ตอนที่ 12 พี่เสิ่นพบเื่ไม่ยุติธรรม (2)
เวลานี้กู้อู๋เหยียนไม่มีกะจิตกะใจจะสนใจเขา เอาแต่ก้มหน้าไม่พูดไม่จา
กู้ซิวหรานเห็นเขาไม่โต้เถียงก็คิดว่าอีกฝ่ายกลัวตน จึงยิ่งวางมาดยโสโอหัง “วันนี้ผมออกมาข้างนอก ไม่ได้พาผู้ช่วยมาด้วย พี่อยู่ที่นี่พอดี มาคอยติดตามผมช่วยหิ้วกระเป๋าซื้อน้ำดีไหม ถ้าทำให้ผมพอใจละก็ ผมสามารถพิจารณาไม่เอาเื่วันนี้ไปบอกพ่อได้นะ”
เสิ่นซีโหลวฟังอยู่ข้างๆ สักพักก็พอจะจับความได้คร่าวๆ คนคนนี้เป็น้องชายของกู้อู๋เหยียน แต่นี่ไม่เหมือนท่าทางที่น้องชายควรปฏิบัติกับพี่ชายหรือเปล่า! กำเริบเสิบสานขนาดนี้
จอมยุทธ์เสิ่นที่พานพบความอยุติธรรมจึงชักดาบเข้าช่วย หัวเราะเยาะแล้วเอ่ยปากพูด “คนนี้ใครน่ะ ปากเหม็นซะขนาดนี้ เหม็นจนทำเอาคนใกล้ตายแล้ว!”
โซนพักผ่อนที่เมื่อครู่มีอยู่สามสี่คนนั่งตรงนั้น พวกเขาเหลือบมองมาทางนี้เป็ระยะ แม้จะรับไม่ได้กับท่าทางของกู้ซิวหรานเป็อย่างมาก แต่ก็ไม่เหมาะหากจะไปก้าวก่ายเื่ระหว่างพี่น้องของพวกเขา พอได้ยินคำพูดที่เสิ่นซีโหลวตอกกลับก็แอบพูดเงียบๆ ว่า “ทำได้ดีมาก!”
กู้ซิวหรานเอ่ยขึ้นด้วยความเดือดดาล “แกเป็ใครกันวะ”
“ฉันเป็ใครแกไม่จำเป็ต้องรู้หรอก ฉันแค่อยากพูดว่า แกพักอยู่ชายหาดเหรอ[1] ถึงได้ยุ่งเื่คนอื่นจนเลยเถิดซะขนาดนั้น
“คนอื่นมาเที่ยวสวนสนุก เกี่ยวอะไรกับแกด้วย”
กู้ซิวหรานมองเสิ่นซีโหลวอย่างดูแคลน น้ำเสียงแฝงแววคุกคามเล็กน้อย “นี่เป็เื่ระหว่างฉันกับเขา แกก็แค่คนแปลกหน้า ไม่ใช่ธุระกงการอะไร มายุ่งเื่ชาวบ้านทำไม ว่างแล้วมันเจ็บไข่[2]เหรอวะ
“อีกอย่างฉันขอเตือนแก จะให้ดีไม่ต้องมาจุ้นให้มากเื่ ฉันไม่ใช่คนที่แกจะมายั่วประสาทได้”
กู้อู๋เหยียนมองเห็นเพลิงโทสะในแววตากู้ซิวหราน รู้ว่าอีกฝ่ายจะต้องสร้างความยุ่งยากให้เสิ่นซีโหลวในภายหลังแน่ เขาไม่อยากให้เสิ่นซีโหลวก่อเื่โดยไม่จำเป็เพราะตนเองเป็ต้นเหตุ ตอนที่เตรียมจะลุกขึ้นลากเสิ่นซีโหลวให้เดินออกไป กลับถูกเสิ่นซีโหลวกดบ่าให้นั่งลง ทั้งยังส่งสายตาให้ความมั่นใจแก่เขา
เห็นเพียงเสิ่นซีโหลวเลิกคิ้ว ก่อนเดินเข้าไปใกล้กู้ซิวหรานแล้วมองเขาอย่างดูถูก “ฉันรู้แน่ๆ ว่าแกเป็ใคร แกเป็น้องชายเขาไม่ใช่เหรอ แต่คำพูดที่แกเพิ่งพูดพวกนั้น ไม่เหมือนคำพูดที่มนุษย์จะพูดออกมาได้
“สัตว์เดรัจฉานยังมีการศึกษากว่าแกอีก”
ผู้คนที่มองดูเริ่มรู้สึกสนุก ต่างส่งเสียงดูแคลนออกมา ทั้งยังมีคนหยิบมือถือมาอัดคลิปอีกด้วย
ไม่นึกว่าอีกฝ่ายจะกล้าพูดว่าเขาเป็สัตว์เดรัจฉาน อยู่ดีๆ ไม่ชอบ กู้ซิวหรานเริ่มโมโห ควงหมัดสวนไปที่ใบหน้าเสิ่นซีโหลว ไม่คิดว่าจะถูกกู้อู๋เหยียนคว้าหมัดที่สวนออกไป พลิกมือเขาไว้ด้านหลังอย่างรวดเร็ว ทั้งยังกดตรงง่ามมือระหว่างนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ของกู้ซิวหรานอย่างแรง เขาเจ็บจนร้องลั่น
“กู้อู๋เหยียน แกกล้าดีเกินไปแล้วนะ ระวังฉันกลับบ้านไปจะบอกพ่อว่าแกรังแกฉัน ดูซิว่าพ่อจะจัดการแกยังไง”
ตอนแรกเสิ่นซีโหลวคิดว่าตนจะต้องโดนหมัดนี้แน่ จึงหลับตาปี๋ ผ่านไปชั่วขณะกลับไม่รู้สึกถึงความเ็ปเหมือนที่คาดการณ์ไว้ เขาปรือตาขึ้นเล็กน้อยมองสถานการณ์ฝ่ายตรงข้าม ก่อนเห็นกู้อู๋เหยียนบิดมือกู้ซิวหรานพลิกไปไว้ด้านหลังด้วยมือเดียว กู้ซิวหรานเจ็บจนหน้าแดง เหงื่อเย็นผุดซึมออกมา
เด็กสาวที่มากับกู้ซิวหรานเห็นดังนั้นก็ใปากสั่น พูดอย่างตะกุกตะกัก “แกรีบปล่อยนะ ไม่งั้นฉันจะแจ้งตำรวจ”
เสิ่นซีโหลวจับจ้องเด็กสาวที่อยู่ข้างๆ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย “เธอโทรสิ ฉันจะรอดูว่าตำรวจจะช่วยใคร”
ขณะพูดก็กวาดตามองคนที่มุงดูอยู่รอบๆ แล้วกล่าว “ที่นี่คนเยอะแยะ พวกเขารู้สถานการณ์ดี ถึงตอนนั้นเธอต้องพูดความจริงนะ”
พอทุกคนเห็นเขาพูดแบบนี้ ต่างเอ่ยคล้อยตามกันว่าจะอธิบายเหตุการณ์กับตำรวจไปตามความจริง
เด็กสาวรู้ว่าตัวเองไม่มีเหตุผลเพียงพอ ได้แต่ยืนอยู่ข้างๆ ไม่กล้าพูดอะไรอีก
ยังกล้ามาแตะต้องคนของเขาอีกหรือ ดูเหมือนเขาจะทำให้อีกฝ่ายหลงผิดว่ากู้อู๋เหยียนรังแกได้ง่าย กู้อู๋เหยียนเพิ่มแรงที่กดมือกู้ซิวหรานขึ้นอีก แรงกดนี้ทำให้กู้ซิวหรานเจ็บจนพูดไม่ออก เส้นเอ็นตรงลำคอนูนเป่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ทันใดนั้นกู้อู๋เหยียนก็ก้มหน้ากระซิบด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นข้างหูกู้ซิวหราน “นายทำอะไรฉัน ฉันทนได้ แต่ถ้านายกล้าแตะคนของฉัน ฉันจะทำให้นายเข้าใจคำว่า ‘ตายไปซะยังดีกว่ามีชีวิตอยู่’ ว่าไม่ใช่แค่คำพูดลอยๆ เท่านั้น!
“ฉันไม่้าให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องล่วงรู้เื่นี้เข้า อีกอย่าง ต่อไปห้ามหาเื่เขา ถ้าตกลงละก็ พยักหน้าซะ”
กู้ซิวหรานเจ็บจนทนไม่ไหวจริงๆ ได้ยินเขาพูดแบบนี้ก็พยักหน้าราวกับโขลกกระเทียม
เด็กสาวที่อยู่ข้างๆ เห็นกู้ซิวหรานถูกปล่อยตัวก็รีบเข้าไปประคองด้วยสีหน้าเป็ห่วง
ตอนแรกกู้ซิวหรานอยากแสดงความน่าเกรงขามต่อหน้าแฟนใหม่ คิดไม่ถึงว่าจะถูกเล่นงานจนสะบักสะบอมขนาดนี้ ไม่เพียงเกิดเื่ไม่คาดฝัน กู้อู๋เหยียนที่เมื่อก่อนอยู่ต่อหน้าเขา ยอมให้เขาด่าประจาน แต่ไหนแต่ไรไม่กล้าใช้วาจาคุกคาม ไม่นึกเลยว่าจะข่มขู่ตัวเอง เขาประเมินอีกฝ่ายต่ำไปจริงๆ แสร้งเล่นละครทำทีเป็เชื่อฟังให้กลั่นแกล้งได้ง่าย นี่เพิ่งจะรับ่ต่อหวนอวี๋ก็บังอาจไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาแล้ว
ดีมาก! เขาเองก็อยากจะดู หากตนแตะคนคนนั้น มันจะทำอะไรได้ ‘ชื่อเสียงที่ฉันเป็ถึงคุณชายน้อยกู้ในเมืองหลวงจะต้องมาเสียเที่ยวหรือไง’
เชิงอรรถ
^ คุณพักอยู่ชายหาดเหรอ ประโยคนี้มีความหมายเชิงกระแนะกระแหนว่าอีกฝ่ายยุ่งไม่เข้าเรื่อง หรือสนใจเรื่องคนอื่นจนเกินขอบเขต^ เป็นคำสแลงยอดฮิตในอินเทอร์เน็ต โดยทั่วไปมีความหมายว่า ตกอยู่ในสภาวะจนปัญญาหรือจนใจ เกิดความรู้สึกเบื่อจนเกินไป เลยทำในสิ่งที่ไม่สมเหตุสมผลออกมา