เสียง “ครืด—” ดังขึ้นเมื่อแท่นหินใต้ฝ่าเท้าของหลิงเซียวเริ่มสั่นไหวอย่างแ่เบา จากนั้นค่อย ๆ ลอยถอยออกจากใจกลางพื้นที่เวิ้งว้าง ทะยานผ่านม่านหมอกสีเทาเข้าสู่ห้องโถงขนาดมหึมา โถงแห่งนี้มีลักษณะเป็ทรงกลม ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะมองเห็นเพดานหรือขอบเขตสุดท้าย
ในกลางห้อง มีแท่นกลไกขนาดมหึมาตั้งอยู่—ชั้นล่างเป็วงล้อฟันเฟืองนับร้อยซ้อนทับกัน หมุนช้า ๆ ด้วยเสียงเสียดสีกังวาน ขณะที่้าคือกล่องโลหะขนาดใหญ่ซึ่งถูกห่อหุ้มด้วยสลักรูนโบราณและสัญลักษณ์ิญญากลสลับซับซ้อน
เยว่อี้ยืนรออยู่ที่นั่นแล้ว แววตาเขาเปลี่ยนไปจากเดิม ไม่ได้เคร่งขรึมเช่นเมื่อแรกพบ แต่กลับแฝงด้วยประกายของความสนใจอันลึกล้ำ
“เ้าผ่านเขาวงกตกลแห่งจิตมาได้” เขาเอ่ยเสียงเบา “และไม่ได้เพียงแค่เอาชนะ…แต่ยังเข้าใจความหมายของมัน”
หลิงเซียวหยุดยืนตรงข้าม เยว่อี้ สายตายังจับจ้องไปที่กล่องโลหะ
“นั่นคือ…?”
เยว่อี้พยักหน้า “นี่คือสิ่งที่เรียกว่า ‘จิติญญาต้นแบบ’ หรือ ‘เสียงแห่งิญญากล’…มันคือแก่นกลไกโบราณที่สำนักหมื่นกลจักรใช้ในการประเมินระดับจิตตื่นรู้ของผู้เข้าสอบขั้นสุดท้าย”
ทันใดนั้น เสียงสั่นะเืต่ำ ๆ ดังขึ้นจากกล่องโลหะนั้น รูนทั้งหมดบนพื้นผิวเริ่มเรืองแสงสลับกันเป็จังหวะ ขณะเดียวกัน เสียงหนึ่งก็ดังแทรกเข้ามาในจิตใจของหลิงเซียว—ไม่ใช่เสียงพูด…แต่เป็เสียงที่คล้ายกับเสียงสะท้อนของโลหะกระทบโลหะ เสียงของกลไกที่หมุนอย่างเป็จังหวะ ราวกับ “ดนตรี” ที่ถูกสร้างจากจักรกล
และสิ่งนั้น…ไม่ใช่เสียงที่ได้ยินด้วยหู
แต่คือ “เสียงที่ได้ยินด้วยใจ”
หลิงเซียวชะงักไปเพียงครู่เดียว ก่อนจะหลับตาลง รับฟังอย่างตั้งใจ
เขาเริ่มััถึงสิ่งบางอย่าง…ความรู้สึกคล้ายเสียงกระซิบของสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีตัวตน เสียงที่ไม่ใช่เพียงสื่อสาร แต่กำลังถามคำถามบางอย่าง
“เ้ามีค่าพอหรือไม่—ที่จะเชื่อมโยงกับหัวใจของกลจักร?”
หลิงเซียวไม่ตอบด้วยคำพูด
เขายื่นมือออกไปอย่างช้า ๆ แตะลงบนกล่องโลหะ
พริบตานั้น—ทุกเสียงรอบตัวหายไป สิ่งที่หลงเหลืออยู่มีเพียงตัวเขา…และจิตสำนึกของสิ่งที่อยู่ภายใน
โลกตรงหน้าเปลี่ยนกลายเป็พื้นที่โลหะไม่มีสิ้นสุด ทุกก้าวของเขาทิ้งรอยแสงไว้เื้ั กลไกเรืองแสงนับพันพุ่งเข้ามารอบตัว บ้างหมุนวน บ้างแทรกซึมเข้าสู่แขนและทรวงอกเขาโดยไม่รู้ตัว
“แสดงให้ข้าเห็น…ความจริงของเ้า” เสียงที่ไม่มีเสียงนั้นพูดอีกครั้ง
หลิงเซียวไม่ตอบ เขายกมือขึ้นวาดกลางอากาศ…แล้วภาพหนึ่งก็ปรากฏขึ้น
—ภาพของเครื่องกลชิ้นเล็ก ๆ ที่เขาเคยประดิษฐ์เมื่อตอนยังเป็นักประดิษฐ์ในโลกก่อนหน้า
—ภาพของเปลวเพลิงที่ลุกโชนในห้องทดลองที่พังพินาศ
—ภาพของตัวเขาเองในวัยเยาว์ ที่ยืนมองพ่อแม่ถูกกลืนหายไปในเศษซากแห่งาจักรกล
ทุกภาพล้วนไม่สมบูรณ์แบบ แต่กลับจริงเกินกว่าคำพูดใดจะอธิบาย
เสียงแห่งิญญากลนั้นเงียบลงอยู่ครู่หนึ่ง…ก่อนจะเปล่งแสงอ่อนบางออกมาจากแก่นกลาง
ทันใดนั้น รูนทั้งหมดที่อยู่รอบโถงเรืองแสงขึ้นพร้อมกัน เสียงกังวานของกลไกนับร้อยดังระงม พร้อมกับฟันเฟืองของแท่นกลไกเบื้องล่างที่เริ่มหมุนด้วยจังหวะที่เร็วกว่าก่อนหน้า
หลิงเซียวลืมตาขึ้นพร้อมลมหายใจหนึ่ง—สงบ เยือกเย็น และมั่นคง
เยว่อี้มองเขาอย่างพึงพอใจ “เ้าผ่านการทดสอบของิญญากลแล้ว…จากนี้ไป เ้าจะได้ชื่อว่า ‘ผู้เชื่อมเสียง’ หนึ่งในตำแหน่งที่สูงค่าที่สุดของเหล่าศิษย์ใหม่”
หลิงเซียวชะงัก
“ข้า…?”
“ใช่” เยว่อี้เอ่ยช้า ๆ “ั้แ่สมัยโบราณ มีเพียงไม่กี่คนที่สามารถเชื่อมโยงกับเสียงแห่งิญญากลได้สำเร็จ… และพวกเขาทุกคนล้วนกลายเป็ผู้สร้างกลจักรระดับตำนาน”
แววตาหลิงเซียวสั่นเล็กน้อย แต่กลับมั่นคงขึ้นอย่างชัดเจน
‘ข้า…จะสร้างสิ่งที่ไม่มีใครเคยสร้าง’
เสียงแห่งิญญากล…ยังคงกังวานในใจเขา
ดั่งเสียงหัวใจของโลกทั้งใบนี้ ที่เขาเพิ่งได้ยินเป็ครั้งแรก