ท้องฟ้าที่นี่คล้ายกับโลกใบเดิม ก้อนเมฆดูราวกับภาพวาดแต่อากาศกลับไม่ได้บริสุทธิ์สักเท่าไหร่ ถ้าจะให้เทียบก็คงเปรียบเมืองนี้เหมือนกับเมืองไท่หยวนเมืองหลวงของมณฑลซานซีที่ได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองถ่านหิน
ในความรู้ของเธอไม่รู้ว่าฝุ่นพวกนี้เกิดจากอะไร ที่แน่ๆ นี่ไม่ใช่สัญญาณที่ดีสำหรับสิ่งมีชีวิต ไม่ว่าจะคน พืชหรือสัตว์ หญิงสาวขมวดคิ้ว การสูดฝุ่นละอองเข้าไปจะทำให้ระบบทางเดินหายใจมีปัญหา แต่เหตุใดผู้คนที่เธอเห็นเมื่อวานถึงไม่มีใครใส่หน้ากากป้องกันมลพิษเลยสักคน
ผู้คนจะละเลยต่อสุขภาพเกินไปหรือเปล่า?
เซวียนซือซือยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ ถึงเธอจะมาต่างโลกแต่ก็ไม่ได้อยากตายในเร็ววันหรอกนะ ทันใดนั้นเองดวงตาของเธอก็คล้ายจะพบกับเื่ประหลาดใจเข้าให้ พื้นดินที่ไม่ใช่พื้นดิน นี่เป็สายตาแบบใดกันแน่
เธอวิ่งไปยังจุดเชื่อมต่อของที่ดินด้านขวาซึ่งเป็ที่ดินหมายเลข 198 ที่ดินผืนนี้มีการเพาะปลูกอยู่ก่อนแล้ว น่าจะเป็การเพาะปลูกของทาสกลุ่มที่อยู่อาศัยมาก่อนหน้า ในแปลงมีการปลูกข้าวโพดที่แคระแกร็นอยู่จำนวนหนึ่ง
ลำต้นและใบเป็สีม่วง ส่วนฝักนั้นถูกกาบห่อหุ้มไว้จึงมองไม่เห็นด้านใน ดูเหมือนผลผลิตข้าวโพดจะไม่ค่อยดีนัก บางต้นมีฝัก แต่มันก็เล็กนิดเดียว อีกทั้งไม่มีเลยสักต้นที่มีฝักมากกว่าหนึ่งฝัก ช่างแปลกประหลาดเสียจริง
และที่แปลกมากกว่านั้นก็คือเมื่อใช้สายตามองไปยังพืชพรรณกลับปรากฏเป็หน้าจอสีฟ้าเล็กๆ บอกถึงชื่อ เกรด ระดับการปนเปื้อนรังสี
รังสีอะไร?
ในขณะที่เซวียนซือซือยืนจ้องมองข้าวโพดก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น
“อย่าคิดเื่ไม่ดีเชียวนะ” น้ำเสียงและสายตาที่หวาดระแวงทำให้เธอกลับมาจากความเหม่อลอย
ตอนนี้ถูกหาว่าเป็ขโมยอย่างไม่ต้องสงสัย เธอจึงรีบขอโทษขอโพยผู้หญิงวัยกลางคนตรงหน้า ท่าทีของฝ่ายตรงข้ามจึงอ่อนลง
“ครอบครัวมีแค่สองคนลำบากแย่เลยสิ” ป้าเฉินพูดขึ้นด้วยความเห็นใจ เด็กที่ยืนอยู่ไกลๆ นั่นดูเหมือนจะอายุยังน้อย
“ฉันทำฟาร์มไม่เป็ความรู้เื่พวกนี้น้อย วันนี้ต้องลงแปลงแล้วก็เลยเดินมาดูข้าวโพดบ้านป้า ขอโทษที่เสียมารยาทนะคะ”
ป้าเฉินรีบโบกไม้โบกมือ “ไม่เป็ไรๆ มาดูก็ไม่เป็ไร การเพาะปลูกมันยากจริงๆ นั่นแหละ ตอนป้ามาอยู่ใหม่ๆ ก็ทำไม่เป็เหมือนกัน อย่างว่าเนอะ ถ้าใครๆ ก็เป็เกษตรกรได้ ผัก ผลไม้จะราคาแพงขนาดนี้ไหม”
“ธัญพืชเกรด C 50 จิน 1,000 เหรียญดวงดาว ส่วนผักผลไม้เกรด C 25 จินก็ราคา 1,000 เหรียญดวงดาวเหมือนกัน” เซวียนซือซือเอ่ยพึมพำเสียงเบา เธอไม่รู้ว่าเหรียญดวงดาวจะเทียบกับหยวนได้ไหม ถ้าเป็เงินหยวนก็แพงจริงๆ นั่นแหละ
ป้าเฉินส่ายหน้า “ราคาในตลาดจะเท่าราคาที่ทาสอย่างพวกเราจ่ายให้ทางการได้อย่างไร ข้างนอกนั่นองุ่นไม่กี่ลูกราคาเกือบพันเหรียญดวงดาวเชียวนะ คนอย่างเราๆ เลยดิ้นรนไงล่ะ ป้าจะบอกเคล็ดลับให้ ถ้าเธอพืชที่ปลูกได้เก็บเกี่ยวแล้วให้เอาไปขายที่เขต B แล้วค่อยเอาเงินมาจ่ายให้ทางการแทน ไม่อย่างนั้นจะโดนเอาเปรียบเอาได้ง่ายๆ”
พอได้ฟังข้อมูลจากป้าเฉิน เซวียนเซวียนซือซือก็อ้าปากค้าง ธัญพืชและผักผลไม้ของที่นี่แพงมาก มิน่าล่ะผู้คนจึงกินอาหารสังเคราะห์กันเป็ส่วนใหญ่
ยิ่งพอได้สอบถามก็ทำให้เปิดโลกมากขึ้น ข้อมูลมากมายจากป้าเฉินทำให้เธอได้รู้ว่าพืชที่ปลูกบนโลกล้วนมีรังสี ก่อนจะวางขายจะต้องมีการใช้น้ำยาล้างรังสีออกเสียก่อนจึงจะนำออกไปขาย แต่การล้างน้ำยาเคมีนั้นไม่สามารถแก้ให้รังสีหายไปทั้งหมดได้เพราะค่ารังสีจะลดลงมากสุดแค่ประมาณ 10 หน่วย ดังนั้นรังสีมากน้อยเป็ตัวแบ่งเกรดผลิตผลทางการเกษตร
หากผลิตผลมีค่ารังสี A ≤ 20 จะถูกจำแนกว่าเป็เกรด A
ผลิตผลมีค่ารังสี 20 < B ≤ 40 จะถูกจำแนกว่าเป็เกรด B
ผลิตผลมีค่ารังสี 40 < C ≤ 59 จะถูกจำแนกว่าเป็เกรด C
ถ้าผลิตผลที่มีค่ารังสีเกิน 60% ขึ้นไปจะถือว่าเป็อันตรายต่อร่างกาย แม้กินไปจะไม่เสียชีวิตในทันทีแต่อวัยวะภายในจะได้รับผลกระทบและระดับพลังในร่างกายจะลดลงเรื่อยๆ เพราะตัวร่างกายไม่สามารถกำจัดรังสีได้หมด ฉะนั้นสินค้าที่เกรดต่ำกว่าระดับ C จึงไม่สามารถซื้อขายได้
อันที่จริงแล้วการแบ่งระดับนี้เป็เพียงการแบ่งที่คนส่วนใหญ่ใช้กัน เพราะในผลิตผลเกรด A ≤ 20 นั้นมีการแยกย่อยไปอีกนั่นก็คือระดับ S SS SSS โดย S ≤ 10 , SSS ≤ 5 และ SSS ค่าความบริสุทธิ์คือ 0
แต่หน้าตาของผลิตผลระดับ S เป็เช่นไรตัวป้าเฉินเองก็ไม่เคยเห็นเพราะมันไม่เคยปรากฏสู่สายตาสาธารณชนเลยสักครั้งเดียว ขนาดผลิตผลอันเกิดจากตัวผู้ปลูกที่มีพลังธาตุดินยังไม่สามารถไปถึงระดับนั้นได้เลย อย่างมากก็เป็ระดับ B เท่านั้น
แต่ยังมีสิ่งหนึ่งที่เป็ข่าวลือซุบซิบในตำนานนั่นก็คือ มีผู้ปลูกิญญาอยู่บนโลกนี้! ผู้ปลูกิญญาจะสามารถทำการเกษตรให้อยู่ในเกรด S ได้ ซึ่งป้าเฉินเองก็ไม่รู้ว่ามีอยู่จริงหรือเปล่า เพราะถ้ามีอยู่จริงพวกเขาคงไม่ออกมาให้เห็นง่ายๆ แน่เพราะทางรัฐบาลและสมาคมเกษตรกรรมจะต้องคุ้มครองคนผู้นั้นเอาไว้อย่างแ่าเพราะถือเป็สมบัติของชาติ
ซึ่งนี่เป็ข้อแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดระหว่างคนทำการเกษตรอย่าง ทาส ผู้ปลูก ผู้ปลูกิญญา ตัวผู้ปลูกเองนั้นแม้จะไม่ได้ถือว่าเป็สมบัติของชาติแต่ก็ได้รับสิทธิพิเศษอยู่มาก โดยเฉพาะเมื่อไปลงทะเบียนในสมาคมเกษตรกรรม และผู้ปลูกก็จะได้รับความเคารพจากบุคคลทั่วไป ถูกจัดให้อยู่ในเขต B ชั้นใน มีการคุ้มกันและความปลอดภัยในสถานที่ค่อนข้างดี
กว่าที่สองพี่น้องจะได้เริ่มเตรียมดินก็เป็เวลาเกือบเที่ยง หัวใจของเซวียนซือซือเต้นแรงเมื่อนึกถึงคำอธิบายของดินที่เธอเห็นในหน้าจอสีฟ้า
ดินที่มีค่ารังสี 70%
มิน่าล่ะผลผลิตใดๆ ที่ถูกเก็บเกี่ยวขึ้นมาจึงอยู่ในระดับ C แม้ผักผลไม้จะไม่ได้ดูดซึมรังสีไปทั้งหมดและยังมีปุ๋ยชะล้างอีก แต่มันก็ไม่สามารถก้าวข้ามระดับ C ไปได้ ไม่แปลกใจเลยที่การจ่ายส่วยของพวกทาสจึงถูกกำหนดให้จ่ายแค่ไม่กี่จิน หากเป็โลกก่อนการจะได้มาซึ่งผลผลิตจำนวนมากย่อมไม่มีปัญหา
แต่ที่นี่..เฮ้อ หากเธอเป็ผู้ปลูกก็คงจะดี
จู่ๆ เซวียนซือซือก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ เธอไม่เชี่ยวชาญด้านการเกษตรกรรม แล้วจะเพาะปลูกได้อย่างไร นี่ไม่ใช่แค่สับดิน แล้วหว่านแบบสั่วๆ สักหน่อย อย่างน้อยๆ ก็น่าจะมีการเตรียมดิน ยกร่องอะไรทำนองนั้น วิชาเกษตรกรรมในโรงเรียนภาคปฏิบัติก็เคยได้ทดลองปลูกผักกาดอยู่บ้างแต่ก็เป็การเรียนของเด็กมัธยมเท่านั้น
ใช่แล้ว! เธอยังมีคู่มือฉบับออนไลน์อยู่นี่นา ในนั้นมีการสอนวิชาเพาะปลูก
แต่เดี๋ยวก่อน!
เธอไม่มีเงินซื้อของอย่างอื่นนอกจากเช็กลิสต์รายการสินค้าไม่กี่อย่างนั่น
ไม่มีเงินก็ต้องหาเงิน ใครว่าเงินไม่สำคัญ เธออยากจะเถียงขาดใจเลย ใครคนไหนที่ไม่้าเงินก็เอามาค่ะ
เมื่อเรียกหน้าจอคู่มือออกมา ด้านมุมบนขวาที่แสดงยอดเงินก็ถูกเปลี่ยนจาก 0 เป็ 2 ใครจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เซวียนซือซือรีบอ่านว่าเงินพวกนี้มาจากไหนและเธอจะเติมเงินเข้าไปได้อย่างไร ปรากฏว่าเงินคือค่านิยมของเธอที่อยู่ที่นี่ ตอนนี้มีแค่สองคนที่เธอได้เจ๊าะแจ๊ะด้วยนั่นก็คือเซวียนหยูและป้าเฉิน
อ่า ไม่อยากเป็เกษตรกรแล้วเธออยากเป็ไอดอล! ไม่รู้ว่าโลกนี้มีอาชีพดาราหรือไอดอลหรือเปล่า เธอเองก็ถูกจำกัดการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตซะด้วยสิ
ช่างมันเถอะ เป็ทาสอยู่ใครเขาจะรับให้เป็ไอดอลกัน สิ่งสำคัญตอนนี้คือหาเงินเพื่อไถ่ตัวเอง พอมีอิสระแล้วค่อยตั้งเป้าหมายใหม่ก็ยังไม่สาย
เธอใช้เหรียญความนิยมที่มีเพียงสองเหรียญนี้หาสิ่งของที่จำเป็สำหรับการเพาะปลูกทันที นี่เป็สิ่งเดียวที่สร้างอาชีพได้