“อ๋อ แล้วที่คุณนินทาว่าฉันลับหลังอยู่ปาวๆนั้นเขาเรียกว่ามีมารยาทมากงั้นสิ”
หญิงสาวคนนั้นย้อนถามเสียงสูงด้วยความโมโห
“พูดอะไร ผมไปนินทาคุณตอนไหนไม่ทราบผมกำลังพูดถึงยัยสาวทึนทึกพี่สาวของน้องกรเขาต่างหาก”
รัชพงษ์เถียงออกไปอย่างไม่ยอมแพ้แล้วเขาก็ได้เห็นเหมือนกับมีเปลวไฟลุกแลบออกมาจากดวงตาทั้งคู่ของหญิงสาวคนนั้น
“ไอ้ผู้ชายปากเสีย”
ว่าแล้วเ้าหล่อนก็ตรงเข้ามาหยิก ข่วน ทุบตีเขาเป็การใหญ่เลยทีเดียว
“โอ๊ย นี่ อะไรกันคุณ”
ชายหนุ่มร้องเอะอะพร้อมกับพยายามปัดป้องเป็พัลวัน
“ฉันจะเอาเืปากของนายออก”
หญิงสาวขู่คำรามเสียงเขียวปั๊ด
“มันเื่อะไรกัน”
ชายหนุ่มถามแล้วใช้ความแข็งแรงกว่ารวบจับเอามือของหญิงสาวทั้งสองข้างไว้ได้ก่อนจับหมุนตัวแล้วกดร่างบางให้นั่งลงบนตักของตน
“เอ๊ะ นี่คุณ ปล่อยฉันน่ะ”
หญิงสาวต้องเป็ฝ่ายร้องอย่างนั้นออกมาบ้างเมื่อถูกพลิกสถานการณ์ให้เป็รองและเหมือนตกอยู่ในอ้อมกอดของเขาอย่างกลายๆต่อหน้าสายตาผู้คนมากมายอย่างนั้น
“เื่อะไรล่ะ ปล่อยให้คุณมาเล่นงานผมอีกหรือไงอืม...แต่ความจริงแก้มของคุณก็หอมดีเหมือนกันน่ะ”
ชายหนุ่มกล่าวอย่างเป็ต่อเมื่อแกล้งโฉบปลายจมูกโด่งไปใกล้แก้มเนียนใส
“ฉันบอกให้ปล่อยฉัน”
เมื่อโดนอย่างนั้น หญิงสาวก็แทบจะกรี้ดออกมาทีเดียว
“พี่คะ ปล่อยเถอะค่ะ”
กัลยากรเข้ามาช่วยขอร้องอีกคน เพื่อให้รัชพงษ์ปล่อยหญิงสาวคนนั้น
“จะให้รีบปล่อยทำไม ยัยนี่ข่วนพี่ถลอกไปตั้งหลายแผลพี่ยังไม่ได้เอาคืนเลย”
ชายหนุ่มกล่าวอย่างหมายมั่นพร้อมแกล้งรัดแขนที่โอบอยู่รอบร่างของหญิงสาวคนนั้นให้แน่นยิ่งขึ้นไปอีก
“แต่นั่นคือพี่กานติมา พี่สาวของกรนะคะ”
กัลยากรรีบบอกออกไปด้วยสีหน้าเหมือนจะร้องไห้
“ห๊า อะไรน่ะ”
รัชพงษ์ร้องอุทานอย่างใ พร้อมกับปล่อยมือออกจากหญิงสาวคนนั้นทันทีก่อนจ้องมองเ้าหล่อนเหมือนเป็สิ่งมหัศจรรย์ของโลกก็ไม่ปาน
นี่เหรอยัยทึนทึกที่เขาเคยค่อนว่าเอาไว้ รูปร่างบอบบางโปร่งระหงสูงราวหนึ่งร้อยหกสิบห้าเซ็นฯผิวพรรณขาวเนียนละเอียด เส้นผมดำขลับตรงสลวยยาวจนเลยกลางหลังใบหน้าอ่อนใสงามซึ้งสะดุดใจ เธอแตกต่างจากที่เขาเคยวาดภาพไว้ในใจชนิดฟ้ากับเหวแต่มีเพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่ตรงกับที่เขาเคยคิดไว้ไม่มีผิด นั้นก็คือลักษณะนิสัยที่แสดงออก
“พี่ขอห้ามเราเลยนะยัยกร ว่าห้ามคบค้าสมาคมกับคนพวกนี้อีกเด็ดขาด”
พี่สาวของกัลยากรยื่นคำขาดกับน้องสาวเสียงเข้มจัดขณะกราดสายตาขุ่นเขียวไปยังสองหนุ่มพี่น้อง
“ไม่เอานะน้องกร อย่าทำอย่างนั้นนะพี่รักน้องกรนะ”
ธีรชัยรีบออกปากขอร้องอย่างกลัวว่าคนรักจะปลงใจทำตามคำสั่งของพี่สาวไปจริงๆ
“ความรักแบบที่พวกคุณพูดถึงนั้น มันไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับชีวิตของน้องสาวฉันเลยเพราะฉะนั้นไม่จำเป็ต้องมีก็ได้”
กานติมา หญิงสาววัยสามสิบปีกล่าวพร้อมกับดึงมือของน้องสาวเอามายืนอยู่ใกล้ๆอย่างหวงแหน
“อ้าว ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะคุณความรักอย่างของพวกผมนี่แหละ มีประโยชน์มากที่สุดแล้วรู้ไหม เพราะหากไม่มีความรักอย่างนี้ป่านนี้มนุษย์โลกก็คงสูญพันธ์หมดไปนานแล้ว”
รัชพงษ์เป็ผู้คัดค้านออกไป