“ไม่เป็ไรหรอก”ฟางเหมยลีปฏิเสธออกไป นางรู้ว่าบ้านของผู้ใหญ่บ้านมีคนมาก จะให้นางไปเบียดเบียนได้อย่างไร
ทางด้านฟางเซียนเออร์ เมื่อเข้ามาในห้องนางก็ยกที่นอนขึ้น แล้วนำห่ออาวุธออกมา นางแกะห่อผ้าแล้วนำกระบอกใส่ลูกธนูสะพายไว้ที่หัวไหล่ แล้วหยิบคันธนูขึ้นมาก่อนจะออกจากห้องไป
นางมองซ้ายทีขวาทีเมื่อไม่เห็นใครนางจึงวิ่งไปด้านหลังครัวแล้วยกตระกร้าขึ้นมาสะพายไว้ที่หลัง ไม่ใช่ว่านางทำตัวลับๆ ล่อๆ แต่นางแค่ไม่อยากใครเห็นเท่านั้นเอง
หลังจากที่เดินมาสักพักนางก็มาถึงบริเวณเนินเขาที่มีแม่น้ำสายเล็กๆ ตัดผ่าน นางจ้องมองไปบนผิวน้ำก่อนจะเห็นปลาในแม่น้ำว่ายวนไปมา หลายตัวเลยทีเดียว
ฟางเซียนเออร์เดินเลาะขึ้นไปยังต้นน้ำเพื่อมองหาว่านางจะสามารถข้ามไปยังูเาด้านในได้หรือไม่ เมื่อมาถึงต้นน้ำ น้ำตรงนี้ตื้นกว่า อย่างเห็นได้ชัด ฟางเซียนเออร์ะโไปบนโขดหิน สองสามที จนข้ามไปถึงอีกฝั่งได้อย่างปลอดภัย
บริเวณนี้เต็มไปด้วยป่าไผ่ อากาศเริ่มเย็นจึงไม่มีหน่อไม้ให้นางขุด นางเดินลัดเลาะเข้าไปเรื่อยๆ จนสุดป่าไผ่ก็พบกัับทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ บริเวณนี้เป็ที่โล่ง นางมองไปทางซ้ายเห็นไก่ป่ากำลังคุ้ยเขี่ยจิกอาหารอยู่พอดี
นางค่อยๆ หามุมเหมาะๆ แล้วเตรียมธนูและลูกธนู เมื่อพร้อมแล้วนางจึงดึงสายธนูจนสุดแรง พร้อมกับรวบรวมสมาธิ แล้วจึงปล่อยสายธนูออกไป “ฉึก” ลูกธนูยิงโดนไก่ป่าภายในดอกเดียว
“ฝีมือยังไม่ขึ้นสนิมซินะ”กำลังแขนของนางมากขึ้นกว่าตอนแรกมาก นางเดินเข้าไปเก็บไก่ป่าใส่ไว้ในตะกร้า และมองหาเหยื่อของนางต่อไป ผ่านไปหนึ่งก้านธูปนางก็จับได้ไก่ป่ามาสามตัว นางมองในตะกร้าด้วยความพึงพอใจ
ฟางเซียนเออร์เดินสำรวจลึกเข้าไปอีกก่อนจะพบกับเถาองุ่นป่า นางต้องจดจำมันเอาไว้ เมื่อเห็นว่ามาไกลพอสมควรแล้วนางจึงย้อนกลับไปทางเดิม
เมื่อมาถึงป่าไผ่นางก็ตัดไม้ไผ่สองสามท่อนแล้วนำเถาวัลย์แห้งมามัดไม่ไผ่เอาไว้ จากนั้นจึงลากมันข้ามแม่น้ำไปด้วย
เมื่อมาถึงบ้านนางก็ทิ้งไม้ไผ่ไว้ที่หลังบ้านแล้วเดินเข้าไปในครัว เมื่อไม่เห็นท่านแม่ของนาง นางจึงเดินไปที่หน้าบ้านก่อนจะพบท่านแม่และท่านป้าจิ่วเม่ยนั่งคุยกันอยู่
“ท่านแม่ ข้ากลับมาแล้วเ้าค่ะ”นางเดินเข้าไปหาแล้ววางตะกร้ากับคันธนูลง “ท่านแม่มาดูซิเ้าคะ ว่าข้าได้อะไรมา”
ฟางเหมยลีลุกแล้วเดินเข้าไปหาบุตรสาวของนาง ท่านป้าจางจิ่วเม่ยก็ตามมาด้วยกัน
ฟางเซียนเออร์หยิบไก่ป่าออกมาหนึ่งตัวก่อนจะยกขึ้นมาให้พวกนางดู “ข้าจับมันได้ตั้งสามตัวเลยนะเ้าค่ะ”
ฟางเหมยลีมองไก่ป่าในมือบุตรสาวก่อนจะยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน “ฟางเซียนเออร์ของแม่เก่งจริงๆ”
“นั่นซิน้องเหมยลี ข้ายังกังวนอยู่เลยกลัวว่านางจะได้รับาเ็”
ฟางเซียนเออร์ยิ้มบ้างๆ “ท่านป้า ข้าให้ท่านหนึ่งตัวเ้าค่ะ” นางบอกพร้อมกับยื่นไก่ป้าให้กับท่านป้า
“ไม่ได้ๆ พวกเ้าเก็บเอาไว้เถอะ” จางจิ่วเม่ยรีบปฏิเสธ
“ท่านป้ารับไปเถอะเ้าค่ะ ถ้าไม่ได้ท่านป้าข้าก็คงจะเป็กังวลตอนเข้าไปในเมืองจนไม่เป็อันทำอะไรแน่เ้าค่ะ”
“นั่นซิพี่จิ่วเม่ย ท่านรับเอาไว้เถอะ”ฟางเหมยลีเห็นด้วยกับบุตรสาวของนาง
เมื่อรู้ว่าไม่สามารถปฏิเสธได้อีกครั้ง จากจิ่วเม่ยก็รับไก่ตัวนั้นไป “ทีหลังพวกเ้าไม่ต้องให้ข้าแล้วนะ ไม่อย่างนั้นข้าคงไม่กล้ามาบ้านของพวกเ้าอีกแน่” ภรรยาผู้ใหญ่บ้านบ่น พวกนางน้อยๆ
“เ้าค่ะๆ ว่าแต่ท่านแม่ พวกนายช่างทำงานไปถึงไหนกันแล้วเ้าคะ"นางถามท่านแม่ของนางถึงความคืบหน้าของการซ่อมแซมบ้าน นางอยากให้เสร็จเร็วๆ นางกลัวว่าจะเสร็จไม่ทันก่อนหิมะจะตก
“ซ่อมหลังคาใกล้จะเสร็จแล้ว พวกนายช่างทำงานกันรวดเร็วนัก แม่ว่าอีกไม่เกิน 2-3 วันก็น่าจะเสร็จหมดแล้ว”
“ท่านแม่ในเมื่อเรามีไก่ป่าแล้วข้าว่าเราทำกับข้าวให้กับพวกนายช่างเอากลับไปด้วยดีไหมเ้าคะ”
“ดีเลย แม่ก็คิดแบบนั้นพวกเขาตั้งใจทำงานไม่ขี้เกียดเลยแม้แต่น้อย”
“ถ้าอย่างนั้น ข้าขอตัวกลับก่อนนะน้องเหมยลี ข้าก็ต้องกลับไปทำกับข้าวให้สามีข้าเหมือนกัน”ภรรยาผู้ใหญ่บ้านพูดยิ้มๆ
“ขอบคุณท่านมากนะพี่จิ่วเม่ย”
“ไม่เป็ไรๆ ข้าไปก่อนนะ”ป้าจางจิ่วเม่ยโบกมือให้กับพวกนางน้อยๆ แล้วเดินจากไป
“เดี๋ยวแม่เข้าไปในครัวทำกับข้าวก่อนก็แล้วกัน”
“เ้าค่ะท่านแม่”ว่าแล้วนางก็ยกตะกร้ากับคันธนูเดินตามท่านแม่ของนางเข้าไปในครัว
นางวางตะกร้าลงแล้วเดินไปที่ห้องนอน นำอาวุธวางไว้ข้างๆที่นอน จากนั้นจึงเดินออกไปดูพวกนายช่างทำงาน
พวกนายช่างกำลังปูกระเื้ัคาแผ่นสุดท้ายเสร็จพอดี จากนั้นพวกเข้าจึงทำการถอดประตูออกแล้วใส่บานประตูบานใหม่เข้าไป นางยืนดูอย่างเงียบๆ ไม่เข้าไปรบกวนการทำงานของพวกเขา
เวลาผ่านไปสักพักใหญ่ๆ ก็ได้เวลาเลิกงานของพวกเขา
“ท่านลุง รบกวนพวกท่านแล้ว”นางเดินเข้าไปหาหัวหน้าช่างแล้วกล่าวอย่างนอบน้อม
“ยัยหนูนั่นเอง เดี๋ยวข้าและลูกชายจะกลับกันก่อนนะเดี๋ยวพรุ่งนี้พวกข้าจะมากันแต่เช้า"นายช่างหวังมู่บอกกับนาง
“เ้าค่ะ เดี๋ยวรบกวนท่านลุงรอก่อนนะเ้าคะ ข้าจะไปตามท่านแม่ของข้าเ้าค่ะ”พูดจบนางก็รีบเดินเข้าไปในครัวเห็นท่านแม่ของนางกำลังตักน้ำแกงไก่ตุ๋นใส่ถ้วยอยู่พอดี
“ท่านแม่ พวกนายช่างกำลังจะกลับกันแล้วเ้าค่ะ”
“มาๆ เ้ามาช่วยข้าถือน้ำแกงไก่ไปที”ฟางเซียนเออร์รีบเข้าไปช่วยท่านแม่ของนางถือถ้วยน้ำแกงไก่แล้วเดินไปที่หน้าบ้าน
“ท่านหัวหน้าช่าง ข้าทำน้ำแกงไก่ไว้ พวกท่านนำกลับไปกินด้วยเถอะ"
นายช่างหวังมู่เห็นแบบนั้นเขาก็รับมาด้วยความเต็มใจ ครอบครัวของเขานั้นมีกันแค่สามคนเท่านั้น ภรรยาของเขานั้นเสียไปตั้งนานแล้ว หน้าที่ทำกับข้าวหาอาหารจึงตกเป็ของบุตรชายทั้งสองคนของเขา “เกรงใจแม่นางแล้ว” เขาพยักหน้าให้บุตรชายคนโตของเขา
บุตรชายคนโตเดินเข้าไปรับถ้วยน้ำแกงจากฟางเซียนเออร์ หวังเจียวยิ้มให้กับฟางเซียนเออร์น้อย ๆ “ขอบคุณเ้ามาก” บุตรชายคนโตของนายช่างหวังมู่บอกกับนาง
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นพวกข้าขอตัวกลับก่อนก็แล้วกัน”ฟางเหมยลีและฟางเซียนเออร์เดินไปส่งพวกเขาที่หน้าประตู
“งั้นเดี๋วยแม่ไปหุงข้าวสักหน่อยตอนเย็นจะได้กินข้าวกัน”นางบอกบุตรสาวแล้วหายกลับเข้าไปในครัว
ฟางเซียนเออร์ผงกหัวของนางและเดินไปที่บริเวณหลังบ้าน นางมองไม้ไผ่ที่อยู่บนพื้น แล้วจัดการผ่าไม้ไผ่ออกเป็ซี่ๆ นางจะนำมันมาสานเป็ชะลอมเอาไว้ดักปลา นางสานมันเป็ทรงรี มีทางเข้าเป็ทรงกรวยซึ่งปากรวยจะกว้างและปลายจะแคบลงเพื่อที่ปลาเข้ามาแล้วจะไม่สามารถออกไปได้
ใช้เวลาไม่นานนักนางก็ทำออกมาได้สามอัน นางเดินเข้าไปในครัวแล้วมองหาเศษไก่ที่เหลืออยู่แล้วจึงนำมันใส่เข้าไปในชะลอมทั้งสามของนาง
ฟางเซียนเออร์เดินออกจากหลังบ้านมุ่งหน้าไปทางแม่น้ำที่อยู่ตรงเนินเขา จัดการมัดชะลอมเอาไว้กับโขดหินใหญ่ นางวางกับดักเอาไว้หลายจุดจะได้ไม่เป็ที่สนใจของชาวบ้าน
เมื่อวางกับดักทั้งหมดเสร็จแล้วนางก็เดินลมปราณ อยู่ตรงก้อนหินใหญ่ที่นางมาประจำ ผ่านไปไม่นานนางก็ลืมตาขึ้น แล้วสะบัดมือเบาๆ ไปทางผิวน้ำแรงประทะทำให้ผิวน้ำสั่นะเืหยดน้ำกระจายออกเป็วงกว้าง
นางยิ้มด้วยความพึงพอใจ ตอนนี้นางมีพลังบังลมปราณถึง 10 ปีแล้ว อีกไม่นานนางก็จะเริ่มฝึกวิชาต่างๆ ที่อาจารย์ปู่เคยได้สอนนางเอาไว้
===อย่าลืมกดติดตามและให้กำลังใจไรต์ด้วยนะคะ===
(เจอคำผิดแจ้งไรต์ได้ที่ช่องแสดงความคิดเห็น)