ภายในห้องทำงานหลักของชายวัยกลางคน หลินหยวนตอนนี้กำลังเขียนสารถึงเื่ราวที่เขาจะส่งไปยังสำนักหมื่นอสูรว่าให้ช่วยจัดการกับราชสีห์คลั่งระดับสี่นี้หน่อย เขาค่อยๆวาดพู่กันพลางเขียนมันอย่างบรรจงแต่ทว่าในขณะนั่นเสียงเคาะประตูของห้้องทำงานก็ดังขึ้น
"ก๊อกๆ.."
หลินหยวนเมื่อเห็นว่ามีคนมาก็เงยหน้าขึ้นพร้อมกับะโออกมาให้เขาเข้ามา
"ว่ามามีเื่อะไร?"
ประตูห้องถูกเปิดออกพร้อมกับมีทหารรักษาการณ์คนนึง เขาก้าวเข้ามาพร้อมกับโค้งคำนับให้้กับหลินหยวนอย่างนอบน้อม
"คำนับท่านเจ้้าเมือง ในตอนนี้มีผู้ที่รับภารกิจที่ท่านให้ไปขอรับและตอนนี้คู่หูของข้าก็กำลังพาเขาไปยังลานกว้าง..!!"
ทหารไม่รอช้าจะพูดออกมาในทันที หลินหยวนเมื่อได้ฟังก็อึ้งอยู่นิดๆ เขารีบเอ่ยถามออกมาอย่างร้อนรน
"เื่จริงหรอ? เป็ใครมาจากไหนละ? แล้วผู้ฝึกฝนสัตว์อสูรคนนี้มีพลังระดับใดกัน"
เสียงะโที่ดังสนั่นของหลินหยวนทำให้ทหารรักษาการณ์ต้องสะดุ้งอยู่หน่อยๆ ใบหน้าของเขาเริ่มเหยเกขึ้นทีละนิดถ้าได้รับรู้ว่าเื่หลังจากนี้จะเป็ยังไง
"เป็ชายหนุ่มคนนึงท่าทางดูโอหังขอรับ และมีพลังเพียงแค่จิตยุทธปรับแต่งระดับแปดเพียงเท่านั่น เมื่อกี้นี้เขามายังหน้าประตูอาคารของพวกเราพร้อมกับยื่นกระดาษภารกิจให้ เขาบอกว่าสามารถทำให้ราชสีห์คลั่งของท่านนั่นเชื่องและสงบได้ขอรับ"
เขายิ่งได้ฟังก็ถึงกับแข็งทื่อ อะไรน้า ผู้ฝึกยุทธขั้นปรับแต่งร่างกายยั้งงั้นเรอะ เหมือนเขาจะฟังผิดไปจึงต้องขอฟังอีกรอบ
และมันก็เป็อย่างเช่นเดิม ทหารรักษาการณ์ยิ่งพูดออกมาก็เริ่มหน้าเสียขึ้น อารมณ์ที่ดุร้ายเริ่มปรากฏขึ้นที่ใบหน้าของวัยกลางคนที่เป็เ้าเมืองเหรินซาน
"ชายหนุ่มคนนี้ไม่มีพลังแต่อยากจะวางท่าเป็ผู้ฝึกฝนสัตว์อสูรหรอ? คอยดูเถอะ ถ้าไม่สามารถทำได้ท่านพ่อคนนี้จะอัดให้ปางตายเลย..!!"
หลินหยวนเมื่อคิดจบก็รีบจ่ำอ้าวออกไปด้วยท่าทางที่บึงตึงเพื่อที่จะไปดูหน่อยสิว่าเ้าผู้ฝึกฝนสัตว์อสูรนี้มันเป็คนยังไง
ทหารรักษาการณ์ที่เห็นนายท่านของตนดุดันเช่นนี้ก็ลอบหัวเราะออกมาอย่างคึกคัก ไอ้หนุ่มนั่นเสร็จแน่ บังอาจมาเล่นไม่ดูสถานที่ เขาก็ไม่รอช้าที่จะรีบตามหลังชายวัยกลางคนไปติดๆเพื่อที่ไปดูการลงมือที่โเี้ของเขา
อาณาเขตแห่งนึงของตำหนักเ้าเมือง หลินตงถูกพาตัวมายังลานกว้างแห่งนึง มันมีขนาดถึงหลายร้อยเมตร รอบบริเวณแห่งนี้ดูเหมือนจะเป็ลานฝึกฝนพลังยุทธหรือวิชาต่างๆ เพราะมันถูกออกแบบมาให้เป็เช่นนั่นและที่สำคัญเลย ใจกลางจุตรัสของลานกว้างนี้มีกรงขังขนาดใหญ่นับสิบเมตรตั้งตระหง่านอยู่ มันถูกสร้างขึ้นด้วยโลหะที่ล้ำค่าพร้อมกับมีคลื่นพลังยุทธของผู้ทรงพลังกำกับเอาไว้
ภายในกรงขังนั่นมีราชสีห์ตัวใหญ่ขนาดนับห้าเมตรนอนก้มหน้าลงอย่างไม่สนใจ ร่างกายของมันใหญ่โตและมีกล้ามเนื้อเป็หมัดๆ ตามตัวมีลวดลายสีดำมืดพาดั้แ่หัวไปยันหาง ใบหน้าที่ดุร้ายพร้อมกับคมเขี้ยวที่ยื่นยาวออกมาทำให้ทุกคนที่เห็นมันต้องเกิดความหวั่นเกรง
"นี้คือราชสีห์คลั่งระดับสี่หรอ..? กลิ่นอายพลังยุทธที่แผ่ออกมาชั่งแข็งแกร่งอะไรเช่นนี้..!!"
หลินตงเพียงแค่มองจากที่ไกลๆก็บอกได้เลยว่าเขาตอนนี้ไม่สามารถสู้มันได้อย่างแน่นอน ต่อให้จะใช้เ้าหมายเลขหนึ่งรวมด้วยก็เถอะ พลังระดับสัตว์อสูรเช่นนี้จะต้องใช้คนที่มีพลังระดับจิตยุทธแห่งนภาหรือจิตยุทธปฐีขั้นปลายหลายสิบคนถึงจะเอาอยู่เลยทีเดียว
ทหารรักษาการณ์ที่นำทางชายหนุ่มมาเมื่อเห็นท่าทางที่ตกตะลึงของเขาก็ลอบหัวเราะอยู่นิดๆ เป็ยังไงล่ะ ภายในใจคงจะกลัวจนฉี่จะราดแล้วมั้ง นี้คือสัตว์อสูรระดับสี่ที่ทรงพลังแม้แต่พวกข้าจะเข้าไปใกล้มันยังไม่ได้เลย แรงกดดันที่มันปลดปล่อยออกมามหาศาลซะจนพวกเขาแทบจะขยับตัวไม่ได้
"งั้นข้าขอจัดการเลยละกัน..!!"
หลินตงไม่รอช้าที่จะเริ่มในทันที เขาค่อยๆก้าวเข้าไปยังลานกว้างนั่นอย่างช้าๆ ทหารที่นำพาชายหนุ่มเมื่อเมื่อได้สติก็หันขวับไปมองอย่างรวดเร็ว อะไรกัน เร็วมากเพียงพริบตาเดียวก็หายวับไปแล้ว เดียวก่อน ไม่ใช่สิ ท่านเ้าเมืองยังไม่มาเลย แย่แล้ว
และเป็อย่างที่ทหารคนนั่นคิดไว้จริงๆ ราชสีห์คลั่งที่อยู่ภายในกรงเมื่อเห็นว่ามีคนกำลังเดินเข้ามาใกล้มันก็เริ่มลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ นัตน์ตาสีดำที่เป็ประกายส่องสว่างขึ้นเป็่ๆ มันเริ่มลุกขึ้นด้วยเท้าทั้งสี่ที่ทรงพลังพร้อมกับกู่ร้องคำรามออกมา
"โฮกกกกกกกก"
เสียงคำรามที่ดังสนั่นพร้อมกับคลื่นพลังยุทธมหาศาลของสัตว์อสูรระดับสี่ทำให้้รอบบริเวณลานกล้างต้องหนักอึ้ง แม้แต่ทหารรักษาการณ์ก็ยังหน้าซีดเผือกพลางก้าวถอยหลังกลับไปอย่างช้าๆ แรงกดดันมหาศาลนัก ทำตัวของเขาแทบฉี่ราดเลยแน่ะ
ทหารรักษาการณ์ลอบปาดเหงื่อของตนอย่างหวาดกลัวแต่ทว่าวินาทีนั่นเขาก็เห็นถึงภาพที่น่าเหลือเชื่อ ชายหนุ่มคนนึงตอนนี้ยืนประจันหน้ากับราชสีห์คลั่งอยู่หน้ากรงขังอย่างไม่เกรงกลัว เขาแหงนหน้าขึ้นมองมันที่มีความสูงมากกว่าตนถึงหลายเท่าด้วยท่าทางที่เมินเฉยต่อทุกสิ่งพร้อมกับเส้นผมสีเงินที่ยาวสลวยปลิวไปมาตามคลื่นพลังที่มันพวยพุ่ง
"เป็ไปไม่ได้ มันไม่ได้รับผลกระทบจากคลื่นพลังยุทธเลยเรอะ"
เขาะโออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ ท่าทางที่เขามองไปยังชายหนุ่มตอนนี้แทบจะทำอะไรไม่ถูก
ทันใดนั่นชายวัยกลางคนก็ปรากฏตัวขึ้นที่ข้างๆเขาด้วยท่าทางที่เร่งรีบ เป็เ้าเมืองหลินหยวนนั่นเอง ในตอนแรกเมื่อเขาได้ยินเสียงคำรามของราชสีห์คลั่งก็เริ่มหน้าตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ภายในใจถึงกับคิดว่าไอ้เ้าเด็กเวรนั่นคงจะไปทำให้มันโกรธแล้วถูกแรงกดดันทับตายไปแล้วมั้งแต่ทว่าเมื่อเขามาถึงก็ต้องใกับภาพที่เห็น ดวงตาของเขาตอนนี้เห็นมันเต็มๆทั้งสองตาอย่างไม่มีอะไรปิดกั้น
"ชายหนุ่มคนนั่นทำไมถึงไม่ได้รับผลกระทบจากคลื่นพลังยุทธของเ้านั่นละ..?"
ชายวัยกลางคนทำได้้เพียงพูดออกมาอย่างมึนงง ท่าทางของเขาตอนนี้แข็งค้างไปแล้้ว ขณะเดียวกันเขาก็สังเกตเห็นเื่ที่ตะลึงเข้าไปอีก ดวงตาของเขาถึงกับเบิกกว้างอย่างตื่นตระหนัก
"ห.ห.เห้ย เ้าราชสีห์คลั่งตอนนี้เงียบไปแล้ว ข้าอยู่ในความฝันรึเปล่าวะเนี่ย..!!"
หลินหยวนจ้องมองไปยังหลินตงอย่างอึ้งๆ ภายในใจเริ่มเต้นรัวขึ้นทีละนิด อย่าบอกนะว่าชายหนุ่มคนนี้จะทำมันได้จริงๆ ต้องบอกก่อนว่าราชสีห์คลั่งนี้ไม่เคยมีผู้ใดทำมันเชื่องได้มาก่อน โดยปกติแล้วสัตว์อสูรตนนั่นจะขู่คำรามออกมาตลอดเวลาเมื่อมีคนเข้าไปใกล้มัน
ภาพของราชสีห์คลั่งที่ยืนนิ่งพลางก้มลงมองชายหนุ่มอย่างสงบทำให้สถานการณ์ตอนนี้ไม่เป็เช่นที่เขาคิดเอาไว้
และถ้าเกิดว่าเขาทำได้จริงๆภายในอาณาเขตเหรินซานหรือรอบบริเวณทั้งหมดนี้ชายหนุ่มจะกลายเป็ผู้มีชื่อเสียงในด้านการฝึกฝนสัตว์อสูรในทันที