จ่างซุนจื่อจวินตื่นขึ้นมาเห็นเตียงนอนอีกฝั่งข้างกายตนว่างเปล่าก็ชะงักทันที
เมื่อคืนเขากับอี้ซีเฉินฟาดฟันกันทั้งคืนว่ากันตามเหตุผลแล้ว อี้ซีเฉินน่าจะเป็ฝ่ายลุกจากเตียงไม่ขึ้นไปสามวันสามคืนปวดเอวปวดหลังรอให้เขาบีบนวดให้มากกว่า หลังจากนวดแล้วก็พานให้เกิดเหตุร้อนรุ่มไปอีกสามวันสามคืน...อันที่จริงบางครั้งจ่างซุนจื่อจวินก็สับสนมากอิงตามรูปการณ์นี้แล้ว อี้ซีเฉินน่าจะตัวติดกับเตียงนอนแต่ทำไมจู่ๆบางครั้งก็เที่ยวไปมีสัมพันธ์ยั่วน้ำลายพวกสิงสาราสัตว์ข้างนอกให้ไหลเยิ้มราวกับคนไม่เป็อะไรได้เล่า
จ่างซุนจื่อจวินเองก็ไม่เข้าใจลำดับเหตุการณ์ในตอนนี้ในฐานะตัวเอกของเื่ เขาไม่มีทางมองทะลุการวางโครงเื่ของนักเขียนได้ตอนที่เนื้อเื่ต้องดำเนินต่อ อี้ซีเฉินก็จะได้ปลดคำสาป“ลุกจากเตียงไม่ได้สามวันสามคืน” ทิ้งโดยอัตโนมัติ พอไม่รู้ว่าเนื้อเื่ควรจะดำเนินไปอย่างไรดีก็จะใช้สามวันซ้ำสามวัน แล้วก็ซ้ำอีกสามวันให้มากขึ้นอีกหน่อย
จ่างซุนจื่อจวินคิดไม่ตกแล้วก็คร้านจะคิดลุกขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ความรู้สึกแปลกประหลาดวนเวียนอยู่ในใจเขาราวกับมีอะไรบางอย่างเปลี่ยนไป แต่ก็เหมือนว่านี่จะเป็สิ่งที่ถูกต้องแล้ว...ตอนนี้เวลานี้ จ่างซุนจื่อจวินผู้น่าสงสารยังไม่รู้ว่าแม้เขาจะยังเป็คนคนเดิมแต่ตัวเขานั้นถูกพลังงานลึกลับจากต่างมิติบิดเบือนไปแล้ว...รวมทั้งความทรงจำของเขาและความสามารถทุกอย่างของร่างกายเขาด้วยยิ่งไปกว่านั้นคนที่ถูกบิดเบือนก็มีเพียงเขาคนเดียว
พอเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวเป็ชุดศิษย์ในสำนักเรียบร้อยจ่างซุนจื่อจวินก็ออกจากห้องไป
ยามนี้ยังเป็เวลาเช้าตรู่บรรดาศิษย์บนเขาสำนักกระบี่์ส่วนใหญ่ยังหลับอยู่ศิษย์ผู้ขยันขันแข็งที่สุดในสำนักก็คือเขากับอี้ซีเฉินนี่จึงเป็เหตุผลว่าเหตุใดสุดท้ายแล้วเขากับอี้ซีเฉินถึงเดินไปได้ไกลที่สุดและสูงที่สุดแน่นอนว่าพวกเขามีพร์เหนือธรรมดาและ์ก็ให้รางวัลคนเพียร
จ่างซุนจื่อจวินมาถึงลานดอกท้อเห็นศิษย์ชุดดำคนหนึ่งฝึกกระบี่อยู่ท่ามกลางทะเลดอกท้อท่วงท่าของเขาปราดเปรียวดุจหงส์ผงาด เพรียวงามดุจัเลื้อยกาย แม้จ่างซุนจื่อจวินจะมองเห็นใบหน้าเขาไม่ชัดก็รู้แล้วว่าคนผู้นี้คืออี้ซีเฉิน...นักเขียนแฟนฟิกได้เพิ่มลักษณะพิเศษหนึ่งให้เขานั่นก็คือขอเพียงพบอี้ซีเฉิน ่ล่างของเขาก็จะแข็งดุจเหล็กทมิฬดังนั้นการยืนยันว่าอี้ซีเฉินปรากฏตัวอยู่ในรัศมีหนึ่งร้อยเมตรรอบกายเขาหรือไม่จ่างซุนจื่อจวินไม่ต้องอาศัยตามอง ไม่ต้องใช้จมูกดมกลิ่น ไม่ต้องเงี่ยหูฟังเสียงอาศัยแค่ทวนเงินผงกขึ้นหรือไม่ก็รู้แล้ว
จ่างซุนจื่อจวินมุ่นคิ้วไม่สบอารมณ์อี้ซีเฉินผู้นี้ตั้งท้องแล้วยังอยู่ไม่สุขขนาดนี้ ล่าสุดที่กินอาหารกันเมื่อคืนนึกไม่ถึงเลยว่าจะดูดนิ้วจนสัญชาตญาณสัตว์ป่าของตนพลุ่งพล่านลั่นกลองรบกับเขาไปถึงสามร้อยตลบ เช้าวันนี้ยังตื่นมาฝึกกระบี่เสียเช้าตรู่ไม่ใส่ใจร่างกายเอาเสียเลย!
ขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกฉงนท่วงท่าและวิชากระบี่น่ามองเพียงนี้ เขาควรจะคิดชื่นชมอย่างบริสุทธิ์ใจปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายเช่นนี้มาจากแห่งหนใดกันเขากลายเป็เดรัจฉานที่เมื่อพอใจหรือไม่พอใจก็อาศัยปฏิกิริยาของ่ล่างเป็สรณะั้แ่เมื่อไรกัน...พอสลัดหลุดจากโลกอันบิดเบี้ยวสติปัญญาของจ่างซุนจื่อจวินก็เข้าที่เข้าทางและคิดทบทวนสิ่งที่ไม่สมเหตุสมผลในทันที
เงาร่างนั้นหยุดลงและหันมาน้ำเสียงยินดีของอี้ซีเฉินดังขึ้น “จื่อจวิน เ้ามาแล้ว!”
อี้ซีเฉินวิ่งเข้ามามองสำรวจจ่างซุนจื่อจวินด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์“เมื่อคืนนอนพลิกไปพลิกมาเป็เพื่อนข้าทั้งคืน พักผ่อนพอแล้วหรือ”
จ่างซุนจื่อจวินมองอี้ซีเฉินดูท่าทางแล้วเอวกับก้นจะยังคล่องแคล่วดีอยู่ “เ้าไม่เจ็บก้นหรือ”
อี้ซีเฉินลูบก้นงอนๆของตนอย่างงุนงง“เหตุใดข้าต้องเจ็บก้นด้วย”
จ่างซุนจื่อจวินไม่พูดจาพานแอบคิดไปว่าอี้ซีเฉินกำลังเย้ยหยันตนว่ากำลังวังชาไม่พอหรือไม่
อี้ซีเฉินก็ไม่ได้รบเร้าถึงหัวข้อสนทนาเมื่อครู่แย้มยิ้มเอ่ยว่า “จื่อจวิน มาฝึกกระบี่เป็เพื่อนข้าที”
จ่างซุนจื่อจวินส่ายหน้าการฝึกกระบี่กับอี้ซีเฉินเป็เื่น่าเบื่อที่สุด นักเขียนแฟนฟิกได้เพิ่มกลเม็ด“ขอเพียงฝึกกระบี่ด้วยกัน ร้อยทั้งร้อยจะฝึกไปยันบนเตียง” เอาไว้ หรือจะบอกว่าไม่ว่าพวกเขาจะทำอะไรด้วยกันก็จะกลายเป็ “ร้อยทั้งร้อยจบลงบนเตียง” โดยอัตโนมัติจ่างซุนจื่อจวินรู้สึกเหนื่อยใจยิ่งนัก
อี้ซีเฉินชะงักนี่เป็ครั้งแรกที่เขาชวนศิษย์พี่มาฝึกกระบี่ร่วมกับเขาแล้วถูกปฏิเสธจ่างซุนจื่อจวินเป็คนคลั่งกระบี่ยามพวกเขาศิษย์พี่ศิษย์น้องฝึกกระบี่ด้วยกันนั้นราวกับท่วงทำนองของเครื่องดนตรีชั้นเลิศบรรเลงประสานกันเชียวนะ
อี้ซีเฉินเอ่ยหยอกเขาด้วยสีหน้าเ้าเล่ห์“จื่อจวินกลัวว่าทำข้าาเ็แล้วเ้าจะปวดใจเองงั้นสิ”
เ้าก็รู้ว่าตัวเองตั้งท้องอยู่มาะโโลดเต้นเช่นนี้จะาเ็ได้ง่ายมิใช่หรือจ่างซุนจื่อจวินยิ่งรู้สึกโมโห น้ำเสียงแฝงนัยตำหนิ “เ้าไม่รู้สถานการณ์ของตัวเองหรือยังจะพูดจาเหลวไหลเช่นนี้อีก!”
“หา?”อี้ซีเฉินถูกเขาตำหนิก็อึ้งไป สถานการณ์ของตัวเองอะไร พูดจาเหลวไหลงั้นหรือวันนี้จ่างซุนจื่อจวินเป็อะไรไปกันนี่
จ่างซุนจื่อจวินหันหลังคิดจะเดินจากไปอี้ซีเฉินกลับไม่ปล่อยให้เขาจากไปอย่างง่ายดาย ะโว่า “จื่อจวิน ระวังกระบี่!”พลางหันกระบี่จู่โจมไปที่เสื้อคลุมของเขา!
อี้ซีเฉินมั่นใจว่าจ่างซุนจื่อจวินรับกระบี่นี้ได้เมื่อครู่เขาฝึกฝนอย่างสนุกสนาน คันไม้คันมืออยากหาคนมาประลองสักสองสามกระบวนท่าไม่มีใครที่ไหนจะเหมาะสมไปกว่าจ่างซุนจื่อจวินอีกแล้วอีกทั้งลูกไม้ของเขาก็ไม่ได้อยู่ในสายตาของจ่างซุนจื่อจวินเลยเขาชักกระบี่หันมาปัดป้องกระบวนท่านี้ของอี้ซีเฉินได้อย่างง่ายดาย
แววตาอี้ซีเฉินเปล่งประกายพร้อมกับเสียงหัวเราะคิกๆจ่างซุนจื่อจวินรู้สึกหลังมือแสบร้อน กระบี่ในมือแทบจะร่วงลงพื้น ที่แท้เมื่อครู่ตอนที่เขายังไม่หันกลับมาอี้ซีเฉินแอบติดยันต์อัคคีบนกระบี่ พอประมือกันจ่างซุนจื่อจวินจึงโดนยันต์ของเขาด้วย
ทว่านี่ก็เป็เพียงการหยอกเย้าเล็กๆน้อยๆของเขาเท่านั้นพอแกล้งจ่างซุนจื่อจวินได้ครั้งหนึ่งแล้ว อี้ซีเฉินก็ผละออกมาอย่างเร็วรี่ จากนั้นจึงตั้งกระบวนท่าอันจริงจัง
ประมือกันไปสองสามเพลงจ่างซุนจื่อจวินก็อดรู้สึกแปลกๆไม่ได้ วันนี้อี้ซีเฉินผิดปกติยิ่งนัก!ยามฝึกกระบี่ก่อนหน้านี้ อี้ซีเฉินมักจะบิดเอวส่ายก้นราวกับเต้นระบำยั่วราคะไม่ทำให้หัวใจเขาสั่นไหวก็ไม่ถือว่าสำเร็จ แต่ในใจเขากลับไม่ชอบเช่นนั้นเลยกระบี่ก็คือกระบี่ เป็กระบี่ของผู้ฝึกเซียน และเป็หัวใจของผู้ฝึกกระบี่ไม่สมควรเอาเื่คาวโลกีย์มาปะปนก่อนหน้านี้เขาจึงไม่เคยเห็นกระบี่ของอี้ซีเฉินอยู่ในสายตานักทว่าเพลงกระบี่อันเฉียบคมของอี้ซีเฉินในวันนี้กลับเป็สิ่งที่เขาชื่นชม
“ยากนักที่เ้าจะเป็ดั่งชายชาตรี”จ่างซุนจื่อจวินเอ่ยชมนิ่งๆ
“...เดิมทีข้าก็เป็ชายชาตรีอยู่แล้วนะ!”อี้ซีเฉินมุมปากกระตุก วันนี้จ่างซุนจื่อจวินเป็บ้าอะไรพูดจาร้ายกาจคิดจะยั่วยุกันรึ ไม่ใช่นิสัยของเขาเลย!
ปราณกระบี่เย็นเยือกสายหนึ่งพาดผ่านข้างตัวอี้ซีเฉินอี้ซีเฉินหลบเลี่ยงทันท่วงที ชายเสื้อส่วนหนึ่งถูกตัดร่วงลงจ่างซุนจื่อจวินชะงักรีบเก็บกระบวนท่า...เขาควบคุมตัวเองไม่อยู่จนเผลอใช้พลังยุทธ์จริงออกมาสองสามส่วนเกือบทำร้ายอี้ซีเฉินเข้าจริงๆแล้ว
อี้ซีเฉินกลับไม่ถือสาเลยสักนิดจรดปลายกระบี่ ยิงศรอัคคีเล็กจ้อยดอกหนึ่งไปที่นิ้วเท้าของจ่างซุนจื่อจวินจ่างซุนจื่อจวินถอยหลังหลบทันทีจนเหยียบไปโดนก้อนหินที่อี้ซีเฉินเตะมาเมื่อครู่พอดีเดิมจ่างซุนจื่อจวินคิดว่านั่นเป็ก้อนหินจึงไม่ได้ใส่ใจผู้ใดจะรู้ว่าพอเหยียบลงไป ััที่เท้าพลันผิดปกติ รู้สึกท่าไม่ดี แต่สายไปเสียแล้ว
“เฮ้ย!”
เมือกสีน้ำตาลที่ทะลักออกมาจาก“ก้อนหิน” นั่นเกาะติดรองเท้าของจ่างซุนจื่อจวินเข้าเต็มๆทำให้เขารู้สึกสะอิดสะเอียนยิ่งนัก
“ฮ่าๆๆ!”อี้ซีเฉินหัวเราะลั่นจนท้องคัดท้องแข็ง
ในสำนักกระบี่์อี้ซีเฉินน่าจะเป็ลูกศิษย์ที่ไร้พร์มากที่สุด เขามีแก่นิญญาเทียมธาตุอัคคีถ้าหากผู้าุโหอโอสถของสำนักกระบี่์ไม่เห็นแก่มิตรภาพที่มีต่อบิดามารดาของเขาก็ไม่มีทางรับศิษย์ที่คุณสมบัติแก่นกระดูกย่ำแย่เช่นเขาเข้าสำนักแน่นอน
ถึงแม้อี้ซีเฉินจะขยันหมั่นเพียรยิ่งทว่าพร์ที่ไม่เพียงพอนั้นก็ยากจะชดเชยได้ไม่ว่าอย่างไรปราณกระบี่และเจตจำนงกระบี่ของเขาก็ไม่มีทางสู้ผู้อื่นได้ทำให้เขาต้องใช้วิธีนอกรีต มักจะใช้ลูกไม้ที่ทำให้ผู้คนกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเอาชนะด้วยเล่ห์กลอยู่บ่อยครั้ง
อี้ซีเฉินเห็นจ่างซุนจื่อจวินติดกับก็ยิ้มอย่างเ้าเล่ห์เดินอาดๆเข้าไปหาจ่างซุนจื่อจวิน เขาไม่ทันระวังเหยียบกองฟางที่สั่งสมน้ำค้างเอาไว้จนลื่นไถลล้มหงายหลังใบหน้าซีดเผือดด้วยความใ
จ่างซุนจื่อจวินกลับร้อนใจยิ่งกว่าเขาสลัดรองเท้าที่เปื้อนเมือกเหนียวแล้วกระโจนเข้าไปทันที “ระวังลูกของเราด้วย!”
อี้ซีเฉินสะดุ้งใ“หา!”
ในที่สุดจ่างซุนจื่อจวินก็ประคองเอวของอี้ซีเฉินไว้ได้ก่อนจะล้มลงถึงพื้น
จ่างซุนจื่อจวินตีหน้าเข้มเอ่ยตำหนิ“เ้าทำร้ายตัวเ้าเองข้าไม่สน! แต่ลูกไม่ใช่ของเ้าผู้เดียวนะ!ทำไมเ้าถึงได้เอาแต่ใจเยี่ยงนี้!”
“...ละ...ลูกของพวกเราเหรอลูกเรอะ! เ้าว่าอะไรนะ” ใบหน้าของอี้ซีเฉินเหยเก
“ถ้าเ้าเกลียดข้าก็มาลงที่ข้าลูกไม่มีความผิด!” จ่างซุนจื่อจวินวางมือลงบนหน้าท้องของเขาด้วยสีหน้าเคร่งขรึมทว่าผ่านไปครู่หนึ่งสีหน้าเขาก็ย่ำแย่เพราะััถึงความเคลื่อนไหวภายในท้องไม่ได้เลย“อี้ซีเฉิน เ้าแท้งลูกอีกแล้วหรือ!”
อี้ซีเฉิน “?!?!?!”
จ่างซุนจื่อจวินอารมณ์เสียยิ่งนักเขานับไม่ได้แล้วว่าอี้ซีเฉินแท้งลูกเป็ครั้งที่เท่าไรหลายครั้งก็แท้งลูกเพราะเขาไร้เหตุผลทำรุนแรงเกินไป (เขาเองก็ไม่อยากทำหรอกทำไมนักเขียนแฟนฟิกจึงตั้งค่าแบบร้อยทั้งร้อยให้เขาเห็นอี้ซีเฉินก็จะกลายร่างเป็สัตว์ป่าไปได้กัน)มีอยู่หลายครั้งที่ถูกนางร้ายตัวประกอบมากหน้าหลายตาวางยาพิษจนแท้งลูกโชคดีที่อี้ซีเฉินเป็ผืนดินที่ร่วนซุยมาก แค่หว่านเมล็ดก็จะเก็บเกี่ยวได้แต่ก็มักจะซ้ำไปซ้ำมาอยู่แบบนี้ จ่างซุนจื่อจวินเองรู้สึกหงุดหงิดมากถ้าอยากจะคลอดลูก ไม่ว่าจะคลอดเป็ดวงแก้วหรือเป็ไข่ก็รีบคลอดออกมาเถิดถ้าไม่อยากจะให้คลอด แล้วทำไมถึงต้องให้อี้ซีเฉินตั้งท้องไม่หยุดหย่อนด้วยเล่า
จ่างซุนจื่อจวินข่มความโกรธเกรี้ยวไว้เต็มที่ไม่ว่าจะพูดอย่างไรอี้ซีเฉินก็เป็...มารดาของลูกเขาเวลานี้ลูกไม่อยู่อีกต่อไปแล้ว การแท้งลูกเป็เื่กัดกร่อนสุขภาพถึงทุกครั้งอี้ซีเฉินจะใช้เวลาไม่กี่วันก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วทว่าจ่างซุนจื่อจวินก็ยึดมั่นกับความคิดที่จะรับผิดชอบอย่างจริงจังเขาอุ้มอี้ซีเฉินขึ้นมาในท่านอน เตรียมจะพาเขาไปพบผู้าุโหอโอสถ
อี้ซีเฉินตื่นตระหนกใไม่น้อยจ่างซุนจื่อจวินต้องล้อเล่นแน่ๆ มาวางมือบนท้องเขาแล้วก็พูดถึงลูกอะไรนั่น ์เขาเป็บุรุษนะ ทำอีท่าไหนถึงจะยัดเด็กเข้าไปในท้องตนเองได้!แล้วถ้ายัดเข้าไปจริงๆ เด็กจะออกมาทางไหนกันเล่า!
“เอ่อฮ่าๆ” อี้ซีเฉินฝืนหัวเราะแห้งๆ ออกมาสองครั้ง ยกมือขึ้นแนบหน้าผากของจ่างซุนจื่อจวิน“จื่อจวิน เ้าเป็ไข้หรือ”ใบหน้าดุจภูผาน้ำแข็งอย่างจ่างซุนจื่อจวินล้อเล่นเช่นนี้ไม่ตลกเลยออกจะน่ากลัวเสียด้วยซ้ำและที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นก็คือดูจากสีหน้าเคร่งขรึมของจ่างซุนจื่อจวินแล้วไม่มีนัยคิดล้อเล่นสักกระผีก!
จ่างซุนจื่อจวินไม่ชอบให้แตะเนื้อต้องตัวเขาทุกครั้งที่อี้ซีเฉินวางมือเย็นๆคู่นั้นลงบนตำแหน่งใดก็ตามบนร่างกายเขาก็เหมือนเติมเชื้อไฟให้กับความรุ่มร้อนของเขา ความรู้สึกเช่นนี้แม้เขาจะไม่ชอบมันแต่ก็ไม่อาจควบคุมได้ ครั้นพอเื่ราวดำเนินต่อไปพวกเขาก็จะเสียเวลาทั้งวันอยู่บนเตียงนอนอีก เขาก้มหน้ามองอีกฝ่าย เอ่ยเสียงเย็น“บุรุษ อย่าเล่นกับไฟ”
อี้ซีเฉินนิ่งอึ้ง“...”
“จื่อจวิน!จื่อจวิน! จ่างซุนจื่อจวิน!” อี้ซีเฉินดิ้นรนะโลงจากอ้อมแขนของจ่างซุนจื่อจวินถ้าหากให้ศิษย์คนอื่นๆและผู้าุโของสำนักกระบี่์เห็นจ่างซุนจื่อจวินอุ้มเขาเดินไปเดินมาเขาก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปซุกไว้ที่ไหนแล้ว
“ข้าผิดไปแล้วข้าสำนึกผิดแล้ว! ข้าจะไม่แกล้งเ้าอีกแล้ว!” อี้ซีเฉินเอ่ยขอโทษพลางก้าวถอยหลังเขารู้แล้ว ต้องเป็เพราะเขาเอาแต่แกล้งจ่างซุนจื่อจวินเอาคำพูดเกี้ยวพานมาหยอกเย้าอีกฝ่ายเป็แน่ ศิษย์พี่จึงขุ่นเคืองแล้วคิดวิธีเช่นนี้มาเอาคืนเขา!
จ่างซุนจื่อจวินมองอี้ซีเฉินด้วยสีหน้าทะมึน“แกล้งข้ารึ เสียลูกของเราไปแล้ว เื่ร้ายแรงเพียงนี้เ้ายังบอกว่าแกล้งข้าหรือ”
อี้ซีเฉินขนลุกชันแทบจะทั้งตัวตอนนี้เขารู้แล้วว่าการล้อเล่นของคนใบหน้าเ็าดุจูเาน้ำแข็งนั้นเป็เื่น่ากลัวมากจริงๆวันใดที่เขาได้ขึ้นเป็เ้าสำนักของสำนักกระบี่์เขาจะต้องประกาศกฎสำนักข้อใหม่แน่นอนว่า คนที่ล้อเล่นไม่เป็ห้ามล้อเล่นเด็ดขาด!
“เป็เ้าที่ร้องไห้คร่ำครวญวิงวอนให้ข้ามอบลูกให้เ้านะ!”จ่างซุนจื่อจวินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เอ่ยอย่างเดือดดาล “เ้าบอกว่าคลอดลูกแล้วเ้าถึงจะเป็บุรุษเต็มตัว!”
“บัดซบเ้ายังไม่เลิกพูดอีก!” อี้ซีเฉินใกล้จะอกแตกตายแล้วอย่าเอาแต่พูดว่าเขาคลอดลูกสิ! รู้สึกเจ็บก้นขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุแล้ว โอ๊ย!
เวลานี้เองน้ำเสียงอันสุภาพอ่อนโยนก็ดังเข้าหูพวกเขา
“ศิษย์น้องจ่างซุนศิษย์น้องอี้ พวกเ้าทำอะไรกันอยู่หรือ”ศิษย์ผู้สวมชุดของศิษย์สำนักที่มีลายสามแถบขาวบริเวณอกกำลังเดินเข้ามา
อี้ซีเฉินราวกับเห็นผู้มาโปรดถลาเข้าไปคว้าแขนของผู้มาใหม่ทันที “ศิษย์พี่ลู่! อรุณสวัสดิ์ขอรับ ฮ่าๆๆๆ!”
ผู้มาใหม่มีนามว่าลู่จื่อเหยาเป็ศิษย์พี่ใหญ่ผู้ฝีมือดีที่สุดในสังกัดของผู้าุโหอหลอมกระบี่ในสำนักกระบี่์มีทั้งหมดสี่หอใหญ่ แบ่งเป็หอหลอมกระบี่ หอคุ้มกระบี่หอกลกระบี่ และหอโอสถ มีโครงสร้างคล้ายคลึงกับสำนักฝึกเซียนอื่นๆสำนักกระบี่์ในฐานะสำนักฝึกฝนกระบี่หอที่มีอำนาจมากที่สุดย่อมต้องเป็หอหลอมกระบี่ศิษย์ของหอหลอมกระบี่ล้วนเป็ยอดคนเหนือคนกันทั้งนั้นส่วนคนที่ไม่น่าคบหาด้วยมากที่สุดก็คือศิษย์ของหอโอสถเพราะทุกคนไม่ได้ฝึกหลอมโอสถอย่างจริงจัง เื่ยาอายุวัฒนะนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึงซ้ำยังถ่วงการฝึกฝนวิชากระบี่ด้วยดังนั้นศิษย์ของหอโอสถจึงเป็พวกคนที่พร์ไม่ถึงขั้นทั้งนั้น
ที่ค่อนข้างโชคร้ายก็คืออี้ซีเฉินและจ่างซุนจื่อจวินต่างเป็ศิษย์ของหอโอสถเพราะพร์ของอี้ซีเฉินน้อยนิดเหลือเกินการที่สำนักกระบี่์รับเป็ศิษย์ก็ถือว่าใจกว้างมากแล้ว ส่วนจ่างซุนจื่อจวินเมื่อแรกเข้าสำนักเป็ศิษย์ของหอหลอมกระบี่ยิ่งไปกว่านั้นเขาก็ยังโดดเด่นที่สุดในหอหลอมกระบี่อีกด้วยเพียงแต่นิสัยเขาเย่อหยิ่งเกินไป ล่วงเกินศิษย์อื่นคนพวกนั้นจึงใช้แผนการเ้าเล่ห์ทำให้เขาทำผิดกฎสำนักจนร่วงมาอยู่หอโอสถนี่
ในนิยายต้นฉบับลู่จื่อเหยาเป็คุณชายแสนดีสุภาพนอบน้อมและเป็ชายหนุ่มผู้อบอุ่นซึ่งมีคนสนใจมากที่สุดในเวลานี้คอยให้ความช่วยเหลือในการฝึกฝนของอี้ซีเฉินและจ่างซุนจื่อจวินไม่น้อยเรียกได้ว่านอกจากตัวเอกทั้งสองอย่างจ่างซุนจื่อจวินกับอี้ซีเฉินแล้วลู่จื่อเหยาก็เป็ตัวละครยอดนิยมอันดับหนึ่งซึ่งไม่มีใครเทียบได้
ทว่าในโลกของแฟนฟิกนั้น...
ลู่จื่อเหยาใกับการทักทายที่ดูกระตือรือร้นผิดปกติของอี้ซีเฉินรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย “อ๊ะ หา อะ...อรุณสวัสดิ์ศิษย์น้องทั้งสอง”
เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ชวนกระอักกระอ่วนใจนี้อี้ซีเฉินพยายามหาหัวข้อสนทนามาพูดเล่นกับลู่จื่อเหยาสุดชีวิตโชคดีที่เขานิสัยร่าเริง ครู่เดียวก็โยนเื่เมื่อครู่ทิ้งไปจากสมองได้แล้ว
ลู่จื่อเหยาตบบ่าเขาเอ่ยอย่างอ่อนโยน “พวกเ้าสองคนตั้งใจฝึกกระบี่นะอีกสิบวันจะถึงงานชุมนุมประลองกระบี่ของศิษย์ทั้งสี่หอ ผู้ชนะจะได้ศิลาิญญาห้าธาตุและพลังพิเศษส่วนหนึ่งที่ท่านเ้าสำนักเพิ่งได้มาจากเขต์ด้วยความสามารถของพวกเ้าทั้งสองจะต้องชิงมาได้ส่วนหนึ่งแน่”
อี้ซีเฉินถูไม้ถูมือทันที“แน่นอนอยู่แล้ว!”
ตอนนี้เขากำลังค้นคว้าและสร้างกลไกที่น่าสนใจอยู่ขาดเพียงศิลาิญญาโลหะขั้นสูงจำนวนหนึ่งเท่านั้นคราวนี้ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องหาวิธีชนะการประลองให้ได้
ลู่จื่อเหยาสังเกตเห็นจ่างซุนจื่อจวินยืนหน้านิ่งไม่พูดไม่จาอยู่ข้างๆก็อดแปลกใจไม่ได้“ศิษย์น้องจ่างซุนเป็อะไรไป ดูเหมือนอารมณ์ไม่ดีศิษย์น้องอี้เ้าคงจะไม่ได้รังแกเขาใช่ไหม”
เวลานี้อี้ซีเฉินผ่อนคลายลงมากแล้วธาตุแท้นิสัยเกเรจึงปรากฏขึ้นมาอีก แสร้งกอดไหล่ลู่จื่อเหยาอย่างสนิทสนมเอ่ยหยอกล้อว่า “จื่อจวินเห็นข้าดีกับท่าน เขาก็เลยหึงหวงน่ะ”
“หึ!”จ่างซุนจื่อจวินลงเสียงหึหนักๆ เชิดหน้าเอ่ยย้ำทีละคำ“ข้าน่ะไม่มีทางหึงหวงพวกเ้าหรอก! หึ!”
อี้ซีเฉินลู่จื่อเหยา “...”
สายลมเย็นพัดเข้ามาขณะเดียวกันอี้ซีเฉินกับลู่จื่อเหยาก็ตัวสั่นเทิ้มสายลมวันนี้ออกจะส่งเสียงเซ็งแซ่อยู่สักหน่อยจ่างซุนจื่อจวินวันนี้ก็ดูกระเง้ากระงอดอยู่ไม่น้อยนี่ยังใช่จ่างซุนจื่อจวินที่สุขุมไว้ตัวผู้นั้นอยู่หรือไม่ ท่าทางที่พยายามจะปกปิดความรู้สึกแต่ทุกคนกลับจับได้แบบนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!
อี้ซีเฉินหัวเราะแห้งๆออกมาอีกสองครั้งเพื่อคลายบรรยากาศ“ศิษย์พี่ลู่ท่านดูจื่อจวินสิ หัดปากอย่างใจอย่างแล้ว”
“หึ!ข้าไม่มีทางปากอย่างใจอย่างหรอก! หึ!”
ทั้งสามคน“...”
อย่าว่าแต่อี้ซีเฉินกับลู่จื่อเหยาที่กลายเป็หินไปแล้วตัวจ่างซุนจื่อจวินเองยังอยากหารอยแยกบนพื้นแล้วมุดลงไปเสียเลยร้องหึครั้งหนึ่งไปแล้วก็ควรจบ ทำไมเขาต้องร้องหึถึงสองครั้งด้วยเล่า!ตัวเอกผู้น่าสงสารไม่มีทางรู้เลยว่าเพื่อเพิ่มอรรถรสให้กับเนื้อหานักเขียนแฟนฟิกได้ใส่อารมณ์ “พิษรักแรงหึง” เพิ่มให้จ่างซุนจื่อจวินเข้าไปอีก“ขอเพียงเกี่ยวข้องกับเื่ความรู้สึกร้อยทั้งร้อยก็จะออกอาการเ็าปากอย่างใจอย่างขึ้นทันที”
เมื่อก่อนจ่างซุนจื่อจวินไม่เคยรู้สึกว่าผิดปกติอะไรทั้งยังท่องเื่ราวหลังจากนั้นออกมาได้ด้วย ขอเพียงเขาเ็าขึ้นมาหน่อยปีศาจน้อยอี้ซีเฉินผู้จิตใจเปราะบางก็จะครางฮือๆๆ น้ำตาไหลพรากอยู่ตรงนั้นร่ำไห้พลางเอ่ยว่า “ที่แท้เ้าก็ไม่เคยรักข้า เ้าหลอกลวงข้าทั้งนั้นเ้าโเี้นัก ข้านี้ช่างน่าสงสาร ข้าจนปัญญาเหลือเกิน ข้าโดดเดี่ยวยิ่งนักข้า้าคำปลอบใจจากชายอื่น” จากนั้นก็วิ่งหนีไปแล้วเขาก็จะยิ้มอย่างเ้าเล่ห์และเป็ต่อไล่จับเ้าตัวน้อยที่หนีไปกลับมากดลงบนเตียงนอนแล้วทำอย่างโน้นอย่างนี้อย่างนั้นสักสามวันสามคืนต่อมาก็ทำเหมือนทุกอย่างไม่เคยเกิดขึ้น
ทว่ายามนี้เวลานี้จ่างซุนจื่อจวินที่ไม่อาจหลุดพ้นจาก “กลเม็ดร้อยทั้งร้อย” นี้กำลังเผชิญหน้ากับคนปกติสองคนโทสะและความอับอายของเขาแทบทะลักออกมาจนปิดไม่อยู่แล้ว
“ศิษย์น้องจ่างซุนเ้า...” ลู่จื่อเหยาเอ่ยถามอย่างเก้อๆปนไม่เข้าใจ “เ้าไม่สบายหรือ”
“หึ!ข้าไม่ได้เป็อะไรนี่! หึ!”
“...”
ทันใดนั้นทั้งใต้หล้าก็เงียบงัน
*********************
จ่างซุนจื่อจวินไม่ใช่คนโง่ในนิยายต้นฉบับเขาควรจะเป็คนที่ฉลาดปราดเปรื่องที่สุดด้วยซ้ำเพียงแต่ในโลกแฟนฟิกอันบิดเบี้ยวเขามักจะถูกบังคับให้สติปัญญาถดถอยโดยเฉพาะตอนที่เกี่ยวเนื่องไปถึงอี้ซีเฉินกับชายอื่น ดังนั้นตอนนี้เวลานี้ เขาจึงััถึงความผิดปกติได้รางๆแต่สติปัญญาก็ยังไม่ยอมทำงาน
“งานชุมนุมประลองกระบี่?”จ่างซุนจื่อจวินจับเนื้อหาการสนทนาเมื่อครู่ของลู่จื่อเหยากับอี้ซีเฉินได้อย่างรวดเร็ว“อีกสิบวันหรือ”
ถ้าหากเขาจำไม่ผิดงานชุมนุมประลองกระบี่ที่ห้าปีจะมีสักครั้งได้จัดจบสิ้นไปนานแล้วอีกห้าปีถึงจะครบกำหนด เหตุใดถึงจัดขึ้นในเวลานี้เล่า
ลู่จื่อเหยาตบแขนที่ขนลุกชัน“อะไรกัน ศิษย์น้องเ้าไม่น่าลืมนี่นา”
อี้ซีเฉินเองก็มองเขาอย่างสงสัยยากจะประเมิน“จื่อจวิน วันนี้เ้าเป็อะไรกันแน่เ้ากับข้าฝึกวิชากระบี่เพื่องานประลองอยู่ทุกวัน เ้า...”
จ่างซุนจื่อจวินมุ่นคิ้วคำพูดของลู่จื่อเหยากับอี้ซีเฉินเป็ไปในทิศทางเดียวกันหรือว่าจะร่วมมือกันแกล้งเขา หรือเป็ความจำของเขาที่ผิดพลาดกันแน่ เขาเอ่ยถาม“วันนี้เป็วันเดือนปีอะไร”
ลู่จื่อเหยาตอบ“วันเกิงอู่ เดือนอู้ซีว์ ปีปิ่งเฉิน”
จ่างซุนจื่อจวินรู้สึกเข็ดฟัน“ปีปิ่งเฉินรึ นี่มันปีเจี๋ยจื่อชัดๆ”
“เจี๋ย...เจี๋ยจื่อหรือ”ลู่จื่อเหยากับอี้ซีเฉินมองหน้ากัน
ปีปิ่งเฉินกับปีเจี๋ยจื่อห่างกันแปดปีพอดีถ้านับย้อนหลังก็จะห่างกันห้าสิบสองปี นี่มันออกจะตลกเกินไปแล้ว
จ่างซุนจื่อจวินเองก็สับสนยิ่งนักทุกปีเจี๋ยจื่อ อีกฟากของเมฆาจะเปิดขึ้นครั้งหนึ่งเขากับอี้ซีเฉินเพิ่งไปกวาดเอาของวิเศษกลับมากองหนึ่ง(ส่วนใหญ่ในนั้นเป็ของเล่นทางเพศถ้าหากไม่ใช่ของเล่นทางเพศก็เป็ของวิเศษที่ใช้เป็ของเล่นทางเพศได้)เื่ราวแจ่มชัดขนาดนี้เขาไม่มีทางจำผิด
ยามนี้อี้ซีเฉินตระหนักถึงความร้ายแรงของปัญหาได้แล้ววันนี้จ่างซุนจื่อจวินไม่ปกติเอาเสียเลยความผิดปกตินี้เกินขอบเขตของการล้อเล่นไปแล้วหากว่าจ่างซุนจื่อจวินจะทำตัวผิดจากที่เคยเป็ในที่รโหฐานและมาโวยวายใส่เขานั้นก็ใช่ว่าจะเป็ไปไม่ได้สักหน่อยแต่เขาไม่มีทางยุ่งกับบุคคลที่สามอย่างไม่เลิกราเป็อันขาด
อี้ซีเฉินเอ่ย“จื่อจวิน ตอนเ้าออกจากห้องเช้านี้ถูกประตูหนีบเอาหรือเปล่า”
จ่างซุนจื่อจวิน“...”
ลู่จื่อเหยามองทางโน้นทีทางนี้ทีด้วยความแปลกใจไม่รู้ว่าเกิดเื่อะไรขึ้น
อี้ซีเฉินไม่รู้ว่าควรจะเล่าเื่ราวเมื่อครู่นี้อย่างไรเขาจึงโน้มใบหน้าไปข้างหูลู่จื่อเหยา คิดจะกระซิบเล่าสถานการณ์ให้เขาฟัง
จ่างซุนจื่อจวินเห็นภาพความใกล้ชิดตรงหน้า...ชายโฉดชายชั่วพิษรักแรงหึงในใจก็เดือดพล่านลู่จื่อเหยาคือคนที่มีเสน่ห์เป็อันดับสามรองจากตัวเอกทั้งสองนี้คืออิฐก้อนหนึ่งที่ก่อสร้างสังคมในอุดมคติประเภทที่ไหน้าก็ไปที่นั่นดังนั้นในความคิดของจ่างซุนจื่อจวินในโลกอันบิดเบี้ยวนั้นลู่จื่อเหยาจึงเป็พระรองฝ่ายรุกยอมทุ่มเทอย่างไร้เหตุผลไร้ศักดิ์ศรีเพื่ออี้ซีเฉินเพียงเพื่อ...เด็ดดอกเบญจมาศของอี้ซีเฉิน
จ่างซุนจื่อจวินอดถอนใจไม่ได้“พวกเ้ากำลังล้อข้าเล่นหรือ”
ลู่จื่อเหยาประหลาดใจ“ล้อเ้าเล่นรึ ศิษย์น้องจ่างซุนเหตุใดเ้าพูดเช่นนี้”
จ่างซุนจื่อจวินสีหน้าหมองหม่น“พวกเ้าคบหากันลับหลังข้าใช่หรือไม่”
“หา”ลู่จื่อเหยาอ้าปากค้าง เอ่ยถามอย่างระมัดระวัง “คบ...คบหาหมายความว่าอันใด”
“เ้าจะต้องถูกประตูหนีบหัวมาแน่ๆ!”อี้ซีเฉินมองจ่างซุนจื่อจวินด้วยสายตาน่ากลัว ส่ายศีรษะไปมาเร็วรี่“ไม่อย่างนั้นเ้าจะคิดว่าข้ากับเ้า...กับเ้า...นั่นมัน...”เขาบีบบั้นท้ายตัวเองอย่างลืมตัว เพราะรู้สึกเจ็บตรงนั้นขึ้นมารางๆตอนนี้เขากระจ่างแล้วว่าทำไมเมื่อเช้าจ่างซุนจื่อจวินถึงถามเขาว่าไม่เจ็บก้นหรือ
“ซี้ด...”เวลานี้จ่างซุนจื่อจวินขบฟันแน่นยิ่งกว่าเดิม นี่มันเื่อะไรกันคนที่เมื่อวานยังร้องไห้เสียงแหบเสียงแห้งอยู่บนเตียงนอนของเขาวันนี้กลับไม่ยอมรับความสัมพันธ์กับเขาควรรู้ไว้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับอี้ซีเฉินน่ะ “ถ้าหากนำระยะทางที่เขาเคลื่อนไหวในร่างอี้ซีเฉินมาแปลงเป็ความยาวของแก้วชานมก็จะพันรอบโลกได้สามรอบ” เชียวนะ!
ทันใดนั้นในสมองจ่างซุนจื่อจวินก็มีรัศมีส่องประกาย เอ่ยอย่างเดือดดาล “อี้ซีเฉิน!หรือว่าเ้าตั้งใจแท้งลูกของเราเพื่อชายชู้อย่างลู่จื่อเหยานี่!”
“เอ๊ะ!”ลู่จื่อเหยาผู้บริสุทธิ์ที่ถูกลากเข้าสนามรบมาด้วยอดเหลือบมองท้องของอี้ซีเฉินไม่ได้ รู้สึกว่าสมองตนเองตามเหตุการณ์ไม่ทันแล้ว“ละ...ลูกรึ”
อี้ซีเฉินแทบจะสะดุดล้มลงกับพื้นที่แท้เขาเชื่อมโยงบ้าอะไรเข้าด้วยกันเนี่ย!
จากนั้นไม่นานอี้ซีเฉินก็กุมกระบี่ในมือไว้แน่น ตั้งท่าเฝ้าระวังใส่จ่างซุนจื่อจวิน“เ้าคือจ่างซุนจื่อจวินจริงหรือ เ้าคงไม่ใช่ปีศาจมายาแปลงกายมาหรอกนะ!”
จ่างซุนจื่อจวินชะงักจริงสิ มีเหตุผล อี้ซีเฉินและลู่จื่อเหยาตรงหน้านั้นเขามองอย่างไรก็ไม่ปกติพูดจาคนละเื่ ตอบไม่ตรงประเด็นเอาเสียเลย หรือว่าพวกเขาจะเป็ปีศาจมายาแปลงกายมาทั้งยังย้อนกล่าวหาโดยไร้หลักฐานอีก จ่างซุนจื่อจวินตั้งท่าเฝ้าระวังเช่นกัน“อี้ซีเฉิน เ้ากับข้าเจอกันครั้งแรกที่ใดเวลาใด”
“ตอนที่เ้าจากหอหลอมกระบี่มาที่หอโอสถเ็าดุจน้ำแข็ง ไม่เห็นใครอยู่ในสายตา ข้าเป็ฝ่ายเข้าไปพูดคุยกับเ้าประโยคแรกที่ข้าพูดกับเ้าคืออะไรเ้ายังจำได้หรือไม่!”
“ ‘นี่เ้าหน้าตาดีมากจริงๆ พวกเราเป็สหายกันเถอะ’ ตอนนั้นข้าตอบกลับว่าอะไร”
“‘ไสหัวไป’ หลังจากนั้นทำไมเ้าถึงกลายเป็สหายข้าได้”
“เ้าตามติดข้าอยู่หนึ่งเดือนเต็มๆบอกว่าข้าเป็ชายหนุ่มหน้าตาดีที่สุดในหอโอสถ ยืนกรานจะคบหากับข้าให้ได้ข้าถูกเ้าวอแวจนทนไม่ไหว ก็เลยลองคบหาเพื่อตัดความรำคาญก็เท่านั้น”
อี้ซีเฉินถูจมูกไปมา“เอ๋ แบบนี้เองหรือข้าก็นึกว่าเ้าคิดว่าข้าหล่อเหลาสง่างามต่างจากผู้อื่นเสียอีก”
ลู่จื่อเหยาที่ยืนดู“...”
เหตุการณ์ในอดีตที่ว่ามานี้ตรงกันแม้ปีศาจมายาจะมีพลังแปลงร่างเลียนแบบรูปลักษณ์และน้ำเสียงของผู้คนได้แต่ไม่มีทางรุกล้ำเข้าถึงกระแสแห่งจิตเพื่อไปสอดแนมความทรงจำของผู้คนได้แน่นอนว่าความทรงจำนี้มีแค่อี้ซีเฉินและจ่างซุนจื่อจวินที่รู้กันอยู่สองคนเท่านั้น...ต่อให้นักเขียนแฟนฟิกจะเปลี่ยนลักษณะนิสัยตัวละครยิ่งกว่านี้แต่เวลาที่ควรเคารพต้นฉบับก็ยังต้องเคารพต้นฉบับอยู่
อี้ซีเฉินกับจ่างซุนจื่อจวินลดกระบวนท่าจู่โจมลงทว่ายังคงสับสนกันทั้งสองฝ่าย
ผู้ชมอย่างลู่จื่อเหยาย่อมเห็นได้ชัดกว่าดึงอี้ซีเฉินไปข้างๆ แล้วเอ่ยเบาๆ “ศิษย์น้องอี้ อาการป่วยยามนี้ของศิษย์น้องจ่างซุนคล้ายถูกสิงสองวันนี้เขาทำอะไรบ้าง ได้เจอเื่ผิดปกติอันใดหรือไม่กินสิ่งใดผิดสำแดงบ้างไหม”
อี้ซีเฉินหน้าถอดสีร้องว่า “แย่แล้ว! ท่านพูดเช่นนี้ข้าจึงคิดขึ้นได้” เขาเกาศีรษะอย่างลุแก่โทษ“เมื่อคืนข้าจะหลอมโอสถแต่ขาดแค่หญ้าธาร์ก็เลยลากจื่อจวินให้ไปป่าหมอกพิษที่ตีนเขาเป็เพื่อนข้า...”
ลู่จื่อเหยาได้ยินก็หน้าถอดสีเช่นกันเอ่ยตำหนิ “ป่าหมอกพิษเต็มไปด้วยหมอกพิษหนาแน่นพวกเ้าช่างเหลวไหลกันเหลือเกินจริงๆ เหตุใดถึงกล้าลอบบุกเข้าไปในสถานที่แบบนั้น!ศิษย์น้องจ่างซุนจะต้องสูดดมหมอกพิษมากเกินไปแน่ จนทำให้จิตใจวิปริตผิดเพี้ยน!สมองทึบไปแล้ว!”
อี้ซีเฉินนึกเสียใจอย่างที่สุดเมื่อคืนเขาขโมยโอสถกลั้นลมปราณสองเม็ดมาจากผู้าุโเย่าปู้ตู๋แห่งหอโอสถเพื่อเข้าป่าหมอกพิษอาศัยโอสถกลั้นลมปราณสองเม็ดนั้น เขากับจ่างซุนจื่อจวินจึงได้หญ้าธาร์มาอย่างราบรื่นโอสถเมือกที่เขาใช้เมื่อครู่ก็ใช้หญ้าธาร์หลอมขึ้นมาตัวเขาเองไม่ได้รู้สึกกระทำการไม่เหมาะสมแต่อย่างใดทว่าเป็จื่อจวินต่างหากที่ถูกเขาลากมาเหน็ดเหนื่อยด้วย
ในเมื่อเป็เช่นนี้เขาต้องรับผิดชอบจ่างซุนจื่อจวินไม่ต้องพูดถึงเื่จื่อจวินถูกเขาทำร้าย พวกเขาเป็สหายสนิทกันเขาจะต้องคิดหาวิธีรักษาอาการป่วยของจื่อจวินให้จงได้!
อี้ซีเฉินเอ่ยเรียก“ศิษย์พี่ลู่ ท่านช่วยปลอบจื่อจวินให้ข้าก่อนนะข้าจะไปหลอมโอสถเรียกจิตเดี๋ยวนี้ละ!” กล่าวจบก็หันหลังออกวิ่งชั่วครู่ก็ไม่เห็นแม้เงาแล้ว ทิ้งจ่างซุนจื่อจวินกับลู่จื่อเหยาที่ต่างฝ่ายต่างเป็“ศัตรูหัวใจ” กันให้งุนงงสับสนอยู่ตรงนั้น
“อะ...ฮ่าๆ”ลู่จื่อเหยาเองก็ไม่เคยจัดการกับสถานการณ์เช่นนี้หัวเราะแห้งๆสองครั้งแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงใจดี “ฝึกกระบี่เหนื่อยแล้วสินะถ้าอย่างไรข้าไปนั่งพักในห้องเป็เพื่อนศิษย์น้องก่อนแล้วกัน...”
พออี้ซีเฉินไปแล้วสติปัญญาที่ถูกบีบให้ถดถอยของจ่างซุนจื่อจวินก็ฟื้นคืนมาเล็กน้อยมองตามรูปการณ์ในตอนนี้นับว่าประหลาดมาก พิลึกพิลั่นอย่างยิ่งทว่าจ่างซุนจื่อจวินผู้น่าสงสารยังไม่อาจััด้วยตนเองได้ทั้งหมดว่ามีสิ่งอันเป็รูปธรรมใดเปลี่ยนแปลงไปบ้างเขารู้เพียงอย่างเดียว นั่นก็คืออี้ซีเฉินและลู่จื่อเหยาดูเหมือนจะเปลี่ยนไปแล้วนิสัยไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
จ่างซุนจื่อจวินหันหลังเดินจากไปไม่พูดไม่จาลู่จื่อเหยาไม่รู้สาเหตุ รีบเดินตามหลังเขาไป
ระหว่างทางจ่างซุนจื่อจวินเจอศิษย์แต่ละคนก็จะถามว่ายามนี้เป็ปีอะไรทุกคนก็จะตอบเขาอย่างจริงจังว่าปีปิ่งเฉินเมื่อถามต่ออีกว่างานชุมนุมประลองกระบี่จะจัดเมื่อใดทุกคนล้วนตอบว่าอีกสิบวันให้หลังเป็ไปตามที่อี้ซีเฉินและลู่จื่อเหยาพูดไว้ไม่มีผิดเพี้ยน
คนทั้งสำนักร่วมมือกันหลอกลวงเขาหรือไร้เหตุผลสิ้นดี เขาเคยทำเื่อะไรให้ทุกคนโกรธงั้นรึ ปกติเขาแค่วางมาดไปสักนิดดุดันไปสักหน่อยต่อยตีพวกที่กล้าจ้องดอกเบญจมาศของอี้ซีเฉินตาเป็มันจนกระอักเือาการสาหัสปางตายก็เท่านั้นเองสำนักกระบี่์มีคนที่หมายปองดอกเบญจมาศของอี้ซีเฉินกี่คนกัน...ช้าก่อนดูเหมือนพวกผู้ชายในภาพจำหลายคนต่างก็จับจ้องดอกเบญจมาศของอี้ซีเฉินไม่วางตากันทั้งนั้นนี่เท่ากับว่าคนแทบทั้งสำนักเคยถูกเขาสั่งสอนมาก่อนอย่างนั้นหรือ...
จ่างซุนจื่อจวินสูญเสียการควบคุมตนเองไปเล็กน้อยทำไมก่อนหน้านี้ทุกคนถึงรู้สึกว่าเื่น่ากลัวพรรค์นี้เป็เื่ธรรมดากันเล่า!เหตุใดก่อนหน้านี้เขาไม่เคยสงสัยเื่พวกนี้เลย!
ลู่จื่อเหยาเดินตามหลังจ่างซุนจื่อจวินเอ่ยปากถามอย่างระวัง “เ้าดูสิ ปีนี้เป็ปีปิ่งเฉินจริงๆนะ พวกเราไม่ได้หลอกเ้าศิษย์น้องจ่างซุน เมื่อคืนเ้าอาจจะถูกพิษ ไม่เป็ไรให้ผู้าุโหอโอสถดูสักหน่อยก็หาย...”
จู่ๆจ่างซุนจื่อจวินก็ชะงักเท้าเหม่อมองต้นกล้าเล็กๆริมแม่น้ำนั่นคือต้นไม้ที่เขาปลูกกับอี้ซีเฉินเมื่อหลายปีก่อน ในความทรงจำของเขาต้นท้อนี้ควรจะออกดอกออกผลแล้ว ทว่ายามนี้มันกลับเป็เพียงต้นกล้าเล็กๆเท่านั้น
ต่อให้คนหลอกลวงกันได้ทว่าสิ่งของนั้นไม่มีทางหลอกลวง
จ่างซุนจื่อจวินพลันออกวิ่งอย่างบ้าคลั่ง
ไฉนเลยลู่จื่อเหยาจะกล้าปล่อยให้เขาวิ่งไปคนเดียวจึงไล่ตามหลังไปติดๆ “ศิษย์น้องจ่างซุน เ้าอย่าหนีสิข้าจะพาเ้าไปหาผู้าุโหอโอสถก่อน!”
วิ่งผ่านป่าท้อเลี้ยวผ่านลานฝึกกระบี่ ด้านหลังก็คือตำหนักเทพกสิกรรม หน้าทางเข้าของตำหนักเทพกสิกรรมมีกระดานบันทึกวันเดือนปีติดอยู่นั่นเป็กระดานบันทึกปีซึ่งขับเคลื่อนด้วยม้วนคัมภีร์ที่อาศัยพลังเทพาไม่มีใครเปลี่ยนแปลงมันได้ตามใจ
กระดานบันทึกวันเดือนปีเขียนไว้อย่างชัดเจน...วันเกิงอู่เดือนอู้ซีว์ ปีปิ่งเฉิน
จ่างซุนจื่อจวินถอยหลังไปก้าวหนึ่งความคิดล่องลอย
เหตุใดความจริงกับความทรงจำถึงได้ขัดแย้งกันเขาฝันเพ้อเจ้อไปแปดปี หรือว่าความคิดเขาสับสนเพราะถูกหมอกพิษอะไรนั่นบางทีอาจมีคนใช้ของวิเศษอะไรทำให้เขาเข้าใจเวลาและสถานที่ผิดเพี้ยนไปจะว่าไปแล้วเขาพอจำได้เลือนรางว่าเมื่อคืนตอนกำลังนอนสะลึมสะลืออยู่นอกหน้าต่างมีสายฟ้าฟาดดังสนั่นแสงสีขาวเจิดจ้าทำให้เขาสะดุ้งตื่นขึ้นครั้งหนึ่งด้วยตอนนั้นเขายังคิดด้วยซ้ำว่าเป็ผู้ยิ่งใหญ่ท่านใดมารับทัณฑ์อสุนีบาตเป็ไปได้หรือไม่ว่าสายฟ้านั่นจะมีลับลมคมใน
เวลานี้เองเสียงแสลงหูเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากข้างหลัง
“โอ้นี่มันใครกันน่ะ ศิษย์พี่ลู่เหตุใดท่านมัวแต่มาขลุกอยู่กับพวกสวะให้แปดเปื้อนไอโชคร้ายกันเล่า”
จ่างซุนจื่อจวินได้ยินคำพูดนี้ก็ส่งเสียง“ฮึ่ย” ขึ้นครั้งหนึ่ง แล้วค่อยๆหันมาคนที่เขารังเกียจที่สุดในโลกนี้ปรากฏตัวขึ้นแล้ว...เซียวขุย
เซียวขุยเป็ศิษย์ที่เข้าหอหลอมกระบี่รุ่นเดียวกับจ่างซุนจื่อจวินและลู่จื่อเหยาพวกเด็กๆพอมาอยู่ในสิ่งแวดล้อมใหม่ๆที่ไม่รู้จักใครสักคนเื่แรกที่ทุกคนทำไม่ใช่การตั้งปณิธานอันยิ่งใหญ่กลับเป็การหาสหายรู้ใจให้ตนเองเพื่อหลีกหนีความอ้างว้างโดดเดี่ยวใน่เวลาอันแสนยาวนาน
ในบรรดาเด็กหนุ่มรุ่นเยาว์กลุ่มนั้นจ่างซุนจื่อจวินเป็คนที่โดดเด่นที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัยถึงแม้เขาจะเงียบขรึมไม่ค่อยพูด ถึงแม้เขาจะชอบไปไหนมาไหนคนเดียวแต่ไม่มีผู้ใดไม่รู้เื่ที่เขาแก่นิญญาฟ้าหายากที่ร้อยปีจะมีสักครั้งเขาคุณสมบัติของผู้กล้าแกร่งแต่กำเนิดด้วยเหตุนี้เขาจึงเป็ศิษย์ที่ได้รับการต้อนรับมากที่สุดั้แ่ต้นผู้คนมากมายชอบพึ่งพาผู้กล้า หนึ่งในนั้นก็รวมถึงเซียวขุยด้วย
ทว่าจ่างซุนจื่อจวินไม่สนใจคนทั่วไปพวกนี้เขาสนใจเพียงกระบี่ของตนเองเท่านั้น พอบรรดาเด็กหนุ่มรุ่นเยาว์ถูกเขาเมินไม่สนใจไยดีก็ถอดใจไปเพราะถึงแม้จ่างซุนจื่อจวินจะเป็ผู้กล้าแกร่งที่สุดทว่าผู้กล้าแกร่งก็ไม่ได้มีแค่เขาคนเดียว
คนเดียวที่แตกต่างออกไปก็คือเซียวขุย
บรรดาเด็กหนุ่มรุ่นเยาว์ส่วนใหญ่ยังมีจิตใจบริสุทธิ์ไม่มีจิตคิดร้ายอันใด ทว่าชีวิตที่ต่างจากคนธรรมดาทั่วไปของเซียวขุยทำให้เขามีจิตใจที่เห็นแก่ชื่อเสียงและผลประโยชน์อย่างที่สุดเขาจำเป็ต้องพึ่งพาผู้กล้า และถ้าหากผู้กล้านั้นไม่ยอมทำประโยชน์ให้เขาเช่นนั้นก็นับเป็ขวากหนามของเขา เขาต้องตัดรากถอนโคนทุกอุปสรรคให้หมดไป
ความเ็าของจ่างซุนจื่อจวินในสายตาเขากลายเป็ความดูแคลนเขาจึงเกลียดชังจ่างซุนจื่อจวินั้แ่แรกตอนนั้นเขาร่วมมือกับหัวหน้าศิษย์เล่นงานจ่างซุนจื่อจวินวางแผนให้จ่างซุนจื่อจวินบุกรุกเข้าไปในเขตต้องห้าม ฝ่าฝืนกฎสำนักนักพรตอี้ว์อิงเ้าสำนักของสำนักกระบี่์เป็ผู้ฝึกกระบี่ที่ค่อนข้างคร่ำครึในกฎระเบียบมักลงโทษผู้ที่ฝ่าฝืนกฎสำนักอย่างรุนแรงดังนั้นถึงแม้จ่างซุนจื่อจวินจะเป็อัจฉริยะเหนือคนแต่เขาก็ตัดสินใจขับไล่จ่างซุนจื่อจวินออกจากสำนักกระบี่์เป็การลงโทษ
ตอนนั้นผู้าุโเย่าปู้ตู๋แห่งหอโอสถปกป้องเขาสุดกำลังยืนกรานจะยอมรับโทษไว้เอง โดยบอกว่าตนเองเป็คนสั่งให้จ่างซุนจื่อจวินไปเขตต้องห้ามทั้งยังยอมสละพลังวัตรร้อยปีของตนเป็การลงโทษถึงรั้งตัวจ่างซุนจื่อจวินเอาไว้และรับเขาให้มาฝึกฝนต่อในหอโอสถได้
ในแผนร้ายนี้ว่ากันตามหลักการเซียวขุยก็ได้รับชัยชนะแล้วขับไล่จ่างซุนจื่อจวินออกจากหอหลอมกระบี่อันแข็งแกร่งที่สุดได้จนกลายเป็ศิษย์หอโอสถที่มีสถานะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกคนหนึ่งแต่การที่ไม่อาจขับไล่จ่างซุนจื่อจวินให้พ้นไปจากสำนักกระบี่์ได้ยังคงเป็หนามยอกอกของเขาอยู่ขอเพียงมีโอกาส เขาจะสร้างปัญหาให้กับจ่างซุนจื่อจวินทันที
เื่พวกนี้ล้วนเป็เหตุการณ์ในนิยายต้นฉบับส่วนในโลกแฟนฟิกอันบิดเบี้ยวนั้น...
ลู่จื่อเหยากล่าวอย่างไม่พอใจ“ศิษย์น้องเซียว พวกเราล้วนเป็ศิษย์ร่วมสำนัก เ้าพูดจาเช่นนี้ได้อย่างไร”
“ศิษย์ร่วมสำนักรึ”เซียวขุยแค่นหัวเราะ “ศิษย์พี่ลู่เป็ศิษย์ร่วมสำนักกับสวะหอโอสถที่มิคู่ควรพวกนี้ ถือเป็ความอับอายของศิษย์หอหลอมกระบี่เรานะท่านก็ระวังอย่าให้พวกสวะหลอกเอาเคล็ดวิชากระบี่ของเราไปก็แล้วกัน” ศิษย์คนละหอเคล็ดวิชากระบี่ที่ฝึกฝนก็แตกต่างกันไปเคล็ดวิชากระบี่ของหอหลอมกระบี่ถึงจะเป็เคล็ดวิชาชั้นยอดอย่างแท้จริงของสำนักกระบี่์
บรรดาศิษย์หอหลอมกระบี่ที่ห้อมล้อมเซียวขุยพากันส่งเสียงหัวเราะเย้ยหยันพวกเขาล้วนเป็พวกเย่อหยิ่งจองหอง ไม่เคยเห็นคนของหอโอสถอยู่ในสายตา
ลู่จื่อเหยามองจ่างซุนจื่อจวินอย่างกังวลเอ่ยเสียงเบา “จื่อจวิน เ้าอย่าใส่ใจคำพูดพวกเขาเลยนะ...”
ทว่าสีหน้าของจ่างซุนจื่อจวินกลับไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อยยิ่งไปกว่านั้นเขาก็ไม่เคยเห็นศิษย์หอหลอมกระบี่พวกนี้อยู่ในสายตามาแต่ไหนแต่ไรแล้วสายตาที่มองพวกเขาราวกับมองก้อนหินต้นหญ้าริมทางก็ไม่ปาน เขาค่อยๆเผยอปากขึ้นเอ่ยคำพูดเ็าออกมาสองคำ “โง่เง่า”
เซียวขุยถูกท่าทีจองหองของจ่างซุนจื่อจวินยั่วโมโหจึงเอ่ยกลับอย่างเกรี้ยวกราด “จ่างซุนจื่อจวิน เ้าว่าอะไรนะ!”
“หึ”จ่างซุนจื่อจวินเอ่ยเรียบๆ “เซียวขุย เ้าถอดใจเถอะไม่ว่าเ้าจะพยายามอย่างไรข้าก็ไม่มีทางชอบเ้า”
ทุกคน“...”
สีหน้าของเซียวขุยดูเลิ่กลั่ก“อะ...อะ...อะไรนะ”
จ่างซุนจื่อจวินคร้านจะใส่ใจเ้าตัวตลกพวกนี้หันหลังแล้วก็จากไป
“เ้า เ้าเ้าหยุดอยู่ตรงนั้นนะ!” เซียวขุยสาวเท้า “จ่างซุนจื่อจวิน! เ้าพูดมาให้กระจ่าง!”
“พูดให้กระจ่างรึก็ได้ อย่ามาเคาะประตูห้องข้ากลางดึกกลางดื่นอีกอย่ามาร้องไห้ถามข้าว่าทำไมไม่ยอมมองเ้าให้นานขึ้นอีก ข้ารังเกียจเ้าง่ายๆเช่นนี้ละ”
“โอ้!”บรรดาศิษย์ที่อยู่โดยรอบพลันแตกตื่นเื่ที่เซียวขุยเห็นจ่างซุนจื่อจวินเป็หนามยอกอกนั้นทั่วทั้งสำนักกระบี่์แทบจะไม่มีผู้ใดไม่รู้ที่แท้ความจริงกลับเป็เช่นนี้เองหรือ! ์ ความจริงของเื่ราวนี้ช่างตื่นเต้นเร้าใจเกินไปแล้ว!
เซียวขุยแทบกระอักเื“เ้า! เ้าพูดจาเหลวไหล!”
เขาใบหน้าแดงก่ำเสียงกระซิบกระซาบและสายตาเยาะหยันของทุกคนทำให้เขาสิ้นไร้ศักดิ์ศรี ลิ้นเขาพันกันจนปัญญาจะเอ่ยแก้ตัว จึงชักกระบี่ออกมาพร้อมตวาด “จ่างซุนจื่อจวินข้าจะสู้ตายกับเ้า!”
ลู่จื่อเหยายังไม่ทันขัดขวางก็เห็นจ่างซุนจื่อจวินพลิกฝ่ามือครั้งหนึ่งลำแสงกระบี่สว่างวาบ บนพื้นดินระหว่างเขากับเซียวขุยปรากฏรอยแยกรอยใหญ่ศิลาอันแข็งแกร่งถูกผ่าออกเป็สองซีกอย่างเรียบกริบ
เซียวขุยใจนตัวสั่นเทาไม่คาดคิดว่าจ่างซุนจื่อจวินอยู่ที่หอโอสถจะยังพากเพียรคืบหน้าได้เร็วเพียงนี้พลันไม่กล้าเคลื่อนไหววู่วามอีก
จ่างซุนจื่อจวินกวาดสายตาอันเ็าไปทั่วใบหน้าเขาเอ่ยออกมาอย่างเยือกเย็นอีกคำ “ไสหัวไป” กล่าวจบก็เดินอาดๆออกไป
เซียวขุยโกรธจนเืแทบพุ่งออกจากร่าง...คนผู้หนึ่งกำเริบเสิบสานยังไม่น่าชังเท่าเ้าสู้เขาไม่ได้ บัดซบ!
หลังจากนั้นแค่ระยะเวลาสั้นๆเพียงหนึ่งชั่วยามเื่ที่เซียวขุยศิษย์หอหลอมกระบี่ถูกจ่างซุนจื่อจวินศิษย์หอโอสถปฏิเสธรักทั้งยังหน้าไม่อายตามตื๊อไม่หยุดก็แพร่กระจายไปทั่วทั้งสำนักกระบี่์แล้ว
จู่ๆต้องมาเผชิญกับความต่างของ่เวลาแปดปีจ่างซุนจื่อจวินไม่รู้ว่าควรจะรับมืออย่างไรไปชั่วขณะเขาไร้ที่ไปจึงตัดสินใจกลับห้องไปเรียบเรียงความคิดก่อนลู่จื่อเหยาเดินอยู่ข้างๆเขาพอคิดถึงสีหน้าราวกินอาจมของเซียวขุยเมื่อครู่ก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
ผู้อื่นอาจจะเชื่อคำของจ่างซุนจื่อจวินโดยไม่สงสัยอันใดเพราะแต่ไหนแต่ไรมาจ่างซุนจื่อจวินไม่ใช่คนชอบโป้ปดทว่าลู่จื่อเหยารู้ว่าตอนนี้จ่างซุนจื่อจวินไม่ปกตินักเขาจึงไม่ค่อยเชื่อถ้อยคำเมื่อครู่นี้ทว่าเขากลับรู้สึกว่าทำให้เซียวขุยหดหู่ได้ถึงขนาดนั้นอาการป่วยของจ่างซุนจื่อจวินก็ใช่ว่าจะไม่มีข้อดีเอาเสียเลย
ลู่จื่อเหยาเอ่ยถาม“ศิษย์น้องจ่างซุน ความคิด...ในตอนนี้ของเ้า อืม ในความคิดของเ้าข้าเป็คนเช่นไรหรือ”
ลู่จื่อเหยาค้นพบแล้วว่าจ่างซุนจื่อจวินไม่ได้ความจำเสื่อมแล้วก็ไม่ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเพียงแต่เกิด...ความคิดประหลาดกับเื่ราวบางอย่าง ดังนั้นลู่จื่อเหยาจึงสงสัยยิ่งนักว่าในเ้าความคิดประหลาดที่ว่านี่ตัวเขาเปลี่ยนไปเช่นไรบ้าง
จ่างซุนจื่อจวินเหลือบมองเขาอย่างเฉยเมย“เ้าหรือ”
“อื้มๆข้าเป็อย่างไร” ลู่จื่อเหยามองเขาอย่างคาดหวัง
“เ้าน่ะอะไรก็ดีทั้งนั้น”
ลู่จื่อเหยาพลันดีใจยิ่งยวดที่แท้ในสายตาของศิษย์น้องจ่างซุน ตนเองดีถึงเพียงนั้นเชียวหรือ
“ก็แค่อย่าเอาแต่จ้องบั้นท้ายของอี้ซีเฉินอย่างหื่นกระหายอีก”จ่างซุนจื่อจวินแทงซ้ำ “เขาเป็มารดาของลูกข้า”
ลู่จื่อเหยา“...” เอาเถอะ เขาไม่ควรถามคำถามนี้
ระหว่างทางจ่างซุนจื่อจวินหวนคิดถึงเื่เมื่อแปดปีก่อนถ้าหากเขาแค่ทะลุมิติเวลา ย้อนกลับไปแปดปีก่อนหน้านี้ก็ช่างเถิดเพราะสำหรับผู้ฝึกเซียน แปดปีก็เพียงชั่วพริบตาเท่านั้นอย่างเลวร้ายที่สุดก็เพียงดำเนินชีวิตแปดปีนี้ใหม่อีกครั้งทว่าสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดใจนั้น นอกจากเวลาที่เปลี่ยนแปลงแล้วเื่อื่นๆก็คล้ายจะแตกต่างจากในความทรงจำของเขาและที่ทำให้เขาไม่สบอารมณ์ที่สุดก็คือเขาไม่รู้เลยว่าแท้จริงแล้วมันแตกต่างกันอย่างไรบ้าง
ทั้งสองกลับมาถึงห้องพักศิษย์ผ่านไปได้ไม่เท่าไรก็มีเสียงฝีเท้าและเสียงเคาะประตูดังขึ้นจากข้างนอก
จ่างซุนจื่อจวินถอนใจอย่างหงุดหงิดหันหลังไปบีบนวดเป้ากางเกงที่นูนขึ้นของตนเองลักษณะพิเศษของคนประเภทที่ยังไม่ทันไรก็ชักธงขึ้นก่อนแล้วแบบนี้ทำให้เขารำคาญใจนักชีวิตยัง้าสีสันและความตื่นเต้นอีกสักหน่อยบางครั้งก็ให้เขาเดาบ้างเถิดว่าคนที่จะมาเป็ใคร จะว่าไปปรากฏการณ์ประหลาดที่“ขอเพียงอี้ซีเฉินปรากฏตัวภายในรัศมีหนึ่งร้อยเมตรของเขาก็จะเกิดปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกาย”นี่มันอะไรกันแน่!
อี้ซีเฉินไม่รอให้เขาเอ่ยปากบอกให้เข้ามาก็ผลักประตูตรงดิ่งมาทันที...ด้วยมิตรภาพระหว่างเขากับอี้ซีเฉินพังประตูเข้ามาถือเป็เื่ปกติยิ่ง
อี้ซีเฉินหุนหันรุดเข้ามาล้วงโอสถสองเม็ดมาวางบนโต๊ะ “ศิษย์พี่ นี่เป็โอสถที่ข้าหลอมใหม่ เ้า...”
พูดยังไม่ทันขาดคำจ่างซุนจื่อจวินก็ลุกขึ้นยืนแล้วถอยหลังไปสามก้าวราวกับเห็นผี
ในโลกอันบิดเบี้ยวนั้นอี้ซีเฉินที่หลุดจากนิสัยเดิมถูกเขียนให้พิสดารว่า “ยาที่หลอมออกมาร้อยทั้งร้อยล้วนเป็ยาปลุกกำหนัด”ขอเพียงจ่างซุนจื่อจวินกินโอสถของเขา ทวนเงินไม่มีทางล้มกรำศึกไม่ครบเจ็ดวันเจ็ดคืนห้ามลงจากเตียงเด็ดขาด
โอสถน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้เขาไม่อยากกินเลยสักนิด! เอวของเขาแข็งแกร่งมากพอแล้ว เขาไม่อยากฝึกเอวให้แกร่งไปกว่านี้ด้วยการออกกำลังอย่างหนักหน่วงหรอกนะ!
อี้ซีเฉินไม่คาดคิดว่าจ่างซุนจื่อจวินจะปฏิเสธโอสถเขาเช่นนี้ถึงอย่างไรเขาก็เป็ศิษย์หอโอสถ แม้ระดับการหลอมโอสถกับการฝึกปรุงโอสถจะย่ำแย่แต่การหลอมโอสถง่ายๆก็ไม่ได้ยากเกินความสามารถเขา เพื่อหลอมโอสถเรียกจิตเม็ดนี้ให้เร็วหน่อยเขาต้องยอมเสี่ยงจากการถูกเย่าปู้ตู๋ทำโทษด้วยการเข้าไปเอาหญ้าชำระิญญาบริเวณลานที่พักของเย่าปู้ตู๋มาตั้งหลายต้นเชียวนะ
“ยาของเ้าข้าไม่กิน”จ่างซุนจื่อจวินหนักแน่นยิ่ง
อี้ซีเฉินลูบคางจ่างซุนจื่อจวินไม่ยอมกินยาของเขาสินะ หรือว่าปกติโอสถที่เขาหลอมจะกินยากมากช่างเถอะ เื่พวกนี้ไม่สำคัญ ที่สำคัญก็คือหากกินโอสถเรียกจิตแล้วจื่อจวินก็จะกลับมาเป็ปกติเร็วขึ้น
“เอ๊ะบนคานห้องเ้ามีอะไรอยู่น่ะ”
จ่างซุนจื่อจวินเงยหน้ามองไปตามทิศทางที่อี้ซีเฉินชี้ให้ดูโดยไม่รู้ตัวเผลออ้าปากออกน้อยๆ
“อุ๊บ!”
โอสถสองเม็ดถูกซัดเข้าไปในลำคอของเขาเขากลืนลงไปอย่างฉับพลัน
จ่างซุนจื่อจวิน“...”
ผ่านไปครู่หนึ่งอี้ซีเฉินจ้องมองเขาด้วยสายตาคาดหวัง “จื่อจวิน เ้ารู้สึกดีขึ้นหรือไม่ยังจำได้ไหมว่าตอนนี้ปีไหนแล้ว”
จ่างซุนจื่อจวินสายตาขุ่นเคืองสุดขีด“อี้ซีเฉิน”
“อื้มๆ”
“เ้าอยากโดนนักใช่ไหม”
“...”
************
เปิดPre-Order ฉบับรูปเล่ม ั้แ่วันที่6 - 20 มีนาคม 2567

ราคาปกติ359 บาท พิเศษ!เฉพาะ่พรีออร์เดอร์ ลด 15% เหลือเพียง 305 บาท (ยังไม่รวมค่าจัดส่ง)
หนังสือมีจำนวน296 หน้า พร้อมที่คั่น 1ชิ้น และโปสต์การ์ดลายปก 1 ใบ
เริ่มจัดส่งหนังสือั้แ่วันที่1 เมษายน 2567เป็ต้นไป
สั่งซื้อได้ทางARN Application หรือ https://shorturl.asia/hCZRA
E-Book จะวางจำหน่ายที่ARN Application และ MEB เร็ว ๆนี้