหนักแน่น อนาคตของเฉินชวนจะต้องยอดเยี่ยมอย่างไม่ธรรมดาแน่นอน!"
ถานเจ๋อหยวนชื่นชมในใจเงียบ ๆ รู้สึกประทับใจเฉินชวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ต่งไห่หยางเองก็มองไปที่เฉินชวนด้วยสายตาเต็มไปด้วยความชื่นชมเช่นกัน เมื่อแม้แต่อาจารย์ทั้งสองยังเป็เช่นนั้น ไม่ต้องพูดถึงนักศึกษาก็ได้
นอกจากคนจำนวนน้อยที่อิจฉาแล้ว นักศึกษาส่วนใหญ่ต่างยอมรับในความสามารถของเฉินชวน และเต็มไปด้วยความนับถือ นักศึกษาหญิงบางคนถึงกับจ้องมองเฉินชวนไม่กะพริบตา ดวงตาเป็ประกายระยิบระยับ
ดูท่าทางแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะตอนนี้ยังอยู่ใน่การทดสอบ พวกเธอคงวิ่งเข้าไปทักทายแล้ว
แม้แต่เฉิงซื่ออวี่ก็ยังมีประกายแปลก ๆ ในดวงตา เมื่อเฉินชวนเดินกลับมาที่กลุ่มคน อวี๋ซิ่งเฟิงก็วิ่งเข้ามาหาด้วยใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
"พี่ชวน พี่เป็ไอดอลของผมเลยครับ!"
"สามารถผ่านหอกระดูกัได้ทั้งหมด มันเจ๋งสุด ๆ เลย!"
อวี๋ซิ่งเฟิงมองเฉินชวนด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความเลื่อมใส ก่อนการทดสอบจะเริ่ม เขาคิดไม่ถึงเลยว่าเฉินชวนจะไม่เพียงแค่คว้าอันดับหนึ่งเท่านั้น แต่ยังผ่านหอกระดูกัได้ทั้งหมดอีกด้วย!
โคตรสุดยอดจริง ๆ!ส่วนเฉินชวนเพียงแค่ยิ้มบาง ๆ โดยไม่พูดอะไรมาก อย่างไรก็ตาม ด้วยการผลงานอันยิ่งใหญ่ที่ผ่านหอกระดูกัมาก่อนหน้า ท่าทีเช่นนี้ในสายตาของคนอื่นกลับกลายเป็ความลึกลับ สงบนิ่งราวกับสระลึกและูเาสูงตระหง่าน
อวี๋ซิ่งเฟิงรู้สึกชื่นชมเฉินชวนมากขึ้นเรื่อย ๆ
"เงียบ!" เสียงของถานเจ๋อหยวนดังขึ้น
เขามีอิทธิพลสูงมากในหมู่นักศึกษา เมื่อเขาเอ่ยปาก ฝูงชนก็เงียบลงทันที
"การประเมินประจำปีนี้สิ้นสุดลงแล้ว"
“ไม่มีใครสอบตก ข้อนี้ฉันพอใจมาก”
"หวังว่าพวกเธอจะพยายามต่อไป อย่าได้ละเลยการฝึกฝนเด็ดขาด!"
หยุดไปครู่หนึ่ง ถานเจ๋อหยวนมองไปที่เฉินชวนกระแอมเบา ๆ แล้วพูดต่อว่า
"อันดับที่หนึ่งของการทดสอบประจำปีนี้ คือเฉินชวน"
"อันดับที่สอง เสี่ยวลี่เฉิง"
"อันดับที่สาม เฉิงซื่ออวี่"
"อันดับที่สี่..."
"นักศึกษาสิบคนแรกตามผมไปรับรางวัลที่ฝ่ายวิชาการนักศึกษา"
"ส่วนนักศึกษาที่เหลือให้ลงจากูเาทันที"
เมื่อถานเจ๋อหยวนสั่ง นักศึกษาก็ไม่กล้าฝืน หันหลังเดินลงจากยอดเขาทั้งหมด นักศึกษาที่ติดสิบอันดับแรกเดินตามอาจารย์ลงจากูเา
ระหว่างทางไปยังฝ่ายวิชาการ นักศึกษาที่ติดสิบอันดับแรกต่างพากันมาอยู่ข้างเฉินชวนและเริ่มทำความสนิทสนมกับเขา
"เพื่อนเฉิน ฉันชื่อโย่วเจ๋อเหวย ยินดีที่ได้รู้จัก"
"เพื่อนเฉิน ฉันชื่อนิวเลี่ยง จากห้อง 5 เดี๋ยวนายมีเวลาว่างไหม จะไปกินข้าวด้วยกันไหม?"
"ฉันชื่อหัวเจียฉิน แต่เรียกฉันว่าเจียฉินก็พอ คืนนี้นายว่างไหม ฉันมีคำถามเกี่ยวกับเทคนิคการต่อสู้อยากขอคำแนะนำจากนาย!"
"เฮ้ หัวเจียฉิน นี่เธอจีบเขาตรงเกินไปแล้วนะ แถมยังทำโจ่งแจ้งอีก!"
"อะไรนะ ฉันไม่รู้ว่าเธอกำลังพูดถึงอะไร"
"..."
เฉินชวนไม่ค่อยสนใจกับการเข้าสังคมแบบนี้ เขาจึงได้แต่ตอบไปเรื่อย ๆ อย่างขอไปที ส่วนคำเชิญที่สาว ๆ หลายคนส่งมาทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจนั้น เขาก็เพิกเฉยไปเลย หลังจากผ่านไปสักครู่ เสี่ยวลี่เฉิงก็เดินเข้ามา
"เสี่ยวลี่เฉิง ยินดีที่ได้รู้จัก”
เฉินชวนมองอดีตหัวหน้าคณะคนนี้แวบหนึ่ง แล้วจับมือที่อีกฝ่ายยื่นมา
"เฉินชวน"
"หวังว่าจะได้เจอกันบ่อย ๆ ในอนาคต"
"ยินดี ไม่มีปัญหา"
การพูดคุยของทั้งสองคนนั้นสั้นมาก ดูเหมือนจะมีความหมายที่เข้าใจกันได้โดยไม่ต้องพูดอะไรมาก และหลังจากเสี่ยวลี่เฉิง เฉิงซื่ออวี่ก็เดินมาข้างหน้า ยิ้มพร้อมยื่นมือออกมา
"ผู้เชี่ยวชาญ ฉันเคยได้ยินชื่อเสียงของนายมานานแล้ว ไม่คิดว่านายจะเก่งกว่าที่เล่าลือกันอีก นับถือ ๆ"
"เธอก็เก่งมากเหมือนกัน ตอนที่ฉันอยู่คณะทั่วไปก็เคยได้ยินชื่อของเธอมาก่อนแล้ว"
เฉินชวนยิ้มและจับมือกับเฉิงซื่ออวี่ มือของหญิงสาวนั้นนุ่มมาก ให้ััที่อุ่น ๆ เลี่ยวเฉวียนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มองภาพที่ทั้งสองคนพูดคุยกันอย่างเป็มิตร ในใจรู้สึกอิจฉาอย่างห้ามไม่อยู่ แต่พอนึกถึงพร์และพลังของเฉินชวนความอิจฉาในใจก็เปลี่ยนเป็ความหดหู่