6 1-2
บทที่ 11 พลังวิเศษ (1)
ภายในห้องนอนของหลินต้าฉาง บรรยากาศภายในห้องมีเพียงความเงียบงัน
พ่อและลูกชายทั้งสองคนต่างก็นั่งหน้าเครียดไขว้ห่างอยู่กันคนละมุม หลินต้าฉางนั่งดูดท่อยาสูบแบบโบราณตามลำพัง พร้อมกับพ่นควันฉุยลอยคลุ้งไปทั่วห้องที่มืดสลัว
“พี่ใหญ่ อวิ๋นม่านสำนึกผิดแล้ว แต่จะว่าไปเื่นี้จะโทษเธอคนเดียวก็ไม่ได้” หลินเจียงออกหน้าแทนจางอวิ๋นม่าน
“ถ้าไม่ให้โทษเมียแก แล้วจะให้โทษใคร? โทษฉันเหรอ? ฉันเป็คนไปแจ้งตำรวจจับแม่รึไง? ผู้หญิงก็เหมือนกันทุกคนนั่นล่ะ ผมยาวแต่ปัญญาสั้น! โง่!” หลินซงะเิอารมณ์โกรธเกรี้ยวขุ่นเคืองออกมา
เขาไม่ได้โมโหแค่เื่ที่แม่ของเขาถูกจับเท่านั้น แต่ยังเป็เพราะแผนที่จะส่งหลินเสี่ยวอวี่ไปแต่งงานกับิญญาล่มไม่เป็ท่าด้วย เขายังไม่รู้เลยว่าจะอธิบายเื่นี้กับคนตระกูลลู่ยังไงดี
ตอนนี้เื่ราวกลับตาลปัตร พัฒนาจนใหญ่โตหนักขนาดนี้ การจะลงมือกับหลินเสี่ยวอวี่อีกครั้งย่อมเป็ไปไม่ได้แล้ว
และเมื่อเื่นี้เกี่ยวพันไปถึงอนาคตของลูกชายตัวเองด้วย หลินซงก็ยิ่งรู้สึกโมโหจนแทบจะทนไม่ไหว
“พอได้แล้ว! ตอนนี้พูดอะไรไปก็ไม่มีประโยชน์ รีบคิดหาทางช่วยแม่ของพวกแกสองคนออกมาก่อนเถอะ!”
หลินต้าฉางมองลูกชายทั้งสองที่เอาแต่โต้เถียงกันไม่หยุดด้วยความโมโห ก่อนจะตบโต๊ะเสียงดังเพื่อยุติการทะเลาะเบาะแว้งครั้งนี้
"อวิ๋นม่านบอกว่า ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อของเธอกับพ่อของกู่เฉินค่อนข้างแน่นแฟ้น แต่สำหรับตัวเธอกับกู่เฉิน ล้วนเป็เพียงการพูดคุยไปตามมารยาทเท่านั้น จะหวังให้กู่เฉินยอมปล่อยแม่ง่ายๆ คงจะเป็ไปได้ยาก" หลินเจียงเอ่ยขึ้น
"ถ้าอย่างนั้นก็ใช้เงินฟาดหัวมันไปสิ! ฉันไม่เชื่อหรอกว่าจะมีใครในโลกนี้ที่ไม่รักเงินตรา" หลินซงกัดฟันพูดออกมา ทุกคำสะกดล้วนเปล่งดังพร้อมความเคียดแค้น
ภายในห้องพลันเงียบสงัดขึ้นอีกครั้ง…
เงิน... แล้วใครจะเป็คนออก?
ในยามที่ท้องฟ้าเริ่มสว่างไสว ควันขาวจางๆเริ่มพวยพุ่งขึ้นจากปล่องไฟของทุกครัวเรือน เป็การสื่อสัญญาณถึงรุ่งอรุณแห่งวันใหม่ เสียงกิจกรรมยามเช้าของผู้คนดังแว่วมาจากข้างนอก ขณะที่จางอวิ๋นม่านและสองพี่น้องได้ตื่นขึ้นมาจัดการตัวเองจนเสร็จเรียบร้อย ส่วนหลินเสี่ยวอวี่น้องสาวคนเล็กที่ยังคงาเ็นั้น ได้รับอภิสิทธิ์ให้นอนต่อตามสบาย
ในขณะที่หลินเสี่ยวอวี่กำลังนอนหลับฝันหวานอยู่นั้น เสียงบางอย่างคล้ายกับคลื่นสัญญาณวิทยุที่ผิดเพี้ยนก็ดังขึ้นในหัวของเธอ
[ซ่า... ซ่า... พวกสารเลว]
[ซ่า... จัดการ... ซ่า... แก…]
"ใครน่ะ! เสียงใครกัน ช่างน่ารำคาญจริงๆ!" หลินเสี่ยวอวี่บ่นพึมพำออกมาในสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่น ก่อนจะพลิกตัวกลับไปนอนต่อ
[ทำ... ซ่า... ให้พวกแกกิน…]
[เติมเครื่องปรุง... ซ่า... แล้วก็ขี้…]
หลินเสี่ยวอวี่ลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกกระจ่างแจ้งเต็มเปี่ยมในทันที เสียงในหัวเมื่อครู่นี้... นั่นมันเสียงของอาเล็กไม่ใช่เหรอ? เดี๋ยวนะ! นี่ฉันได้ยินเสียงในใจของอาเล็กด้วยเหรอนี่?
หรือว่านี่จะเป็...
"์! ขอบคุณ์!"
หลินเสี่ยวอวี่กู่ร้องออกมาด้วยความตื่นเต้นดีใจ เธอรู้สึกราวกับถูกรางวัลใหญ่ห้าล้านหยวนก็ไม่ปาน เธอดีใจจนถึงกับะโตัวลอย
"คิดไว้แล้วเชียว! อุตส่าห์ได้กลับมาเกิดใหม่ทั้งที ์คงจะไม่ใจร้ายถึงขั้นไม่ให้ 'พลังวิเศษ' อะไรติดตัวมาเลยหรอก!"
"แต่ดูเหมือนพลังวิเศษนี้จะมีสัญญาณไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะ ได้ยินไม่ค่อยชัดเลย…"
หลินเสี่ยวอวี่นอนกลิ้งไปมาอยู่บนเตียงหลายรอบด้วยความตื่นเต้น ก่อนที่จะรีบสงบจิตสงบใจลง
"เดี๋ยวนะ เมื่อกี้อาเล็กพูดว่าอะไรนะ? ใส่อะไรเพิ่ม? ขี้เหรอ?"
หลังจากผ่าน่เวลาตื่นเต้นดีใจไปแล้ว หลินเสี่ยวอวี่ก็ตั้งสติ และทันใดนั้นความคิดที่ได้ยินเมื่อครู่ก็หวนกลับมาทบทวนในหัวของเธอ
"แย่แล้ว! แย่แน่ๆ ตอนนี้อาเล็กน่าจะกำลังเตรียมอาหารเช้าอยู่แน่ๆ!"
หลินเสี่ยวอวี่เดินย่องเบาๆออกจากห้องไปจนถึงหน้าประตูห้องครัว และทันใดนั้น เธอก็เห็นอาเล็กหลินอวี้กำลังทำท่าทางลับๆล่อๆอยู่ คล้ายกำลังเอาของบางอย่างใส่ลงไปในถ้วยโจ๊กมันเทศ
หลินเสี่ยวอวี่จ้องมองและนับจำนวนชามตรงหน้า อาเล็กหลินอวี้ใส่สิ่งนั้นลงไปในถ้วยโจ๊กเพียงแค่สี่ถ้วยเท่านั้น! เห็นได้ชัดว่า... อีกฝ่ายตั้งใจเตรียมไว้ให้พวกเธอสี่แม่ลูกโดยเฉพาะ!
"์... นั่นมันขี้ไก่นี่!"
หลินเสี่ยวอวี่สะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นสิ่งที่อาเล็กกำลังทำ ใจเธอแทบจะหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม…
หลินเสี่ยวอวี่โกรธจนต้องกัดฟันแน่น เป็ความจริงที่ว่า ‘ต้นไม้พิษ ย่อมให้ผลเป็พิษ’ มีแม่แบบไหนก็ย่อมต้องมีลูกแบบนั้น หลินเสี่ยวอวี่จดจำตำแหน่งของถ้วยโจ๊กที่ถูกนำขี้ไก่ใส่ลงไปอย่างเงียบๆ
[เดิมทีฉันเองก็ไม่คิดที่จะจัดการอะไรกับอาเล็กตอนนี้หรอกนะ แต่ในเมื่อแส่หาเื่เอง ก็อย่าหาว่าฉันใจร้ายก็แล้วกัน!] หลินเสี่ยวอวี่คิดในใจพร้อมกับแสยะยิ้มมุมปาก
“คุณอาเล็กคะ อยู่แถวนี้รึเปล่า? คุณปู่เรียกหาคุณอาเล็กอยู่ค่ะ” หลินเสี่ยวอวี่จงใจร้องะโเสียงดังอยู่แถวหน้าประตูห้องครัว
หลินอวี้ที่เพิ่งจะทำเื่ไม่ดีเสร็จหมาดๆ ย่อมเกิดความรู้สึกผิดขึ้นภายในใจลึกๆ จึงรีบหันมองซ้ายมองขวาด้วยท่าทางตื่นตระหนก และไม่ทันคิดด้วยซ้ำว่าคำพูดของหลินเสี่ยวอวี่จะเป็จริงหรือไม่ เธอรีบวิ่งออกจากห้องครัวไปอย่างร้อนรน
ในขณะที่หลินอวี้วิ่งออกไปอย่างลนลานนั้น เธอไม่ทันสังเกตเห็นว่า หลินเสี่ยวอวี่แอบซ่อนตัวอยู่ข้างประตูห้องครัวั้แ่แรกแล้ว
เมื่อเห็นว่าอาเล็กวิ่งออกไปไกลมากระยะหนึ่งแล้ว หลินเสี่ยวอวี่จึงตรงดิ่งเข้าห้องครัวโดยเร็ว แล้วทำการสับเปลี่ยนตำแหน่งถ้วยโจ๊กที่เธอจำไว้ก่อนหน้านี้ เมื่อจินตนาการถึงสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้านี้ ก็ทำให้เธอถึงกับต้องเผยรอยยิ้มแห่งชัยชนะผ่านบนใบหน้า
หลินเสี่ยวจือและหลินเสี่ยวเย่จ้องมองหลินเสี่ยวอวี่ที่เพิ่งกลับเข้ามาในห้อง ต่างฝ่ายต่างฉายสีหน้าแสดงความประหลาดใจเล็กน้อย
“เสี่ยวอวี่ ออกไปทำอะไรมา? ทำไมไม่นอนพักผ่อนต่ออีกสักหน่อยล่ะ?"
"พี่ๆ อีกเดี๋ยวพวกพี่สองคนรอดูอะไรสนุกๆได้เลย~"
หลินเสี่ยวอวี่ฉีกยิ้มกว้างดูภาคภูมิใจไม่น้อย พร้อมกันนั้น คำพูดทิ้งท้ายประโยคเมื่อสักครู่ยังชวนให้สองสาวเริ่มรู้สึกสนใจขึ้นฉับพลัน
พี่สาวคนรองอย่างหลินเสี่ยวเย่ ผู้ซึ่งเป็คนใจร้อนกว่ากำลังจะอ้าปากเอ่ยถามพอดี เพราะสงสัยใคร่รู้เหลือเกิน เื่สนุกๆที่ว่าหมายถึงอะไรกันแน่ แต่ก็พลันได้ยินเสียงในใจของน้องสาวดังแทรกขึ้นมา
【ฮ่าๆ เดี๋ยวพี่สองคนเตรียมตัวดูความพิเศษของหนูได้เลย!】
【หนอย อยากให้พวกเรากินขี้ไก่งั้นเหรอ? พวกแกนั่นล่ะที่สมควรต้องกิน กินเข้าไปเยอะๆเลยเอาให้จุกไปข้าง!】
【ฉันนี่มันสุดยอดจริงๆ】
【นี่ถ้าไม่ใช่เพราะ์ประทาน ‘พลังวิเศษ’ ให้ ฉันคงไม่ได้ยินเสียงนึกคิดในใจของคนอื่นแบบนี้ มีหวังพวกเราต้องแย่กันหมดแน่ๆ!】