เกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก

    เล่มที่ 6 บทที่ 165 สอบติดแล้ว [2]

            จ้าวอวี้เฟินกอดซูเจียวเจียวแน่นเสียงสะอื้นกล่าวว่า “เจียวเจียว ขอบคุณเธอมากๆนะ! ถ้าไม่ได้เธอคอยสนับสนุน ให้กำลังใจ และสอนฉันละก็ฉันคงสอบไม่ติดมหาวิทยาลัยหรอก”

            ซูเจียวเจียวตบหลังเธอเบาๆ“พอแล้วๆ ดูสิ ร้องไห้จนหน้ายู่เป็นแมวแล้วเนี่ยเธอน่ะตั้งใจเรียนขนาดนั้น จะมีปัญหาได้ยังไง”

            จ้าวอวี้เฟินทั้งร้องไห้ทั้งหัวเราะเธอเช็ดน้ำตาบนใบหน้าแล้วกล่าวให้กำลังใจซูเจียวเจียวว่า“เจียวเจียว เธออย่าเพิ่งกังวลไปเลย เธอเก่งกว่าฉันตั้งเยอะต้องสอบติดอยู่แล้ว มหาวิทยาลัยจิงเฉิงอยู่ไกลจากที่นี่จดหมายตอบรับอาจจะยังมาไม่ถึงก็ได้”

            “อืม ฉันรู้” ซูเจียวเจียวหัวเราะ

            อีกสามวันต่อมาบุรุษไปรษณีย์ก็มาอีกครั้ง คราวนี้เขาถือจดหมายมาสี่ฉบับทั้งหมดเป็นจดหมายตอบรับจากมหาวิทยาลัย

            ซูเจียวเจียวกับเซียวหยวนหมิงได้รับจดหมายตอบรับของตัวเองทั้งสองคนต่างสมัครเรียนที่มหาวิทยาลัยจิงเฉิง

            ในวินาทีที่ได้รับจดหมายตอบรับซูเจียวเจียวก็อดส่งเสียงร้องด้วยความดีใจไม่ได้

            “อาหมิง! พวกเราสอบติดแล้ว! พวกเราสอบติดแล้ว!”

            ซูเจียวเจียวโอบคอเซียวหยวนหมิงส่งเสียงร้องด้วยความดีใจ

            เวลานั้นผู้คนต่างพากันมามุงดูที่หน้าบ้านเมื่อเห็นท่าทางเช่นนี้ ทุกคนก็ตกตะลึงไปตามกัน

            สอบติดแล้วหรือ?

            ไม่เพียงยุวชนซูที่สอบติดแม้แต่เซียวหยวนหมิงก็สอบติดด้วยเช่นกันหรือ?

            ป้าหวังและป้าลู่เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มแล้วสอบถามว่า “ยุวชนซูพวกเธอสอบติดมหาวิทยาลัยที่ไหนกันหรือ?”

            ซูเจียวเจียวหัวเราะพร้อมชูจดหมายตอบรับในมือขึ้น “ฉันกับอาหมิงสอบติดมหาวิทยาลัยจิงเฉิงค่ะ”

            ทุกคนได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้าง“โอ้! พวกเธอสองคนสอบติดที่เดียวกันเลยหรือ?”

            “ใช่ค่ะ!” ซูเจียวเจียวพยักหน้าด้วยความตื่นเต้น

            เพราะชาติที่แล้วเธอสอบติดเพียงมหาวิทยาลัยธรรมดาๆ แห่งหนึ่งเท่านั้น

            เซียวหยวนหมิงยืนอยู่ข้างๆเธอ ดวงตาเปี่ยมด้วยความรักและความอ่อนโยนจ้องมองมาเมื่อเห็นรอยยิ้มสดใสบนใบหน้าของเธอ เขาก็เผยรอยยิ้มด้วยความสุข

            “เธอน่ะเป็นนักเรียนมัธยมปลาย สอบติดก็ไม่แปลกหรอกแต่เซียวหยวนหมิงดูเหมือนจะจบแค่มัธยมต้นไม่ใช่หรือ? เขาจะสอบติดได้ยังไงกัน”เฉินซิ่วฮวาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความอิจฉาจางๆ “คนอย่างเขาจะสอบติดได้อย่างไร?”

            ซูเจียวเจียวผายมือเท้าสะเอวด้วยความไม่พอใจเธอเอ่ยตอบโต้ด้วยถ้อยคำดุดันว่า “อย่าคิดว่าเรื่องที่ตัวเองทำไม่ได้คนอื่นก็จะทำไม่ได้เหมือนกันสิ! อาหมิงสอบติดด้วยความพยายามของตัวเอง!ความรู้ของเขาสั่งสมอยู่ในสมอง แม้จะให้สอบใหม่ตรงนี้เดี๋ยวนี้เขาก็ยังสามารถตอบคำถามทุกข้อได้อย่างไร้ที่ติอยู่ดี!”

            เฉินซิ่วฮวาก็หุบปากลงทันที

            เมื่อเห็นท่าทางดุดันและมั่นใจของซูเจียวเจียว

            ป้าหวังก็เอ่ยตอบโต้เฉินซิ่วฮวา“ดูคำพูดที่เต็มไปด้วยความอิจฉาของเธอสิอิจฉาจนตัวสั่นไปหมดแล้วสินะ! เซียวหยวนหมิงเป็นนักเรียนมัธยมต้นแล้วยังไง?มีนักเรียนมัธยมปลายอย่างยุวชนซูคอยสอนให้อ่านหนังสือการทำข้อสอบให้ได้คะแนนดี ย่อมไม่ใช่เรื่องยากอะไรหรอก!”

            “ใช่แล้ว! ฉันว่าเธอมันพวกไม่ได้กินองุ่น เลยบอกว่าองุ่นเปรี้ยวชัดๆ!”ป้าลู่ก็เอ่ยด่าเสริม

            แม้แต่เฉิงติ้งผิงที่อุ้มลูกอยู่ในอ้อมแขนก็ยังกล่าวว่า“เซียวหยวนหมิงพยายามมากเลยค่ะฉันมาบ้านยุวชนซูหลายครั้งเพื่อสอบถามเรื่องเรียนก็เห็นเซียวหยวนหมิงนั่งใต้แสงไฟอ่านหนังสือ ทบทวนบทเรียน และทำแบบฝึกหัดเขาทั้งทำงานกลางวัน และอ่านหนังสือตอนกลางคืน ไม่เคยละเลยเลยแม้แต่คืนเดียว”

            หลี่จิ้งเซียนก็มาช่วยเสริม“ใช่ค่ะ! ฉันก็เห็นแบบนั้นเหมือนกัน! พี่อาหมิงพยายามมากจริงๆ!”

            หลี่ต้าเฉวียนฉีกยิ้ม“ผมรู้แล้ว!พี่อาหมิงพยายามขนาดนี้ก็เพื่อที่จะคู่ควรกับพี่สะใภ้ในอนาคต! พี่อาหมิงยินดีด้วยนะครับ ในที่สุดพี่ก็ได้สมหวังแล้ว!”

            ทุกคนต่างพูดคุยกันอย่างออกรส

            เฉินซิ่วฮวาหน้าเสียหมดทางโต้ตอบ ทำได้เพียงเดินจากไปอย่างเงียบๆ

            หลี่จินฮวาที่อยู่ในฝูงชนก็อิจฉาจนตาแดงก่ำเดิมทีเธอก็อยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่เมื่อเห็นว่าเฉินซิ่วฮวาเพียงคำพูดเดียวก็สร้างความไม่พอใจให้กับคนหมู่มากจนถูกโต้ตอบจนพูดไม่ออก เธอก็ได้แต่กลืนความอิจฉาในใจลงไป แล้วสะบัดหน้าเดินจากไป

            ทุกคนต่างแสดงความยินดีกับซูเจียวเจียวและเซียวหยวนหมิงบรรยากาศก็คึกคักขึ้นในทันที

            ซูเจียวเจียวบอกว่าพรุ่งนี้จะไปซื้อเนื้อที่ตัวอำเภอมาทำอาหารจัดเลี้ยงทุกคน

            ทุกคนพูดคุยกันได้ไม่นานก็แยกย้ายกันไปเพราะยังมีงานต้องทำ

            แม้ทุกคนจะแยกย้ายกันไปแต่พวกเขาก็ยังคงพูดคุยถึงเรื่องนี้ขณะทำงาน และทุกครั้งที่พูดถึงเรื่องนี้ดวงตาของพวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะแสดงความอิจฉาออกมา

            “ฉันเห็นมีคนเคยพูดว่ายุวชนซูไม่ดี อ่อนแอ ทำงานบ้านไม่เป็น ทำอาหารไม่เป็นเอาแต่กิน ใครที่ปากดีพูดจาเหลวไหลก็ไม่รู้!ไม่งั้นลูกชายฉันต้องไปตามจีบยุวชนซูแล้ว!”

            “ใช่แล้ว! ตอนแรกฉันก็ฟังคำพูดเหล่านั้น ถึงไม่ได้ตามจีบตอนนี้เสียดายแทบตายเลย”

            “ฉันว่ายุวชนซูเป็นเด็กที่โชคดีนะ ดูสิ พอเธอแต่งงานกับเซียวหยวนหมิงแล้วชีวิตของครอบครัวเซียวหยวนหมิงก็ดีขึ้นเรื่อยๆ จากที่เคยมีสถานะทางสังคมไม่ดีก็กลายเป็นวีรบุรุษที่ได้รับคำชมจากนายอำเภอ ไม่เพียงได้รับเงินรางวัลแต่สถานะทางสังคมของครอบครัวก็ยังดีขึ้นอีกด้วย ยุวชนซูยังสวยและยังเป็นช่างตัดเสื้อที่หาเงินได้เป็นร้อยหยวนต่อปีเลยนะ!”

            “ใช่แล้วๆ ดูสิ ตอนนี้ยุวชนซูยังสอบติดมหาวิทยาลัยจิงเฉิงอีก!แม้แต่เซียวหยวนหมิงก็สอบติดด้วย นี่มันบุญหล่นทับชัดๆ เลยนะ!”

            “โอ้โห มหาวิทยาลัยจิงเฉิง ฉันนี่ทั้งชีวิตไม่เคยไปถึงตัวอำเภอเลยตัวเมืองมณฑลยิ่งไม่ต้องพูดถึง แล้วจะไปมหาวิทยาลัยจิงเฉิงได้ยังไงกันจิงเฉิงเป็นยังไงนะ?”

            “ฉันนี่ทั้งชีวิตไปแค่ที่ตำบลเอง! เฮ้อฉันว่าทั้งชีวิตนี้ฉันคงใช้ชีวิตแบบไร้ค่า!”

            “ฉันเคยได้ยินมาว่าจิงเฉิงใหญ่มาก สวยมากด้วย สาวๆที่นั่นก็สวยเหมือนยุวชนซูเลยนะ! แล้วก็มีเป็ดย่างที่มีชื่อเสียงมาก อร่อยมากๆด้วย!”

            “อะไรนะ เธอเคยกินด้วยหรือ?”

            “ฉันจะไปมีบุญขนาดนั้นได้อย่างไร! ฉันไปตลาดนัดครั้งหนึ่งได้ยินคนอื่นพูดมาน่ะ!”

            ทุกคนต่างทำงานกันอย่างขะมักเขม้นพร้อมพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ยิ่งคุยก็ยิ่งมีชีวิตชีวา

            ทันใดนั้นก็มีคนหันไปถามคนข้างๆ“ยุวชนเยว่ เธอไปสอบหรือเปล่า? ทำไมยังไม่ได้รับจดหมายตอบรับเลยล่ะ?”

            เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมาบรรยากาศก็พลันตกสู่ความเงียบงัน

            คนผู้นั้นมองเยว่เผิงไห่ที่ใบหน้ามืดคล้ำลงเรื่อยๆอย่างงุนงง เพียงเห็นดวงตาของเยว่เผิงไห่จ้องมองเขาอย่างขุ่นเคืองร่างกายของเขาก็พลันเย็นเยียบ ราวกับจะเข้ามาทำร้ายร่างกายเขาทำให้คนผู้นั้นถึงกับตัวสั่นเทา

            เยว่เผิงไห่ทิ้งจอบในมือลงอย่างแรงแล้วหันหลังเดินจากไป

            คนผู้นั้นลูบศีรษะอย่างงุนงงเขาพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า?

            หญิงชราคนหนึ่งเดินเข้ามาเคาะหัวเขาแล้วกระซิบด่าว่า “เธอมันไม่มีสมองหรือไง!พูดจาไม่เข้าท่า ชอบซ้ำเติมคนอื่น!”

            “ฉันไปซ้ำเติมอะไรเขา?”

            “ภรรยาของยุวชนเยว่เอาใบอนุญาตสอบของเขาไปโยนทิ้งแม่น้ำเขามารู้เอาวันก่อนสอบ จะไปทำเรื่องขอใบใหม่ก็ไม่ทันแล้ว เขาก็เลยโกรธมากตีจางหงอวี้อย่างรุนแรง จนทั้งบ้านวุ่นวายไปหมด”

            ทุกคนต่างถอนหายใจและกระซิบกระซาบกัน“ยุวชนเยว่ช่างน่าสงสารจริงๆ!”

            “ใช่แล้ว ถ้าเขาไปสอบ บางทีอาจจะสอบติดมหาวิทยาลัยก็ได้!ถ้าสอบติดมหาวิทยาลัยก็ไม่ต้องมาทำงานที่นี่อีกแล้ว สามารถกลับไปเรียนในเมืองได้ในอนาคตประเทศก็จะจัดหางานที่ดีให้ แล้วชีวิตจะดีขนาดไหน!ฉันก็บอกอยู่แล้วว่าจางหงอวี้ทำไมถึงคิดสั้นแบบนี้นะ!”

             

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ยุค 70 เป็นสาวน้อยดวงดี ชาตินี้จะเป็นเศรษฐีนีพร้อมสามีคลั่งรัก ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592