แสงแดดยามบ่ายคล้อยทอดเงายาวผ่านแนวรั้วเหล็กดัดสีดำขลับของคฤหาสน์หรูสองชั้นสไตล์โมเดิร์นคลาสสิก ซึ่งตั้งตระหง่านอย่างโอ่อ่าบนเนื้อที่หลายร้อยตารางวา
มันคือสัญลักษณ์อันเกรียงไกรสะท้อนความมั่งคั่ง ความเพียบพร้อม และหน้าตาในสังคมอันสูงส่งของครอบครัวเพื่อนรักของฉัน
ฉันก้าวเท้าลงจากรถ SUV คันหรูช้าๆ ก่อนจะปิดประตูเสียงดังหนักแน่น รอยยิ้มบางเบาผุดขึ้นที่มุมปากยามที่สายตาทอดมองโครงสร้างตึกอันวิจิตรตระการตา
วันนี้ฉันเลือกสวมเดรสเข้ารูปสีกากีอ่อนที่แฝงความเซ็กซี่อย่างเรียบหรู คอเสื้อคว้านลึกเผยให้เห็นเนินอกขาวเนียนละเอียดและลาดไหล่กลมกลึงเด่นชัดรับกับสรีระ
เนื้อผ้านุ่มละเอียดแนบไปกับทรวดทรงโค้งเว้าอวบอิ่มและสะโพกผายกลมมน ทุกย่างก้าวอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมดอกไม้ราตรีเข้มข้นลึกลับที่ชวนลุ่มหลง
กลิ่นอายเย้ายวนนั้นแฝงไว้ด้วยความดุดันลึกลับประหนึ่งนักล่าที่กำลังเยื้องกรายเข้าหาเหยื่อโดยไม่คิดจะปิดบัง
รองเท้าส้นสูงสีดำขลับกระทบกับพื้นหินอ่อนขัดเงาบริเวณทางเข้าส่งเสียงดังเป็นจังหวะ คล้ายเสียงเคาะสัญญาณเตือนภัยของพายุร้ายที่กำลังคืบคลานเข้าสู่บ้านหลังนี้
คฤหาสน์หรูหราที่ภายนอกดูโอ่อ่าสง่างาม ทว่าภายในกลับเงียบงันวังเวงราวกับสุสานที่ไร้สัญญาณชีวิต
ฉันรู้ดีว่าภายใต้พรมปูพื้นราคาแพงลิ่วและผนังปูนฉาบอันวิจิตรแห่งนี้ มีความโสโครกบางอย่างที่กำลังเน่าเฟะ คุกรุ่น และรอวันระเบิดตัวออกมาอย่างรุนแรง
"พราว... เธอมาถึงแล้ว"
เสียงของแพรพิมพ์ดังมาจากทางประตูด้านหน้า น้ำเสียงแหบพร่าและแห้งแล้งจนแทบไม่หลงเหลือเค้าโครงของหญิงสาวผู้ร่าเริงสดใสในวันวาน
ฉันมองร่างบางที่เดินมาต้อนรับ เธอสวมชุดลำลองเรียบง่ายทว่าดูซูบเซียวและซูบผอมจนเสื้อผ้าดูหลวมโคร่งอย่างเห็นได้ชัด
แววตาของเพื่อนรักสั่นระริกและโรยแรง ขอบตาหมองคล้ำสะท้อนภาวะความตึงเครียดอย่างรุนแรงจากการนอนไม่หลับสะสมมาเนิ่นนานหลายสัปดาห์
"ยินดีต้อนรับครับคุณพราวรินทร์ ไม่คิดเลยว่าคุณจะให้เกียรติมาเยี่ยมพวกเราถึงที่บ้าน"
น้ำเสียงทุ้มต่ำระคนประชดประชันดังมาจากโซฟาหนังแท้ตัวใหญ่กลางห้องโถงรับแขกอันกว้างขวาง
ภพนั่งอยู่ตรงนั้น เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีเข้มปลดกระดุมคอสองเม็ด ท่าทางดูอิดโรยและเคร่งเครียด ทว่าสายตาที่ทอดมองมากลับระริกไหวด้วยความปรารถนาอันรุนแรงที่เพียรสะกดกลั้นเอาไว้
ใบหน้าคมเข้มของอดีตชู้รักร้อนแรงของฉันขึ้นสีระเรื่อจางๆ ยามที่กวาดสายตามองสรีระโค้งเว้าใต้ชุดเดรสเข้ารูปสีกากีอ่อนของฉันอย่างไม่อาจหักห้ามใจ
เขากำลังต่อสู้กับจิตสำนึกฝ่ายต่ำและตัณหาอันดำมืดในใจตัวเองอย่างหนักหน่วง
และที่ข้างกายของพิมพ์ มีร่างสูงใหญ่กำยำของชายหนุ่มรุ่นน้องอีกคนยืนตระหง่านอยู่เงียบๆ
ภัทร์... ชายหนุ่มรุ่นน้องมาดกวนที่มีเค้าโครงใบหน้าคล้ายคลึงกับภพ ทว่าดูดิบเถื่อนและหนุ่มแน่นกว่า เขายืนกอดอกพิงเสาหินอ่อนด้วยท่าทีระแวดระวังประหนึ่งสัตว์ป่าที่กำลังระวังภัย
แววตาคมกริบของเขาจ้องมองเขม็งตรงมาที่ฉัน ราวกับสุนัขล่าเนื้อที่กำลังจับตาตรวจจับสิ่งแปลกปลอมที่เป็นภัยต่ออาณาเขตของตน
เขามีท่าทีระแวดระวังและคอยปกป้องพิมพ์อยู่กลายๆ ภาษากายที่เอียงเข้าหาพิมพ์เล็กน้อยนั้นฟ้องถึงความสัมพันธ์ลึกซึ้งที่เกินเลยคำว่าพี่สะใภ้กับน้องสามีไปไกลโข
"สวัสดีค่ะคุณภพ สวัสดีค่ะคุณภัทร์ พอดีพิมพ์เขาโทรศัพท์ไปปรึกษาเรื่องปัญหาสุขภาพนิดหน่อย พราวเลยอาสามาเยี่ยมอาการที่บ้านค่ะ"
ฉันตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลราบเรียบพลางส่งยิ้มบางเบาตามมารยาท ทว่าดวงตาคู่สวยกลับแอบส่งสายตาสบเข้ากับดวงตาของภพอย่างมีจริตจะก้าน
สายตาของฉันช้อนขึ้นสบตากับเขานิ่งนานเพียงเสี้ยววินาที ทว่ามันกลับสาดประกายความทรงจำอันเร่าร้อนที่พวกเราเคยร่วมรักกันอย่างบ้าคลั่งในห้องทำงานผู้บริหารคราวนั้น
ภพถึงกับสะดุดลมหายใจตนเอง นิ้วมือหนาที่จับแก้วน้ำสั่นไหวเล็กน้อยก่อนที่เขาจะรีบหลบสายตาไปทางอื่นเพื่อซ่อนความประหม่าและความต้องการที่พลุ่งพล่าน
ช่างเป็นภาพที่น่าขันสิ้นดี ชายผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวและผู้บริหารระดับสูงกลับต้องสยบยอมไร้ทางสู้เพียงเพราะสายตาคมกริบของนักจิตวิทยาผู้เป็นชู้รักอย่างฉัน
"พี่ภพคงเหนื่อยจากการทำงานน่ะครับคุณพราวรินทร์ ช่วงนี้พี่เขาอารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ คุยอะไรก็อาจจะไม่เข้าหูคนนอกบ้าง"
ภัทร์เอ่ยขัดจังหวะ น้ำเสียงของเขาห้วนและกระด้าง แฝงการกีดกันฉันให้ออกไปจากเรื่องราวภายในบ้านหลังนี้อย่างชัดเจน
สายตาดุดันของภัทร์จ้องจับมองใบหน้าของฉันเพื่อค้นหาพิรุธ ภาษากายสะท้อนถึงความกดดันและกังวลใจอย่างรุนแรง
เขากำลังกลัว... กลัวว่านักจิตวิทยาอย่างฉันจะมองทะลุหน้ากากอันสวยหรู และเห็นรอยร้าวอันเน่าหนอนที่พวกเขาร่วมกันซุกซ่อนไว้ใต้พรมราคาแพงผืนนี้
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณภัทร์ ในฐานะนักจิตวิทยาคลินิก พราวคุ้นเคยกับคนไข้ที่มีความกดดันทางอารมณ์สูงๆ เป็นอย่างดีค่ะ"
ฉันตอกกลับน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแหลมคมประหนึ่งปลายเข็มที่ทิ่มแทงความอวดดีของเขา รอยยิ้มเยือกเย็นของฉันทำให้ภัทร์ต้องเม้มปากแน่นด้วยความเดือดดาล
เขาฉลาดพอที่จะรู้ว่าฉันไม่ใช่ผู้หญิงโง่เขลาเบาปัญญาที่จะยอมให้เขาข่มขู่ด้วยท่าทางคุกคามชั้นต่ำเหล่านั้น
"พราว... เราขึ้นไปคุยกันข้างบนเถอะนะ ในห้องทำงานส่วนตัวของฉันเงียบกว่า"
พิมพ์เอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงละล่ำละลัก คล้ายคนกำลังจะหมดสิ้นแรงต้านทานต่อความตึงเครียดที่ลอยอบอวลอยู่ในอากาศ
เธอยื่นมือที่สั่นเทามาเกาะกุมข้อมือของฉันแน่น ราวกับต้องการยึดเหนี่ยวเสาหลักในยามที่ชีวิตกำลังดิ่งลงสู่เหวระทึกอันมืดมิด
ฉันหันไปพยักหน้ารับอย่างอ่อนโยน ก่อนจะหมุนกายก้าวตามแรงจูงของเพื่อนรักขึ้นบันไดวนทอดยาวสู่ชั้นสองของคฤหาสน์
โดยไม่ลืมที่จะปรายหางตาเย้ายวนแฝงความท้าทายกลับลงไปมองภพ ชายหนุ่มที่ยังคงนั่งกำแก้วน้ำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนบนหลังมือขวา
และไม่ลืมสบสายตาดุดันระแวดระวังของภัทร์ที่มองตามหลังฉันไปจนสุดทางโค้งของชั้นบน
........................................................
ภายในห้องทำงานส่วนตัวโทนสีขาวเทาเรียบหรูของพิมพ์ที่เงียบเชียบและเป็นส่วนตัวอย่างที่สุด
แสงแดดรำไรที่ทอดลอดผ่านผ้าม่านโปร่งแสงสีครีม สะท้อนให้เห็นละอองฝุ่นเล็กละเอียดลอยคว้างในอากาศ คล้ายกับความลับอันดำมืดที่รอวันตกลงสู่พื้นดินทับถมให้จมลง
พิมพ์เดินไปประตูล็อกสลักอย่างแน่นหนาก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนโซฟากำมะหยี่สีชมพูหม่น แล้วยกมือขึ้นปิดหน้าปล่อยโฮพรั่งพรูหยาดน้ำตาออกมาทันที
เนื้อตัวของเธอสั่นเทาราวกับนกปีกหักที่กำลังหนาวสะท้านท่ามกลางพายุฝน ความเข้มแข็งที่พยายามเสแสร้งแสดงออกมาด้านล่างสลายไปในพริบตา
"พราว... ฉันไม่ไหวแล้วจริงๆ ฮือ... ชีวิตคู่ของฉันมันพังทลายหมดแล้ว"
เสียงสะอื้นไห้อย่างน่าเวทนาของเพื่อนรักดังระงมไปทั่วห้องทำงานที่เงียบงัน
ฉันขยับกายก้าวเข้าไปนั่งเคียงข้าง ยื่นมือเรียวสวยออกไปลูบแผ่นหลังบางเบาๆ ปลอบประโลม ทว่าดวงตาของฉันกลับเยือกเย็นและเรียบนิ่งสนิท
กลไกการคิดวิเคราะห์ของฉันกำลังทำงานอย่างรวดเร็วเพื่อประเมินระดับความพังทลายทางจิตใจของเหยื่อตรงหน้า
"เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอพิมพ์? เล่าให้ฉันฟังได้ทุกเรื่องนะ ในฐานะนักจิตวิทยาและเพื่อนรักของเธอ ฉันจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับที่สุด"
น้ำเสียงของฉันอ่อนโยนนุ่มนวล อบอุ่นชวนฝันเสียจนผู้ที่กำลังอ่อนแอพร้อมจะคายความลับทุกอย่างออกมาโดยไม่มีการระแวดระวัง
พิมพ์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นก้อนสะอื้น ใบหน้าซูบซีดแดงก่ำด้วยความอับอายปนเจ็บปวดแสนสาหัส
"ฉัน... ฉันทำเรื่องที่เลวร้ายที่สุดลงไปพราว ฉันทรยศต่อความรักของภพ"
เธอกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงลำคอที่แห้งผาก แววตาเต็มด้วยความรู้สึกบาปและอดสูที่ต้องเอ่ยปากสารภาพเรื่องนี้ออกมา
"ฉันลักลอบมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง... แอบนอนร่วมรักเป็นชู้กับภัทร์ น้องชายแท้ๆ ของภพ"
คำสารภาพนั้นทำให้ห้องทั้งห้องราวกับไร้เสียงใดๆ ไปชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงลมหายใจสั่นสะท้านชวนหดหู่ของหญิงสาวผู้มีตราบาป
ฉันนั่งฟังคำสารภาพนั้นด้วยท่าทีสงบ นิ่งเฉยและเปี่ยมด้วยความเป็นมืออาชีพ ทว่าก้นบึ้งของหัวใจกลับแล่นริ้วด้วยความยินดีระคนสะใจอย่างรุนแรง
นี่หรือคือคฤหาสน์หรูอันสง่างามที่ผู้คนต่างพากันอิจฉาตาร้อน แท้จริงแล้วมันก็เป็นเพียงกรงทองอร่ามตาที่เก็บกักความโสมมและเน่าเฟะทางศีลธรรมเอาไว้จนล้นทะลัก
ภรรยาแอบสมสู่กับน้องชายของสามีภายใต้หลังคาคฤหาสน์หรูที่สามีตนเป็นเจ้าของ... ช่างเป็นเรื่องราวน้ำเน่าอันแสนโอชะสำหรับฉันเหลือเกิน
"แล้ว... คุณภพรู้เรื่องนี้หรือยัง?"
ฉันแกล้งเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกังวลและแฝงความห่วงใย ทั้งที่ในใจกำลังกระหยิ่มยิ้มย่องกับความพังพินาศของครอบครัวที่ดูเพียบพร้อมนี้
"ภพรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว... แต่เขาไม่ได้แสดงท่าทีโมโหโกรธาหรือลงไม้ลงมือทำร้ายร่างกายฉันเลยพราว ทว่าความเงียบงันเฉยชาของเขามันทรมานทรกรรมยิ่งกว่าความตายเสียอีก"
พิมพ์ปล่อยโฮหนักขึ้นพลางยกมือขึ้นกุมขมับตัวเองด้วยความเจ็บปวดบีบคั้น
"เขามองฉันด้วยสายตาเหยียดหยามรังเกียจขยะแขยง ราวกับฉันเป็นสิ่งปฏิกูลไร้ค่าในบ้านหลังนี้ และที่มันเลวร้ายที่สุด... ตอนนี้ภพปฏิเสธที่จะร่วมหลับนอนกับฉันโดยสิ้นเชิง"
เธอหยุดกลืนน้ำตา ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความอับอายขายหน้าถึงที่สุดยามต้องเปิดเผยเรื่องราวกามารมณ์บนเตียงอันน่าอดสู
"ไม่ใช่แค่เขาไม่อยากมีอะไรกับฉันนะพราว แต่... แต่ร่างกายของเขาไม่ตอบสนอง มันไม่แข็งตัวขึ้นมาเลยยามที่จะต้องนอนร่วมเตียงกับฉัน..."
พิมพ์ระบายความลับที่บดขยี้ศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิงออกมาจนหมดสิ้น
"เขาหย่อนสมรรถภาพทางเพศไปดื้อๆ ยามที่ต้องแตะต้องสรีระของฉัน ทว่าภายนอกบ้าน... ฉันรู้ดีแก่ใจว่าเขายังคงแอบไปมีเพศสัมพันธ์และมีเซ็กส์ตอบสนองกับผู้หญิงอื่นได้เป็นปกติ"
เธอกระชับมือของฉันแน่น ดวงตาคู่โตช้อนขึ้นมองด้วยความหวังและอ้อนวอนอย่างน่าสมเพชเวทนา
"พราว... เธอเป็นนักจิตวิทยาคลินิกใช่ไหม เธอต้องช่วยฉันนะ ช่วยบำบัดรักษาฟื้นฟูจิตใจของภพที ช่วยทำให้ร่างกายของเขากลับมาร่วมรักกับฉันได้เหมือนเดิม"
ฉันทอดสายตามองใบหน้าอ้อนวอนแสนเวทนานั้นพลางวิเคราะห์สภาวการณ์ตามหลักจิตวิทยาเชิงลึกอย่างรวดเร็ว
อาการหย่อนสมรรถภาพของภพไม่ใช่ความเสื่อมถอยทางสรีรวิทยาถาวร ทว่ามันคือแรงต้านทานทางจิตใต้สำนึกอันรุนแรงและลึกซึ้ง
เขามีภาวะตอบสนองทางเพศเฉพาะกับบุคคลที่ทำให้เขาสามารถปลดปล่อยความกระสันและความใคร่ได้อย่างมีอิสรภาพ โดยปราศจากความรู้สึกผิดและไร้ความรังเกียจเดียดฉันท์
ซึ่งแน่นอนว่าในกรณีนี้นั้น... คนที่สามารถปลุกเร้าอารมณ์สวาทของเขาให้ลุกโชนรุนแรงและยอมให้เขาถาโถมเรือนร่างเข้าใส่อย่างบ้าคลั่งดุดันย่อมไม่มีใครอื่นนอกจากฉัน
ส่วนแพรพิมพ์ผู้มีตราบาปร้ายแรงในฐานะชู้รักของน้องชายร่วมสายเลือดของเขา ย่อมทำให้ความรู้สึกขยะแขยงและศักดิ์ศรีลูกผู้ชายที่โดนลบหลู่ปิดกั้นความต้องการทางเพศในตัวภรรยาไปโดยสิ้นเชิง
แต่นั่นล่ะ... คือสิ่งที่ฉันต้องการที่สุด
ความท้าทายอันแสนหอมหวานลอยพัดเข้ามากระตุ้นตัณหาราคะและอีโก้ในส่วนลึกของฉันให้ลุกโชนขึ้นทันที
ฉันอยากรู้นักว่า ศีลธรรมอันแสนเปราะบางของคฤหาสน์หรูหราหลังนี้จะต้านทานแรงบดขยี้จากความร่านราคะอันร้อนแรงของฉันได้นานสักกี่น้ำ
ฉันจะเหยียบย่ำเกียรติยศและบดขยี้ความหยิ่งยะโสของทั้งชายและหญิงในคฤหาสน์หลังนี้ให้สยบราบอยู่ใต้ฝ่าเท้าของฉันอย่างไม่มีทางดิ้นหลุด
"พิมพ์... เรื่องนี้ค่อนข้างสลับซับซ้อนและมีปมขัดแย้งฝังลึกทางจิตใจสูงมากเลยนะ"
ฉันเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังทว่าแฝงความห่วงใยประหนึ่งผู้เชี่ยวชาญที่กำลังพยายามหาหนทางกอบกู้สถานการณ์อย่างสุดความสามารถ
"การบำบัดรักษาอาการประเภทนี้ด้วยการพึ่งพิงวิธีพูดคุยหรือรับคำปรึกษาธรรมดาในห้องคลินิกทั่วไปย่อมไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดีพอ เพราะปมขัดแย้งและตัวแปรหลักทั้งหมดนั้นถูกกักขังอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้"
พิมพ์เงยหน้าขึ้นสบตาฉัน แววตาคู่โศกฉายประกายความหวังอันริบหรี่ขึ้นมาท่ามกลางหมอกควันแห่งความสิ้นหวัง
"แล้วฉันควรทำยังไงดีพราว? ฉันยอมทำทุกอย่าง ขอแค่ให้ภพกลับมานอนกับฉันเหมือนเดิม"
รอยยิ้มเยือกเย็นที่หลบลึกผุดขึ้นในแววตาของฉันยามที่เหยื่อก้าวเท้าลงในกับดักที่ขุดล่อไว้อย่างสมบูรณ์แบบ
"ถ้าอย่างนั้น... ฉันมีข้อเสนอในการบำบัดรักษาที่เฉพาะเจาะจงและตรงจุดที่สุดสำหรับเธอ"
ฉันโน้มกายเข้าไปใกล้พิมพ์ น้ำเสียงกระซิบราบเรียบทว่าทรงพลังและล้มล้างศีลธรรมจรรยาตามขนบจนราบคาบ
"ข้อแรก... ฉันจะอาสาทำหน้าที่เป็นผู้ทดสอบทางกายภาพและกลไกจิตใจร่วมกับภพโดยตรง"
พิมพ์เบิกตากว้างฉายแววตกตะลึงลาน ใบหน้าหวานซีดเผือดลงในทันใดเมื่อได้ยินคำกล่าวนั้น
"พราว... เธอหมายความว่ายังไงนะ?"
"ฉันหมายความว่า... ฉันจะอาสาเข้าร่วมหลับนอนและเปิดบทเรียนสวาทมีเซ็กส์กับภพโดยตรง เพื่อประเมินการตอบสนองและวิเคราะห์การทำงานของระบบประสาทสรีรวิทยากับความต้องการทางเพศในสถานการณ์จริง"
ฉันอธิบายด้วยน้ำเสียงสงบและเฉยชา ประหนึ่งกำลังอธิบายทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์อันเคร่งครัดที่ไม่มีอารมณ์ความรู้สึกส่วนตัวมาเกี่ยวข้อง
"นี่เป็นวิธีเดียวที่จะทำให้พวกเราวิเคราะห์ได้แน่ชัดว่า อาการสมรรถภาพหย่อนยานของเขาเกิดจากแรงผลักทางจิตวิทยากับเธอเพียงคนเดียว หรือเกิดจากความล้มเหลวทางระบบประสาทสรีระภายในจริงๆ"
พิมพ์นั่งแน่นิ่งอึ้งงันราวกับถูกอัสนีบาตฟาดลงกลางใจ ร่างกายเกร็งทื่อด้วยความสับสนและหวาดหวั่นต่อข้อเสนออันบิดเบี้ยวและปราศจากศีลธรรมธรรมดาเช่นนี้
ทว่าก่อนที่เธอจะได้มีโอกาสปฏิเสธหรือตั้งข้อซักถามใดๆ ฉันก็รีบเสนอเงื่อนไขถัดไปในทันทีเพื่อรุกไล่และปิดหนทางหนีรอดของเธอ
"และข้อที่สอง... พวกเราต้องร่วมกันจัดเซสชันบำบัดรักษาแบบสี่คนภายในคฤหาสน์หลังนี้"
ฉันใช้ปลายนิ้วเรียวสวยเคาะลงบนพนักโซฟาเบาๆ ตามจังหวะคำพูด
"เซสชันแบบ 4P ที่จะประกอบไปด้วยตัวเธอ ภพ ภัทร์ และตัวฉันในฐานะนักบำบัดร่วมกระดาน เพื่อชำแหละปมสวาท ความแค้น และตัณหาความสับสนของทุกคนออกมาบำบัดบดขยี้ร่วมกันในคราวเดียว"
ข้อเสนออันพิสดารและน่าสะพรึงกลัวบีบคั้นให้พิมพ์รู้สึกประหนึ่งกำลังยืนอยู่ตรงปากเหวลึกแห่งกามตัณหา
ความสับสนปนเปพัลวันระหว่างความหวาดกลัว ความริษยา และแรงปรารถนาที่จะกู้คืนชีวิตแต่งงานทำให้สติสัมปชัญญะของเธอเริ่มสั่นคลอนเลอะเลือน
ถ้อยคำกึ่งปลอบประโลมและท้าทายของฉันค่อยๆ แทรกซึมเข้าสู่จิตใต้สำนึกของพิมพ์ทีละน้อย โน้มน้าวให้เธอมองเห็นข้อเสนอวิปริตนี้เป็นหนทางรอดเดียวที่มี
"พราว... มันจะ... มันจะดีจริงๆ ใช่ไหม? ภพเขาจะยอมเข้าร่วมเหรอ?"
พิมพ์เอ่ยถามเสียงสั่นเครือ บ่งบอกว่าเธอยินดีก้าวลงไปในปลักน้ำเน่าอันบิดเบี้ยวนี้ไปแล้วกว่าครึ่งตัว
"เขาไม่มีทางเลือกหรอกพิมพ์... หากเขาประสงค์จะพ้นจากทัณฑ์ทรมานและหลุดพ้นจากนรกอันเงียบงันแห่งนี้ เขาย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องก้าวเดินเข้ามาหาฉัน"
ฉันเอ่ยสำทับด้วยน้ำเสียงหนักแน่นที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจสูงสุด
เกมราคะและการประลองศีลธรรมครั้งใหม่กำลังเปิดฉากขึ้น และฉัน... จะเป็นผู้ควบคุมหมากกระดานนี้แต่เพียงผู้เดียว
แสงตะวันลับฟ้าทอดลำแสงสีส้มสลัวสาดส่องเข้ามาในโถงกลางบ้านอันมืดสลัว ยามที่ฉันและพิมพ์ก้าวเดินกลับลงมาจากชั้นสอง
ภพยังคงนั่งอยู่ที่เดิมอย่างอึดอัด แก้วน้ำในมือของเขาว่างเปล่า แววตายามตวัดมองฉันเต็มไปด้วยความกระวนกระวายและตื่นตระหนกแฝงความคาดหวัง
ส่วนภัทร์ยังยืนกอดอกพิงผนังหินอ่อนอยู่ไม่ไกล สายตาคมกริบของเขายังจ้องจับและระแวดระวังฉันอย่างเข้มข้นไม่ลดละ
ทว่าฉันกลับไม่แยแสหรือยี่หระต่อแววตาจับผิดของชายหนุ่มรุ่นน้องแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับกระตุ้นความอยากเอาชนะและความสนุกท้าทายในใจของฉันให้ยิ่งเพลิดเพลินล้นเหลือ
ฉันก้าวเดินตรงเข้าไปหยุดยืนอยู่หน้าโซฟาของภพช้าๆ ระยะห่างอันน้อยนิดทำให้กลิ่นน้ำหอมดอกไม้ราตรีของฉันโชยพัดเตะจมูกและสะกดโสตประสาทของเขาอย่างรุนแรง
ดวงตาของภพสั่นไหวระริก แผงอกแกร่งขยับขึ้นลงเป็นจังหวะรวดเร็วจากการสะดุดลมหายใจและสูดดมกลิ่นกายของฉันเข้าไปลึกๆ
ฉันเอื้อมมือเข้าไปในกระเป๋าถือหรูหราใบโปรด บรรจงหยิบเอกสารรายละเอียดของคลินิกบำบัดเฉพาะทางและนามบัตรส่วนตัวออกมา
การ์ดนามบัตรกระดาษเนื้อดีสีดำสนิทสลักอักษรสีทองอร่าม ถูกคีบเบาๆ ด้วยปลายนิ้วเรียวสวยประดับเล็บสีแดงก่ำประหนึ่งหยาดเลือด
ฉันยื่นมันส่งมอบให้ภพโดยตรงอย่างแช่มช้า
นิ้วมือของฉันแกล้งปัดไล้ผ่านฝ่ามือและปลายนิ้วหนาของเขาในจังหวะที่เขายื่นมือมารับ สัมผัสร้อนผ่าวที่จงใจหยิบยื่นให้ทำให้ร่างของชายหนุ่มสะดุ้งไหวตัวเบาๆ
กระแสราคะลึกลับแล่นพล่านผ่านผิวสัมผัสสั่นคลอนไปถึงจิตใต้สำนึกของเขาทันที แววตาคมสะท้อนความใคร่กระสันที่แฝงความประหวั่นพรั่นพรึงและต้องการอย่างควบคุมไม่ได้
"นี่คือนามบัตรและรายละเอียดเกี่ยวกับคลินิกพิเศษของพราวค่ะคุณภพ... หากคุณปรารถนาที่จะปลดปล่อยตนเองจากความอึดอัดตึงเครียด และบำบัดสภาพร่างกายให้กลับมาสมบูรณ์พร้อม"
ฉันช้อนดวงตาสบมองเขานิ่ง แววตาคมกริบของฉันสะท้อนภาพใบหน้าคมเข้มของเขาที่อบอวลไปด้วยตัณหาอันเพิ่งปะทุขึ้นอย่างโจ่งแจ้ง
ฉันคลี่ยิ้มเย้ายวนแฝงนัยท้าทายลึกซึ้ง สั่นประสาทและทำลายการควบคุมตนเองของเขาให้พังครืนลงทีละน้อย
"แล้วพราว... จะช่วยบำบัดคุณเองนะคะ... คุณภพ"
น้ำเสียงหวานใสแหบพร่าเบาบาง ทว่ามันกลับดังก้องกังวานในโสตประสาท of ภพราวกับเสียงประกาศิตที่พร้อมฉุดกระชากเขาดิ่งสู่ก้นบึ้งของอเวจีสวาทอีกครั้ง
ภพกำนามบัตรกระดาษในมือแน่น แววตาสั่นระริกตวัดมองชื่อบนการ์ดสลับกับดวงตาเย้ายวนของฉันด้วยความกระวนกระวายใจถึงขีดสุด
สายตาของเขาสะท้อนชัดเจนว่ากามราคะและความต้องการกระสันอยากในตัวฉันได้รับการปลุกให้ตื่นจากการหลับใหลอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
ขณะที่ภัทร์ก้าวสืบเท้าเข้ามาใกล้ แพรพิมพ์กลับหันมองสามีด้วยสายตาแห่งความหวังอันริบหรี่ โดยไม่คาดคิดเลยว่าเธอเพิ่งจะก้มศีรษะยินยอมส่งผู้เป็นสามีเข้าสู่อ้อมกอดของนางมารร้ายคราบนักบำบัดเช่นฉัน
ฉันหมุนตัวเดินก้าวออกจากคฤหาสน์อันหรูหรานั้นด้วยท่วงท่าเยื้องย่างสง่างามและเปี่ยมล้นไปด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะ
ปล่อยทิ้งไว้เพียงเมล็ดพันธุ์แห่งความท้าทายและบิดเบี้ยวทางศีลธรรม ที่กำลังจะงอกเงยชอนไชเพื่อบดขยี้ชีวิตของทุกคนในบ้านหลังนี้ให้แหลกลาญเป็นจุล
วันพรุ่งนี้... ชายผู้น่าสมเพชและอ่อนไหวคนนี้จะต้องดั้นด้นก้าวเท้าเข้ามาพบฉันที่คลินิกบำบัดจิตวิเคราะห์อย่างแน่นอน
และเมื่อห้วงเวลานั้นมาถึง... กระดานสวาทอันร้อนระอุนี้ จะมีเพียงฉันที่เป็นผู้ควบคุมเกมทั้งหมด และเสพสมเรือนร่างอันกระสันอยากของเขาอย่างไร้ขีดจำกัด!
- - - ข้อความจากไรท์ - - -
พราว จะทำสำเร็จหรือไม่? ติดตามต่อได้ในเรื่อง "แอบรัก พี่สะใภ้" ของ พราวฝันต่อได้เลยนะคะ ขอบคุณทุกท่านที่สนับสนุนต่อเป็นอย่างดีค่ะ สำหรับเรื่องนี้ ไรท์ ยังคงเขียนต่อเป็นเรื่องของชาว "แอบแซ่บ ผัวเพื่อน" ที่ซาบซ่าน ร้อนแรง เช่นเคยนะคะ ขอบคุณทุกท่านที่สนับสนุนอีกครั้งค่ะ