ขายตัวให้พ่อแฟน
ตอน เริ่มตกหลุมรักคุณพ่อ
อาทิตย์ต่อมา อัญพยายามทำตัวให้เป็ปกติที่สุด เธอแต่งตัวไปเรียนด้วยเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีอ่อนกับกระโปรงพลีทยาวคลุมเข่า พยายามปกปิดร่องรอยความอ่อนล้าและบอบช้ำทั้งทางร่างกายและจิตใจ
ระหว่างพักกลางวัน ขณะที่อัญกำลังนั่งทานข้าวกับเพื่อนๆ ที่โรงอาหาร ก็มีรุ่นพี่ผู้ชายจากคณะอื่นเดินเข้ามาทักทาย เขาเป็หนุ่มหน้าตาดี บุคลิกสุภาพ และเคยทักทายเธออยู่บ้างตามทางเดิน
“สวัสดีครับน้องอัญ” รุ่นพี่คนนั้นยิ้มให้เธออย่างเป็มิตร “ไม่เจอกันนานเลย สบายดีไหมครับ”
“สวัสดีค่ะพี่…” อัญยิ้มตอบอย่างเกร็งๆ
“พี่ชื่อภัทรนะ พอดีเห็นน้องนั่งอยู่คนเดียว เลยอยากจะชวนไปทานข้าวด้วยกัน”
อัญรู้สึกอึดอัด เธอไม่อยากสานสัมพันธ์กับใครอีก โดยเฉพาะผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่บอย
“ขอบคุณนะคะพี่ภัทร แต่หนูทานข้าวเสร็จแล้วค่ะ แล้วก็มีนัดกับเพื่อนต่อด้วย” อัญปฏิเสธอย่างสุภาพ
รุ่นพี่ภัทรดูผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้เซ้าซี้อะไร เขาเพียงยิ้มเจื่อนๆ แล้วขอตัวไป
หลังจากนั้น อัญรีบไปหาบอยที่คณะวิศวะเพื่อเล่าเื่ที่เกิดขึ้นให้เขาฟัง เธอหวังว่าบอยจะรู้สึกดีที่เธอปฏิเสธผู้ชายคนอื่น
“บอย…” อัญเรียกชื่อแฟนหนุ่มด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“มีอะไรเหรออัญ” บอยเงยหน้าจากหนังสือที่กำลังอ่าน มองหน้าเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“เมื่อกลางวัน มีรุ่นพี่ชื่อภัทรมาจีบหนู หนูเลยปฏิเสธไป”
แทนที่บอยจะแสดงความรู้สึกยินดีหรือขอบคุณ อัญกลับต้องประหลาดใจกับสีหน้าที่เปลี่ยนไปของเขา บอยขมวดคิ้ว มองเธอด้วยสายตาตำหนิ
“ทำไมถึงมีคนมาจีบอัญอีกแล้ว” บอยถามด้วยน้ำเสียงห้วนๆ
“ก็… หนูไม่รู้สิคะพี่ภัทรแค่เข้ามาทักทาย” อัญเริ่มรู้สึกไม่ดี
“แต่ทำไมเขาถึงกล้าเข้ามาจีบล่ะ อัญแต่งตัวยังไงไปเรียนวันนี้” น้ำเสียงของบอยเริ่มแข็งกร้าวขึ้น
“หนูก็แต่งตัวปกติ เสื้อเชิ้ตแขนยาวกับกระโปรงยาวคลุมเข่านี่คะ” อัญตอบอย่างงงงวย
“กระโปรงยาวคลุมเข่าจริงเหรอ ทำไมพี่รู้สึกว่าพักหลังๆ อัญชอบใส่กระโปรงสั้นๆ โป๊ๆ ไปเรียน” บอยกล่าวหาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“บอย! หนูไม่เคยแต่งตัวโป๊ไปเรียนเลยนะ” อัญเริ่มรู้สึกน้อยใจและเสียใจกับคำพูดของแฟนหนุ่ม
“แล้วทำไมถึงมีคนมาจีบล่ะอัญ ลองสำรวจตัวเองดูบ้างสิ” บอยยังคงไม่ลดละ
น้ำตาเริ่มคลอเบ้าของอัญ เธอรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอย่างแรง บอยไม่เชื่อใจเธอ แถมยังตำหนิการแต่งตัวของเธออย่างไม่ยุติธรรม
“ทำไมบอยถึงพูดกับหนูแบบนี้ หนูแค่มาบอกให้รู้ว่ามีคนมาจีบ แล้วหนูก็ปฏิเสธไปแล้ว ทำไมบอยถึงไม่เข้าใจ” อัญเสียงสั่นเครือ
“พี่แค่เป็ห่วงอัญ อัญเป็แฟนพี่ พี่ก็ไม่อยากให้ใครมายุ่ง” บอยพยายามอธิบาย แต่สีหน้าและน้ำเสียงของเขายังคงแสดงความไม่พอใจ
“แต่บอยกำลังโทษหนูนะ บอยไม่เชื่อใจหนูเลย” อัญน้อยใจจนพูดไม่ออก เธอรู้สึกเสียใจที่บอยไม่มีความคิดที่เป็ผู้ใหญ่และมองโลกในแง่ร้ายเช่นนี้ ความรู้สึกโดดเดี่ยวและเสียใจถาโถมเข้ามาในจิตใจของเธออย่างหนักหน่วง
หลังจากเหตุการณ์ที่บอยตำหนิเื่การแต่งตัว อัญก็รู้สึกห่างเหินจากแฟนหนุ่มมากขึ้น คำพูดที่ไม่เข้าใจและไม่เชื่อใจของบอยยังคงวนเวียนอยู่ในหัวใจ ทำให้เธอรู้สึกโดดเดี่ยวและเสียใจ
ในขณะที่ความสัมพันธ์กับบอยเริ่มสั่นคลอน พ่อแฟนกลับเริ่มติดต่อมาหาอัญบ่อยขึ้น เขาโทรมาคุยเล่นใน่เวลาที่อัญว่างจากคาบเรียน หรือตอนที่รู้ว่าบอยไม่ได้อยู่กับเธอ ทุกครั้งที่โทรมา พ่อแฟนจะระมัดระวังตัวเป็อย่างดี ไม่มีการพูดถึงเื่ความสัมพันธ์ลับๆ ของพวกเขาโดยตรง แต่จะชวนคุยเื่ทั่วไป ถามถึงการเรียน ชีวิตในมหาวิทยาลัย หรือเื่ราวที่อัญสนใจ
พ่อแฟนมีวาทศิลป์ในการพูดคุยที่น่าสนใจ เขามักจะเล่าเื่ราวต่างๆ ที่เขาเคยเจอมาให้ฟัง มีทั้งเื่ธุรกิจ ประสบการณ์ชีวิต และมุมมองความคิดที่กว้างขวาง ทำให้อัญรู้สึกเหมือนได้เปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ เธอเริ่มรู้สึกสบายใจที่จะพูดคุยกับเขามากขึ้นเรื่อยๆ
บางครั้ง อัญก็เผลอเล่าปัญหาที่เจอในการเรียน หรือความไม่สบายใจที่เกิดขึ้นกับบอยให้พ่อแฟนฟัง โดยไม่ได้ตั้งใจจะปรึกษา แต่พ่อแฟนก็มักจะมีคำพูดที่ให้กำลังใจและชี้แนะแนวทางแก้ไขปัญหาได้อย่างน่าประหลาดใจ คำพูดของเขาดูเป็ผู้ใหญ่ มีเหตุผล และเข้าใจความรู้สึกของเธออย่างลึกซึ้ง แตกต่างจากบอยที่มักจะแสดงออกด้วยอารมณ์และความไม่เข้าใจ
อัญเริ่มรู้สึกดีอย่างประหลาดที่มีผู้ใหญ่ที่คอยรับฟังและให้คำปรึกษา แม้ว่าความสัมพันธ์ของเธอกับพ่อแฟนจะเริ่มต้นจากความผิดพลาดและความลับดำมืด แต่ในขณะนี้ เธอกลับรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยเมื่อได้คุยกับเขา ราวกับว่าเขากลายเป็ที่พักพิงทางใจของเธอโดยไม่รู้ตัว
เธอเริ่มรอคอยสายโทรศัพท์จากพ่อแฟนในแต่ละวัน แม้จะรู้ดีว่ามันไม่ถูกต้อง แต่ความรู้สึกดีๆ ที่ได้รับจากเขามันหอมหวานและเย้ายวนเกินกว่าที่เธอจะปฏิเสธได้
อัญเริ่มรู้สึกสับสนในความรู้สึกของตัวเอง เธอไม่แน่ใจว่าความรู้สึกที่เธอมีต่อพ่อแฟนนั้นเป็เพียงความผูกพันทางอารมณ์ หรือมันกำลังพัฒนาไปสู่อะไร
วันหนึ่ง ใน่ที่อัญไม่มีคาบเรียน พ่อแฟนโทรมาชวนเธอไปเดินเที่ยวห้างสรรพสินค้า เขาบอกว่าอยากจะเลี้ยงอาหารกลางวันเธอเป็การส่วนตัว
อัญลังเลเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ตอบตกลง เธอแต่งตัวสุภาพเรียบร้อย และนั่งรถไฟฟ้าไปยังห้างหรูใจกลางเมืองตามที่พ่อแฟนได้นัดหมายไว้
เมื่อพบกัน พ่อแฟนยิ้มให้อัญอย่างอบอุ่น พาเธอไปทานอาหารในร้านอาหารบรรยากาศดี รสชาติอร่อยถูกปาก ทั้งสองคนพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน พ่อแฟนเล่าเื่ตลกให้ฟังบ้าง ถามไถ่เื่การเรียนบ้าง บรรยากาศเป็ไปอย่างผ่อนคลายและเป็กันเอง ราวกับว่าพวกเขากำลังเป็เพื่อนสนิทกัน
หลังจากทานอาหารเสร็จ พ่อแฟนก็พาอัญเดินชมร้านเสื้อผ้าแบรนด์ดังต่างๆ เขาช่วยเลือกเสื้อผ้าสวยๆ ให้เธอหลายชุด และซื้อให้เธอโดยไม่ลังเล อัญรู้สึกเกรงใจ แต่ก็ปฏิเสธความหวังดีของเขาไม่ได้
เท่านั้นยังไม่พอ พ่อแฟนยังพาอัญไปที่ร้านเครื่องประดับทอง เขาเลือกสร้อยคอทองคำลายเรียบหรูเส้นหนึ่ง สวมให้เธอด้วยมือของเขาเอง
“พ่อเห็นว่ามันเหมาะกับหนู” พ่อแฟนกล่าวด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
อัญรู้สึกตื้นตันใจจนพูดไม่ออก เธอไม่เคยได้รับการดูแลเอาใจใส่จากผู้ชายคนไหนมากเท่านี้มาก่อน แม้ว่าความสัมพันธ์ของพวกเขามันจะเริ่มต้นจากความผิดพลาด แต่การกระทำของพ่อแฟนในวันนี้กลับทำให้เธอรู้สึกดีอย่างประหลาด
ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันในห้าง พ่อแฟนไม่ได้แสดงท่าทีล่วงเกินทางเพศใดๆ เขาวางตัวเป็สุภาพบุรุษ ให้เกียรติและดูแลเธออย่างดี ก่อนจะแยกกันใน่เย็น พ่อแฟนขับรถมาส่งเธอที่หน้าหอพักเหมือนเช่นเคย โดยไม่มีเื่เซ็กส์เกิดขึ้น
เมื่อกลับมาถึงห้อง อัญมองเสื้อผ้าสวยๆ และสร้อยคอทองคำที่พ่อแฟนซื้อให้ เธอััสร้อยคอเบาๆ ที่คอ ความรู้สึกอบอุ่นและประทับใจยังคงอบอวลอยู่ในใจ
อัญเริ่มรู้สึกสับสนกับความรู้สึกของตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ การกระทำที่อ่อนโยนและเอาใจใส่ของพ่อแฟน ทำให้เธอรู้สึกดีและเริ่มชอบเขาอย่างห้ามไม่ได้ แม้จะรู้ดีว่ามันผิดศีลธรรมและผิดต่อบอย แต่ความรู้สึกนั้นก็เริ่มหยั่งรากลึกในหัวใจของเธออย่างช้าๆ...