ฮ่องเต้เลี่ยงหวง ลุ่มหลงสุรานารีวันๆ หมกตัวอยู่แต่กับนางรำนางกำนัล ละเลยสนมเก่า เสพสมแต่กับสนมใหม่ ว่าราชการไม่มี โยนภาระให้องค์รัชทายาทจัดการ
จวบจนกระทั่งจ้าวอ๋องก่อฏ ยึดหัวเมืองสำคัญหลายจุดในเวลาอันสั้นประหนึ่งตระเตรียมการส้องสุมกำลังมาแรมปี
เหล่าขุนนางราชสำนักต่างยืนกรานเข้าเฝ้าให้จงได้
“ฝ่าา อ๋องจ้าวก่อฏบุกตีหัวเมืองน้อยใหญ่รอบเก๋งจิ๋วไว้สิ้นบัดนี้พร้อมเข้าตีลกเอี้ยงของเราแล้วพระเ้าข้า”
ฮ่องเต้เลี่ยงหวง ใหน้าถอดสีสะดุ้งพรวดขึ้นมาจากบังลังก์
“พ..พวกท่านว่าอะไรนะ? เหตุใดไม่มีใครรีบแจ้งแก่ข้า!!”
เหล่าขุนนางที่ยืนก้มหน้าต่างพากันมองหน้ากันก่อนจะกล่าว
“พวกเราพยายามเข้าเฝ้าเพื่อกราบทูลแล้ว แต่เว่ยกงกงบอกว่าฝ่าาไม่ทรงโปรดรับเื่ราวใดพระเ้าข้า”
ฮ่องเต้เลี่ยงหวง เลิกลักลนลาน หันไปหาเว่ยกงกง
“ท..ท่าน...ไฉนกีดกันขุนนางไม่ให้พบข้า...”
เว่ยกงกงรีบก้มคุกเข่าทูล
“กระหม่อมสมควรตาย แต่ฝ่าาทรงมีรับสั่งว่าถ้าไม่ใช่กิจร้ายแรงขนาดเชื้อพระวงศ์ตาย ไม่ต้องให้ใครมารายงานพระเ้าข้า”
ฮ่องเต้เลี่ยงหวงนิ่งค้างไปครู่หนึ่ง จึงค่อยๆทรุดกายนั่งลงบนบัลลังก์
“แล้วลูกๆข้าล่ะ?”
เหล่าขุนนางกราบทูล
“ทูลฝ่าา บรรดาองค์ชายพากันออกไปร่วมต่อสู้ตามรับสั่งองค์รัชทายาทที่เป็ผู้สำเร็จราชการแล้ว...แต่...ล้วนพ่ายศึกให้จ้าวอ๋อง เสียชีวิตในสนามรบเหลือแค่องค์รัชทายาทที่ตรงกำลังข้าศึกไว้ไม่ให้เลยแนวเขาของฮองหลงกับเองฉวนมาได้พระเ้าข้า”
“ล..แล้ว..อ๋องอี้ล่ะ.. น้องข้าล่ะ?!”
“ฝ่าา เสนฉวนอยู่ไกลสุดลูกหูลูกตา อย่าว่าแต่มาช่วยเลย ป่านนี้จะทราบข่าวรึยังยังไม่รู้เลยพระเ้าข้า”
.........
่ชุลมุนที่จ้าวอ๋องรบพุ่งนั้น ชายาของจ้าวอ๋อง ฟางซินอายุ 23กับบุตรชาย อายุ 9-10 ปี พลัดหลงฮั่นซุยนางพาลูกลงเรือหนีภัยไปจนถึงอำเภอฮวนเสียเ้าหน้าที่ของเมืองสังหารทหารติดตามของนางจนสิ้น และจับนางเป็เชลย ตอนนั้นนายอำเภอซินเอี๋ยเสนอว่าจะรับนางและลูกไปไว้ที่อำเภอของตน เพราะหากจ้าวอ๋องจะล่องน้ำตามายังไงก็ไม่พ้นรื้อค้นที่นี่เป็ด่านแรก
ได้ชื่อขุนพลเ้าพิชิตรับรองว่าถ้าพบคงไม่รอดนายอำเภอฮวนเสียจึงส่งมอบนางให้ทางซินเอี๋ย
ครั้นเมื่อมาถึงก็ขังคุกใต้ดินและขู่ว่า
“ถ้าเ้าไม่อยากให้ข้าส่งตัวลูกเ้าไปยังลกเอี้ยงหรือทางฮูโต๋ล่ะก็ จงตามใจข้าทุกสิ่งนับแต่นี้”
คำขออุบาทว์ของนายอำเภอนั้นทำให้นางไม่อาจขัดขืนเพื่อปกป้องเชื้อสายคนเดียวของสามี
“ก็ได้..แต่...ท่านต้องให้ลูกข้าออกพ้นจากตรงนี้ก่อน”
“ฮี่ๆได้สิ”
จบคำบุตรชายนางก็ถูกพาไปล้างตัวอาบน้ำข้างบน
ส่วนนายอำเภอก็เข้ามาในกรงขังแล้วเปิดเสื้อที่มอมแมมของนางออก เข้าพอดีฝ่ามือห่างกันออกด้านข้างไปมากแต่ขาวผ่องและป้านคล้ำน้ำตาล ฟางซินหลบตาให้นายอำเภอจับลูบไปมาจากนั้นเอาปากก้มขบดูดดังจ๊วบจ๊าบแล้วไล่ตามหน้าท้องลงมา จากนั้นกระชาสายคล้องสายรัดทั้งหมดออกเอามือช้อนก้นยกเอวนางลอยขึ้น นางดิ้นรนเล็กน้อย
“จะให้ฉีกมั้ยเ้าอยากนอนในนี้แบบมีกางเกงหรือแบบขาดรุ่งริ่งให้เป็อาหารตาของผู้คุมในนี้”
ฟางซินได้ยินก็หยุดขัดขืน กางเกงกองที่ข้อเท้า ผ้าพันชิ้นสุดท้ายถูกแกะออกเช่นกัน นายอำเภอเบิกตาโพรงหายใจรุนแรงมันทั้งลูบทั้งไล้เนินเนื้อส่วนนี้ที่มีขนดำขลับปกคลุมแล้วไล้ลูบรอบๆ ทั้งหน้าท้องและโคนขา จากนั้นกางกลีบเนินแบะออกเห็นติ่งที่ไวต่อความรู้สึกมันเอานิ้วบดบี้แล้วเลียอย่างดุดันจนนางบิดแอ่นไปมาระหว่าที่นางบิดเอวแอ่นหนีบ้างสู้บ้าง บางสิ่งก็ดันพรวดเข้ามา
ฟางซินอ้างปากสะดุ้ง อดไม่ได้ที่จะชะเง้อหัวขึ้นมาเพื่อแหงนมองไปดูที่เนินขนปรกของนาง
นายอำเภอใส่แท่งของมันมาแล้ว มันไม่คับตึงอะไร เพราะนางเคยคลอดบุตรมาแล้วแต่มันยาวและลึกกว่าสามีนางมากนัก
“อุ้ยเบาท่านนายอำเภอ...มัน...อ่าห์....”
กึกึก กึกๆๆ
เสียงปลายหัวของแท่งบี้บดชนสุดทางของโพรงหลืบรูของนาง นางดิ้นร้องระงม เพราะนายอำเภอระดมใส่ประเคนเข้ามาอย่างไม่ลดละ
“อูยส์...ข้าทนไม่ไหวแล้ว”
“ไม่ไม่นะ..ท่านจะ.....”
“หุบปาก จะให้ข้าส่งลุกเ้าไปเมืองหลวงหรือให้ฆ่าที่นี่เสียก็บอกมา”
“......”
ฟางซินทำได้แค่ทนความทรมานที่เสียวกระเซ็นนี้จนน้ำเมืองอุ่นร้อนพวงพุ่งเข้ามาในโพรงสุดของนางอย่างที่สามีไม่เคยเข้าถึงมาก่อน
วันแล้ว วันเล่านายอำเภอลงมาประเคนกามราคะใส่นางไม่เว้นแต่ละวันจนแทบจะนอนกินด้วยกันกับนางในคุกอยู่แล้วโดยลูกของนางจะได้รับโอกาสลงมาเยี่ยมมารดาหนึ่งครั้งในสองสามวัน
ไม่นานนางก็ตั้งท้อง ท้องนางใหญ่เร็วมาก จนคลอดบุตรสาวออกมาเป็ฝาแฝดสองคน
หลังพักฟื้น ความเป็อยู่นางดีขึ้น ได้นอนในตึกใหญ่ แต่มีคนคุ้มกันควบคุมหนาแน่นโดยไม่ได้พบลูกชายแต่เห็นเขาเล่นอยู่ไกลๆ อย่างปลอดภัย
นายอำเภอรักใคร่ฟางซินมากอยากจะเอามาเป็อนุเสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่เมื่อทราบข่าวว่าจ้าวอ๋องตีลกเอี้ยงแตกฮ่องเต้ทิ้งราชธานีไปฮูโต๋ก็ตามติดตีได้อีกจนปราบดาภิเษกตนเองเป็ฮ่องเต้ตั้งราชวงศ์จ้าว
นายอำเภอมองว่าไม่เป็การดี จึงคิดส่งฟางซินคืนให้ โดยให้ปิดเื่ที่นางตั้งท้องคลอดลูกของมันไว้ซึ่งฟางซินเองก็ยินดีที่จะปกปิดเื่นี้เช่นกัน
เท่ากับว่าต่างฝ่ายต่างมีความลับเื่เดียวกัน
“ข้าจะไม่มาเจอทานอีก และท่านพยายามจะทวงอะไรจากข้าหรือข่มขู่ข้า.....”
“จ้ะ .... ข้าเข้าใจจ้ะเมียจ๋า”
“อย่ามาเรียกข้าว่าเมีย ลูกของเราเกิดจากความอัปยศและขู่เข็ญของท่าน...เลี้ยงดูพวกนางด้วย”
“จ้ะ”
พูดจบนายอำเภอไม่วายขยำแก้มก้นนางกับจับถันเต้าไปอย่างละทีจนนางพยามบิดหลบแต่รู้ว่าหลบไปคงไม่พ้นจึงให้จับให้จบๆ ไป มันดึงนางมานั่งตักอย่างเสียดายอาวรณ์ยิ่ง มือล้วงลูบเนินขนของนางไปมาหอมจูบซอกคอ และขอจูบปากอีกครั้งก่อนจะจาก จูบไปจูบมามันอยากอีกครา คราวนี้ขออีกรอบ แต่นางให้ไม่ได้เพราะคลอดได้ไม่นาน นายอำเภอจึงยอม แต่ให้นั่งลงใช้ปากรีดพิษข้นจากแท่งของมันแทน
จนนางถูกส่งตัวไป
นายอำเภอซินเอี๋ยได้รับรางวัลอย่างงามในฐานะที่ช่วยเหลือดูแลชายาและบุตรชายคนเดียวของฮ่องเต้ไว้ได้
จากนั้นเมื่อถึงฮูโต๋ฟางซินได้รับการสถาปนาแต่งตั้งเป็ฮองเฮาให้สมกับที่ลำบากเพราะเขามานานถึงหนึง่ปีจนนางอายุเข้า24 แล้ว บุตรชายก็เข้าปีที่ 10 เต็มวัย
.........................................................
เวลาผ่านไป16 ปี