ฉันเดินแบกตะกร้าสานด้วยไม้ไผ่โดยเอาพาดไว้ตรงเอวเดินตามหลังยายไปทางเดินลัดในป่าข้างบ้านเพื่อไปยังจุดที่ซักผ้านั้นไม่ค่อยไกลเท่าไหร่
“ทางลัดอ้อมมาถ้ามาตามทางดินไกลเกินไป” ยายบอกฉันเมื่อเราใกล้ถึงแล้ว
ชาวบ้านที่รวมกันเป็กลุ่มใหญ่ด้านหน้าตรงลำธารส่วนมากเป็ผู้หญิงเกือบทั้งหมดอยู่กันเป็กลุ่มๆ แต่กลุ่มได้ถูกแบ่งแยกกันไปตามอายุ
พวกเขาหันมาจ้องมองฉันกันทุกคนฉันก้มลงมามองสำรวจตัวเองว่าทำไมเข้าถึงจ้องกันเขม็งแบบนี้ ไม่มีอะไรผิดปรกตินี่พลางมองสำรวจชุดที่ตัวเองใส่หรือฉันคือคนแปลกที่หลงเข้ามาที่หมู่บ้านของพวกเขาใช่น่าจะเื่นี้
“มาตรงนี้”เสียงะโพร้อมกับกวักมือเรียกยาย
ยายพาฉันนั่งลงตรงด้านข้างแม่เฒ่าซึ่งแม่เฒ่าหมอผีที่น่าจะแก่ชรากว่ายายด้วยซ้ำยังมาซักที่นี่ด้วยเลยมิน่ายายถึงอยากมาซักที่นี่เพราะมาเม้าเื่ราวต่างๆนาๆนี่เอง
ฉันมองดูวิธีที่ยายซักผ้าว่าที่นี่เขาทำกันแบบไหนยายจะมีไม้ที่ยาวพอประมาณจับถนัดมืออยู่อันหนึ่ง แล้วการซักคือใช้ไม้ที่เตรียมมาทุบเบาไปที่เสื้อผ้าที่เปียกน้ำแล้วแล้วมีน้ำยาซักผ้าที่ถูกทำขึ้นมาเองใส่เข้าไปด้วยและยังคงมีกลิ่นหอมอ่อนๆเช่นเคย
ฉันทำตามยายบ้างทุบเบาๆ กลับผ้าไปมาเพื่อให้สะอาดได้ทั่วถึง
เสียงหัวเราะที่ดังอยู่ด้านหน้าไม่ไกลนักทำให้ฉันต้องหันไปมองตามเสียงที่ได้ยิน กลุ่มหญิงสาววัยเท่า ๆกันกับฉันมีอยู่ห้าคน สิ่งที่น่าจะเป็จุดสนใจมากที่สุดก็คือการที่พวกเขาถลกชุดกระโปรงที่ยาวถึงหน้าแข้งจนเห็นขาอ่อนที่ขาวของพวกเธอเพื่อที่จะไม่ให้กระโปรงด้านล่างเปียกน้ำ พวกเธอหัวเราะเล่นกันบวกกับการซักผ้าไปด้วยอย่างสนุกสนาน
ฉันสังเกตได้ว่าพวกเขาหัวเราะกันแปลกๆแถมยังมองไปที่จุดที่มีหญ้ารกครึมด้านหลังที่มีต้นไม้ไม่ใหญ่มากขึ้นเรียงรายสลับกัน
อ๋อมีวัยรุ่นผู้ชายมาแอบดูพวกเขาซักผ้านั่นเองคงเกิดจากการที่พวกเธอถลกชุดขึ้นจนเห็นขาอ่อนๆสินะ
ฉันหัวเราะออกมาเบาๆจนยายเห็นเข้า
“อะไรรึ”ยายถามด้วยความสงสัย
“ยายเห็นกลุ่มหญิงสาวที่อยู่ตรงนั้นไหมมีคนแอบดูพวกเธออยู่” ฉันพูดจบพลางสงสายตามองไปทางพวกชายหนุ่มที่กำลังแอบมองเธอพวกเธอจากด้านข้างที่เราอยู่
พวกแม่เฒ่าได้ยินที่ฉันพูดพลางลุกขึ้นไล่ชายหนุ่มพวกนั้นไปให้จนหมด
กลุ่มหญิงสาวที่นี่น่าตาสะอาดสะอ้านกันทุกคนแต่มีหญิงสาวอยู่คนหนึ่งที่น่าตาสวยสะดุดตากว่าใครๆ
หน้ารูปไข่ของนางเข้ารูปกับสิ่งที่แต่งแต้มบนใบหน้าอย่างลงตัวผมยาวดำที่ยาวมากจนถึงเอวของนางเงาวับ นางเป็คงเป็ดาวที่นี่ไม่งั้นพวกชายหนุ่มจะจ้องมาที่กลุ่มเธอเกือบทั้งหมด
ฉันได้ยินเพื่อนๆของเธอเรียกชื่อเธอว่า“เรไร”
ฉันเหลือบตาไปมองหญิงสาวกลุ่มนั้นอีกครั้งตอนนี้พวกเธอได้จ้องมองมาที่ฉันอยู่ก่อนแล้วพร้อมทั้งซุบซิบกันไปมา และหนึ่งในสายตาที่ดูไม่เป็มิตรนั้นมาจากหญิงสาวที่ฉันกำลังชมว่าเธอสวยอยู่ในใจ
เธอเห็นฉันกำลังจ้องมองมาที่เธอเหมือนกันเราสบตากันชั่วครู่แล้วเธอก็มองค้อนหันขวับกลับไปด้วยหางตาทันที ฉันรู้ทันทีว่าเธอคนนี้คงไม่มีทางเป็เพื่อนของฉันตอนอยู่ที่นี่แน่นอน
แดดเริ่มแรงไปทุกทีตอนเดินเอาผ้ามาซักมันเบาเพราะมันยังไม่เปียกน้ำตอนกลับหนักมากฉันต้องพักวางตะกร้าหลายรอบกว่าจะถึงบ้าน
เช้านี้ยังมีแสงแดดหลังจากที่เมื่อคืนฝนได้ตกปรอยๆลงมา เราเลยต้องตากผ้าไว้ใต้ถุนบ้านตรงที่มีไม้ไผ่เป็ด้ามยาวๆผูกไว้กับเสาบ้านซึ่งยาวไปจนสุดเสาที่มีของใต้ถุนบ้านเลยทีเดียว เผื่อฝนตกลงมาอีกครั้ง
เมื่อช่วยกันตากผ้าเสร็จแล้วรวมถึงผ้าของเขาที่ยายเอามาซักด้วย ยายให้ผ้ามาหนึ่งผื่นบอกว่าเอาไว้โผกหัวกันแดดเพราะว่ายายจะพาไปไร่
ยายพาฉันเดินลัดเลาะไปตามทางคดเคี้ยวเป็เนินสูงต่ำสลับกันไปแต่ยังมีทางราบเรียบบ้างอยู่บ้างบาง่ ทางเดินที่กว้างขนาดที่คนสามคนเดินขนานกันได้ ข้างทางด้านหนึ่งที่เป็ด้านที่ติดกับูเาทางลาดสูงขึ้นไปรกเต็มไปด้วยหญ้าสูงใหญ่ที่ขึ้นเรียงรายรกทึบ ส่วนอีกด้านเป็แนวตลิ่งที่ลาดชันลงไปด้านล่างเป็แนวทุ่งนาไร่สวนขั้นบันไดของชาวบ้านและสลับกับแนวป่าที่กั้นกันไว้เหมือนกับเป็การแบ่งเขตแดนที่ดินทำมาหากินของแต่ละครอบครัวซึ่งมันก็น่าจะเป็แบบนั้น
มาถึงสวนเล่นเอาฉันหอบใช้ได้เลยกระต๊อบที่พักในไร่ถูกสร้างไว้อย่างแข็งแรง ฉันนั่งลงบนแคร่พร้อมกับรับน้ำดื่มที่ยายยื่นมาให้พลางใช้ผ้าที่คลุมมาปาดเหงื่อที่ไหล่ลงมาจนถึงคอ
เขาได้อยู่ที่นี่อยู่ก่อนแล้วกำลังเดินเข้ามาในกระต๊อบพร้อมกับตักน้ำในหม้อน้ำดื่มเพื่อดับกระหายด้วยเหมือนกัน
ต้นข้าวที่ขึ้นเรียงรายเหมือนว่าเพิ่งได้มีการปลูกขึ้นเมื่อไม่นานนี้เพราะต้นมันยังไม่สูงเท่าไหร่ แน่นอนว่าฉันรู้จักต้นข้าวนี้เพราะฉันมีเพื่อนที่อยู่ต่างจังหวัดและเห็นมันตอนไปเที่ยวบ้านเพื่อนคนนั้นตอนเรียนอยู่มหาลัย
เขาไม่ได้สนใจฉันเท่าไหร่หลังจากเขามาดื่มน้ำเขาก็เดินออกไปพร้อมถือตะกร้าสานใบเล็กไปด้วยฉันมองตามหลังเขาไปพร้อมตั้งคำถามว่าเดินตามไปกวนเขาดีไหม เพราะยังไงฉันก็อยากสนิทกับเขาให้มากขึ้นถึงเขาจะทำเฉยกับฉันก็ตามทีเถอะ
“คนไร้อารมณ์”ฉันพูดออกมาเบาๆ
ทุ่งนาที่นี่ลาดชันไปตามแนวเขาสลับกันไปเป็ขั้นๆ ฉันเดินไปตามคันดินที่นูนขึ้นมา และเดินตรงไปที่เขากำลังทำอะไรสักอย่างอยู่ ฉันหยุดยืนดูเขาไม่ห่างมากนักการชะโงกตัวไปมองใกล้ๆทำให้เขาต้องเหลียวมามองดูว่าฉันกำลังจะทำอะไรกันแน่
เขากำลังจับปูอยู่ปูนาตัวใหญ่ถูกเขาจับใส่ตะกร้าน่าจะมีไม่ต่ำกว่ายี่สิบตัวได้
“อู้หูว” ฉันเอ่ยออกมาเบาๆเพราะโอกาสที่จะได้มาเห็นอะไรแบบนี้มีบ่อยที่ไหนกัน
เขาหันมามองฉันพร้อมทำหน้างุนงงง “อย่าบอกนะว่าเ้าไม่เคยเห็น”เขาถามพลางยกปูตัวหนึ่งที่จับได้ยกขึ้นมาไว้ใกล้ๆใบหน้าฉัน
ฉันเอี้ยวตัวหลบเกือบตกคันดินที่ใช้ยืนอยู่
“นี่นาย” ฉันพูดเสียงดุใส่เขาแล้วใช้มือปัดแขนของเขาเพื่อให้เ้าปูที่กำลังอยู่ใกล้หน้าฉันจนเกินไป ให้ไกลไปอีกหน่อย
เขาจึงโยนปูตัวนั้นลงตะกร้าพร้อมยิ้มหัวเราะออกมาแต่ใช่ว่าฉันจะต้องใส่ใจสักหน่อยหัวเราะไปเถอะ
“ก็ต้องเคยเห็นอยู่แล้วสิสัตว์เลี้ยงโลก เอามาทำอาหาร”
ฉันตอบออกไปพลางนั่งลงใกล้เขาที่ยืนอยู่ด้านล่างของคันนาเท้าของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยโคลน
“กินได้กินเป็แต่เ้าจะเอามันมาทำเป็กับข้าวได้ไหมนั่นอีกเื่”เขาพูดพลางยักไหล่ใส่ฉันเพื่อล้อเลียน
ไม่โกรธหรอกเื่จริงนี่ถึงมันจะเป็เื่น่าอายมากก็เถอะที่ทำอาหารไม่เป็เลยสักอย่าง แต่ถ้าเกิดว่าฉันต้องอยู่ที่นี่ไปตลอดก็ไม่ใช่ปัญหาของแบบนี้มันหัดทำกันได้อยู่แล้ว
“รอนายทำให้กินไง”ฉันตอบออกไปแบบที่คิดว่าจะต้องเป็คำที่กวนอารมณ์เขาได้อย่างแน่นอน
แต่เขากลับก้มตัวลงหยิบตะกร้าที่เต็มไปด้วยปูนาขึ้นมาพร้อมกับเอ่ยออกมาว่า “ดูนะข้าที่เป็ชายจะทำให้เ้าที่เป็สาวเป็นางกินตอนเย็น”
ซึ่งเขาย้ำตรงคำว่า‘เป็สาวเป็นาง’ กลับกลายว่าเป็ฉันที่เริ่มจะมีอารมณ์โมโหแทนเขา
ฉันมองค้อนเขาไปหนึ่งครั้งพร้อมเดินตามหลังเขาไปเพื่อเขาไปพักในกระต๊อบเพราะว่าฝนกำลังจะตกอีกครั้งหลังจากที่ตอนเช้าแดดจ้าเชียว หน้าฝนของที่นี่ฝนจะตกก็ตกจะหยุดก็หยุดเหมือนกับเมืองที่อยู่ด้านนอกนั่นแหละเพียงแต่ที่นี่มันสวยงามเขียวขจีสุดลูกหูลูกตาเลยทีเดียว
ฉันนั่งลงบนแคร่ข้างยายที่กำลังง่วนอยู่กับผักที่อยู่ตรงหน้าเพื่อมัดรวมเข้าด้วยกันเป็กำๆไป
ฝนเริ่มโปรยปรายลงมาแล้วรอบๆทุ่งนาบนเขาตอนนี้มีหมอกขาวปกคลุมไปพร้อมกับฝนที่ตกซึ่งมันสวยมาก บรรยากาศก็เริ่มเย็นลงไปทุกทีฉันเอามือกอดอกตัวเองเพื่อซ่อนแขนที่รู้สึกได้ถึงความเย็นที่สายลมอ่อนๆพัดพาผ่านเข้ามา
บรรยากาศที่สวยงามฝนตกปรอยๆสุดท้ายก็พาให้เศร้าลงฉันมองทอดออกไปด้านหน้าอย่างเหม่อลอยด้วยความคิดที่ว่าชีวิตฉันมาถึงจุดนี้ได้ยังไงกันความจริงฉันน่าจะตายไปแล้วด้วยซ้ำ ฉันมองไปที่พวกเขาทั้งสองทั้งเขาและยาย พวกเขาจะยอมรับฉันเป็คนในครอบครัวพวกเขาได้อย่างสนิทใจไหม และเขาที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยชอบขี้หน้าฉันเท่าไหร่ แล้วยังต้องให้ฉันอยู่ที่บ้านเขาเพราะเขาไม่อยากจะขัดใจยายของเขาก็เท่านั้น
ฉันคิดพลางลุกเดินไปข้างหน้าตรงที่หยาดน้ำฝนตกลงมาจากชายคาพลางยื่นมือมารองรับน้ำฝนที่ไหลเป็สายตกลงสู่พื้นดินด้านล่าง น้ำฝนมันช่างเย็นมากเหลือเกิน
.................................................................................
สายธารนั่งมองหญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านหน้าเขาตอนนี้นางยื่นกำลังมือไปรับน้ำฝนที่ตกลงมา เหมือนนางครุ่นคิดอะไรอยู่ในใจ
สักพักนางก็เอามือมากอดซุกไว้ตรงหน้าอก เพื่อที่ว่าจะช่วยลดความหนาวเย็นที่ลมพัดพามันเข้ามา
นางที่ไม่ได้เป็คนไม่ดีอะไรนางก็เหมือนจะพยายามปรับตัวที่จะอยู่ที่นี่จากที่เขาเห็นเมื่อตอนเช้าตอนที่นางถือตะกร้าผ้าเพื่อไปซักนางยังแอบมองยายของเขาเลยว่าต้องทำยังไง และอีกหลายๆครั้งตอนนางนั่งคุยกับยายตรงชานหน้าบ้านตอนค่ำของทุกวันที่ผ่านมา นางพยายามมองว่ายายจัดการกับตัวเองยังไงบ้างแล้วนางก็แอบทำตาม
ถ้าเกิดหากว่านางไม่ใช่คนที่มาจากเมืองข้างนอกหมู่บ้าน เขาคงจะดีและคงจะพยายามดีกับนางให้ได้มากกว่านี้ แต่นางดันมาจากที่ที่เขาเกลียดวึ่งนั่นแหละเหตุผลข้อนี้ข้อเดียวแวแต่เป็ข้อเดียวที่ใหญ่พอที่เขาเลยไม่อยากที่จะเข้าใกล้นาง คนพวกนี้โกหก และยังไร้มโนธรรมเป็ที่สุดเหมือนกับคนคนนั้นที่เขาเกียจที่สุดในชีวิต
ถ้าเกิดหากว่านางไม่ใช่คนที่มาจากเมืองข้างนอกหมู่บ้าน เขาคงจะดีและคงจะพยายามดีกับนางให้ได้มากกว่านี้ แต่นางดันมาจากที่ที่เขาเกลียดซึ่งมีเหตุผลข้อนี้ข้อเดียวแต่มันก็เป็ข้อเดียวที่ใหญ่พอ พอที่เขาไม่อยากจะใกล้ชิดสนิทกับนางเลย คนพวกนี้โกหกและยังไร้มโนธรรมเป็ที่สุดเหมือนกับคนคนนั้น คนที่เขาเกลียดมากที่สุดในชีวิต
..............................................................................................