ผมก็แค่เชฟที่ผ่านทางมา

    บทที่40 ฟิวเจอร์โทรมา

    ที่ด้านนอกหัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวและเชฟเจิ้งฝานเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้พวกเขาจึงหันมามองหน้ากันและขมวดคิ้ว

     

    “ เมื่อวานเราล้างหมดแล้วใช่ไหม? ’’ เชฟเจิ้งฝานถามด้วยใบหน้ากังวลเขากังวลว่าจะยังมีบางอย่างที่ยังไม่ถูกล้าง

     

    “ เท่าที่จําได้เหมือนเราจะล้างแค่จานกับอุปกรณ์ทําอาหารนะดูเหมือนว่าช้อนส้อมและตะเกียบทั้งหมดจะยังไม่ได้ถูกล้างเลย ’’ หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวพูดด้วยใบหน้าครุ่นคิดเมื่อวานเขาและเพื่อนเจิ้งได้ทําการล้างจานและอุปกรณ์ส่วนใหญ่เรียบร้อยแล้วดังนั้นพวกเขาจึงกลับไปพักผ่อนเพราะเมื่อวานพวกเขายืนทํางานมาทั้งวันจึงเหนื่อยมาก

     

    ทั้งนี้พนักงานบริการและพนักงานล้างจานซักคนก็ยังไม่มีดังนั้นพวกเขาจึงต้องทนล้างจานเป็นจํานวนมากด้วยความเหนื่อยล้าเพราะเมื่อวานนี้ลูกค้าที่มาทานอาหารนั้นมีเยอะจริงๆ จานที่ถูกใช้ออกไปจึงมีมากมายนี่จึงเป็นเหตุที่ทําให้พวกเขาล้างจานเสร็จพวกเขาก็ต้องกลับไปพักผ่อนด้วยความเหนื่อยล้า

     

    “ แย่แล้ว! อย่างนี้คนพวกนี้ก็ซวยน่ะสิ ! ’’ เชฟเจิ้งฝานโพล่งออกมาด้วยใบหน้าพิลึกพิลั่นเขามองไปยังลูกค้าทั้งหมดด้วยใบหน้าเห็นใจเพราะเขาเดาได้ว่าต่อไปนี้จะเกิดอะไรขึ้น

     

    “ เฮ้อช่วยไม่ได้จริงๆ สงสัยคนพวกนี้คงต้องกินอย่างนั้นล่ะนะ ’’ หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวถอนหายใจและเอามือทาบหน้าผากอย่างช่วยไม่ได้เขาได้แต่มองเหล่าลูกค้าที่ไม่รู้เรื่องด้วยความเห็นใจยิ่งสายตาที่เขามองไปยังกลุ่มซีเผิงมันก็ยิ่งเผยให้เห็นถึงความเห็นใจมากขึ้น

     

    ในขณะที่ทั้งสองคนกําลังสนทนากันอยู่นั้นเหล่าลูกค้าก็เริ่มตะโกนสั่งอาหารเหมือนอย่างทุกทีเพราะส่วนใหญ่พวกเขาจะเป็นคนที่เคยได้มากินอาหารที่นี่เมื่อวานดังนั้นพวกเขาจึงรู้หน้าที่ดีโดยเฉพาะคุณลุงนักตวัดลิ้นและเถ้าแก่ร้านซักรีดก็ยังอยู่ด้วยวันนี้พวกเขาก็ยังคงเป็นแกนนําในการสั่งอาหารเช่นเดิม

     

    กลุ่มของซีเผิงที่ได้เห็นวิธีการสั่งอาหารก็ถึงกับผงะไปตามๆกันทว่าพวกเขาก็ตะโกนสั่งออกไปตามเหล่าลูกค้าเพราะพวกเขาคิดว่าการที่ลูกค้ามากมายขนาดนี้สั่งด้วยวิธีแบบนี้มันอาจจะเป็นเพราะที่ร้านนี้คงจะมีวิธีการใหม่ในการสั่งอาหารเพิ่มมาแล้วก็ได้

     

    แน่นอนว่าพวกเขาสั่งทั้งข้าวผัดไข่และเสี่ยวหลงเปาไปเหมือนๆกัน

     

    ต่อมาพวกเขาก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงอีกครั้งเพราะในตอนนี้พวกเขาสังเกตเห็นถึงกลุ่มจานและกลุ่มเข่งติ่มซําที่ลอยละลิ่วออกมาจากห้องครัวอย่างกับจานบิน

     

    “ นี่มันเป็นเรื่องจริง…’’ ซีเผิงมองกลุ่มจานบินตรงหน้าด้วยความไม่อยากเชื่อ

     

    “ หรือว่าจะเป็นไอ้หนุ่มคนนั้น? ’’ เปียวหยี่และเปียวหยูหันมามองหน้ากันด้วยความสงสัยเพราะพวกเขาสงสัยว่าบางทีอาจจะเป็นชายหนุ่มที่พวกเขาได้รับรายงานมาก็ได้ที่ได้เสิร์ฟวิธีแบบนี้

     

    “ น่าอัศจรรย์เกินไปแล้ว! ’’ ไห่ป้านพึมพําด้วยใบหน้าตกตะลึง

     

    “ ไม่ว่าจะเห็นกี่ครั้งก็อัศจรรย์ได้ทุกครั้งเลยสินะ’’ คุณลุงนักตวัดลิ้นและเถ้าแก่ร้านซักรีดที่นั่งโต๊ะข้างๆพูดออกมาเหมือนกันด้วยความทึ่งจากนั้นพวกเขาก็หันมามองที่โต๊ะของพวกเขาก่อนจะเตรียมหยิบช้อนส้อมและตะเกียบมากิน ทว่าทันใดนั้นพวกเขาก็ต้องตะหนักได้ว่าโต๊ะของพวกเขาและคนอื่นๆในตอนนี้นั้นมันไม่มีกล่องใส่อุปกรณ์การกินอยู่เลย

     

    “ ชิบหายแล้วไง! ’’ คุณลุงนักตวัดลิ้นและเถ้าแก่ร้านซักรีดโพล่งออกมาด้วยความรู้สึกพิลึกพิลั่นจากนั้นพวกเขาก็ต้องยิ้มแห้งๆ

     

    ให้ตายสินี่พวกเขาต้องกลับไปตวัดลิ้นอีกแล้วใช่ไหมเนี่ย?

     

    เฮ้อ…

     

    “ เกิดอะไรขึ้น! ทําไมพวกเขาถึงได้ยิ้มอย่างนั้นกันเล่า ? ’’ ไห่ป้านสังเกตเห็นว่าลูกค้าส่วนใหญ่ต่างยิ้มอย่างแปลกๆออกมาเขาจึงสับสนเป็นอย่างมากว่าเกิดอะไรขึ้น

     

    “ ก็ช้อนส้อมและตะเกียบน่ะสิไม่มีแล้วจะกินยังไง พวกเขาคงจะยิ้มอย่างนั้นเพราะเรื่องนี้แหละ ’’ ซีเผิงพูดขึ้นมาอย่างไม่คิดอะไรมากเพราะเขาสังเกตเห็นว่าโต๊ะทุกโต๊ะรวมถึงโต๊ะของเขานั้นมันไม่มีกล่องใส่อุปกรณ์การกินอยู่เลย

     

    ฟรึ่บ

     

    ในระหว่างที่ทั้งสองกําลังสนทนากันอยู่อาหารที่สั่งก็ลอยมาหยุดอยู่ที่โต๊ะของพวกเขาแล้วซีเผิงและคนอื่นๆที่ได้กลิ่นหอมของข้าวผัดไข่ใกล้ๆถึงกับตะลึง

     

    นี่มันจะหอมเกินไปแล้ว !

     

    ราวกับในตอนนั้นมีพลังอํานาจบางอย่างเข้าปกคลุมร่างของพวกเขาพวกเขาจึงขยับมือไปหยิบจานข้าวผัดไข่มาใกล้ๆและก้มหน้าลง

     

    “ เฮ้ย !นี่มันอะไร ? ’’ ซีเผิงอุทานออกมาด้วยความรู้สึกตกใจเขาไม่สามารถแม้แต่จะบังคับร่างกายได้เลยในตอนนี้เขาสามารถสังเกตเห็นคนอื่นๆเช่นกันจึงได้เห็นว่าคนอื่นๆในตอนนี้ก็ได้กําลังก้มหน้าลงยื่นลิ้นออกมาตวัดลิ้นไปที่ข้าวผัดไข่ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสุข

     

    “ ชิบหายแล้ว! หรือว่าข่าวลือจะเป็นความจริง ! ’’ ไห่ป้าน เปียวหยี่เปียวหยูทั้งสามได้อุทานออกมาหลังจากที่ได้นึกถึงข่าวลือที่แพร่กระจายออกมาเมื่อวาน

     

    ในตอนนี้ทั้งสี่คนล้วนเข้าใจได้หมดแล้วว่าทําไมลูกค้าคนอื่นๆถึงยิ้มกันอย่างนั้นที่แท้มันก็เป็นแบบนี้นี่เอง !

     

    ชิบหาย !

     

    ไม่ตลกนะเฟ้ย !

     

    พวกเขาไม่ได้อยากจะกินแบบนั้น!

     

    “ ข้าวผัดไข่นี่มันมีพลังบางอย่าง…’’ซีเผิงพูดในขณะที่ยื่นลิ้นออกมาใบหน้าของเขาเผยให้เห็นถึงความตื่นตะหนกเขาตื่นตะหนกเป็นอย่างมากที่รู้ว่าตัวเองจะต้องมาทําอะไรที่น่าอับอายแบบนี้

     

    ตรู๊ด...ตรู๊ด...ตรู๊ด…

     

    ‘ ฟิวเจอร์…’  เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นทําให้เขารู้สึกได้เลยว่าจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากฟิวเจอร์แน่นอนถึงในตอนนี้เขาอยากจะรับมันมากแค่ไหนแต่เขาก็ไม่สามารถรับมันได้เพราะในตอนนี้ลิ้นของเขาได้ทําการตวัดยัดข้าวผัดไข่เข้าไปในปากอย่างเมามันแล้วนั่นเอง!

     

    …

     

    ในเวลาเดียวกันนั้นที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งฟิวเจอร์ได้นั่งอยู่ที่โรงอาหารและมองไปยังหน้าจอโทรศัพท์ด้วยความสับสน “ ทําไมซีเผิงเขาถึงไม่รับสายของฉัน? หรือว่าจะกําลังเข้าห้องนํ้าอยู่ ? ช่างเถอะงั้นลองโทรใหม่อีกรอบแล้วกัน! ’’ เขาประหลาดใจเป็นอย่างมากที่ซีเผิงไม่ยอมรับสายของเขาเพราะเขาตั้งใจจะโทรไปบอกเกี่ยวกับข้าวผัดไข่และเสี่ยวหลงเปาของภัตตาคารบัวสวรรค์

     

    ซึ่งที่เขาจะบอกก็คือการที่จะเข้าไปทานอาหารที่นั่นอย่างน้อยต้องเตรียมตัวไปดีๆไม่งั้นแล้วจะได้กินด้วยท่าพิสดารอย่างที่เห็นในกล้องวงจรปิดเป็นแน่ !

     

    ฟิวเจอร์ได้กดโทรหาซีเผิงอีกสองสายแต่ก็ปรากฏว่าอีกฝ่ายยังคงไม่ได้รับสายเขาจึงถอดใจวางสายไป “ ช่างเถอะสงสัยเขาคงจะท้องเสียอยู่ก็ได้’’ ในความคิดของเขาซีเผิงอาจจะกําลังไม่สบายหรือมีธุระส่วนตัวอยู่ไม่งั้นแล้วอีกฝ่ายก็คงจะรับสายของเขาไปแล้ว

     

    …

     

    ทางด้านกลุ่มซีเผิงในตอนนี้พวกเขาล้วนนั่งเหม่อลอยมองไปยังจานข้าวผัดไข่และเข่งติ่มซําที่ว่างเปล่าด้วยความตื่นตะลึงทั้งยังรู้สึกอับอายและช็อคในเวลาเดียวกันใบหน้าของพวกเขาในตอนนี้ล้วนแดงกํ่าด้วยความโกรธที่อับอายจนสุดขีด

     

    “ บัดซบ !’’ หลังจากที่เหม่อลอยนึกถึงสิ่งที่ได้ทําลงไปแล้วพวกเขาทั้งสี่คนก็สบถออกมาพร้อมกันด้วยความอับอายเพราะพวกเขานึกไม่ถึงเลยว่าพวกเขาจะต้องมาทําอะไรที่น่าอับอายแบบนี้ !

     

    หัวหน้าเชฟเยี่ยหลิวและเชฟเจิ้งฝานที่ได้เห็นความโกรธของพวกซีเผิงพวกเขาถึงกับหัวเราะออกมาเบาๆด้วยความสุขที่สะใจ

     

    เป็นไงล่ะอยากจะมาลองของนักใช่ไหม?

     

    สะใจโว้ยยยย !

    คล้ายกับเรื่องผมก็แค่เชฟที่ผ่านทางมา ที่คุณอ่าน