โฉมยังคงนั่งนิ่งเช่นเคยไม่กล้าที่จะพูดออกมา ความกลัวมีเกิดขึ้นทั้งสองด้านนั่นก็คือฝั่งผู้ที่ใช้คาถาอาคมที่ชื่อเหิม หากล่วงรู้ว่าเธอบอกว่ามันคือใคร อยู่ที่ไหนเธอนั่นแหละจะเดือดร้อน มันคงไม่ปล่อยให้กินอิ่มนอนหลับอย่างทุกวันนี้ สู้ปิดปากเงียบเอาไว้เป็ดีที่สุด
ความกลัวฝั่งที่สองก็คือ ปู่โสมและพ่อแม่ของผัวหากรู้ว่าก่อนที่จะแต่งงานอยู่กินกับเข้ม เธอเคยชายหูชายตาให้กับเหิมแต่พอรู้ว่ามันนิสัยไม่ดีจึงตีตัวออกห่างกระทั่งเจอกับเข้มตัดสินใจร่วมชีวิตฉันผัวเมีย ทำให้จอมอันธพาลโกรธจนใช้วิชาอาคมเล่นงานเข้มเสียจนเกือบตาย
เวลานี้โฉมกลุ้มหนัก ไม่รู้ว่าจะหาทางออกให้กับปากพล่อยๆ ของตนเองอย่างไรดี ขณะที่ปู่โสมยังคงตั้งคำถามเดิม ๆ อีกเช่นเคย
“นังโฉม ข้าถาม ว่าไอ้เหิมมันคือใคร”
“ฉันไหว้ล่ะปู่อย่าไปยุ่งกับไอ้คนพรรค์นี้เลย”
“นังโฉมหากว่าไม่บอกมาล่ะก็ เอ็งนั่นแหละโดนหนักข้าใช้อาคมทำให้หน้าเอ็งแก่ยังกับคนอายุแปดสิบ เอ็งจะว่าไง”
“โอ๊ย โอ๊ย ปู่ ไม่นะฉันยังไม่อยากแก่”
หญิงร่างอวบร้องลั่นด้วยความหวาดกลัวยกมือไหว้ปู่โสมด้วยหูตาเหลือก ริมฝีปากอวบอิ่มสั่นระริก พ่อแม่และน้องชายของเข้มพากันมองด้วยความไม่พอใจคิดว่าสะใภ้คนนี้จะต้องเก็บงำความลับเกี่ยวกับฝั่งตรงข้ามเอาไว้
คล้ายสิ้นสุดความอดทนทันทีกระชากแขนลูกสะใภ้ขึ้นจากพื้นที่เต็มไปด้วยฝุ่นผงแล้วเหวี่ยงห่างออกไปโฉมหวีดร้องด้วยความใ รีบหยัดเท้าแตะพื้นเอาไว้ทันก่อนที่จะเสียหลักล้มลง
“ว้าย พ่อ อย่าทำฉัน”
“นังโฉมถ้าเอ็งไม่บอกตายแน่”
“พ่อ อย่าทำนังโฉมเลยมันก็แค่คาดเดาไปเท่านั้นเอง”
“เอ็งหยุดพูดเลยนะไอ้เข้มถ้าไม่ได้ปู่ช่วยเอาไว้ ป่านนี้เอ็งขึ้นไปนอนบนเชิงตะกอนแล้ว ว่าไงนังโฉม บอกข้าได้หรือยังว่าไอ้ห่ารากนั่นเป็ใคร”
“ฉันคงบอกด้วยคำพูดไม่ได้เดี๋ยวมันได้ยิน ขอเอานิ้วตีนเขียนที่พื้นดินก็แล้วกัน”
สิ้นคำของลูกสะใภ้สายตาทุกคู่มองไปยังปลายนิ้วโป้งอวบอ้วนลากเส้นเขียนเป็สถานที่อยู่ของผู้ชายชื่อเหิม ทันทีที่ปู่โสมอ่านจบถึงกับผงะ หน้าถอดสีอุทานออกมาดังๆ
“ตายห่ามันอยู่บ้านโป่งข่ามรึ”
“มีอะไรหรือพ่อคนที่นั่นมันดุหรือไง”
“ไอ้คล้าย คนไม่ดุดอกโว้ยแต่มีบางคนที่มากด้วยวิชาแต่เอาไปใช้ในทางที่ผิดอยู่ที่นั่นอาจจะเป็มันก็ได้ที่ปล่อยของมาใส่ไอ้เข้ม ข้าก็เพิ่งนึกออกว่ามันอยู่ที่นั่น”
“ใครกันพ่อ”
“ถ้าให้ข้าเดาก็คงเป็ไอ้หาญ”
“ใช่แล้วปู่ ฉันเคยได้ยินไอ้เหิมมันเล่าให้ฟังว่ามีปู่เก่งทางคาถาอาคมชื่อหาญไม่นึกเลยว่ามันจะเล่นสกปรกทำของใส่พี่เข้ม เกลียดมันจริง ๆ”
โฉมโพล่งทะลุกลางปล้องขึ้นมาทันทีหลังจากอ้ำอึ้งไปพักหนึ่ง ความโกรธเกลียดผู้ชายชื่อเหิมเต็มที่อารมณ์พลุ่งพล่านอย่างที่สุด อยากจะเล่นงานกลับให้เจ็บ ๆแต่ก็เป็เพียงแค่ความคิดเท่านั้น ด้วยฝ่ายทางโน้นมีอาคมดำแข็งยิ่งนัก
คนธรรมดาอย่างเธอไม่กล้าที่จะต่อกรและอยู่เฉยๆ ทว่า ร่างอวบสะดุ้งเยือกเมื่อมวยแม่ของเข้มปราดเข้ามาหา จ้องตาเขม็งท่าทางน่ากลัวยิ่งนัก
“นังโฉม บอกข้ามา ไอ้เหิมนั่นทำไมมันถึงให้ปู่มันปล่อยของใส่ลูกข้า”
“แม่เื่มันเก่านมนานมาแล้ว”
“ไม่ต้องพูดมากบอกข้ามาเดี๋ยวนี้ เท่าที่ข้าฟังดูเอ็งนั่นแหละคือตัวต้นเหตุทำให้ไอ้เข้มเป็แบบนี้”
“โฉม บอกมาเถอะข้าเองก็อยากรู้เหมือนกันว่ามันทำกับพี่เข้มทำไมกัน”
ทุกคนต่างยิงคำถามใส่โฉมที่ยังคงยืนนิ่งหน้าเผือดสีด้วยความกลัวแล้วค่อย ๆ หันไปมองเข้ม บัดนี้ลุกขึ้นนั่งสิ้นแรงพลางยกขันน้ำดื่มช้า ๆ
“ฉันขอโทษไม่คิดว่าเื่จะบานปลายขนาดนี้”
“นังโฉม เอ็งอย่าบอกนะว่าเล่นชู้กับไอ้เหิมน่ะ”
“เปล่าจ้ะพ่อ คืออย่างนี้ก่อนที่ฉันจะแต่งงานกับพี่เข้ม เคยพูดเล่นหัวกับไอ้เหิม พอรู้ว่ามันนิสัยไม่ดีฉันก็ไม่เอาเหมือนกันถอยออกมา จากนั้นก็แต่งงานกับพี่เข้มไอ้นั่นมันก็คงโกรธนั่นแหละ ทำของใส่ซะ”
“โธ่เอ๊ยไอ้เข้มเกือบตายเพราะเมียแท้ ๆ”
“ไอ้คล้ายอย่าพูดอย่างนั้นนังโฉมมันจะเสียกำลังใจ เหตุมันเกิดเพราะสันดานคนที่ไม่รู้จักระงับปล่อยให้ความโกรธแค้นอาฆาตเข้าครอบงำ ข้านี่แหละจะสั่งสอนมันเองให้รู้ซะบ้างว่าอย่ามายุ่งกับลูกหลานข้า”
ท้ายเสียงของปู่โสมเน้นหนักเสียจนผู้ที่รับฟังเกิดอาการขนลุกซู่ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้รู้ว่างานนี้ปู่โสมเอาจริง ผู้ที่เป็ต้นเหตุทำให้เข้มประสบกับความน่าสะพรึงกลัวอย่าได้หวังว่าจะได้มีชีวิตอยู่อย่างสงบทางด้านโฉมรับรู้ดังนั้นก้มกราบชายสูงวัยด้วยความสำนึกในพระคุณ
“ฉันขอบคุณปู่โสมมากที่ไม่ให้พี่เข้มถูกรังแกเพียงฝ่ายเดียวฉันนี่แหละจะเป็ผู้นำทางปู่ไปชี้บ้านได้เหิมว่ามันซุกหัวอยู่หลังไหน”
“ไม่ต้องดอกนังโฉมแค่เพียงบอกสถานที่ตั้ง คนอย่างข้าก็ไปถึงจนได้นั่นแหละ”
“ใช่หากว่าเอ็งไปด้วยอาจจะไม่คล่องตัว อยู่ดูแลพี่เข้มดีกว่าประเหมาะเคราะห์ร้ายไอ้คนเถื่อนถ่อยมันปล่อยของใส่อีกเอ็งจะได้คอยเป็หูเป็ตาได้บ้าง”
“คม ที่เอ็งพูดมาก็ถูกฉันจะอยู่เฝ้าพี่เข้มเอง ปู่โสมจ๊ะระหว่างที่ปู่ไม่อยู่มีอะไรพอที่จะช่วยป้องกันไม่ให้พี่เข้มถูกเล่นงานได้บ้างไหม”
หญิงผู้ห่วงผัวเอ่ยถามปู่โสมแล้วมองด้วยสายตามีความหวังว่าจะได้สิ่งที่ช่วยคุ้มครองภัยจากอาคมดำ ปู่โสมหัวเราะหึ ๆ ล้วงมือเข้าไปในย่ามเก่าคร่ำคร่าพร้อมกับดึงบางอย่างออกมาแล้วยื่นส่งให้แก่หญิงร่างอวบ
“เอ็งมันช่างรอบคอบเสียจริงเอานี่ด้ายสายสิญจน์ที่ผ่านการสวดภาณั์มาถึงเจ็ดครั้ง นำไปสวมใส่คอไอ้เข้มอย่าให้มันถอดออกเด็ดขาดจนกว่าจะพ้นสามเดือนเพ็ญเต็มดวง”
“เท่ากับว่าสามเดือนเชียวนะปู่”
“เออ ระหว่างนี้เอ็งก็คอยดูแลมันให้ดีอย่าให้มันเผลอถอดออกเด็ดขาดไม่เช่นนั้นสิ่งที่ถูกปล่อยออกมาจะเล่นงานไอ้เข้มทันทีครั้งนี้อาจจะช่วยได้ยากเพราะจิตมันยังไม่แข็งแรงพอ”
“จ้ะปู่ฉันจะดูแลอย่างดีเชียว พี่เข้มจ๋า ฉันสวมด้ายสายสิญจน์ให้พี่นะ”
“ไม่ต้องนังโฉมให้ข้าสวมให้ดีกว่าพ่อจะอวยพรสิ่งที่เป็สิริมงคลให้แก่เอ็ง ตั้งจิตให้ดีนะไอ้เข้มขอให้คุณพระคุณเ้าคุ้มครอง สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลกจงช่วยกันขจัดภัยแห่งมนตราชั่วร้ายให้ผ่านพ้นไป เพี้ยง”
คล้ายแย่งด้ายสายสิญจน์ออกไปจากมือลูกสะใภ้แล้วสวมใส่ลงไปในลำคอบุตรชายคนโต กล่าวขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุ้มครองเข้มนั่งหลับตายกมือขึ้นพนมปลายนิ้วเสมอหน้าอกตั้งจิตรับสิ่งดี ๆ จากบิดาเช่นกัน
“เออ อดทนเอาไว้นะไอ้เข้ม อีกสามเดือนเพ็ญเต็มดวงจะพ้นเคราะห์พ้นโศกเสียทีเอาล่ะนังโฉมพาผัวเอ็งขึ้นไปพักผ่อนบนเรือนได้แล้ว แล้วอย่าลืมหาข้าวหาปลาให้มันกินด้วยล่ะ”
“จ้ะพ่อฉันจะดูแลพี่เข้มให้ดีที่สุดเลย”
“หมั่นไส้นังโฉมช่างฉอเลาะเสียจริง พี่คล้ายกลับกันเถอะ แน่ะ ปู่โสมกับไอ้คมพากันไปโน่นแล้วพี่น่ะมัวแต่งุ่มง่าม สู้พ่อก็ไม่ได้ กระฉับกระเฉงยังกับหนุ่มรุ่นกระทง”
ผู้เป็เมียซึ่งครองคู่มาด้วยกันเกือบสามสิบปีปรามาสตามด้วยค้อนหนึ่งตลบคล้ายยิ้มแหย ๆ ยอมรับว่าสู้บิดาไม่ได้อาจจะเป็เพราะปู่โสมออกกำลังกายเป็ประจำและรับประทานยาอายุวัฒนะ แต่เขาไม่เคยที่จะขอสูตรยานั้นมาเป็ของตนขอแก่ไปตามวัยเป็ดีที่สุด
“เออข้ายอมรับว่าสู้พ่อไม่ได้ ขานั้นมีเมียสาว ๆ ได้สบาย แข็งแรงยังกับม้าคึก”
“โชคดีที่แกไม่ใฝ่ทางด้านนี้ไม่อย่างนั้นฉันกับพี่ก็คงได้มีแม่เลี้ยงอายุรุ่นราวคราวเดียวกับไอ้คมไปเถอะจะได้ช่วยกันตระเตรียมข้าวของให้พ่อกับไอ้คมสำหรับเดินทางไปที่บ้านโป่งขาม”
มวยเป็ผู้ทีมีความรอบคอบในทุก ๆเื่ ทำตนพร้อมในทุกสภาวะ โดยเฉพาะอาหารการกินในยามฉุกเฉินมีไว้ไม่ขาดใครเดินทางไปไหนมาไหนหยิบฉวยไปใช้ได้ทันท่วงที คล้ายภูมิใจที่ได้นางมาเป็เมียแม้ว่าไม่สวยระดับนางงามสงกรานต์ขันพานรอง แต่ทำหน้าที่ดูแลปรนนิบัติสมาชิกทุกคนในครอบครัวได้ดีเยี่ยมเท่านี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับชีวิตของผู้ชายคนหนึ่ง
เงาดำม้วนเป็ก้อนกลมๆ ผ่านวูบมาตรงหน้าพร้อมกับกลิ่นสาบสางเหม็นตลบอบอวลเสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเ็ปดังกังวานขึ้น ชายวัย 70กว่า ผมหงอกยาวขาวโพลนปล่อยสยายไร้ระเบียบถูกดันเอาไว้กลางหลังหนวดเฟิ้มอยู่เหนือริมฝีปากกระตุกน้อย ๆ ดวงตาซึ่งปิดสนิทอยู่เมื่อครู่ลืมขึ้นม่านตาขยายเบิกกว้าง จมูกที่โด่งปลายงุ้มราวกับพ่อมดขยับเยิบยาบ
“ไอ้โหงพรายเอ็งเป็อะไรไปวะ”
“พ่อปู่หาญ ข้าข้าถูกไอ้แก่คนนึงมันเล่นงานเกือบตาย มันทำลายซากลูกหนูกระทั่งดวงิญญาแตกดับไปแล้ว”
เสียงเย็นะเืคละเคล้าด้วยความเ็ปดังขึ้นจากเงาดำเหม็นเน่าบัดนี้ก่อตัวเป็รูปร่างคนค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น
คุณพระช่วย! สิ่งที่ปู่หาญเห็นก็คือใบหน้าที่เน่าเฟะเรือนกายเต็มไปด้วยาแแห่งน้ำเืน้ำหนอง มันคืออสูรกายจากนรกดี ๆ นี่เอง !