บทที่ 21 เนื้อเน่า
แต่ดูเหมือนว่าความตั้งใจของหัวหน้าหมู่บ้านนั้นจะไม่ทันเสียแล้ว...
“จะดีหรือ” ในระหว่างที่ผู้คนกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น ก็มีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังนั่งจับกลุ่มพูดคุยกันไกลออกไปเล็กน้อย “แต่ถ้าถูกจับได้มันจะไม่ดีเอานา...”
“แล้วมันจะเป็อะไรไปเล่า จะอย่างไรคนพวกนั้นก็ไม่ได้ห้ามสักหน่อยนี่”
“ใช่แล้ว อีกอย่างเราแค่จะแอบเอาไปสักหน่อยแล้วเอาไปลองปลูกที่แถวๆ บ้านเราตามคำแนะนำของจางเว่ยเท่านั้นเอง ไม่ได้ทำอะไรเสียหนายสักหน่อย”
“แล้วอีกอย่างถ้าหากว่าเ้าหัวมันกองนั้นสามารถนำไปปลูกได้จริง แล้วมันโตเร็วเหมือนที่เด็กๆ บอกเล่าแล้ว อย่างน้อยก็รับประกันได้ว่าหน้าหนาวในปีนี้ครอบครัวของพวกเราจะอยู่รอดได้ไม่ใช่หรืออย่างไร แล้วจะลังเลไปทำไมกัน”
“ใช่แล้วละ พวกเราไม่ได้จะเอามันไปทั้งหมดเสียหน่อย แค่แอบแบ่งไปสักคนละสี่ห้าหัวเท่านั้นเอง...” อีกคนกล่าวเสริมขึ้นพลางนึกถึงเื่บอกเล่าของเด็กๆ พลางเหลือบไปมองแปลงมันฝรั่งที่กำลังออกดอกงดงาม “ลองคิดดูสิว่าถ้าหากแต่ละหัวสามารถปลูกกอแบบนั้นได้หนึ่งกอ เห็นลูกชายข้าเล่าให้ฟังว่าเพียงแค่กอเดียวสามารถให้หัวได้อย่างน้อยๆ ก็สิบหัว ถ้าพวกเราเราเอาหัวเล็กๆ ไปแค่คนละสี่ห้าหัว
ด้วยความที่มันโตเร็วขนาดนี้ ลองคิดดูว่าเราจะสามารถที่จะปลูกมันได้กี่รอบกัน เป็เครื่องรับประกันได้ว่าในหนึ่งเดือนที่เหลือก่อนที่จะเข้าหน้าหนาว พวกเราทุกคนและครอบครัวจะสามารถมีหัวมันมากพอที่จะเก็บเอาไว้กินแม้แต่จะสามารถแบ่งออกไปขายเพื่อหาซื้อเสื้อผ้าเนื้อสัตว์ของจำเป็ยังได้เลยด้วยซ้ำ!”
“...”
“...”
“...”
ในขณะที่ทั้งห้าคนต่างก็พูดคุยกันอย่างออกรสออกชาตินั้น มีสายตาสีเหลืองทองสุกสว่างที่อยู่ภายใต้ขนหนาๆ ที่ปรกอยู่นั้น มองทางพวกมันด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความขุ่นเคืองระคนสมเพช
แต่ถึงอย่างนั้นเ้าหมาตัวเขื่องเพียงแค่มองต่อไปอีกสักพักแล้วก็นอนฟุบลงตามคำขอของเด็กหญิงที่ไม่ให้มันสร้างความวุ่นวายในวันนี้ ตราบเท่าไม่มีใครเข้ามารบกวนหรือทำร้ายมันหรือนาง
“...”
สุดท้ายเ้าสังก็กลับไปสนใจเด็กๆ ที่ตอนนี้กำลังพยายามจะหาโน่นหานี่มาป้อนมันบ้าง มาเล่นกับมันบ้าง
ถึงใน่แรกๆ ที่มาอยู่กับเย่หัวนั้นมันออกจะรำคาญกับอะไรแบบนี้ แต่หลังจากที่ผ่านมาได้สักพักมันก็ไม่ได้รู้สึกแย่นัก อย่างน้อยที่สุดมันก็ไม่เหงาเหมือนแต่ก่อนที่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว และต่อสู้ไปวันๆ เท่านั้น
ผ่านไปไม่นานเท่าไหร่หลังจากที่ทุกคนได้กินข้าวกินปลากันเรียบร้อยแล้ว หัวหน้าหมู่บ้านก็ได้อธิบายถึงสิ่งที่เด็กหญิงอยากที่จะให้ทุกคนช่วยเหลือกัน โดยที่จะมีการแบ่งงานกันคร่าวๆ ตามหน้าที่ที่เหมาะกับเพศและ่วัย
ฝ่ายแรกสุดคือเหล่าผู้ชายวัยทำงานทุกคนในหมู่บ้านที่พอจะจับมีดจับจอบไหว ในวันนี้เป้าหมายของพวกเขาทุกคนก็คือการถางป่าที่แทบจะไม่ค่อยมีไม้ใหญ่อยู่แล้ว ส่วนใหญ่มีแค่พงหญ้าแห่งๆ ที่ไกลๆ จะมีต้นไม้สักต้นหนึ่ง ให้ช่วยกันถางและเตรียมแปลงดินเหมือนที่เคยทำให้เด็กหญิงเมื่อวันก่อน เพียงแต่ในครานี้พวกเขาจะต้องทำทั้งหมดในระยะสี่ลี้ทอดไปจากแปลงเดิมลาดไปตามริมน้ำ โดยที่ให้ทุกคนช่วยกันให้เสร็จใน่ก่อนเที่ยง
แล้วในเมื่อมีคนอยู่มากพอ พวกเขาจะทำขนาบกันเลยทั้งสี่ด้าน ด้วยแบ่งเป็กลุ่มที่ ถางพงหญ้า เตรียมหน้าดินให้เรียบ ยกปลง และเก็บงาน
ส่วนใน่บ่ายจนถึงเย็นนั้นพวกเขาก็จะใช้เวลาทั้งหมดเพื่อปลูกมันทั้งสองชนิดอีกครั้ง พร้อมทั้งรดน้ำพวกมันให้เสร็จ
หากคิดว่าให้พวกเขาเตรียมพื้นที่สองตารางกิโลเมตรให้เสร็จในวันเดียว มันอาจจะเป็อะไรที่ดูยากเกินไป แต่ด้วยวันเวลาที่ยาวนานกว่าสิบเท่าแล้ว มันก็แทบไม่ได้เป็อะไรที่เร่งรีบเลย ออกจะช้าเสียด้วยซ้ำ...
ฝ่ายต่อมาก็คือผู้หญิงและเด็กๆ ที่จะทำหน้าที่ทำอาหารเอาไปเลี้ยงพวกผู้ชายเป็ระยะๆ โดยที่มีเด็กโตคอยดูแลเด็กๆ ไม่ให้ไปวุ่นวายในแปลงผักหรืองานของพวกผู้ใหญ่
ส่วนเย่หัวที่เหมือนจะสบายสุดในวันนี้นั้นกลับต้องทำงานหนักไม่แพ้ใคร เพราะนางต้องเอาวัตถุดิบออกมาเตรียมเอาไว้ั้แ่เมื่อวานเพื่อเตรียมพันธุ์มันทั้งสองชนิดเอาไว้ และรีบตื่นมาเพื่อเตรียมวัตถุดิบทำอาหารเพื่อเลี้ยงผู้คนนับพันั้แ่ก่อนฟ้าสาง ถึงมันดูเหมือนจะไม่เดือดร้อนอะไร แต่เพียงแค่นั้นกลับกินเรี่ยวแรงของนางไปอย่างมหาศาล
ทั้งในวันนี้ทั้งวันนางต้องวิ่งไปมาระหว่างไร่ที่กำลังขยายออกไปเรื่อยๆ เพื่อตรวจความเรียบร้อยและแวะกลับมาที่บ้านเพื่อเปิดตู้เย็นอีก
จนสุดท้ายแล้วร่างกายเล็กๆ นั้นก็ไม่สามารถทนแบกรับได้อีกต่อไป แล้วหมดสติไปกลางแดดร้อนจ้าในยามเที่ยงในที่สุด
.................................
ตอนแรกตามที่สัญญาไว้ท้ายบนเมื่อวานจ้า