“หลงเออร์ มีอะไรงั้นหรือ”
“เหล่าไทไท่ ท่านโหว โหวฮูหยิน ท่านพ่อ ท่านแม่ ดูเหมือนวันที่น้องลี่เออร์ใส่ชุดใหม่มาอวดข้านั้นจะเป็วันที่นาง.....ได้รับอุบัติเหตุขอรับ”
ทุกสายตาจึงหันไปมองหานลี่กันในทันทีก่อนจะหันไปมองเว่ยซิ่วที่ตอนนี้ก้มหน้ามองพื้นไม่กล้าสบสายตาผู้ใด
“ข้าจำได้ว่าวันนั้นนางดีใจที่ได้ชุดใหม่จากท่านแม่นางได้ใส่ชุดใหม่มาอวดข้านางเต้นรำให้ข้าดูอย่างดีอกดีใจก่อนจะเดินไปยังสวนที่สร้างต่อกันระหว่างจวนโหวกับจวนของเราตอนนั้น....อาิกับอาิ่ก็ติดตามนางไปไม่ห่าง”
บุรุษหนุ่มหันไปมองบ่าวรับใช้ที่ยืนอยู่ไกลออกไปทั้งสองรีบคุกเข่าลงในทันที
“บ่าวผิดไปแล้ว ได้โปรดลงโทษบ่าวด้วยเถอะเ้าค่ะ ๆ”
หานลี่กันมองไปทางหญิงรับใช้คนสนิทของตนก่อนจะคุกเข่าลงต่อหน้าทุกคน
“ท่านย่า เื่นี้เป็ความผิดของลี่เออร์เองเ้าค่ะตอนนั้นลี่เออร์ดีใจเกินไปจึงเดินไม่ระวังทำให้ล้มลงจนหัวโขกเสาเองเ้าค่ะ”
“ไม่นะเ้าคะคุณหนู เื่นี้มิใช่ความผิดของคุณหนู ฮือ ๆ ๆเป็ความผิดของบ่าวทั้งสองเองเ้าค่ะ”
“นี่มันอะไรกัน ข้างงไปหมดแล้ว ไหพวกเ้าลองเล่ามาสิ”
มู่หนิงหวงมองไปทางหญิงรับใช้ของหานลี่กันทั้งสองก้มหน้าลงก่อนจะหันไปมองทางเว่ยซิ่วที่ยังคงซ่อนหน้าอยู่
“ตอนนั้นคุณหนูได้พบกับคุณหนูรองเว่ย คุณหนูรองเว่ยแอบมองชุดนั้นด้วยดวงตาเป็ประกายและได้ให้พวกบ่าวไปเอาของว่างมาให้จึงไม่มีใครอยู่กับคุณหนูเ้าค่ะ”
“โดยปกติหากคุณหนูรองเว่ยชอบสิ่งใดก็มักจะแย่งจากคุณหนูไปหรือไม่ก็บอกให้คุณหนูถอดมันเ้าค่ะ”
“ไม่จริง ข้าไม่ได้ทำข้าเพียงขอดูเนื้อผ้าแต่นางถอยจนตัวนางล้มลงไปเอง”
ปากที่พูดออกไปโดยไม่ทันคิดของเว่นซิ่วทำให้ทุกคนหันไปมองนางเป็ตาเดียวกัน
“ตอนนั้นที่เกิดเื่ข้าได้ถามเ้า แต่เ้ากลับบอกว่ามิได้พบนางตอนนี้เ้ากลับบอกได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่านางล้มลงไปเอง เว่ยซิ่ว!แม้อดีตหานลี่กันจะมิใช่บุตรีแท้ ๆ ของข้ากับท่านหาน แต่ตอนนี้นางคือบุตรที่ข้ารักและเลี้ยงดูนางมาั้แ่ออกจากครรภ์มารดานางคือคนของตระกูลหานคือบุตรีของข้ากับท่านหานและเป็น้องสาวเพียงคนเดียวของหานหลง มิใช่เ้า!เ้าอย่าได้เอาความคิดของเ้ามาใส่บุตรสาวของข้าอีกและอย่าคิดที่จะเข้าใกล้นางอีกเป็อันขาด”
“ท่านย่า ข้า...”
เว่ยซิ่วคลานเข่าเข้าหามู่หนิงหวง แต่สตรีมากอายุกลับขยับเท้าหนีหญิงสาวจึงหันไปทางเว่ยเจียวจิ้นและกงเยว่
“ท่านพ่อ ท่านแม่”
“เดิมทีเ้าก็มิคิดจะเรียกข้าว่าท่านแม่เ้ามักจะเรียกข้าว่าฮูหยินและเรียกอนุฉินว่าแม่เสมอมาแต่ตอนนี้เมื่อเ้ามีปัญหากลับเรียกข้าว่าแม่ได้แล้วงั้นหรือเกรงว่าข้าคงไม่อาจรับคำว่าแม่ที่เ้ามอบให้ได้”
กงเยว่ขยับเท้าหนีเว่ยซิ่วด้วยเช่นกันเว่ยเจียวจิ้นมองบุตรีคนรองของตนด้วยดวงตาที่ว่างเปล่ามิต่างจากมารดาของตน
“หากข้าจำไม่ผิด อนุฉิน เมื่อสักครู่เ้าได้บอกว่าเ้ารู้และเห็นทุกอย่างเกี่ยวกับการกระทำของบุตรสาวเ้าเช่นนั้นการที่บุตรสาวของเ้ามารังแกลี่เออร์ของข้านั้นเ้าเองก็คงจะรู้ทุกอย่างใช่หรือไม่”
หานเทียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นะเืสายตาอันคมกริบหันไปมองอนุฉินดั่งจะเฉือนเืเฉือนเนื้อ
“ไม่นะเ้าค่ะ นายท่านหานเื่นี้เป็เพียงเื่เข้าใจผิดกันเท่านั้น”
“เข้าใจผิดงั้นหรือ อนุฉิน เื่เข้าใจผิดที่ท่านว่านั้นเกือบทำให้ลี่เออร์ของพวกเราต้องตายเชียวนะ”
เสียงเว่ยเหลียนเอ่ยขึ้นด้วยความไม่พอใจ
“เื่นี้เห็นทีพี่ใหญ่คงต้องให้ความเป็ธรรมแก่ตระกูลหานของเราแล้วล่ะเ้าค่ะ”
เว่ยเหลียนมองไปทางเว่ยเจียวจิ้นผู้เป็พี่ชายบุรุษมากอายุมองทางอนุของตนก่อนจะถอนหายใจช้า ๆ ‘เดิมทีข้าก็ไม่คิดจะรับนางเป็อนุแต่นางกลับท้องกับข้าข้าจึงจำเป็ต้องรับนางเข้ามาแต่ไม่คิดว่านางจะสั่งสอนบุตรสาวได้น่ากลัวถึงเพียงนี้เช่นนี้แล้วหากมิจัดการตอนนี้ต่อไปในอนาคตซิ่วเออร์คงจะต้องเป็สตรีที่น่ากลัวมากอย่างแน่นอน’
“พ่อบ้านเฟิง ให้เงินอนุฉินไปสักก้อนแล้วส่งนางกลับบ้านเดิมไป”
“ขอรับ”
“ไม่นะเ้าคะท่านพ่อเป็ซิ่วเออร์เองที่เลอะเลือนอยากได้ของลี่เออร์ เป็ซิ่วเออร์เองที่ดึงผ้าของนางจนนางล้มหัวฟาดเสาเป็ลูกที่เลอะเลือนไปเอง ท่านพ่ออย่าได้ไล่ท่านแม่กลับบ้านเดิมเลยนะเ้าคะ”
เว่ยซิ่วกอดขาเว่ยเจียวจิ้นผู้เป็บิดาร้องไห้คร่ำครวญแต่บุรุษมีอายุกลับมิได้สนใจ
“คุณหนูรองขาดคุณธรรมให้กักบริเวณจนกว่าข้าจะอนุญาตและให้นางคัดคัมภีร์หนึ่งร้อยจบหักเบี้ยหนึ่งปี โบยยี่สิบไม้”
“ไม่นะท่านพ่อ ซิ่วเออร์สำนึกแล้วท่านพ่ออย่าได้ลงโทษลูกเลยนะเ้าคะ ฮือ ๆ ๆ ท่านแม่”
“ซิ่วเออร์”
สตรีทั้งสองถูกลากออกไปในทันทีเมื่อทุกอย่างสงบแล้วเว่ยเหลียนจึงหันมาทางมู่หนิงหวงมารดาของตน สตรีมีอายุค่อย ๆคุกเข่าลงต่อหน้ามารดา
“ลูกอกตัญญูทำให้ท่านแม่ต้องเดือดร้อนใจอีกแล้ว”
สตรีมากอายุดึงบุตรสาวอันเป็ที่รักของตนเข้าไปกอด
“เื่นี้มิใช่ความผิดของเ้า เ้าอย่าได้โทษตัวเองอีกเลยลี่เออร์ มาให้ย่าดูเ้าชัด ๆ หน่อยสิ”
สตรีมากอายุกวักมือเรียกหลานสาวของตนมาใกล้ ๆ หานลี่กันเดินเข้าไปใกล้สตรีมากอายุนั้นก่อนจะถูกมือหยาบดึงมือของนางเข้าไปจับ
“เ้าช่างดูเหมือนเหลียนเออร์ของข้ายามเด็กยิ่งนักนางมีความฉลาดเฉลียวแต่มิชอบแสดงออกจนเมื่อถูกรังแกและทนไม่ไหวจึงได้ะเิมันออกมาและเก็บดอกเบี้ยจนเกลี้ยงทุกดอกฮ่า ๆ ๆ ไม่คิดว่าบุตรสาวของเ้าจะเหมือนเ้าเช่นนี้”
“ท่านแม่ล่ะก็ ล้อข้าเล่นอีกแล้ว”
“เื่นี้ข้าเองก็รับรองว่าจริงเหลียนเออร์เองก็เคยทำกับข้าเช่นนั้นเช่นกัน”
“พี่ใหญ่!”
เสียงเว่ยเหลียนกระเง้ากระงอดเว่ยเจียวจิ้นเรียกรอยยิ้มจากผู้เป็มารดาและพี่ชายได้เป็อย่างดีกงเยว่มองไปทางหานลี่กันที่ตอนนี้เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ‘ดูเหมือนลี่เออร์จะเปลี่ยนไปมากทีเดียวเดิมทีข้ามิคิดให้ซวนเออร์คบหากับลี่เออร์ก็เพราะกลัวนางจะมีนิสัยเช่นเดียวกับซิ่วเออร์แต่ดูเหมือนนางเองก็มีความฉลาดและรู้จักเอาตัวรอดอยู่บ้าง เช่นนั้นก็ดีต่อไปซวนเออร์คงจะมีเพื่อนที่พอจะคบหาได้แล้วสินะ’ สตรีมีอายุวางแผนการบางอย่างในใจเงียบๆ
“ท่านพ่อ ท่านว่าการที่ลี่เออร์เปลี่ยนไปเช่นนี้ดีหรือไม่ขอรับ”
“หากคิดในทางที่ดีก็ดีอยู่ไม่น้อยเพราะต่อไปคงไม่มีใครกล้ารังแกนางอย่างแน่นอน”
“หากคิดในทางที่ดี ... เช่นนั้นหากคิดในทางที่ไม่ดีล่ะขอรับ”
“คงจะมีเื่ให้ปวดหัวอย่างแน่นอน ฮ่า ๆ ๆ”
“ไม่ว่าอย่างไร ข้าจะปกป้องนางเองขอรับ”
บุรุษมีอายุตบบ่าบุตรชายเบา ๆ อย่างภูมิใจ
ค่ำวันนั้นหานลี่กันนั่งมองดวงจันทร์อยู่บริเวณศาลาข้างสระบัวของจวนหานเพียงไม่นานกลับมีสองบุรุษและหนึ่งสตรีเดินเข้ามายังที่ที่นางอยู่
“คุณหนู นั่นคุณชาย คุณชายใหญ่เว่ยและคุณหนูใหญ่เว่ยเ้าค่ะ”
“พี่ใหญ่ พี่เว่ย พี่หญิงใหญ่”
“พวกเราได้ยินเื่ที่เกิดขึ้นกับเ้าแล้วความจริงพวกเราตั้งใจจะมาเยี่ยมเ้านานแล้ว เพียงแต่...”
“มิเป็ไรเ้าค่ะ ข้ารู้เหตุผลที่พวกพี่ไม่สามารถมาได้เ้าค่ะ”
“เ้าอย่าโทษท่านแม่เลยนะ”
“เื่นี้ข้าไม่สามารถโทษใครได้นอกจากตัวเองตอนนั้นเป็ข้าที่โง่เขลาและเลอะเลือนไม่สามารถแยกได้ว่าสิ่งไหนคือดอกไม้และสิ่งไหนคือยาพิษจึงทำให้ข้าเกือบต้องตายตอนนี้ข้ารู้แล้วว่าควรจะทำตัวเช่นไร”
“เ้าดูเปลี่ยนไปมากจริง ๆ”
“หากพวกท่านผ่านความเป็ความตายดั่งเช่นข้าพวกท่านก็คงจะเป็ดั่งเช่นข้า”
หานลี่กันพูดยิ้ม ๆ ขณะหันไปมองหานหลง เว่ยเจ๋อ และเว่ยซีซวน
“เท่าที่ข้ารู้จักอนุฉินและเว่ยซิ่วมา......ข้าคิดว่าเ้าควรจะระวังตัวไว้หน่อยก็ดีนะไม่แน่ว่าพวกนางอาจจะ”
“เื่นั้นเ้าไม่ต้องเป็กังวลไป ข้าจะปกป้องลี่เออร์เอง”
หานหลงเอ่ยขึ้นในทันที หานลี่กันมองหานหลงยิ้ม ๆในใจของนางรู้สึกอบอุ่นที่มีพี่ชายคอยปกป้องดูแล
“ขอบคุณพี่เว่ยและพี่หญิงใหญ่ที่เป็ห่วงข้าจะดูแลตัวเองให้ดีเ้าค่ะ”
ทั้งสี่นั่งพูดคุยกันตามประสาพี่น้องกันสักพักก่อนจะแยกย้ายกันไปพักผ่อนคงจะมีเพียงหานลี่กันเท่านั้นที่ยังคงอยู่ที่เดิมจนเริ่มรู้สึกปลงกับการคิดจะกลับไปยังโลกปัจจุบันของตน‘โลกในปัจจุบันฉันอาจเป็คนที่ตายไปแล้วในเมื่อได้มีชีวิตใหม่อีกครั้งฉันจะใช้มันให้ดีที่สุดก็แล้วกัน’