บทที่ 26 ซิ่งซิ่งเคยได้ยินเสียงอาหญิงคนนั้นมาก่อน
แม่เฒ่าเว่ยกำลังถามถึงเื่ญาติที่ร่วงจากหลังคาตอนซ่อมหลังคาเมื่อวานนี้
ถ้าไล่ตามลำดับญาติในสกุลแล้ว ชายคนนั้นเป็ญาติรุ่นเดียวกับอวี้ต้าหนิว อายุมากกว่าเล็กน้อย แต่เขาหลังค่อม ทุกคนจึงเรียกเขาว่านายอวี้หลังค่อม
"อาการไม่ค่อยดี" พูดถึงตรงนี้ พ่อเฒ่าอวี้ก็ถอนหายใจแล้วส่ายหน้า "บันไดที่เขาเหยียบ เป็บันไดเก่า ๆ ที่เขาเอาติดตัวมาเอง ตอนซ่อมหลังคามันเกิดหักตรงจุดหนึ่ง ตอนนั้นเขาปีนขึ้นไปบนหลังคาแล้ว พอบันไดหัก เขาก็เลยเหยียบพลาด ร่วงลงมาจากที่สูง... ตอนนี้หายใจรวยริน... คาดว่าคงอีกไม่กี่วัน"
ได้ยินแบบนั้น แม่เฒ่าเว่ยก็อดถอนหายใจไม่ได้
"เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา หลังจากที่เื่ที่บ้านเรารับเลี้ยงซิ่งซิ่งแพร่ออกไป เขายังเอาถั่วหวานตากแห้งที่ปลูกเองมาให้ถุงหนึ่งด้วย" แม่เฒ่าเว่ยส่ายหน้า "เช่นนั้นพรุ่งนี้ข้าพาซิ่งซิ่งไปเยี่ยมเขาดีกว่า"
พ่อเฒ่าอวี้พยักหน้า "ถ้าไล่ตามลำดับญาติแล้ว ซิ่งซิ่งต้องเรียกเขาว่าอารอง ไปเยี่ยมหน่อยก็ถือว่าทำตามมารยาท"
เื่นี้จึงตกลงกันเช่นนั้น
วันต่อมาแม่เฒ่าเว่ยตั้งใจจะพาซิ่งซิ่งไปบ้านนายอวี้หลังค่อม
บ้านของนายอวี้หลังค่อมอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านหนานโถว แต่ทางไม่ค่อยดี แม่เฒ่าเว่ยกลัวว่าซิ่งซิ่งยังเด็ก แรงน้อย จึงเรียกอวี้หย่งไหวที่มีแรงเยอะที่สุดมาช่วยเผื่อไว้ ถ้าซิ่งซิ่งเดินไม่ไหว เด็กหนุ่มจะได้อุ้ม
ย่าหลานสามคนมุ่งหน้าไปบ้านของนายอวี้หลังค่อม
พ่อแม่ของนายอวี้หลังค่อมเสียชีวิตั้แ่เขายังเด็ก เขาไม่มีพี่น้องคนอื่น และไม่มีลูก มีเพียงภรรยาม่ายสาวที่แต่งงานมาได้ครึ่งปี ดังนั้นเื่ราวของเขาจึงถูกจัดการโดยตระกูลอวี้
แม้ว่านายอวี้หลังค่อมยังไม่สิ้นลมหายใจ แต่ตระกูลก็เริ่มเตรียมโลงศพให้เขาแล้ว
ประการแรกคือกลัวว่าจะเกิดเหตุไม่คาดฝัน จะได้เตรียมอะไรไว้ทัน ประการที่สองคือคิดว่าการเตรียมโลงศพไว้อาจจะเป็การเสริมสิริมงคล บางทีอาจจะช่วยให้คนฟื้นขึ้นมาก็ได้
แต่ใน่หลายปีมานี้ทุกคนต่างก็ใช้ชีวิตลำบาก โลงศพนี้จึงเป็โลงไม้บางราคาถูกที่สุดที่ตระกูลรวบรวมเงินกันซื้อ วางอยู่ตรงประตูทางเข้าบ้านดินของนายอวี้หลังค่อม
สมาชิกตระกูลอวี้หลายคนยืนคุยกันอยู่ใกล้ ๆ นับเป็การส่งนายอวี้หลังค่อมเป็ครั้งสุดท้าย
ซิ่งซิ่งอายุยังน้อย แม้ว่าจะพยายามเดินมาได้เกือบตลอดทาง แต่่หลังก็หมดแรง จึงถูกอวี้หย่งไหวอุ้มมา
เมื่อมาถึงบ้านของนายอวี้หลังค่อม อวี้หย่งไหววางซิ่งซิ่งลง จูงมือนางเดินตามแม่เฒ่าเว่ยเข้าไปในประตูรั้วไม้ผุพังของบ้านนายอวี้หลังค่อม
นี่เป็ครั้งแรกที่ซิ่งซิ่งเจอเหตุการณ์แบบนี้ โลงศพไม้บางที่ทาสีวางอยู่ตรงกลางลานบ้าน มีคนไม่น้อย ส่วนใหญ่พูดคุยกันเสียงเบา แต่ก็ไม่อาจกลบเสียงครวญครางด้วยความเ็ปที่ดังมาจากในบ้านได้...
ซิ่งซิ่งรู้สึกกลัวเล็กน้อย ใบหน้าเล็กของนางซีดเผือด จับมืออวี้หย่งไหวแน่น
เด็กหนุ่มรู้สึกถึงความกลัวของน้องสาว เขาจึงอุ้มซิ่งซิ่งกลับเข้ามาในอ้อมกอดอีกครั้ง
ซิ่งซิ่งโอบรอบคอของพี่ใหญ่ ซุกหน้าลงบนไหล่ของเขา ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมา
แม่เฒ่าเว่ยรู้สึกกังวลเล็กน้อย
แต่เดิมนางคิดว่า พาซิ่งซิ่งมาปรากฎตัวในงานแบบนี้ การต่อต้านก็คงจะน้อยลงเมื่อถึงเวลาจะเขียนชื่อซิ่งซิ่งลงในทะเบียนตระกูลอวี้
แต่พอเห็นท่าทางกลัวของหลานสาวตัวน้อย แม่เฒ่าเว่ยก็รู้สึกสงสารมาก กลัวว่าเด็กน้อยดวงตาใสซื่ออาจจะเห็นอะไรสกปรกเข้า
แต่ทุกคนก็มาถึงที่นี่แล้ว...
แม่เฒ่าเว่ยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ยังไม่ให้ซิ่งซิ่งเข้าไปในห้อง ให้อวี้หย่งไหวอยู่เป็เพื่อนนางในลานบ้านที่เต็มไปด้วยแสงแดด
แม่เฒ่าเว่ยเข้าไปในห้องที่นายอวี้หลังค่อมพักรักษาตัวเอง ถึงจะพูดว่ารักษาตัว แต่จริง ๆ แล้วก็แค่รอความตาย
แม่เฒ่าเว่ยเข้าไปดูก็พบว่า อาการของนายอวี้หลังค่อมหนักกว่าที่พ่อเฒ่าอวี้บรรยายเมื่อคืนนี้เสียอีก
ใบหน้าเขาซีดเซียว ไม่มีเืฝาด
ภรรยาสาวที่เพิ่งแต่งงานกับนายอวี้หลังค่อมได้ครึ่งปี นั่งร้องไห้อยู่ข้าง ๆ "เ้าตายแล้ว ทิ้งข้าไปแบบนี้ ข้าจะอยู่อย่างไร..."
นางร้องไห้อย่างน่าสงสาร
แม่เฒ่าเว่ยได้ยินแล้วก็อดเศร้าใจไม่ได้
ภรรยาสาวคนนี้นามสกุลผู เป็คนต่างถิ่นที่อพยพหนีภัยพิบัติมา ตอนที่นางมาถึงที่นี่ใหม่ ๆ นางล้มป่วยหนัก เป็ลมหมดสติอยู่หน้าประตูบ้านของนายอวี้หลังค่อม ใกล้จะตายแล้ว นายอวี้หลังค่อมจึงพานางกลับมารักษาตัวที่บ้าน นางผูขอร้องให้เขาช่วยชีวิต บอกว่าถ้านางหายป่วย จะแต่งงานกับเขา นายอวี้หลังค่อมลังเลอยู่พักหนึ่ง สุดท้ายก็ยอมทุ่มเงินทั้งหมดที่มีอยู่ ไปเชิญหมอมาช่วยนางไว้ได้สำเร็จ
นางผูก็รักษาสัญญา แต่งงานกับนายอวี้หลังค่อมจริง ๆ
หลังจากที่ได้แต่งภรรยาแล้ว นายอวี้หลังค่อมก็ขยันทำงานมากขึ้น ตั้งใจทำงานหาเงินมาเลี้ยงดูนางผู แต่ไม่นึกเลยว่าเขาจะพลาดตกลงมาจากบันได
เช่นนั้น นางผูก็ต้องกลายมาเป็ม่ายอีกครั้ง
แม่เฒ่าเว่ยส่ายหน้า ปลอบใจอยู่สองสามคำ ทิ้งเงินไว้ยี่สิบอีแปะ แล้วบอกนางผูเสียงเบาว่า "เอาเงินไปซื้อยาระงับปวดมาให้เขากินเถอะ อย่างน้อยก็ให้เขาจากไปอย่างสงบ..."
นางผูหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับน้ำตาแล้วตอบรับ
นายอวี้หลังค่อมเ็ปจนแยกแยะไม่ออกแล้วว่าใครเป็ใคร แม่เฒ่าเว่ยก็ไม่ได้อยู่นานนัก จึงออกจากประตูไป
นางผูส่งแม่เฒ่าเว่ยออกไปนอกประตู พลางเช็ดน้ำตาและพูดคุยอย่างสุภาพกับหญิงชรา
ซิ่งซิ่งที่กำลังอาบแดดอยู่ในลานบ้าน จู่ ๆ ก็รู้สึกสับสนและยืดตัวขึ้นจากไหล่ของอวี้หย่งไหว
นางมองแม่เฒ่าเว่ยอย่างงุนงง แล้วมองไปที่นางผูที่กำลังคุยกับแม่เฒ่าเว่ย หูของนางขยับไปมา
อวี้หย่งไหวใจจดจ่ออยู่กับน้องสาว เมื่อเห็นท่าทางแบบนั้นจึงรีบถามทันที "ซิ่งซิ่ง เป็อะไรไป? ไม่สบายตรงไหนหรือ?"
ซิ่งซิ่งส่ายหน้า "ซิ่งซิ่งไม่ได้ไม่สบาย..."
นางพูดไม่ออก สีหน้าสับสน ในที่สุดก็ลังเลที่จะปิดปากเงียบ
อวี้หย่งไหวก็กังวลเหมือนกับแม่เฒ่าเว่ย กลัวว่าซิ่งซิ่งจะเห็นอะไรสกปรกที่นี่
เขาไม่ได้ถามอะไรอีก เห็นแม่เฒ่าเว่ยออกมาแล้ว จึงรีบออกจากบ้านของนายอวี้หลังค่อมพร้อมกับย่า
แม่เฒ่าเว่ยดูอารมณ์ไม่ค่อยดี ซิ่งซิ่งอึกอัก เหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไรดี
แม่เฒ่าเว่ยเห็นท่าทางแปลก ๆ ของหลานสาว จึงลูบหน้าซิ่งซิ่งแล้วถามว่า "ซิ่งซิ่ง หลานโดนอะไรทำให้กลัวหรือเปล่า"
ซิ่งซิ่งส่ายหน้าแรง ๆ คิดอยู่ครู่หนึ่งก็ยังดูสับสน "ท่านย่า... ท่านอาที่คุยกับท่านยายเมื่อครู่คือใครหรือคะ?"
"นางผูน่ะหรือ?" แม่เฒ่าเว่ยตอบ "หล่อนเป็ภรรยาของอาอวี้หลังค่อมของหลานไง"
ซิ่งซิ่งยังคงดูไม่เข้าใจ นางอึกอัก "ย่า... ซิ่งซิ่ง เคยได้ยินเสียงคุณอาคนนี้มาก่อน..."
เดิมทีแม่เฒ่าเว่ยก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร
บ้านของนายอวี้หลังค่อมอยู่ที่หุบเขาเป่ยหมาง ไม่ไกลจากหมู่บ้านหนานถัวเท่าไหร่นัก นางผูอาจจะแวะมาเยี่ยมเยียนบ้าง ซิ่งซิ่งจะเคยได้ยินเสียงอีกฝ่ายก็คงไม่แปลกอะไร
แต่คำพูดต่อมาของซิ่งซิ่ง ทำให้แม่เฒ่าเว่ยกับอวี้หย่งไหวรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว ตกตะลึงกันจนพูดไม่ออก
"ย่า... คืนนั้นข้าวิ่งออกไปไกลจนหลงทาง ข้าได้ยินเสียงคุณอาคนนั้น เหมือนคุยกับใครบางคนอยู่ในกองฟางกลางทุ่ง" ซิ่งซิ่งอึกอัก ก่อนจะรวบรวมความกล้าพูดออกมา "หล่อนพูดว่า 'รอให้ไอ้ผีแก่นั่นตายเมื่อไหร่ หลังจากนั้นพวกเราอยากจะทำอะไรก็ได้แล้ว'..."
ซิ่งซิ่งถึงขั้นเลียนแบบน้ำเสียงที่นางผูพูดในตอนนั้นออกมา
เมื่อเสียงเล็ก ๆ เอ่ยคำพูดไร้เดียงสาออกมา ทั้งแม่เฒ่าเว่ยและอวี้หย่งไหวต่างขนลุกซู่!
หลังจากซิงซิงพูดจบ ก็ยังคงสับสน นางจึงถามแม่เฒ่าเว่ยว่า "ย่าจ๋า คำว่าไอ้ผีแก่มันคืออะไรหรือคะ?"