ซิ่วอิงมัวแต่คิดอะไรไปเรื่อยจนลืมเก็บสีหน้าตนเอง สิ่งนี้ดันไปสะดุดสายตาสิงเทียนเข้าเขาจึงพูดขึ้น “มันเป็ปกติอยู่แล้ว ขึ้นชื่อว่าป่าอันตรายย่อมมีแต่เื่ไม่คาดฝันทั้งสิ้น มันยอมให้เข้าก็ใช่ว่าจะยอมให้ออก เช่นนั้นรีบเร่งมือกันจะดีกว่า”
“ขอรับ เอ้ย! เ้าค่ะ”
แม้ซิ่วอิงจะรู้สึกหวาดกลัวอยู่บ้าง ทว่าได้เห็นอีกฝ่ายเดินทางมาด้วยกันก็รู้สึกอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก เขากำหมัดข้างหนึ่งแล้วชูขึ้น “ชีวิตคนต้องมาก่อน! หน้าตาต้องมาก่อน!”
เดินทางมาได้สักพักแล้ว สตรีด้านข้างมือหนึ่งถือแผนที่ส่วนอีกมือก็จับแขนดรุณีน้อย เดินก้าวหนึ่งก็ใช้เท้าเขี่ยชายกระโปรงให้พ้นทางทีหนึ่ง
สิงเทียนมองชายกระโปรงที่คลุกฝุ่นจนเขรอะพลางถาม “ไม่สะดวกหรือ”
ซิ่วอิงหันมากล่าว “ไม่สะดวกอย่างแรงขอรับ อะ..เอ่อ เ้าค่ะ”
สิงเทียนเอ่ยเสียงเบาจนแทบจะเข้าใจได้โดยการอ่านปาก “อดทนไปก่อน อย่าเพิ่งทำแผนแตกล่ะ”
“ขอรับ เอ่อ..เ้าค่ะ”
สามคนเดินทางตามแผนที่ในมือ ยิ่งเดินลึกเท่าไหร่บรรยากาศรอบตัวก็ยิ่งวังเวงมากขึ้น เสียงหวีดหวิวของสายลม บวกกับกิ่งไม้แห้งที่หักหล่นลงมา ทำเอาพวกเขาหวาดระแวงไปตาม ๆ กัน
“เสียงอะไรน่ะ!..” ซิ่วอิงเผลอหลุดปากทัก
ขณะที่มัวแต่เหม่อมอง้าต้นไม้อยู่นั้น กระดาษที่อยู่ในมือพลันหลุดปลิวหายไปเสียดื้อ ๆ เขาลืมตัวรีบปล่อยมือจากดรุณีข้างกายแล้ววิ่งตามมันเข้าไปในดงต้นไม้ทันที สิงเทียนมองตามหลัง เห็นแต่เงาของชุดสตรีหายวับไปราวกับจมดิ่งลงธารา
“ซิ่วอิง!” สิงเทียนร้องเรียกหา แต่กลับไม่มีสัญญาณตอบกลับมา
ด้านหลังซึ่งเคยมีเด็กสาวยืนคอยท่า บัดนี้เหลียวหน้ามามองกลับไม่เหลือผู้ใดแล้ว สิงเทียนรับรู้ถึงความผิดปกติได้ในทันทีดึงดาบออกมาตั้งท่ารอ
เสียงหัวเราะแหลมใสดังก้องอยู่ทั่วป่า เสียงนี้คล้ายกับสตรีที่มากอายุแล้ว นางหัวเราะขบขันอย่างพอใจอยู่ที่ไหนสักแห่งในป่านี้
“ใคร!”
“ฮ่าๆ ๆ ๆ”
“ข้าถามว่าใคร!”
เสียงปริศนานั้นยังคงหัวเราะต่อไปโดยไม่คิดตอบคำถามของเขา สิงเทียนทำท่าไม่สนใจก่อนจะรีบหมุนตัวไปยังเส้นทางที่คนรับใช้ได้วิ่งหายไป และในจังหวะนี้เองก็มีอาภรณ์สีดำขลับปลิวสยายแผ่ปกคลุมท้องนภา
ผู้สวมใส่อาภรณ์นั้นร่อนลงมาดั่งเทพเซียน สีผิวขาวซีดคล้ายไร้ชีวิต และปกปิดใบหน้าด้วยผ้าโปร่งสีทึบผืนหนึ่ง แม้มองเห็นใบหน้าไม่ชัดเจน ทว่าน้ำเสียงและแววตาของนางสิงเทียนย่อมจำได้ นางก็คือเด็กสาวที่ยืนอยู่ด้านหลังเขาเมื่อครู่นี้เอง
สิงเทียนจ้องนางไม่วางตา ถึงว่าเมื่อหลายวันก่อนที่ออกตระเวนหายืมบุตรสาวกลับไม่มีผู้ใดยอมร่วมมือ ครั้นจะหันหลังกลับก็ดันมีเด็กสาวผู้หนึ่งวิ่งมาจับมือเอาไว้บอกว่าตนจะอาสาไปเอง
สิงเทียนมิได้ติดใจสงสัยนางสักนิดว่าจะเป็ิญญาร้ายแปลงกายมาหลอกเขาเช่นนี้ กระทั่งถึงตอนนี้เขาค่อยเริ่มรู้สึกเจ็บใจขึ้นมาบ้างแล้วที่พลาดท่าหลงกลมันเข้า
“จะรีบไปไหนกันล่ะเ้าคะ เรายังมีเวลาอีกมากโข ท่านไม่อยากมาร่วมเล่นสนุกกับข้าก่อนรึ ฮ่าๆ ๆ”
“ที่แท้เ้าก็เป็ปีศาจนี่เอง”
“หือ นี่ท่านรู้หรอกหรือ”
สิงเทียนมิได้สนใจนางสักนิด กลับถามถึงบุคคลที่หายตัวไปจากทางด้านหลังแทน “เ้าทำอะไรกับนาง”
หญิงงามตรงนั้นมิตอบคำถาม ซ้ำยังสั่งให้เหล่าเถาวัลย์เคลื่อนตัวมาปิดกั้นเส้นทางนั้นเพิ่มอีก ร่ายมนต์จนเส้นทางบิดเบี้ยวคดเคี้ยว หวังไม่ให้ผู้ที่วิ่งหายเข้าไปได้หาทางกลับออกมาได้
ปีศาจสาวจ้องมองบุรุษหล่อเหลาตรงหน้า พลางส่งสายตาหยาดเยิ้มมาให้ “ข้าล่ะน้อยใจนัก อุตส่าห์เสนอตัวเพื่อมาเป็เซียนสตรีให้กับเ้า แต่เ้ากลับให้นางผู้นั้นมาเป็แทน นางมีดีกว่าข้าตรงไหนกัน ทั้งรูปร่างหน้าตาข้าสวยกว่าตั้งเยอะอ่อนกว่าตั้งเยอะ หรือแท้จริง..เ้าจะชอบสตรีสูงวัยที่คิ้วหนาหน้าเหี้ยม”
“…”
“ไม่ตอบรึ คงจะชอบนางจริง ๆ น่าเสียดายที่รูปหล่ออย่างเ้ามีรสนิยมประหลาด แต่ช่างมันปะไร ลองมาอยู่กินกับข้าสิแล้วเ้าจะเปลี่ยนใจเองฮ่า ๆ ๆ”
สิงเทียนยกดาบขึ้นมาระดับสายตา ไล่กรีดนิ้วตามแนวคมแวววับนั่นพร้อมกับพุ่งตัวใส่สตรีตรงหน้า ปลายดาบแทงทะลุร่างของนางอย่างจัง แต่ทางนั้นกลับไม่เป็อะไรสักนิด ยังคงหัวเราะตลกขบขันโดยไม่รู้สึกเ็ปแต่อย่างใด
ฝั่งคนถือดาบเริ่มไม่สบอารมณ์ขึ้นเรื่อย ๆ เรียวคิ้วขมวดมุ่นอย่างเกี้ยวโกรธ ความอดทนต่อบบุคคลตรงหน้าหมดลงแล้ว
เขาเหวี่ยงดาบในมือจนปักลงดินแน่นิ่ง ก่อนจะวาดมือทั้งสองคล้ายกวักอากาศเข้าหากัน กลุ่มพลังงานสีม่วงเข้มเริ่มขยายใหญ่ขึ้นจนมีขนาดเท่าลูกบอล สิงเทียนยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย พร้อมผลักก้อนพลังในมือพุ่งเข้าใส่นางอีกครา
ซู้มมมม และแน่นอนว่าขุมพลังอันแข็งแกร่งนั่นก็ยังไม่สามารถทำร้ายนางได้ ฝั่งปีศาจสาวที่ยังยืนนิ่งรอชมความกระสับกระส่ายของเหยื่อ ก็ยังคงมีอารมณ์ขันเช่นเดิม นางเพียงรู้สึกสมเพชคนตรงหน้าที่โง่เขลาได้ขนาดนี้ ต่อให้ฟาดพลังใส่อีกกี่ร้อยครั้งก็ไม่มีทางทำอันตรายต่อนางได้อยู่ดี
นางเป็กลุ่มก้อนิญญาอาฆาตที่ล่อลวงผู้คนมาสูบพลัง ซ้ำในป่าแห่งนี้ยังเป็อาณาเขตของนางอีก พวกเขาที่เผลอตัวเดินทางเข้ามาล้วนแล้วแต่ถูกนางหลอกทั้งสิ้น ไม่ว่าจะดิ้นรนเอาชนะแค่ไหน สุดท้ายทั้งร่างกายและิญญาก็ต้องตกเป็ของนางอยู่ดี
“เฮ้อ..น่าเบื่อเสียจริง เ้าจะใช้พลังให้มันเปลืองทำไม สู้ก้มหัวยอมศิโรราบไม่ดีกว่ารึ”
สิงเทียนกล่าวยิ้ม ๆ “หากต้องก้มหัวให้เ้า ข้ายอมตายเสียยังดีกว่า”
“หือ”
ฝั่งคนฟังสีหน้าเริ่มบึ้งตึงขึ้นมาหลายส่วน แม้จะชมชอบบุรุษที่หน้าตาดี แต่หากอีกฝ่ายแข็งข้อและต่อปากต่อคำเก่งเช่นนี้ นานไปนางย่อมเริ่มเบื่อหน่าย เมื่อเหยื่อไม่ยอมหลงกลจึงหมดทางเลือก นางตัดสินใจซัดพลังสายหนึ่งออกไปทันทีเพื่อข่มขู่
สิงเทียนคว้าดาบที่ปักอยู่แล้วะโหนี ทว่าขาข้างหนึ่งกลับถูกเหนี่ยวรั้งไว้ด้วยริ้วผ้าสีดำ เขาใช้ดาบฟันฉับในทันทีพร้อมวิ่งตรงไปยังตำแหน่งของศัตรู
นางจ้องมาทางเขา กล่าวอย่างเหลืออด “ข้าชักจะเริ่มรำคาญเ้าแล้วสิ!”
ร่างสูงวิ่งตรงมาอย่างไม่สนสิ่งใด ฝั่งปีศาจสาวยิ่งไม่เข้าใจความคิดคนทางนั้น อ้าแขนออกกว้างเหมือนรอสวมกอดเต็มที่ เมื่อระยะห่างของสองคนสั้นลงนางกลับรู้สึกว่าร่างกายขยับไม่ได้เสียแล้ว
“เกิดอะไรขึ้น!”
สิงเทียนยิ้มหยันยกดาบขึ้นเหนือหัว แล้วถ่ายพลังไปยังด้านหน้า ปล่อยคลื่นสายฟ้ารุนแรงออกไปจนช็อตเปรี้ยงใส่ร่างสตรีตรงนั้น
กรี๊ดดดดดดด!
หมอกควันสีดำสลายไปกว่าครึ่ง ปีศาจสาวโมโหจนดวงตากลายเป็สีดำสนิท นางคำรามลั่นป่าเพราะถูกชายผู้นั้นตลบหลัง บังอาจใช้วิชาสกปรกลอบโจมตีใส่นาง ด้วยความโมโหจึงฟาดพลังออกไปไม่บันยะบันยัง ก้อนิญญาอาฆาตลอยหวือออกไปร่วมสิบลูก ส่งเสียงหวีดแหลมอย่างน่าหวาดสะพรึง
สิงเทียนปัดป้องได้อย่างไม่ยากเย็น จากเป็ฝ่ายที่เอาแต่หลบก่อนหน้า บัดนี้เขาพลิกสถานการณ์ให้เป็คนถือไพ่เหนือนางแล้ว เื้ัของเขาที่เป็เส้นทางคดเคี้ยว ก่อนหน้านั้นถูกนางยืนขวางไว้มิดชิด แต่ในตอนนี้เขากลับเป็ผู้มายืนขวางแทนเสียเอง
ที่สิงเทียนซัดขุมพลังใส่ไปในตอนแรกก็เพื่อจะเปิดเส้นทางให้คนด้านในออกมาได้ แต่ดูจากระยะเวลาที่นานพอควร เห็นทีเขาคงต้องเป็ฝ่ายเดินทางเข้าไปตามเองแล้ว
สิงเทียนพลิกตัวหลบพลังของนาง พร้อมกับลอยละลิ่วเข้าไปในเส้นทางด้านหลัง นางอารมณ์เดือดจัดจนใบหน้าบูดบึ้งกลายเป็อื่น สภาพเน่าเฟะและมีหนอนชอนไชอยู่ตรงเบ้าตา ก่อนจะะโตามหลังอีกฝ่ายเข้าไปในเส้นทางนั้น
…
ซิ่วอิงเดินสำรวจภายในถ้ำแห่งหนึ่ง เขาตามหาแผนที่เจอแล้ว แต่กลับบังเอิญหันไปเห็นปากถ้ำปริศนาอยู่ไม่ไกลกันนัก ด้วยความรู้สึกแคลงใจบางอย่างจึงตัดสินใจเดินตามลงมาดู เมื่อเดินเข้าไปจนสุดทางของถ้ำ ก็ได้เห็นว่ามีโครงกระดูกปริศนานอนอยู่บนแท่นหิน โครงกระดูกนั้นแม้จะอยู่มานานแต่กลับมองออกได้ง่ายว่าเป็สตรี
ร่างนั้นสวมอาภรณ์สีซีดที่ทั้งเก่าและเปื่อยยุ่ย บนแท่นหินที่โครงกระดูกนอนอยู่ก็ยังมีอักขระประหลาดขีดเขียนไว้อีกด้วย ตัวหนังสือที่เหมือนเป็ยันต์คล้ายถูกลบจนไม่สมบูรณ์เหมือนเก่า เห็นทีคงมีใครบางคนคิดชั่วช้ามายุ่งกับกระดูกเหล่านี้แน่
แต่จะว่าไปบรรยากาศโดยรอบก็คุ้นเคยอยู่เหมือนกัน ยิ่งอยู่ในนี้นานเท่าไหร่เขาก็ยิ่งรู้สึกว่ามันคุ้นมากขึ้นเรื่อย ๆ เขาก้มลงพิจารณาตัวหนังสือสีแดงบนแท่นหินอีกรอบ และแล้วก็มั่นใจเต็มเปี่ยม สิ่งนี้มันคือคาถาจองจำิญญาร้าย
ซิ่วอิงยืนนึก คาถาจองจำิญญาร้ายมันอยู่ในบทที่สิงเทียนต้องเดินทางมาปราบนี่นา หรือว่านี่จะเป็ปีศาจสาวตัวเดียวกันกับที่พวกเขากำลังตามหา หากเป็เช่นนั้นก็หวานหมูเลยสิ เพราะวิธีจัดการนางมันแสนง่ายดายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก เพียงนำกระดูกซี่โครงนางออกมาหักทิ้งชิ้นหนึ่งก็เป็อันจบแล้ว
ซิ่วอิงคว้ากระดูกมาท่อนหนึ่ง จัดการแอบใส่อกเสื้อและวิ่งออกจากถ้ำ เมื่อปีนกลับออกมาได้ไม่นานก็เห็นสิงเทียนลอยเข้ามาพอดี
“คุณชาย! ข้าเจอแผนที่แล้วขอรับ” เขาชูมือข้างที่ถือมันอยู่ขึ้นพร้อมโบกไปมา
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”