EP : 9 เปิดโรงหมอวันแรกก็มีเรื่องเสียแล้ว
“นี่ ข้าบอกว่าข้าอยากได้อย่างไรเล่า” หญิงสาวร้องบอกพลางมองอีกฝ่ายเขม้น
“ข้าก็อยากได้เหมือนกัน” เว่ยลู่เซียนเอ่ยบอกพลางมองหญิงสาวตรงหน้าที่น่าจะอายุสิบห้าปีเห็นจะได้ เตี้ยกว่าเธอมากทีเดียว
“แต่ข้าอยากได้เจ้าก็ต้องให้ข้าสิ” หญิงสาวเอ่ยบอกพลางมองอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ เกิดมานางยังไม่เคยถูกใครขัดใจเลยนะ
“ทำไมข้าต้องให้เจ้าด้วย เราไม่รู้จักกันเสียหน่อย” เว่ยลู่เซียนกล่าวพลางมองอาหารที่ถูกยกมาพอดี
“ก็ข้าอยากได้ ไม่เห็นต้องถามเจ้า” หญิงสาวเอ่ยบอกพลางเชิดหน้าใส่อย่างเหนือกว่าคอยดูนะ ถ้าหากนางรู้ว่าหญิงสาวผู้นี้เป็นใครนางจะไม่ปล่อยให้นางอยู่อย่างมีความสุขแน่
“ข้าว่าเจ้าไปร้านอื่นดีหรือไม่ เพราะตอนนี้เจ้ากำลังทำคนอื่นเขาเดือดร้อนนะ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องที่คุณหนูผู้ดีเขาจะทำเรื่องเช่นนี้กัน มันส่งผลเสียแก่ตระกูลของเจ้า คนอื่นเขาจะพูดได้ว่าตระกูลของเจ้านั้นไม่สั่งสอนเรื่องมารยาท แถมยังทำให้ตระกูลต้องอับอายเพราะความเอาแต่ใจของเจ้าด้วย” เว่ยลู่เซียนกล่าวบอกก่อนจะโบกมือไล่อีกฝ่ายไปด้วย
“เจ้า! เราจะได้เห็นดีกัน! ระวังตัวไว้เถอะ” ก่อนจะจากไปอีกฝ่ายยังคงหวังดีบอกนางให้ระวังตัวดีๆ อีก อืม ถือว่าใช้ได้ๆ ยังอุตส่าห์ใจดีบอกนางอีก
“เจ้าไม่กลัวนางมารังควานเจ้าหรือ” ชายชราเอ่ยถามอย่างอดไม่ได้
“ข้ารอดูนางอยู่ว่าจะทำอะไรข้าได้” กล่าวจบก็คีบอาหารเข้าปากทันที โดยไม่สนใจสายตาของผู้คนที่กำลังมองมาที่ตัวเอง
“นี่ค่าแรงของพวกท่าน” หลังจากทานอาหารเสร็จนางก็มาที่ร้านช่างไม้ทันทีเพื่อใช้เงินกับนายช่าง
“ขอบคุณขอรับ” นายช่างรับเงินมาพลางเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้ม
“จริงสิ ข้าอยากได้ศาลาริมน้ำเพิ่มด้วยเอาแบบนี้นะ ท่านช่วยขุดสระน้ำให้ข้าด้วยได้หรือไม่” เว่ยลู่เซียนเอ่ยบอกพลางเอาแบบให้ดูไปด้วย
“ไม่มีปัญหาขอรับทำโรงหมอเสร็จข้าจะไปทำให้” นายช่างบอกอย่างดีใจ เพราะเขามีรายได้ติดต่อกันแบบนี้ไม่ได้มีมาบ่อยๆ
“งั้นข้าขอตัวกลับก่อน” เว่ยลู่เซียนกล่าวบอกจากนั้นก็เดินทางไปยังที่พักของตัวเองทันที ยังดีที่ชายชรามีระดับลมปราณที่สูงทำให้การเดินทางนั้นรวดเร็ว นางไม่รู้ว่าอีกฝ่ายนั้นมีลมปราณระดับไหน แต่มั่นใจว่าสูงกว่านางมาก
“อากาศดียิ่งนัก” ชายชรากล่าวเมื่อได้เห็นบ้านหลังใหญ่มีห้องนั่งเล่นอยู่ตรงกลางบ้านหน้าด้านซ้ายเป็นห้องนอนสองห้องติดกันด้านหลังเป็นห้องน้ำด้านขวาเป็นห้องนอนหนึ่งห้องแล้วก็ห้องครัว
“ท่านตานอนห้องนี้นะเจ้าคะ” เว่ยลู่เซียนกล่าวบอกส่วนนางจะนอนห้องที่อยู่ใกล้ห้องน้ำเอง
“ได้สิ” ชายชราพยักหน้ารับพลางกล่าวตอบ จากนั้นก็เดินเข้าไปในห้องนอนของตัวเองโดยมีเว่ยลู่เซียนตามมาด้วย
เว่ยลู่เซียนเอาผ้าปูที่นอนออกมาจากแหวนมิติก่อนจะจัดเตรียมที่นอนให้กับชายชราไม่นานก็เสร็จ
นางก็เดินกลับไปที่ห้องของตัวเองแล้วลงมือทำการตกแต่งห้องนอนของตัวเองนางติดผ้าม่านที่หน้าต่างเสร็จก็เดินออกไป ก่อนจะโบกมือไปมาฝุ่นที่อยู่ในบ้านก็หายไปหมด
“ไปดูห้องครัวสักหน่อย” กล่าวจบก็เดินไปดูห้องครัวทันที ข้าวของทุกอย่างที่ให้ช่างไม้ทำให้มันดูดีมาก อย่าถามว่านางทำอาหารเป็นหรือไม่ ก็ทำได้นิดหน่อย
เพราะถูกท่านแม่บังคับให้ทำอาหารบอกว่าเอาไว้มัดใจสามี นางก็เรียนๆ ไปอย่างนั้นแหละ เพราะไม่อยากถูกท่านแม่บ่นว่าไม่มีความเป็นกุลสตรี
“โอ้! กลิ่นหอมเหลือเกิน” ไม่นานเสียงร้องของชายชราก็ดังขึ้นเมื่อได้กลิ่นหอมของอาหาร จากนั้นก็เดินออกมาตามกลิ่น
“ข้ากำลังจะไปตามท่านตาพอดี มาทานอาหารกันเจ้าค่ะ” เว่ยลู่เซียนเอ่ยบอกเพราะนี้ก็เย็นมากแล้ว ยังดีที่นางมีผลึกจันทราที่สามารถส่องแสงได้นางติดเอาไว้อยู่บนเพดานบ้าน ทำให้ภายในบ้านนั้นไม่มืด หรือต้องจุดเทียนหรือตะเกียงเหมือนบ้านอื่นๆ
“เจ้ามีของแปลกๆ เยอะดี” ชายชรากล่าวเมื่อเห็นผลึกจันทรา นั่นไม่ใช่สิ่งที่หาได้ง่ายๆ
“ของพี่ชายข้าเจ้าค่ะ” เว่ยลู่เซียนเอ่ยบอกก่อนจะนั่งทานอาหารไปเงียบๆ จากนั้นก็ดื่มน้ำชาให้หายเหนื่อย ก่อนจะเก็บจานชามไปล้าง จากนั้นก็ว่าจะไปอาบน้ำนอน
แต่พอเห็นว่าชายชราใช้อยู่ก็เลยเดินเข้าห้องไป ดึกๆ ค่อยไปอาบก็ได้ เมื่อคิดได้แบบนั้นนางก็หาหนังสือมาอ่านเล่นรอจนดึกก็ไปอาบน้ำก่อนจะเข้านอน พรุ่งนี้จะต้องไปเปิดโรงหมอแต่เช้าด้วย โอสถกับสมุนไพรก็เตรียมเอาไว้แล้ว
รุ่งเช้ามาถึงเว่ยลู่เซียนตื่นตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น นางลุกขึ้นมาอาบน้ำก่อนจะเดินเข้าครัวไปทำอาหารง่ายๆ เพื่อรอชายชรา
“เจ้าตื่นเช้าเกินไปแล้ว” ชายชราที่ตื่นขึ้นก็ร้องบอก ก่อนจะเดินไปล้างหน้าแล้วกลับมานั่งลงเพื่อทานอาหารเช้า
“ข้าต้องรีบไปเปิดโรงหมอเจ้าค่ะ” เว่ยลู่เซียนกล่าวบอกพลางทานอาหารไปด้วย เมื่อทั้งสองทานเสร็จแล้ว
เว่ยลู่เซียนก็โบกมือไปมาจานชามก็สะอาดแล้วกลับเข้าที่ไป เมื่อคืนก็ลืมไปว่าทำเช่นนี้ได้ เลยไม่ได้ทำ
“เดี๋ยวสายๆ ข้าจะตามเจ้าไป” ชายชราเอ่ยบอกเพราะเขายังไม่ได้อาบน้ำ
“ได้เจ้าค่ะ” นางเอ่ยตอบจากนั้นก็หายตัวไปโผล่ที่หน้าโรงหมอพอดี มองดูป้ายที่ถูกแกะสลักอย่างดี
“ร้านหมอเซียน” ริมฝีปากบางพึมพำก็อดที่จะยิ้มไม่ได้ที่จริงคิดชื่อไม่ออกแต่พอดีว่าตัวเองนั้นมีลมปราณระดับเซียนพอดี ก็เลยเอาชื่อนี้มาตั้งเสียเลย
“ร้านหมอเปิดใหม่หรือ ชื่อร้านดูเกินจริงไปหรือเปล่า” ชายวัยกลางคนเดินผ่านมาก็เอ่ยขึ้น พลางมองหน้าร้านก็ส่ายหน้าไปมาทันที เพราะกลัวว่าจะเป็นร้านที่ตั้งดูให้เกินจริงไปหน่อย
“เจ้าเปิดโรงหมอ เจ้ามีตรานักหลอมโอสถหรือไม่”
ยังไม่ทันที่จะได้เปิดโรงหมอดีๆ ก็มีชายวัยกลางคนสองคนเดินเข้ามาก่อนจะเอ่ยถามนาง เมื่อได้ยินเช่นนั้น เว่ยลู่เซียนก็ล้วงเอาตรานักหลอมโอสถให้อีกฝ่ายดูไปทันที ทั้งสองเห็นก็หน้าซีดไปเลย