เลอาร์หันไปเผชิญหน้ากับพี่ชายคนโต ดวงตาสีฟ้าใสพยายามฉายแววอ้อนวอนและไร้เดียงสาแบบเดียวกับที่ใช้ได้ผลกับลอเรนซ์เสมอมา เธอขยับเข้าไปใกล้ ก้มหน้าเล็กน้อยก่อนทำท่าเหมือนเด็กน้อยที่กำลังจะขอความเห็นใจ
‘ลองดูหน่อยแล้วกัน... ถึงจะรู้ว่ายากก็เถอะ’ เธอคิดในใจ
แต่ก่อนที่เลอาร์จะได้ทันเอ่ยคำขอใดๆ อเลสเตอร์ก็พูดตัดบทขึ้นมาก่อนด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่แฝงความกดดัน
"เลอาร์น่า เ้าควรจะตระหนักในฐานะของตนเองให้มากกว่านี้ การฝึกดาบเป็เพียงกิจกรรมยามว่างสำหรับบุรุษหรือสำหรับสตรีที่จำเป็ต้องป้องกันตัวในสถานการณ์คับขันเท่านั้น ไม่ใช่สิ่งที่ธิดาแห่งดยุกวาเลนเทียผู้สูงศักดิ์ควรจะมาใฝ่ฝันอย่างจริงจัง"
คำพูดนั้นตรงไปตรงมาและเ็า เหมือนตอกย้ำสถานะของเธออย่างชัดเจน
"ท่านพี่อเลสเตอร์!" ลอเรนซ์รีบขัดขึ้นทันที "เลอาร์ยังเด็กอยู่เลยนะครับ การที่เธอจะมีความฝันอยากเป็เหมือนอัศวินที่เธอชื่นชมบ้าง มันก็ไม่ใช่เื่แปลกอะไรนี่ครับ" เขาพยายามปกป้องน้องสาว
อเลสเตอร์ปรายตามองน้องชายคนรองด้วยแววตาตำหนิ "ก็เพราะยังเด็กนั่นแหละลอเรนซ์ เราจึงควรต้องชี้แนะแนวทางที่ถูกต้องและเหมาะสมให้ั้แ่เนิ่นๆ ดีกว่าปล่อยให้เธอเพ้อฝันอยู่กับเื่ที่เป็ไปไม่ได้ แล้วต้องมาผิดหวังและเสียเวลาไปกับเื่ไร้ประโยชน์ในภายหลัง"
คำว่า 'ไร้ประโยชน์' กระทบเข้าที่กลางใจของเลอาร์อย่างจัง แม้จะคาดการณ์ไว้แล้วว่าพี่ชายคนนี้คงไม่เห็นด้วย แต่การถูกปฏิเสธอย่างเ็าและมองว่าความฝันของเธอเป็เื่เสียเวลาก็ทำให้ความโกรธปะทุขึ้นมาอีกครั้ง กำปั้นเล็กๆ กำแน่นอยู่ข้างลำตัว ริมฝีปากเม้มสนิทเพื่อพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ไม่ให้แสดงออกมาทางสีหน้า
‘เื่ไร้ประโยชน์งั้นเหรอ? ไอ้พี่ชายหัวแข็ง! แกมันไม่เข้าใจความสุดยอดของอัศวินสาวเลยสักนิด! คอยดูเถอะ! สักวันฉันจะทำให้แกต้องเปลี่ยนความคิดให้ได้!’ ความมุ่งมั่นในใจยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อเจอแรงต้านที่แข็งแกร่ง
เลอาร์สูดหายใจลึก พยายามระงับความโกรธที่คุกรุ่นอยู่ในอก ‘ใจเย็นไว้... ใจเย็นไว้ มาวิน... ร้อนรนไปตอนนี้มีแต่จะเสียแผนเปล่าๆ’ เธอเตือนตัวเองในใจ ‘กับพี่ชายคนนี้ การโต้เถียงด้วยเหตุผลหรือแสดงความดื้อรั้นมีแต่จะทำให้สถานการณ์แย่ลง ต้องใช้วิธีอื่น...’
ดวงตาสีฟ้าใสเหลือบมองพี่ชายคนโตอย่างรวดเร็ว ใน่หลายปีที่ผ่านมาแม้เธอจะเน้นตีสนิทและหลอกใช้ลอเรนซ์เป็หลัก แต่เธอก็ไม่ได้ละเลยที่จะสังเกตการณ์พี่ชายคนโตผู้แสนจะเ็าและเคร่งขรึมคนนี้เช่นกัน และจากการสังเกตอย่างใกล้ชิด เธอค้นพบจุดอ่อนสำคัญอย่างหนึ่ง... จุดอ่อนที่เขาพยายามซุกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากอันสมบูรณ์แบบ
‘ถึงจะทำเป็เข้มงวด แต่ลึกๆ แล้วแกก็เป็ไอ้พวกซิสค่อนเหมือนกันนั่นแหละ แค่แสดงออกไม่โจ่งแจ้งเท่าไอ้พี่คนรองก็เท่านั้น... งั้นก็ต้องลองใช้ไม้นี้ดู!’
คิดได้ดังนั้น เลอาร์ก็เปลี่ยนโหมดทันที ใบหน้าที่เคยพยายามสะกดกลั้นความโกรธ ตอนนี้แปรเปลี่ยนเป็ความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ดวงตาสีฟ้าใสสะอื้นไปด้วยน้ำตาอีกครั้ง แต่คราวนี้เป้าหมายคืออเลสเตอร์โดยตรง
"ฮึก... ท่านพี่อเลสเตอร์... ใจร้าย..." เสียงสะอื้นดังขึ้นเบาๆ น้ำตาหยดโตๆ เริ่มไหลอาบแก้มเนียน "ทำไมท่านพี่ถึงพูดแบบนี้... ฮือ... หนู... หนูเกลียดท่านพี่ที่สุดเลย!"
คำว่า "เกลียด" ที่หลุดออกมาจากปากน้องสาวสุดที่รักราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจอเลสเตอร์! ดวงตาสีอำพันที่เคยเรียบเฉยเบิกกว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าที่เคยสุขุมซีดเผือดลงเล็กน้อย ร่างสูงสง่าถึงกับเซถอยหลังไปก้าวหนึ่งเหมือนเสียหลัก โลกทั้งใบเหมือนจะหมุนคว้าง
"ท่านพี่!" ลอเรนซ์ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ใกับปฏิกิริยาของพี่ชาย รีบคว้าแขนของอเลสเตอร์ไว้ได้ทันก่อนที่เขาจะล้มลง "ท่านพี่ เป็อะไรไปครับ!?"
อเลสเตอร์ยังคงยืนนิ่ง ตกตะลึงกับคำพูดของเลอาร์ ไม่สนใจแม้แต่น้อยว่าน้องชายกำลังพยุงตนเองอยู่
‘หึ... ได้ผลแฮะ’ เลอาร์แอบยิ้มในใจ แม้จะยังคงทำหน้าเศร้าเสียใจอยู่ ‘ดูท่าทางสิ โดนคำว่าเกลียดเข้าไปหน่อยถึงกับเสียศูนย์เลย เห็นไหมล่ะ... ถึงภายนอกจะทำเป็เ็า เคร่งครัดในกฎระเบียบ แต่สุดท้ายแล้วก็เป็แค่ไอ้พี่ชายที่คลั่งน้องสาวเหมือนกันนั่นแหละ! แค่เก็บอาการเก่งกว่าเท่านั้นเอง!’ การค้นพบนี้ยิ่งทำให้เธอรู้สึกว่าการควบคุมพี่ชายทั้งสองคนให้อยู่ในกำมือนั้นไม่ใช่เื่ยากเกินความสามารถเลย
อเลสเตอร์สะบัดศีรษะเล็กน้อย พยายามดึงสติกลับคืนมา เขาผลักมือลอเรนซ์ออกเบาๆ แล้วยืดตัวตรงอีกครั้ง ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยดังเดิม แม้แววตาจะยังฉายความว้าวุ่นอยู่เล็กน้อย
"ข้า... ข้าแค่เหนื่อยจากการทำงานมากไปหน่อย" เขาตอบลอเรนซ์เสียงเรียบ ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับเลอาร์ สายตาที่มองน้องสาวเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและเสียใจอย่างเห็นได้ชัด แต่เพียงชั่วครู่เขาก็รีบเก็บงำความรู้สึกนั้นไว้ภายใต้หน้ากากผู้บัญชาการผู้เ็าอีกครั้ง
"ฟังนะ เลอาร์น่า" เขาเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้หนักแน่น "ถ้าเป็เื่อื่น... ไม่ว่าเ้าอยากจะเรียนรู้อะไร อยากได้สิ่งใดหรือ้าการสนับสนุนด้านไหน ข้าในฐานะพี่ชายและผู้สืบทอดตระกูล ยินดีจะช่วยเหลือและสนับสนุนเ้าอย่างเต็มที่เสมอ"
เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย จ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีฟ้าของน้องสาว
"แต่... มีเพียงเื่นี้เื่เดียวเท่านั้น... เื่การเป็อัศวิน... ที่ข้ายอมให้เ้าทำตามใจไม่ได้จริงๆ" เขายืนกราน แต่คราวนี้เหตุผลที่ตามมากลับไม่ได้เน้นที่กฎเกณฑ์หรือธรรมเนียมเพียงอย่างเดียว
"ไม่ใช่เพราะข้าไม่เชื่อในความสามารถของเ้า... แต่เพราะเส้นทางของอัศวินมันอันตรายเกินไปจริงๆ" น้ำเสียงของเขาเริ่มอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด แฝงไว้ด้วยความห่วงใยอย่างลึกซึ้ง "การต่อสู้ การเดินทางในสมรภูมิ ความรุนแรง... มันไม่ใช่สิ่งที่พี่อยากให้น้องต้องเผชิญ"
เขากล่าวต่อ "ยิ่งไปกว่านั้น การฝ่าฝืนกฎเกณฑ์และธรรมเนียมที่สืบทอดกันมานาน อาจสร้างปัญหาและความขัดแย้งให้กับหลายฝ่ายได้ ทั้งต่อตระกูลของเราและต่อราชสำนักเอง ซึ่งนั่นอาจทำให้เ้า... ตกเป็เป้าสายตาหรือถูกเพ่งเล็งจากผู้ไม่หวังดีได้"
อเลสเตอร์ถอนหายใจเบาๆ "ซึ่งพี่... ไม่อยากให้มันเป็แบบนั้นเลยแม้แต่น้อย" ประโยคสุดท้ายแ่เบาราวกระซิบ เต็มไปด้วยความห่วงใยและ้าปกป้องน้องสาวสุดที่รักอย่างแท้จริง แม้จะขัดกับท่าทีเ็าที่แสดงออกมาก่อนหน้านี้ก็ตาม
‘เฮ้อ... ทำไมการจะทำตามความฝันในโลกบ้าๆ นี่มันถึงได้ลำบากลำบนขนาดนี้วะเนี่ย!’ เลอาร์ถอนหายใจในใจ รู้สึกเหนื่อยหน่ายกับกำแพงที่มองไม่เห็นซึ่งคอยขัดขวางเธออยู่ตลอดเวลา ‘แต่ก็นะ... ฉันไม่ใช่พวกที่จะยอมแพ้อะไรง่ายๆ อยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสิ่งที่ฉันเทิดทูนบูชาอย่างอัศวินสาว! ไม่มีทางยอมแพ้เด็ดขาด!’
ประกายแห่งความมุ่งมั่นกลับมาฉายชัดในดวงตาสีฟ้าใสอีกครั้ง เธอเช็ดน้ำตาที่เหลืออยู่ออก เงยหน้าขึ้นสบตาพี่ชายคนโตอย่างไม่เกรงกลัว คราวนี้ไม่ใช่การอ้อนวอนหรือการแสดงละคร แต่เป็การแสดงเจตจำนงที่แท้จริงออกมา
"ท่านพี่อเลสเตอร์คะ หนูเข้าใจดีถึงความห่วงใยของท่านพี่และหนูก็ทราบดีว่าหนูคือส่วนหนึ่งของตระกูลวาเลนเทีย" เธอพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและชัดเจน "หนูไม่กลัวความล้มเหลว ไม่กลัวที่จะต้องเผชิญกับความยากลำบากหรืออันตรายใดๆ ทั้งนั้น"
เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีอำพันของพี่ชาย "สิ่งที่หนูกลัวที่สุด... คือการต้องยอมแพ้ั้แ่ยังไม่ทันได้เริ่มลงมือทำต่างหากค่ะ!"
"เพราะฉะนั้น... ได้โปรดเถอะค่ะ ท่านพี่" เลอาร์โค้งคำนับอย่างงดงาม "ถึงแม้ท่านพี่จะไม่สนับสนุนหรือไม่เห็นด้วยกับเส้นทางนี้... ก็ไม่เป็ไรค่ะ หนูขอแค่เพียงโอกาส... โอกาสที่จะได้พิสูจน์ตัวเอง ได้ทดสอบว่าหนูจะสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดและอุปสรรคต่างๆ ไปได้หรือไม่... แค่นั้นจริงๆ ค่ะ"
ท่าทางที่แน่วแน่และคำพูดที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นอย่างแท้จริงของเลอาร์ ทำให้อเลสเตอร์ถึงกับนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ แววตาที่เคยเต็มไปด้วยความลังเลและความห่วงใย เริ่มฉายแววครุ่นคิดอย่างจริงจัง เขาไม่เคยเห็นน้องสาวแสดงด้านที่เด็ดเดี่ยวและจริงจังขนาดนี้มาก่อน
"ท่านพี่อเลสเตอร์ครับ" ลอเรนซ์ที่ยืนฟังอยู่เงียบๆ เอ่ยขึ้นสนับสนุนน้องสาว "ผมเห็นด้วยกับเลอาร์นะครับ ในเมื่อน้องมีความตั้งใจแน่วแน่ขนาดนี้ อย่างน้อยก็น่าจะให้โอกาสเธอได้ลองทดสอบดูสักครั้งไม่ใช่เหรอครับ? แค่ให้โอกาสพิสูจน์ตัวเองเท่านั้น"
สายตาของพี่ชายทั้งสองคนมากัน อเลสเตอร์มองลอเรนซ์สลับกับเลอาร์ ความลังเลใจฉายชัดอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา เขาไม่ได้คล้อยตามง่ายๆ เหมือนลอเรนซ์ แต่ความมุ่งมั่นที่ฉายออกมาจากแววตาของน้องสาวคนเล็กก็ทำให้กำแพงเหตุผลในใจของเขาเริ่มสั่นคลอน
ในที่สุดอเลสเตอร์ก็ถอนหายใจยาวออกมาอย่างยอมจำนน เขามองน้องสาวคนเล็กด้วยแววตาที่ซับซ้อน ทั้งความกังวล ความไม่เห็นด้วย และ... อาจจะมีความคาดหวังเล็กๆ ซ่อนอยู่ลึกๆ
"ก็ได้..." เขาเอ่ยขึ้นในที่สุด น้ำเสียงยังคงเรียบเฉยแต่ก็ถือเป็การประนีประนอมครั้งใหญ่ "อีก 3 ปีข้างหน้า เ้าก็จะอายุครบ 13 ปี ซึ่งเป็เกณฑ์อายุขั้นต่ำที่จะสามารถเข้าร่วม 'งานประลองเยาวชน' ประจำปีของอาณาจักรได้พอดี"
เขาจ้องมองเลอาร์อย่างจริงจัง "ถ้าหากเ้าสามารถคว้าตำแหน่งชนะเลิศในงานประลองนั้นมาได้ ข้าจะยอม 'พิจารณา' เื่ที่เ้าขออีกครั้ง" เขาเน้นคำว่าพิจารณาราวกับจะย้ำว่านี่ยังไม่ใช่การยอมรับโดยสมบูรณ์
"ท่านพี่อเลสเตอร์! แต่นั่นมัน..." ลอเรนซ์อุทานออกมาด้วยความใ "งานประลองเยาวชนนั่นมันรวบรวมแต่เด็กหนุ่มที่มีพร์จากทั่วทั้งอาณาจักรมาแข่งขันกันไม่ใช่เหรอครับ!? แถมผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่ก็อายุ 15-16 ปีขึ้นไปทั้งนั้น! พวกเขาฝึกฝนกันมาั้แ่เด็ก!"
ลอเรนซ์หันไปมองเลอาร์ด้วยความเป็ห่วง "เวลาแค่ 3 ปีเองนะครับ! ตอนนั้นเลอาร์ก็เพิ่งจะอายุแค่ 13 ปีเท่านั้น อายุก็น้อยกว่าคนอื่นตั้งเยอะ แล้วน้องก็เพิ่งจะ... เอ่อ... เพิ่งจะเริ่มจับดาบเองนะครับ มันแทบจะเป็ไปไม่ได้เลย!"
"ถ้าแม้แต่บททดสอบแค่นี้ยังผ่านไปไม่ได้..." อเลสเตอร์สวนกลับด้วยน้ำเสียงเ็า ตัดบทความกังวลของลอเรนซ์ "เื่ที่จะเป็ 'อัศวินหญิงคนแรก' ของอาณาจักร ก็คงเป็ได้แค่ความฝันลมๆ แล้งๆ เลิกหวังไปเสียเถอะ"
คำพูดนั้นเหมือนเชื้อไฟที่สาดเข้าใส่กองเพลิงในใจของเลอาร์
‘ท้าทายกันเหรอ? คิดว่าตั้งเงื่อนไขโหดหินแบบนี้แล้วฉันจะยอมแพ้ง่ายๆ งั้นสิ? เหอะ! ประเมินโอตาคุอัศวินสาวคนนี้ต่ำไปแล้ว!’ ความรู้สึกอยากเอาชนะพุ่งพล่านขึ้นมาอย่างรุนแรง ‘ดี! ยิ่งยากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งน่าสนุกเท่านั้นแหละ!’
เลอาร์เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย สบตาพี่ชายคนโตอย่างท้าทาย ดวงตาสีฟ้าใสเปล่งประกายความมุ่งมั่นอันแรงกล้า
"หนูรับคำท้าค่ะ ท่านพี่อเลสเตอร์" เธอประกาศด้วยน้ำเสียงหนักแน่น มั่นใจและไม่มีแววลังเลแม้แต่น้อย "อีก 3 ปีข้างหน้า ในงานประลองเยาวชน... หนูจะเป็ผู้ชนะให้ได้!"
เธอยิ้มบางๆ เป็รอยยิ้มที่ดูไม่เหมือนเด็กหญิงอายุสิบขวบเลยแม้แต่น้อย
"หนูจะพิสูจน์ให้ท่านพี่ได้เห็นเอง... ว่าความฝันของหนูไม่ใช่เื่ไร้ประโยชน์!"
แววตาที่แน่วแน่ของเลอาร์สะท้อนอยู่ในดวงตาสีอำพันของอเลสเตอร์ ชั่วขณะหนึ่ง มุมปากของผู้บัญชาการหนุ่มยกขึ้นเป็รอยยิ้มบางเบาที่แทบมองไม่เห็น รอยยิ้มแห่งความพอใจในความมุ่งมั่นและการเติบโตของน้องสาวก่อนที่มันจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว กลับสู่ใบหน้าเรียบเฉยตามเดิม
มือใหญ่ยื่นมาวางบนศีรษะเล็กๆ ลูบไล้กลุ่มผมสีทองอย่างแ่เบา "เช่นนั้นก็... พยายามให้ดีก็แล้วกัน" อเลสเตอร์เอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะหันหลังเดินออกจากสนามฝึกซ้อมไปเงียบๆ ทิ้งไว้เพียงเงื่อนไขอันหนักอึ้ง
‘ไอ้พี่ชายซึนเดเระเอ๊ย... ปากแข็งแต่การกระทำมันฟ้องนะ’ เลอาร์คิดในใจ มองตามแผ่นหลังของพี่ชายคนโตไปจนลับสายตาก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับลอเรนซ์ ดวงตาสีฟ้าใสจ้องมองพี่ชายคนรองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและความมุ่งมั่น ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลืออย่างชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใดๆ
ลอเรนซ์มองเห็นประกายไฟในแววตาของน้องสาว ความมุ่งมั่นอันแรงกล้าที่แม้แต่พี่ชายคนโตผู้เข้มงวดก็ยังต้องยอมอ่อนข้อให้ ทำให้เืในกายของเขาสูบฉีดด้วยความตื่นเต้นและอยากสนับสนุนน้องสาวสุดที่รักอย่างเต็มที่
"ได้เลยเลอาร์น่า!" ลอเรนซ์ตอบรับด้วยรอยยิ้มกว้างและน้ำเสียงกระตือรือร้น กำหมัดแน่นอย่างฮึกเหิม "ไม่ต้องห่วง! พี่ชายคนนี้จะเคี่ยวเข็ญน้องเอง! อีก 3 ปีต่อจากนี้ พี่จะทำให้น้องแข็งแกร่งพอที่จะล้มัได้เลยคอยดูสิ!"
‘เวอร์ไปแล้วน่า ท่านพี่...’ เลอาร์คิดพลางกลอกตาในใจกับความโอเวอร์ของพี่ชาย แต่ถึงกระนั้นหัวใจของเธอก็พองโตขึ้นด้วยความหวังและความตื่นเต้น ‘แต่เอาเถอะ... นี่แหละคือจุดเริ่มต้นที่แท้จริง... จุดเริ่มต้นของการสร้างยุคสมัยแห่งอัศวินหญิง! เดิมพันครั้งนี้สูงนัก... ฉันจะล้มเหลวไม่ได้เด็ดขาด!’
แสงแดดยามบ่ายสาดส่องลงมาในสนามฝึกซ้อม อาบร่างเล็กของเด็กหญิงผู้มีความฝันอันยิ่งใหญ่และร่างสูงของพี่ชายผู้พร้อมทุ่มเททุกอย่างเพื่อช่วยสานฝันนั้นให้เป็จริง การฝึกฝนที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว