บทที่6 ขอทานน้อย?
“ผู้ยิ่งใหญ่ หากข้า...หากข้ายอมรับใช้ท่าน ข้าจะแข็งแกร่งเท่าท่านไหม”
“เ้าโง่” เด็กชายสบถขึ้นมาเมื่อเด็กหญิงสอดปากถามขึ้นทื่อๆ
“อะไร หากเ้าฉลาดนักก็ลองหาทางสิ ถ้าแข็งแกร่งดั่งนายท่านผู้นี้ แม้ต้องขายิญญาข้าก็ยอม”
“เด็กโง่...เส้นทางของผู้ยิ่งใหญ่ย่อมอันตรายมากกว่าคนปกติร้อยพันเท่า” เด็กชายกระซิบข้างหูเด็กหญิงก็จริง แต่อ้ายเชียนก็ยังคงได้ยิน นางเริ่มชื่นชมในไหวพริบของเด็กชายผู้นี้เสียแล้วสิ เพราะเขาตั้งใจให้นางได้ยิน
“ใช่แล้ว หาก้าแข็งแกร่งย่อมต้องเสี่ยงอันตรายมากมาย อยู่ข้างข้ายิ่งต้องเสี่ยงอันตรายมากมาย ข้าจึงไม่ได้บีบบังคับพวกเ้า”
“อีกอย่างเด็กน้อย...ที่ข้าชักชวนพวกเ้าเพราะชื่นชมในความกล้าหาญของพวกเ้าเท่านั้น แล้วตอนนี้ข้าก็ขาดกำลังคนอยู่บ้าง แต่หากหลังจากนี้ไปแล้ว...ข้าก็คงไม่แลขอทานน้อยเช่นพวกเ้าสองคน”
อ้ายเชียนไม่ได้พูดเกินไปเลย ด้วยความสามารถวิชาแพทย์ของนาง สามารถที่จะรวบรวมขุมพลังได้รวดเร็วอยู่แล้วหากตัดสินคนได้ถูกต้อง และช่วยรักษาให้เหล่าจอมยุทธ์ที่นิสัยดีเสียหน่อย แต่นั่นก็เสี่ยงเกินไป
หากพวกเขาอยากยึดตัวนางเอาไว้ล่ะ? ดังนั้นอ้ายเชียนจึงตัดสินใจว่าจะสร้างคนเ่าั้ขึ้นมาด้วยตัวเองเสียดีกว่า
นางยังมีพ่อ และพี่ชายให้ต้องตามหาอีก ดังนั้นจึงต้องทำทุกอย่างให้รัดกุมและเร็วที่สุด และการควบคุมอย่างเบ็ดเสร็จ ก็ปลอดภัยที่สุด
“ผู้ยิ่งใหญ่ ข้าจะเป็ข้ารับใช้ของท่าน...”
“นี่เ้าเด็กโง่” เด็กชายรีบยื่นมือไปคว้าเด็กหญิง แต่นางไปนั่งคุกเข่าต่อหน้าอ้ายเชียนเสียแล้ว
“ข้าชื่อเหรินจิง แต่เดิมบิดาของข้าเป็ท่านแม่ทัพใหญ่ของแคว้นจู แต่เพราะบิดาเสียชีวิตในา ครอบครัวข้าก็ไม่เหลือใครอีก ท่านย่า ท่านปู่ก็ทยอยตายจากเหลือข้าเพียงคนเดียว ไม่นานญาติห่างๆก็เข้ามายึดครองของที่สมควรเป็ของข้า และผลักไสข้าออกจากบ้านอย่างไม่ไยดี”
“ข้ายินดีรับใช้ท่าน ขอเพียงท่านช่วยข้าแก้แค้นญาติบัดซบเ่าั้ พวกมันไม่เพียงไล่ข้าออกจากตระกูล ซ้ำยังบังอาจย้ายสายตระกูลของข้าไปเป็สายรองอย่างหน้าด้านๆ บุกรุกสุสานของบิดามารดาท่านปู่ท่านย่าของข้า แล้วยังนำป้ายิญญาพวกท่านไปยังบริเวณของสายรอง หยามเกียรติพวกท่านอย่างหนักแม้กลายเป็ผีไปแล้ว”
ขณะที่เล่าดวงตานางก็ฉายแววเคียดแค้นออกมา ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่มีความรู้สึกเช่นนี้โผล่ออกมาจากเหรินจิงเลย ราวกับนางซ่อนความเกลียดชังเหล่านี้ไว้ในส่วนลึกของจิตใจ
“จวนตระกูลเหรินงั้นหรือ? เช่นนั้นพวกเขามีคนแข็งแกร่งที่สุดอยู่ขั้นใด” อ้ายเชียนเอ่ยขึ้นเมื่อเหรินจิงเล่าจบแล้ว
“หาใช่ไม่ เป็จวนตระกูลอู่ ข้ามีนามว่าอู่เหรินจิง เพียงแต่พวกนั้น...ไม่ยอมให้ข้าได้ใช้สกุลอู่อีกแล้ว” อู่เหรินจิงเอ่ยหน้าเศร้า
“ตอนที่ข้าจากมาพวกเขามีเพียงคนแก่ไม้ใกล้ฝั่งผู้นั้นที่เป็ที่น่าเกรงขามของราชสำนัก ได้ยินว่าเป็ผู้ฝึกวรยุทธ์ขั้นหก แต่นายท่านใหญ่ของพวกเขาก็อยู่ขั้นห้า คาดว่าคนใหญ่โตในตระกูลเองก็คงอยู่ขั้นห้ากันหมด”
อ้ายเชียนพยักหน้า ก่อนจะพูดออกมาหน้าตาเฉย
“ไม่ต้องห่วง เมื่อไหร่ที่เ้ากลายเป็ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นหก ข้าจะพาเ้าไปชำระแค้น”
“จริงหรือ?” น่าแปลกที่คนที่เอ่ยถาม กลับเป็เด็กหนุ่มที่นั่งเงียบมาตลอด อ้ายเชียนหันหน้าไปทางเขาทำให้เด็กหนุ่มก้มหน้าลง นางจึงหันไปยืนยันกับอู่เหรินจิง
“ข้าไม่พูดปด”
“แต่ว่า...” เด็กหญิงตัวน้อยทำท่าทางกระมิดกระเมี้ยนไม่มั่นใจ “พร์ของข้านั้นธรรมดา แม้ตลอดที่ผ่านมาพยายามรวบรวมพลังก็ฝึกฝนมาถึงขั้นหนึ่งเท่านั้น”
“ไม่ต้องห่วง หากเ้าติดตามข้านอกจากจะแข็งแกร่งขึ้นแล้ว เ้ายังมีหมอเทวดาคอยช่วยดูแลปัญหาร่างกายของเ้า” อ้ายเชียนเอ่ยปนตลก
“หมอเทวดา จริงด้วยผู้ยิ่งใหญ่ช่วยเด็กหนุ่มใกล้ตายคนนั้นเอาไว้ ทั้งๆที่ตาบอดแท้ๆ”
“อู่เหรินจิง เ้าปากมากเช่นนี้วันหนึ่งผู้ยิ่งใหญ่จะหมดความอดทนกับเ้า” เสียงเด็กหนุ่มเอ่ยขึ้นเตือน แต่ตัวเขาเองกลับเก็บตัวตนคล้ายไม่อยากอยู่ตรงนี้แล้ว
“แล้วเ้าล่ะ ตัดสินใจได้หรือยัง” อ้ายเชียนคล้ายไม่รู้ความรู้สึกของเด็กหนุ่ม นางจึงหันไปไล่บี้เขาอย่างนึกสนุก
“ท่านผู้ยิ่งใหญ่ ปล่อยข้าไปเถอะ ข้าไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น”
“เ้าเห็นอะไรงั้นหรือ?” อ้ายเชียนเลิกคิ้วสงสัย เมื่อวันก่อนตอนต่อสู้นางก็หันหลังให้พวกเขาตลอด เขาไม่น่าจะมองเห็นดวงตานางได้
“ข้าไม่เห็นท่านฆ่าคนเ่าั้ ดังนั้นท่านปล่อยข้าไปเถอะ”
“เ้าไม่ปรารถนาจะแก้แค้นหรือ...ชำระแค้นด้วยตัวเอง” อ้ายเชียนเอ่ยล่อ เพียงนางเห็นเขาชะงักไปก็สามารถรู้ได้ว่าเด็กหนุ่มเองก็มีความแค้นบางอย่างปิดบังเอาไว้
“...” เด็กชายยังคงนิ่งคิด แต่อ้ายเชียนก็ไม่ได้เร่งรีบ นางมีเวลามากพอ เห็นนางนั่งนิ่งไม่พูดต่อเช่นนี้ ตัวนางก็กำลังไหลเวียนฝึกพลังในร่างกายอยู่ นี่คือโชคของคนตาบอด เพราะคนด้านนอกไม่รู้เลยว่าระหว่างที่นางคุยกับพวกเขา นางอาจจะกำลังนั่งหลับตาฝึกพลังอยู่ก็เป็ได้
ผ่านไปราวครึ่งเค่อ ในที่สุดเด็กชายก็ทุบกำปั้นลงพื้น
“ข้าชื่อฮุย เป็องค์ชายในรัชทายาทองค์ก่อน แต่เพราะมารดาข้า...สละชีวิตของตนเอง เพื่อให้ข้าหลบหนีออกมาก่อนจะถูกกวาดล้าง ”
ฮุยตัวสั่นเทาเมื่อนึกถึงยามนั้น เด็กชายอายุเพียง5ขวบกลับต้องเห็นมารดาตนเองตกตายย่อยสลายจนเป็กองชิ้นเนื้อกองหนึ่งต่อหน้าต่อตา
ที่มารดาของเขาทำเช่นนั้นก็เพื่อเปิดโอกาสให้เขามีชีวิตต่อไป นางใช้ร่างของเด็กรับใช้คนหนึ่งที่ถูกทหารฆ่าตายแทนที่ร่างของเขา จากนั้นก็ใช้ยาพิษย่อยสลายคนทั้งคู่
มีเพียงป้ายหยกยืนยันตัวเท่านั้น ซึ่งบ่งบอกว่ากองเนื้อนั้นคือไท่จื่อเฟยและพระนัดดา ซึ่งก็คือ ฮุย ที่รอดพ้นจากความตายมาคนเดียว
หลังจากหลบหนีออกมาจากวังด้วยทางลับที่มารดาชี้ทางบอก เขาก็พบว่าบิดาของตนโดนตรึงร่างและใช้ไฟเผาดั่งคนบาปอยู่หน้าประตูเมือง
จากนั้นเสด็จอาที่ชั่วร้ายก็ขึ้นครองราชย์ เสด็จอาผู้นั้นไม่ปล่อยเชื้อพระวงศ์ไว้ซักคน เป็ทรราชย์ที่เลวทรามที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่อย่างไรประวัติศาสตร์ก็มักถูกเขียนโดยผู้ชนะ ดังนั้นเขาเชื่อว่าเมื่อผ่านไปสักร้อยปีคนก็จะสรรเสริญฮ่องเต้ทรราชย์ผู้นี้ และจดจำได้เพียงเขาเป็คนเหี้ยมโหดเท่านั้น
“...” อ้ายเชียนไม่ได้ถามเขาต่อ แต่นางรู้ว่าในราชวังมีคนระดับ8เป็อย่างต่ำคอยดูแล เผลอๆหากเป็แคว้นที่แข็งแกร่งและมีเื้ัสักหน่อย ผู้คุ้มครองราชวงศ์อาจเป็ถึงขั้นเหนือกว่า
ทุกอย่างเป็ไปได้ ในเมื่อการเดินทางระหว่างแผ่นดินนี้และแผ่นดินอื่นไม่ได้ยากนัก เพียงแต่ต้องเสี่ยงโชคเล็กน้อยเท่านั้น หากเป็ผู้ที่เคยออกไปยังแผ่นดินอื่น เมื่อพวกเขากลับมาก็จะกลายเป็ขั้นเหนือกว่า
“หยิบไปกินคนละชิ้น” นางผลักย่ามสีดำไปให้เด็กๆ ก่อนจะหันไปสนใจหม้อต้มน้ำที่ต้มเอาไว้ ก่อนจะหย่อนตัวยาสมุนไพรที่ถูกบดเป็ผงลงไป
ตอนนี้นางไม่มีเตาหลอมจึงไม่สามารถหลอมโอสถออกมาได้ น่าเสียดายที่อาจารย์ผู้ชงชาของนางไม่ได้เตรียมเอาไว้ให้
แต่ถึงจะมีเตาหลอม สมุนไพรที่อยู่ในมือก็ไม่สามารถหลอมโอสถตามสูตรที่ร่ำเรียนมาได้ สูตรเ่าั้ล้วนแต่เหนือกว่าจินตนาการ สำนักเซียนโอสถน่าจะตั้งอยู่ในดินแดนที่เหนือกว่า
“ขอบคุณ คุณหนู” เด็กหญิงเอ่ยอย่างลิงโลด หยิบอาหารในย่ามไปกิน พวกเขาแทบไม่ได้สังเกตเลยว่า ของในย่ามโผล่มาเรื่อยๆไม่มีลดลงเลย นั่นเพราะอ้ายเชียนแอบเติมอยู่ตลอด
กระทั่งน้ำกินก็มีไม่ขาด แม้เด็กๆจะรองน้ำกินเองได้ แต่อ้ายเชียนก็แบ่งหม้อให้พวกเขาไปต้มน้ำเพื่อความปลอดภัย
นอกจากนี้นางยังช่วยฝังเข็มเพื่อปรับสภาพร่างกายของพวกเขา หากพวกเขาแข็งแรงและหลุดจากอาการขาดสารอาหารเมื่อไหร่ นางก็จะปรับพื้นฐานของพร์ของพวกเขาให้สูงขึ้น เพื่อเร่งการฝึกฝน
ในสูตรโอสถทั้งหมด ที่อ้ายเชียนสนใจก็คือสูตรน้ำแช่ทั้งหลาย ซึ่งสามารถใช้ประโยชน์ได้ใน่เริ่มต้นนี้ แต่ปัญหาก็คือสมุนไพร นางจะต้องเดินทางเข้าเมืองและหาซื้อสมุนไพรเสียก่อน