ปฐมามองหน้าเขานิ่งก่อนจะถอนหายใจแล้วก้มลงมองนาฬิกาข้อมือ เมื่อเธอเห็นว่าสายแล้ว ถ้ามัวแต่มายืนเถียงกับเขาคงเข้าสอบไม่ทันแน่ ๆ เธอจึงรีบละสายตาแล้วเดินหนีเขาไปทันที
“ออกรถ” เขาหันไปออกคำสั่งกับการ์ด ก่อนจะเดินขึ้นรถคันหรูไป
“รับทราบครับเฮีย”
การ์ดโค้งคำนับให้เขาก่อนจะรีบวิ่งขึ้นรถ จากนั้นก็ขับออกไปทันที ในระหว่างที่ขับออกไปไม่นาน เขาก็เห็นร่างเล็กกำลังเดินสลับกับวิ่งอยู่ข้างถนน
“เฮียครับ จากที่บ้านไปถึงป้ายรถเมล์ ถ้าเดินก็ใช้เวลาพอสมควรอยู่นะครับ”
“หรือมึงจะลงไปเดินเป็เพื่อนเด็กนั่นมั้ยล่ะ”
“ไม่ครับ...”
“งั้นก็ขับรถไป”
“ครับเฮีย”
แต่พอเขาละสายตาจากการ์ดแล้วหันกลับไปมองเธออีกที ก็เห็นเธอหยุดเดินแล้วหันหลังเดินกลับไปบ้านเหมือนเดิม เขาขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจก่อนจะหันไปออกคำสั่งกับอีกคน
“ถอยรถก่อน”
“รับเธอไปด้วยเถอะครับ ถ้าเกิดไปฟ้องนายใหญ่ขึ้นมา เราจะเดือดร้อนเอาเปล่า ๆ”
การ์ดรีบถอยรถทำตามคำสั่งเขาทันที ก่อนจะไปจอดตรงข้าง ๆ เธอ เขาลดระดับกระจกลงก่อนจะถอดแว่นตาออก
“ไม่ไปแล้วรึไง”
“ไม่แล้วค่ะ ถึงไปก็ไม่ทันอยู่ดี” เธอพูดไปพลางยกมือขึ้นมาปาดเหงื่อที่ไหลไปด้วย
“จะไปหรือไม่ไป”
“ถ้าเฮียไปส่ง...ไปก็ได้ค่ะ”
“ขึ้นรถ” เขาพูดสั้น ๆ ก่อนจะกดปรับกระจกขึ้น ไม่นานร่างเล็กก็เปิดประตูแล้วขึ้นมานั่งข้าง ๆ เขา พร้อมกับหายใจหอบเล็กน้อย
“ขอบคุณนะคะ”
“ออกรถ” สายตาเ็าหันไปมองทางอื่น โดยไม่สนใจคำขอบคุณของเธอเลย หลังจากนั้นก็ใช้เวลาไม่นาน ก็ถึงมหาลัยที่เธอเรียนอยู่
“เอ่อ...เข้าไปส่งหน้าคณะได้มั้ยคะ พอดีว่าจากหน้ามหาลัยไปคณะมันค่อนข้างไกล”
“แล้วบอกใกล้” เธอหันไปมองหน้าเขาอย่างเกรงใจก่อนจะหลบสายตา
“บริหารใช่มั้ยครับ”
“ใช่ค่ะ ๆ” เธอรีบพยักหน้า ก่อนที่ไม่นานจะถึงหน้าคณะ จากนั้นเธอก็รีบลงจากรถเขาไปทันที คฑานั่งมองหญิงสาววิ่งเข้าคณะไป แต่ทว่าเขากลับหันมาเห็นว่าเธอทำกระเป๋าตังค์หล่น จึงรีบหยิบขึ้นมา
“ออกรถเลยนะครับเฮีย”
“เดี๋ยวก่อน ยัยเด็กนั่นทำกระเป๋าสตางค์หล่น”
“งั้นเฮียนั่งรออยู่ในรถ เดี๋ยวผมเอาตามขึ้นไปให้เองครับ” หลังจากนั้นเซนต์การ์ดมือขวาของเขาก็ทำการขับรถเข้าไปจอดลานจอดรถทันที
“เดี๋ยวกูไปเอง มึงรออยู่นี่แหละ” แต่ไม่ทันได้ลงจากรถเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นซะก่อน เขารีบกดรับสายทันที
ตื้ด...ตื้ด... (พ่อ)
“ฮัลโหล”
[ฉันถึงเมกาแล้ว]
“นึกว่าเมื่อวานจะเป็วันสุดท้ายซะอีก งั้นก็ดีใจด้วยครับ”
[แกนี่นะ อยากให้ฉันตายขนาดนั้นเลยรึไง]
“พ่อโทรมามีอะไร”
[เมื่อวานฉันลืมบอกไปอย่าง แกช่วยไปรับส่งหนูปัดเขาด้วย บางครั้งมีเรียนค่ำอย่าปล่อยให้หนูปัดเดินทางกลับบ้านเองเด็ดขาด มันอันตราย คุณรวีเขาเป็ห่วง]
“ถ้าจะเป็ห่วงขนาดนี้ ทำไมไม่ย้ายไปอยู่ด้วยกันเลยละครับ จะได้ไม่ต้องเป็ภาระคนอื่น”
[แกไม่ต้องยอกย้อนสักเื่ได้มั้ย ทำหน้าที่ของแกให้ดีก็พอ แค่นี้แหละ]
ตู้ด...ตู้ด...
“นายใหญ่เหรอครับเฮีย”
“อืม น่ารำคาญชิบหาย” เขาบ่นพึมพำก่อนจะหยิบกระเป๋าสตางค์เธอขึ้นมาแล้วลงจากรถไป
ปึง!
หลังจากนั้นเขาก็เดินเข้ามายังคณะของเธอ โดยผ่านสายตาของเหล่าบรรดาสาว ๆ ที่มองมาที่เขาเป็ตาเดียว ด้วยความหล่อกินคนของเขาไม่แปลกที่จะเป็จุดสนใจ
“โทษนะ เขาสอบกันห้องไหน” เขาเดินไปถามผู้หญิงกลุ่มหนึ่งที่นั่งอยู่ด้วยน้ำเสียงห้วน
“สาขาอะไรเหรอคะสุดหล่อ จะได้ตอบถูก”
“ไม่รู้ มันมีห้องไหนบ้างที่ถูกใช้สอบ พอจะรู้มั้ย”
“ตึกนี้มีทั้งหมดเจ็ดชั้น ก็น่าจะทุกชั้นเลยนะคะ”
เมื่อเขาได้คำตอบแล้ว เขาก็เดินผ่านกลุ่มผู้หญิงนั้นไป เพื่อขึ้นไปตามหาเธอทันที จะติดต่อโทรหาก็ไม่มีเบอร์กัน เขาจึงขึ้นไปดูแต่ละชั้นจนพบว่าเธอนั่งรอสอบอยู่ชั้นสาม
“รีบนักรีบหนา แล้วทำไมถึงมานั่งอยู่ตรงนี้” เธอเงยหน้าขึ้นมามองเขาด้วยความใเล้กน้อย ก่อนจะรีบลุกขึ้นยืน
“เอ่อ...อาจารย์ให้สอบทีหลัง เพราะเพื่อนเริ่มสอบกันไปก่อนแล้วค่ะ แล้วเฮีย...?” เขายื่นกระเป๋าสตางค์ให้เธอ
“ทีหลังก็อย่าทำตัวเป็ภาระคนอื่น” เธอรีบรับกระเป๋าสตางค์มาเก็บไว้
“ขอบคุณค่ะ”
“สอบเสร็จกี่โมง” เขาถามเธอน้ำเสียงเรียบ
“น่าจะบ่ายโมงได้ค่ะ แต่ที่คณะมีกิจกรรมนิดหน่อยคงได้กลับเย็น ๆ เฮียไม่ต้องให้คนมารับก็ได้นะคะ เดี๋ยวปัดกลับเองค่ะ”
“ใครบอกว่าฉันจะส่งคนมารับเธอ” เธอหลบสายตาเขาแล้วก้มหน้าลงเล็กน้อย
“....”
“ให้แค่วันนี้วันเดียว นอกนั้นเธอต้องรับผิดชอบชีวิตตัวเอง”
“หมายความว่าไงคะ เฮียจะมารับปัดเหรอคะ?”
“มันแค่ผ่านทางกลับบ้านฉัน จะกลับก็ออกไปรอที่หน้าคณะ” ร่างเล็กอมยิ้มเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าตอบเขาไป
“ค่ะ...”