วรรณชัยและธิดานั่งกินของว่างพลางพูดคุยกันอยู่นานสองนาน จนกระทั่งเวลาล่วงเลยผ่านไปกว่า1ชั่วโมง พิรุณก็เดินเข้ามาภายในห้อง เนื้อตัวของเขายังสะอาดดีอยู่
" สองแม่ลูกคุยอะไรน่าสนุกๆกันโดยไม่เรียกพ่องั้นหรือ ?"
" มานั่งนี่เถอะค่ะ แล้วเล่าเื่ตรงกำแพงให้ภรรยาผู้นี้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง มีผู้คนาเ็ลัมตายหรือไม่ ?" ธิดาตบไปตรงที่นั่งข้างเธอเบาๆ
พิรุณที่เห็นดังนั้นก็ไม่ปฏิเสธภรรยา รีบเดินไปนั่งข้างๆ พลางยิ้มแย้มออกมา
" นั่นท่านยิ้มอะไรหรือ หรือมีเื่ดีๆเกิดขึ้น ?" ธิดาเห็นท่าทางของสามีแล้วอดถามไม่ได้
" หืม ? เื่ดีๆน่ะหรือ ? ก็การนั่งข้างเ้าไง ? นี่ไม่ใช่เื่ที่ดีหรือ เพียงแค่ข้ามีเ้าอยู่ข้างๆข้าก็มีความสุขมากแล้ว โลกใบมีมีเพียงเ้าข้าก็ไม่ขออะไรอื่นอีก " พิรุณตอบกลับพลางยิ้มกว้างยิ่งกว่าเดิม
ส่วนวรรณชัยที่นั่งอยู่อีกด้านหนึ่งทำได้เพียงมองไปทางทั้งสองอย่างอยากรู้อยากเห็นว่าทั้งสองจะไปต่อกันยังไง เผื่อที่ว่าเขาจะได้นำไปใช้ในอนาคตได้…
" นี่ท่านอย่าได้พูดอะไรน่าอายเช่นนั้นสิ เห็นหรือไม่ ลูกมองมาที่เราใหญ่แล้ว อายเด็กมันบ้างสิ " ธิดาพูดสีหน้าเคร่งเครียด แต่พวงแก้มของเธอกับขึ้นสีแดงระเรื่อไปทั้งสองข้าง
บ่งบอกถึงความเขินอายของเธอได้เป็อย่างดี
" ข้าพูดความจริงเ้าจะอายลูกมันไปทำไม ข้าไม่ได้แสดงความรักกับเ้าเช่นนี้มาหลายวัน มันช่างเป็เื่ที่ปวดใจยิ่งนัก" พิรุณยื่นมือทั้งสองข้างไปกุมมือของธิดาที่วางไว้บนตักของเธอขึ้นมาด้วยความนุ่มนวล
" นี่…" ธิดาพูดไม่ออกทำได้เพียงบิดตัวไปมาด้วยความเขินอายเท่านั้น เธอไม่ริดว่าสามีจะรุกหนังมากขนาดนี้ ทั้งที่เพิ่งฟื้นขากอาการาเ็มา
" เ้าอย่าได้อายไป ลูกเราก็โตๆแล้ว เขาก็ควรเรียนรู้เื่เหล่านี้เอาไว้บ้าง จะได้หาคนรักได้ง่ายและมีหลานให้เราสองคนได้เลี้ยงเร็วๆไงล่ะ ?"
วรรณชัยที่นั่งมองทั้งสองพลอดรักกันอยู่ก็ตาโตขึ้นมาทันที เมื่อได้ยินคำพูดของผู้เป็พ่อ
เขาไม่คาดคิดว่าการที่ทั้งสองกำลังพลอดรักกันอยู่ มันจะสามาาถลามมาถึงเขาที่นั่งฟังอยู่วงนอกได้ !! " เอ่อ… ท่านพ่อ.. แล้วทำไมมันถึงได้วนมาหาข้าได้ล่ะ ? ข้าไปเกี่ยวอะไรกับเื่นี้ของพวกท่านด้วยหรือ ?"
วรรณชัยพยายามปฏิเสธคำพูดของผู้เป็พ่อที่ส่งมาหาเขา แต่มันก็สายเกินไปเพราะผู้เป็แม่ได้หันมาทางเขาก่อนจะพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียดแต่พวงแก้มของเธอยังไม่หายแดงจากความเขินอาย
" ลูกแม่ เื่นี้ไม่ใช่เื่เล็ก เ้าก็อายุได้20แล้ว เ้าควรจะหาคู่ครองโดยเร็ว พ่อกับแม่ก็แก่มากแล้ว วันว่างๆก็อยากอยู่เลี้ยงหลานบ้าง" ธิดาไม่ปล่อยให้เื่วนกลับมาที่เธออีก
ดังนั้นเธอจึงต้องส่งเื่เหล่านี้ให้กับวรรณชัยให้จงได้ เพื่อหลีกเลี่ยงความเขินอาย สามีของเธอจะได้้ไม่พูดเื่น่าเขินอายแบบนั้นออกมาต่อหน้าลูกชายอีก
" เอาเป็… เมื่อเราสามารถจัดการปัญหาเื่ที่กองทัพอสูรล้อมเราให้เสร็จสิ้นก่อนก็แล้วกัน เมื่อถึงตอนนั้นข้าจะพาลูกชายของเราไปเปิดหูเปิดตาที่เมืองหลวง" พิรุณพยักหน้าพลางพูดส่งเสริมคำพูดของภรรยา
" แต่ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้ามีคนรักอยู่แล้วนะ แล้วข้าก็ไม่คิดจะสนใจหญิงอื่นอีกแล้ว" วรรณชัยพยายามหาข้ออ้างให้ตนเองรอดพ้นจากสถานการณ์นี้ไปให้ได้
แม้เขาจะมีคนรักอยู่จริงๆ แต่คนรักคนนั้นก็เป็เพียงตัวละครในเกมเท่านั้น เขาไม่รู้ว่าเธอจะมีชีวิตขึ้นมาจริงๆหรือเปล่า แต่เขาก็ยังแอบหวังว่าเธอจะมีตัวตนอยู่จริงๆ ขนาดเกมเอิร์ทออฟก็อดยังกลายเป็ความจริงได้เลย แล้วสุพรรณษาจะไม่มีอยู่จริงได้ยังไง ? นั่นคือสิ่งที่วรรณชัยหวัง
" จริงหรือ ? หญิงสาวที่ใดกัน ? แล้วเ้าสูญเสียความทรงจำมิใช่หรือ ? แล้วเ้าไปจำได้อย่างไรว่าเ้ามีคนรัก ?" ธิดาพูดด้วยสีหน้าจริงจัง เมื่อจับได้ว่าลูกชายตัวดีแอบโกหกว่าตนมีคนรัก เธอเป็ห่วงว่าลูกชายจะหาหญิงสาวมาเป็ภรรยาไม่ได้
" เอ่อ.. เื่นั้น.. ใช่ ! ใช่แล้วก็ข้ามีความรู้สึกว่าข้ามีคนรักอยู่แล้ว แม้ความทรงจำข้าจะหายไปแต่ความรู้สึกของข้าที่มีต่อเธอนั้นยังไม่จางหายไป เพียงแค่ว่าข้าจำเธอไม่ได้ก็เท่านั้น…"
ดวงตาของวรรณชัยเลิกกว้างเมื่อเื่ความจำเสื่อมที่เขากุขึ้นมาเพื่อเอาตัวรอด มันกลับกำลังย้อนมาทำร้ายตัวเขาเอง ดังนั้นเขาจึงต้องหาวิธีแถให้ตนเองรอด
" ฮิๆๆ เ้านี่นะ สีข้างถลอกหมดแล้วกระมัง ? เอาเป็ว่าเื่นั้นช่างมันก่อน ไว้เราจัดการกับกองทัพอสูรที่ล้อมเราอยู่ได้ก่อนเหมือนที่พ่อเ้าบอก แล้วค่อยว่ากันอีกที ตอนนี้ท่านก็เล่าเื่ที่กำแพงมาได้แล้ว นี่ท่านติดจะอุบไว้ผู้เดียวหรือ ?"
ธิดาหัวเราะชอบใจที่สามารถกลั่นแกล้งลูกชายได้ก่อนจะให้ทางออกแก่เขา ไม่บังคับเขามากเกินไป ส่วนครึ่งหลังเธอหันมากล่าวกับพิรุณด้วยสีหน้าบูดบิ้ง เมื่อพบว่าสามีบองเธอกำลังพบสยามเบียงเบนเื่นี้อยู่
" โอ้ ~ ผู้หญิงนี่อารมณ์เปลี่ยนเร็วจริงๆเลยนะ…" พิรุณบ่นพึมพัมกับตนเอง แต่มีหรือที่ธิดาผู้นั่งอยู่ข้างๆจะไม่ได้ยิน เธอส่งสายตาเด็ดขาดให้กับพิรุณทันที บ่งบอกเป็นัยว่าหากยังบ่นอีก คืนนี้ได้นอนนอกห้องแน่ !!
พิรุณที่เห็นสายตาของภรรยาก็สะดุ้งโหยง ก่อนจะรีบเล่าเื่ตรงกำแพงให้ภรรยาฟัง " เื่มัน…"
พิรุณเริ่มเล่าเื่ราวต่างๆให้กับธิดาฟัง เริ่มั้แ่ตอนที่เขาเข้าไปช่วยชาวบ้านที่กำลังจะถูกอสูรวานรทำร้าย เื่ที่เขาทำลายท่าสังหารของจักรพันธ์ได้โดยเพียงแค่การสบัดมือ และเื่ที่จักรพันธ์และจักรพงษ์ถูกอสูรวานรทุบตีจนาเ็สาหัส จากนั้นเหล่าทหารระดับสูงๆก็เริ่มทยอยสังหารอสูรวานรได้
" อสูรวานรพสุธามันแข็งแกร่งเพียงนั้น ? ถึงกับทำให้สองพ่อลูกนั่น าเ็เช้นนั้นได้ ?" ธิดาละเว้นประเด็นเื่ที่จักรพันธ์ใช้พายุสังหามาทางสามีของเธอออกไป เพราะไม่อยากเอาเื่ที่อ่อนไหวเช่นนี้มาพูดคุยกันในเวลานี้
" ความจริงอสูรวานรก็ไม่ได้แข็งแกร่งมากขนาดนั้น เพียงแค่ทหาร5นายช่วยกัน ก็สามารถจัดการมันได้แล้ว แต่ที่สองพ่อลูกนั่นาเ็เห็นบอกว่า มีคนขัดขวางการต่อสู้ของพวกเขาด้วยหน้าไม้ นั่นจึงทำให้พวกเขาเสียจังหวะ และถูกอสูรวานรทำร้ายเอา "
พิรุณตอบไปตามที่จักรพันธ์บอก เขาก็ไม่รู้เช่นกันว่านี่คือเื่จริงหรือไม่ แต่เขาบอกได้เลยว่าาแของทั้งสองนั้นคือของจริง โดยเฉพาะจักรพงษ์ ใบหน้าของเขาเขียวช้ำและปูดบวด เมื่อคิดถึงใบหน้าของจักรพงษ์ พิรุณก็ไม่สามารถกลั้นเสียงหัวเราเอาไว้ได้ " อุ๊บ !"
" นั่นท่านหัวเราะหรือ ? มีเื่อะไรตลกเกิดขึ้นที่กำแพงหรือ ?" ธิดาถามออกไปอย่างอยากรู้อยากเห็น
" อ่าใช่ มันก็ไม่ใช่อะไรหรอก เป็จักรพงษ์ที่าเ็สาหัสน่ะ เ้านั่นถูกวานรพสุธาที่โกรธกริ้วชกตีใบหน้าของมันจนบวมเป่ง ปูดบวม เหมือนถูกผึ้งั์ต่อยมาอย่างไรอย่างนั้น เล่นเอาแทบจะจำใบหน้าของมันไม่ได้เลย หากพวกเ้าได้เห็นก็คงรู้จะรู้เอง.. ฮ่าๆๆ"
อธิบายไปพิรุณก็กลั้นขำไปด้วยเมื่อนึกถึงใบหน้าของของจักรพงษ์ แต่สุดท้ายเสียงหัวเราของเขาก็ดังออกมา
เมื่อได้ยินดังนั้นธิดาก็หันมาทางด้านของวรรณชัย แต่วรรณชัยก็รู้ทันขึงทำทีเป็ไม่รู้ไม่ชี้ ก่อนที่รอยยิ้มจะผุดขึ้นที่มุมปากของเขา
ธิดาที่เห็นดังนั้นก็ส่ายหน้าไปมาอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนจะเปลี่ยนเื่ไปพูดคุยเื่อื่นแทน ทั้งสามนั่งพูดคุยกันอยู่นานสองนานก่อนที่จะแยกย้ายกันออกไป เมื่อวิษณุเข้ามารายงานถึงความเสียหายที่กำแพง
.
.
.
เมื่อแยกจากทั้งสองแล้ววรรณชัยก็มาอยู่ที่ห้องของตนเอง มองดูรอบๆแล้วไม่พบใคร จากนั้นเขาก็เรียกหุ่นไม้สี่ทิศออกมา เมื่อเห็นหุ่นไม้สี่ทิศยืนอยู่วรรณชัยก็เริ่มเบาใจ ก่อนจะลงไปนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น
ตอนนี้เขามีเลเวลมากแล้ว มันถึงเวลาแล้วที่เขาจะเสริมความแข็งแกร่งให้กับตนเองอีกสักเล็กน้อย
เมื่อคิดได้เช่นนั้นบรรยากาศรอบตัวของวรรณชัยก็ค่อยๆเปลี่ยนไป บรรยากาศรอบตัวของเขาเริ่มที่จะหนักแน่นขึ้น จากนั้นมานาที่อยู่ในร่างกายของวรรณชัยที่อยู่ในส่วนต่างๆก็ค่อยๆไหลไปอยู่ที่จุดหนึ่งในร่างกายของเขา
บริเวณนั้นก็คือหัวใจของเขานั่นเอง ด้วยการกระทำนี้สีหน้าของวรรณชัยกลายเป็เคร่งเครียดขึ้นมาอย่างมาก นั่นเพราะเขาจะต้องตั้งสมาธิให้ดี และไม่อาจผิดพลาดได้แม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม นั้นเพราะการผิดพลาดเล็กน้อยนั้นอาจทำให้เขาตายจากมานาที่ไปรวมอยู่ที่หัวใจเกิดหลุดการควบคุมและะเิหัวใจของเขาออกเป็ชิ้นๆได้
" มานาหมดแล้ว.." เมื่อเวาลาผ่านไประยะหนึ่งมานาทั้งหมดของวรรณชัยก็หมดลง เขามองไปยังมานาที่ไปรวมตัวกันในหัวใจของเขาจนหมด เมื่อไม่มีมานาที่คอยส่งไปยังหัวใจอีกกระบวนการจึงหยุดชะงักลง
" ต่อไปก็ค่อยๆดึงมานาจากภายนอกเข้าสู่ร่างกาย ค่อยๆ.. ค่อยๆ.." ตอนนี้วรรณชัยแบ่งประสาทััของตนเองออกเป็สองส่วน จากนั้นเขาก็ใช้ส่วนหนึ่งค่อยๆดึงมานาที่ลอยเอื่อยเฉื่อยอยู่รอบๆเข้าสู่ร่างกายของเขา
และประสาทััอีกส่วนหนึ่งก็ใช้มันควบคุมมานาที่ไปรวมกันอยู่ตรงหัวใจไม่ให้พวกมันะเิออกมา
จากนั้นเขาก็ใช้มานาที่ดึงเข้ามาค่อยๆให้พวกมันไปตรงหัวใจของเขาอีกครั้ง
กระบวนการนี้เป็ไปอย่างเชื่องช้ามากถึงมากที่สุด มานาค่อยๆไหลไปตามร่างกายของเขาจากทุกทิศทางและไปหลอมรวมกันอยู่ตรงหัวใจ
เวลาล่วงเลยผ่านไป 1ชั่วโมง… 2ชั่วโมง… 4ชั่วโมง… 6ชั่วโมง…
เม็ดเหงื่อปกคลุมเต็มแผ่นหลังและใบหน้าของวรรณชัย ตอนนั้นเองได้มีเืไหลออกมาจากมุมปากและดวงตาของวรรณชัยเล็กน้อย
ที่เป็แบบนี้นั่นเพราะเขาไม่อาจทนรับแรงกดดันจากการแยกประสาััออกจากกันเป็สองส่วนได้อีกต่อไป มานาที่เขาควบคุมไว้ตรงหัวใจจึงเริ่มดิ้นพล่านไปมา นั่นจึงทำให้เขาได้รับาเ็
ส่วนเืที่ไหลออกมาจากดวงตานั้นเป็เพราะเขาใช้สมาธิมากเกินไปทำให้สมองทำงานหนักอย่างหนัก
" อีกนิดเดียวเอง… อดทนอีกหน่อยนะ..อดทนอีกนิด.." มองดูสภาพของตนเองแล้ววรรณชัยก็สูดหายใจเข้าไปลึกๆก่อนที่จะกลับมาตั้งสมาธิอีกครั้ง เขากัดฟันแน่นเพื่อฝืนตัวเองและรอเวลาอีกเล็กน้อย
นั่นเพราะหากถึงเวลานั้นแล้วเขาก็จะสามารถผ่านพ้นสถานการณ์ที่เป็อยู่ในตอนนี้ได้ ยิ่งเวลาล่วงเลยผ่านไปนานเท่าไหร่เืที่ไหลออกจากดวงตากับมุมปากก็ยิ่งมากขึ้น จนตอนนี้ตรงจมูกของเขาก็เริ่มมีเืไหลออกมาแล้วเช่นกัน
10นาทีผ่านไป… 20นาทีผ่านไป… 30นาทีผ่านไป… 50นาทีผ่านไป…
ตอนนี้หูทั้งสองข้างของวรรณชัยก็เริ่มมีเืไหลออกมาแล้วเช่นกัน เืที่ไหลออกมาจากร่างกายของเขานั้นน่ากลัวมาก หากยังคงเป็แบบนี้ต่อไปอีกสัก10-20นาทีเขาคงจะเืหมดตัวตายอย่างแน่นอน
" อีกนิดเดียวเท่านั้น ! อดทนไว้ก่อนร่างกายของฉัน !" วรรณชัยกัดฟันแน่นและยังคงค่อยๆทำการหมุนเวียนมานาและส่งไปยังหัวใจอย่างต่อเนื่อง
5นาทีผ่านไป… 9นาทีป่านไป…
พลวด !! ~
" อั่ก ! " ตอนนั้นเองเหมือนร่างกายของวรรณชัยจะทนรับไม่ไหวและมานาก็ตีกลับ ทำให้อวัยวะภายในของเขาได้รับาเ็ เืกองใหญ่พุ่งพรวดออกมาจากปาก หู และจมูกของเขา แม้แต่ดวงตาก็ด้วยเช่นกัน
" อึ่ก ! อีกแค่นิดเดียวเอง ! ขออีกนิดเดียว… " ร่างกายของวรรณาชัยซวนเซไปมาเหมือนจะล้มลงไปที่พื้นเมื่อไหร่ก็ได้หากว่าเขาหมดสติไป
กึ่ก !
วรรณชัยใช้มือข้างหนึ่งยันพื้นไว้ และพยายามรักษาการหมุ่นเวียนของมานาและควบคุมมานาที่รวมอยู่บริเวณหัวใจเอาไว้
หน้าอกของเขาขยับขึ้นลงพยายามหายใจเข้าปอดและประคองจิตใจและสมาธิของตนเอาไว้
[ ดิ้ง ~ ยินดีด้วย !ท่านทำตามเงื่อนไขของแบ่งความคิดเป็สองได้สำเร็จ ! ]
[ ยินดีด้วย ! ท่านได้รับสกิลแฝงเร้นแบ่งความคิดเป็สอง ! ]
ทันทีที่ได้ยินเสียงของระบบ วรรณชัยไม่มีเวลามาดีใจ เมื่อเขาได้รับสกิลนี้มาแรงกดดันที่เขาใช้แยกประสาทััออกเป็สองส่วนในก่อนหน้านี้ก๋หายไป
ตอนนี้เขาสามารถแบ่งประสาทััออกเป็สองส่วนเหมือนกับการทำกิจวัตรทั่วไปเช่นการดื่มกินได้แล้ว..
ดังนั้นการความคุมมานาบริเวณหัวใจและการดึงมานาเข้าสู่ร่างกายของตนจึงง่ายดายเหมือนเขากำลังทำเพัยงอย่างเดียวเท่านั้น
และเมื่อการควบคุมมานากลับมาเสถียรมากขึ้นวรรณชัยก็กลับมานั่งหลังตรงในท่านั่งขัดสมาธิอีกครั้ง คราวนี้เขาได้เร่งความเร็วในการรวบรวมมานาไปไว้ที่หัวใจอย่างรวดเร็ว
ความเร็วในคราวนี้เร็วกว่าเดิมมากนัก มันเร็วมากกว่าเดิม2-3เท่าเลยทีเดียว
" ร่างกายเสียหายหนักเกินไป " ว่าแล้ววรรณชัยก็นำน้ำยาฟื้นฟูาแขวดเล็กออกมาจากช่องเก็บของ เปิดฝาออกและดื่มลงไปจนหมดขวดในรวดเดียว !
น้ำยานี้เขาได้รับมาจากผู้เป็พ่อ เมื่อพวกเขาพูดคุยกันในก่อนหน้านี้ เมื่อรู้ว่าเมืองนี้มีน้ำยาฟื้นฟูาแอยู่ด้วยเขาจึงขอติดไม้ติดมือมาสี่ถึงห้าขวด เพื่อนำมันมาใช้ในการนี้นี่เอง
ตอนนั้นเองที่ร่างกายของเขาก็ค่อยๆได้รับการรักษา เมื่อร่างกายได้รับการรักษา ประสิทธิภาพในการรวบรวมมานาและส่งไปยังหัวใจก็รวดเร็วมากยิ่งขึ้น
แต่เมื่อความเร็วมากขึ้นมันก็มีผลเสียอีกอย่างหนึ่งตามมา นั้นก็คือมานาเข้ามายังหัวใจเร็วจนเกินไป ทำให้หัวใจทนรับแรงกดดันนี้ไม่ไหว
เมื่อเห็นดังนั้นวรรณชัยก็หยิบน้ำยาฟื้นฟูาแออกมาจากช่องเก็บของทั้งหมด ก่อนจะคาบปากขวดเอาไว้แล้วให้น้ำยาค่อยๆไหลเข้าปากตนไป ไม่ให้มันไหลเข้าไปทีเดียว โดยเปล่าประโยชน์
วรรณชัยอยู่ในท่านี้อีกเป็เวลา 4ชั่วโมง ตอนนั้นเองที่ในหัวของเขาก็มีเสียงของระบบดังขึ้นอีกครั้ง
[ ยินดีด้วย ! ท่านทำตามเงื่อนไขของสกิลแฝงเร้น ฟื้นฟูาแได้สำเร็จ !]
[ ท่านได้รับสกิลฟื้นฟูาแ (เรียนรู้) ]
และเมื่อเวลาผ่านไปอีก 1ชั่วโมงเสียงของระบบก็ดังขึ้นในหัวของวรรณขัยอีกครั้ง
[ ยินดีด้วย ! ท่านทำตามเงื่อนไขของสกิลแฝงเร้น ฟื้นฟูมานาได้สำเร็จ !]
[ ท่านได้รับ ฟื้นฟูมานา (เรียนรู้) ]
[ ยินดีด้วย ! ท่านทำตามเงื่อนไขของสกิลแฝงเร้นหัวใจมานานสำเร็จ !]
[ ท่านได้รับ หัวใจมานา ( พื้นฐาน) ]
[ ยินดีด้วย ! ท่านทำตามเงื่อนไขของสกิลกายทรหดสำเร็จ ! ]
[ ท่านได้รับสกิลแฝงเร้นกายทนหด (เรียนรู้) ]