ตอนที่เธอย้ายมาอยู่ที่บ้านของเส้าหยุ่นเชินเธอไม่ได้นำของมามากมาย เธอเก็บของลงกล่องสองกล่องในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง มีเพียงเสื้อโค้ทที่หนามากๆสองสามตัวที่อยู่ในตู้
ลู่เหยามองเข้าไปในห้องที่พวกเขาเคยอยู่ด้วยกันเป็ครั้งสุดท้ายทุกมุมห้องมีภาพของเธอและเขาอยู่ เธอทิ้งกุญแจไว้ที่ชั้นวางรองเท้า จากนั้นก็ผลักกระเป๋าเดินทางออกไป
ั้แ่โทรศัพท์ถูกผู้หญิงที่เธอเจอเมื่อคืนรับเธอก็น่าจะรู้ทุกอย่างดี
เธอไม่อาจทำให้หัวใจเขาอบอุ่นขึ้นมาได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้หญิงคนอื่นจะทำไม่ได้
อีกอย่างการแต่งงานครั้งนี้ถือว่าเป็ความผิดพลาดงั้นก็ให้มันจบเร็วขึ้นมาหน่อยแล้วกัน!
หลังจากออกจากบ้านของเส้าหยุ่นเชิน เธอก็ลากกระเป๋าเดินทางไปที่บ้านแม่เธอไม่อยากอยู่กับเขา แต่สถานการณ์ตอนนี้ย่ำแย่มาก เธอไม่มีเงินจ่ายค่าโรงแรมด้วยซ้ำ
ลู่เหยากดออดอยู่นาน แต่ไม่มีคนเปิดประตูเธอขมวดคิ้วแล้วโทรหาแม่
อีกฝ่ายรับสายโทรศัพท์อย่างรวดเร็ว พอเธอได้ยินเสียงดังขึ้นมาเลยอดไม่ได้ที่จะถาม “แม่คะ แม่ไม่อยู่บ้านเหรอ”
“ไม่จ้ะ แม่มาออกกำลังกายข้างนอก” เธอพูดอย่างมีเลศนัย “เหยาเหยามีอะไรหรือเปล่าลูกถ้าไม่มีอะไร เดี๋ยวแม่ค่อยโทรหานะ”
เธอไม่เชื่อจึงเค้นถามต่อ “แม่คะ แม่ออกกำลังกายที่ไหนเดี๋ยวหนูไปหาตอนนี้”
“ไม่ต้องมาหรอก มันไกล” ในขณะที่แม่กำลังพึมพำอยู่นั้น เธอก็ได้ยินเสียงคนะโดังแทรกขึ้นมา“เฮ้ย! แขกออกไปหมดแล้วทำความสะอาดโต๊ะสิ เลิกคุยโทรศัพท์ได้แล้ว!”
“แม่ หนูได้ยินหมดแล้ว!” ลู่เหยาระงับความโกรธและพูดด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น“บอกที่อยู่แม่มานะ”
เธอฝากกระเป๋าเดินทางไว้ที่เพื่อนบ้านฝั่งตรงข้ามและให้เงินเขาห้าร้อยหยวน ก่อนที่จะนั่งแท็กซี่ไปร้านอาหาร ตอนที่เธอเดินเข้าไป แม่ของเธอกำลังทำความสะอาดโต๊ะอยู่
ภรรยาของผู้พิพากษาสูงสุดของหนานเฉิงที่มีชีวิตสุขสบายตอนนี้กลับมาทำงานเป็พนักงานในร้านอาหารแห่งหนึ่ง เมื่อเห็นเช่นนั้น เธอก็ได้แต่รู้สึกเ็ปใจร่างกายหนักอึ้งจนขาแทบขยับไม่ได้ “แม่”
“เหยาเหยา?” เมื่อเห็นลู่เหยา เธอก็รู้สึกเขินอายเล็กน้อยเธอรีบทำความสะอาดโต๊ะอย่างรวดเร็ว พอคุยกับหัวหน้าเสร็จก็เดินไปคุยกับลูกสาวที่มุมห้อง
ลู่เหยาเห็นว่ามือซ้ายของเธอบวมขึ้นมา ก็รีบจับแขนของเธอ“เกิดอะไรขึ้นค่ะ?”
“ไม่มีอะไรหรอก แค่โดนลวกเท่านั้นเอง”
แม่ของเธอพยายามอย่างที่สุดที่จะปิดบัง และบอกว่าไม่เป็ไรลู่เหยาดึงแม่ของตัวเองออกจากร้านอาหารแล้วรีบไปโรงพยาบาลทันที
โชคดีที่การตัดสินใจของเธอถูกต้อง คุณหมอบอกว่าแผลนี้ค่อนข้างรุนแรงและจะแย่ลงถ้าไม่รักษาอย่างถูกวิธี
“แม่คะ หนูบอกให้แม่อยู่บ้านไงคะ” ลู่เหยานำยามาทาบริเวณแผล เธอพูดด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น“หนูดูแลแม่ได้จริงๆ นะคะ”
“แม่เบื่อจะอยู่แต่บ้านแล้ว อีกอย่างแม่ก็พอจะทำงานได้วันละหลายร้อยหยวนจากร้านอาหารด้วย” พูดจบเธอก็ร้องไห้ออกมา “ถ้าพ่อของลูกไม่ทำอะไรโง่ๆแบบนี้ พวกเราก็คงจะมีความสุขเหมือนเดิม แม่ก็จะได้ไม่ต้องกังวลจนนอนไม่หลับ”
"ลาออกจากงานนะคะแม่ ไม่ต้องทำแล้ว ถ้าใช้ไม่พอหนูจะให้เงินแม่เอง"เธอพูดต่อ “ไม่ว่าครอบครัวเราจะยากจนแค่ไหน หนูจะไม่ทำให้แม่ต้องลำบาก หนูจะหาวิธีจัดการกับเื่ของพ่อเอง”
“ภาระหนักขนาดนั้นหนูจะไหวได้ยังไง?” คุณนายลู่ปลอบใจแต่ก็ร้องไห้ “เงินตั้งสองล้าน ให้พ่อตายในคุกนั้นแหละ ไม่ต้องสนใจเขาหรอก!”
ลู่เหยารู้ดีว่าแม่ของเธอพูดออกมาอย่างโมโหแต่แม่ก็คงเป็ห่วงคุณพ่อเหมือนกัน “แม่คะ หนูสัญญาว่าหนูจะยืมเงินให้มากพอก่อนถึงกำหนดแม่ไม่ต้องเป็ห่วงนะคะ”
ก่อนหน้านี้แม่ของเธอเป็คุณนายที่สูงส่งหลังจากแต่งงานกับพ่อของเธอแล้ว เธอก็ดูแลครอบครัวด้วยชีวิตของเธอ ชีวิตของเธอขึ้นอยู่กับสามีมาโดยตลอดเมื่อสามีของเธอร่วงมาอยู่จุดต่ำสุดของชีวิต เธอก็ตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก โชคดีที่ลูกสาวของเธอใจเย็นพอ
เมื่อได้ยินลูกสาวพูดอย่างนั้น เธอจึงทำได้เพียงพยักหน้า
หลังจากรับยาสำหรับหนึ่งอาทิตย์ ลู่เหยาก็พาแม่ออกจากโรงพยาบาลตอนที่เธอเดินออกจากลิฟต์หญิงสาวกลับเห็นภาพที่ไม่คาดฝัน