ร้อยดาวตะวันเดียว [My DayLight]

    EP. 8 น้องชายร้ายไม่เลิก 5---100%

            “ไปบ้านเขาใหญ่เหรอคะ ถ้าพวกนั้นจะตามก็คงไม่ใช่เรื่องยากหรอกค่ะฉันว่า นามสกุลคุณดัง การสืบว่าพวกคุณมีบ้านอยู่ที่ไหนบ้างเป็นเรื่องเล็ก ไปพักบ้านฉันดีกว่ามั้ยคะ ไม่สะดวกสบายแต่ปลอดภัยกว่าแน่ แล้วเรื่องกลับไปเรียนที่เดิมฉันว่าไม่ใช่ความคิดที่ดีเลยค่ะน่าจะย้ายไปที่อื่น ถ้าจะดีต้องไปเมืองนอกเลย ถึงคุณเจจะเสียเวลาไปบ้าง แต่ดีกว่าเสียอย่างอื่นนะ ขอโทษที่ฉันมองในแง่ร้ายไปหน่อย แต่กลัวและกันไว้ก็ไม่เสียหายหรือคุณเจว่ายังไงคะ”

            จิณณวัตรเองก็เพิ่งจะคิดขึ้นมาได้ และแม้จะเห็นด้วยแต่ก็ไม่อยากจะบังคับน้องมากไป อีกทั้งยังอยากจะให้น้องคิดหรือแสดงความรับผิดชอบกับการกระทำของตัวเองด้วย จึงหันไปหาน้องชายเพื่อรอฟังความเห็น

            “ไม่รู้เหมือนกันครับ ตอนนี้ผมคิดอะไรไม่ออก แต่ความจริงเราก็ใช้หนี้พวกมันครบแล้ว และพวกมันก็ถูกจับแล้ว มันยังจะตามล้างตามผลาญผมอีกเหรอครับ”

            จิรายุตอบเสียงอ่อยๆ ประหนึ่งว่าเกรงกลัวพี่กับเลขาแม่จะดุจะด่าก็ไม่ปาน แต่ตรงกันข้ามที่ทั้งสองแค่หันหน้าไปมองกันแล้วครุ่นคิดเท่านั้น

            “มันก็อาจจะจริงอย่างที่คุณเจคิดก็ได้ งั้นเอาอย่างนี้ก่อนดีมั้ยคะ อาทิตย์หน้าทั้งอาทิตย์ไปอยู่บ้านตะวันก่อน รอดูความคืบหน้าจากตำรวจว่าจะจับได้หมดแก๊งมั้ย หรือไม่คุณจิณก็ลองเอาเรื่องนี้ไปปรึกษาสารวัตรดูก่อนก็ได้ เผื่อจะมีคำแนะนำดีๆ”

            เมื่อไม่มีใครโต้แย้งกับข้อเสนอนี้หลังมื้อเย็นเสร็จสิ้นจิณณวัตรเลยโทรไปปรึกษาเพื่อน

            “ไปบ้านคุณตะวันท่าจะดีกว่าจริงๆ ว่ะจิณ ตามนี้ไปก่อนแล้วจะส่งข่าวคืบหน้าให้อีกทีนะ”

            เมื่อได้ความเห็นชอบจากทรงกลดแล้ว ทั้งสามจึงเดินทางไปบ้านราชบุรีทันที ทุกคนในบ้านรอต้อนรับแขกด้วยความเป็นมิตร เพราะอาทิตยาโทรมาบอกก่อนล่วงหน้าแล้ว

            “คุณเจนอนห้องเจ้ารุ่งก็น่าจะพอได้นะครับ ถ้าตะวันกับคุณจิณไม่ค้าง ก็ให้รุ่งไปนอนห้องตะวันแทน”

            สุพรหมหันไปหาลูกชายเพื่อเป็นการขอไปในตัวขณะเอ่ยปากบอกจิรายุ จากนั้นเขาก็ถามความเป็นมากับจิณณวัตร ส่วนเมียกับลูกๆ เข้าไปคุยกันในห้องตั้งแต่จัดแจงที่หลับนอนให้จิรายุเรียบร้อยแล้ว

            “ระวังๆ ตัวด้วยนะตะวัน แม่เป็นห่วง ดูสิให้ทำงานเลขาไปๆ มาๆ ทำตัวเหมือนเป็นนักสืบไม่มีผิด ถ้าเกิดพลาดพลั้งขึ้นมาจนถึงกับชีวิตพ่อแม่คงอกแตกตายแน่ๆ”

            อุบลอดห่วงลูกสาวไม่ได้เมื่อความจริงทุกอย่างถูกเปิดเผยออกมา น้องทั้งสองเองก็เห็นด้วยกับแม่เพราะความเป็นห่วงพี่สาวคนโต ผู้เปรียบเสมือนหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญของบ้านไม่น้อยกว่าพ่อกับแม่นัก แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมาด้วยยังเกรงใจพี่อยู่มาก

            “จ้ะแม่! คงไม่มีเรื่องร้ายแรงอะไรอีกแล้วมั้งจ้ะ ทุกอย่างอยู่ในมือตำรวจแล้ว ยิ่งสารวัตรเป็นเพื่อนคุณจิณอีกยิ่งไม่มีอะไรน่าห่วง งั้นตะวันกลับก่อนดีกว่า จะได้ไม่ถึงดึก นอนพักคืนนี้กับพรุ่งนี้อีกวัน มะรืนก็ไปทำงานได้”

             

            “นอนพักคอนโดผมดีกว่านะตะวัน ขอร้องล่ะ ผมเป็นห่วงกลัวพวกนั้นจะตามไปทำร้ายคุณ ตอนนี้เราต้องมองในแง่ลบไว้ก่อนไม่ใช่เหรอ อีกอย่างพรุ่งนี้ผมจะได้ดูแลเรื่องอาหารการกินให้ด้วย โปรดให้ผมได้ตอบแทนน้ำใจของคุณที่มีต่อครอบครัวของเราบ้างเถอะนะ หรือถ้าคุณไม่นอนที่นี่ผมก็จะตามไปนอนเฝ้าที่ห้องคุณทั้งคืนเลยล่ะ เพราะผมเป็นห่วง เลือกเอาก็แล้วกันว่าอยากได้แบบไหน”

            เมื่อเรื่องที่พักกลายเป็นที่ถกเถียงกันมาหลายนาทีแล้ว คนขับก็ตัดสินใจยื่นไม้ตายให้กับผู้โดยสารที่เอาแต่ยืนกระต่ายขาเดียวว่าจะกลับห้องให้ได้

            และเมื่อเจอไม้นี้เข้าให้อาทิตยาจึงจำใจต้องยอมรับข้อเสนอด้วยการพยักหน้ารับ เพราะอย่างน้อยๆ คอนโดเขาก็มีถึงสามห้องนอน แถมกว้างกว่าเป็นไหนๆ

            และจะไปยุ่งยากอะไรนักหนากับคำครหาของคน ในเมื่อสังคมเมืองแตกต่างจากสังคมบ้านตัวเองเป็นไหนๆ อีกอย่างถ้าไม่เอ่ยปากบอกพ่อแม่ก็คงไม่รู้

            เขาเองก็ไม่เคยคิดในทางสิเน่หาเลยนอกจากแกล้งอย่างคนคุ้นเคยกันเท่านั้น หรือถ้ากลัวเขามากพอถึงห้องปุ๊บก็เข้าห้องนอนปั๊บ ปัญหาก็ไม่มีตามมาอย่างแน่นอน 

            “คุณอยากได้อะไรดื่มก่อนนอนหรือเปล่า ในตู้เย็นมีนมกับน้ำผลไม้เหลืออยู่นิดหน่อย”

            จิณณวัตรเอ่ยอย่างคนมีน้ำใจเมื่อเข้าไปในห้องเรียบร้อยแล้ว และสำหรับคนตั้งใจหลีกหนีเขาอยู่แล้วไม่รีรอที่จะรีบปฏิเสธอย่างไม่รักษาน้ำใจ

            “ไม่ค่ะฉันเหนื่อยและง่วง ขอเข้านอนเลยนะคะ”

            จิณณวัตรได้แต่มองตามร่างบอบบางตรงดิ่งเข้าห้องปิดประตู ล็อกเรียบร้อยประหนึ่งเกรงกลัวใครก็ไม่ปาน จนอดสงสัยไม่ได้ว่าคนนั้นน่าจะเป็นเขา แต่ความเหนื่อยทำให้ไม่มีเวลาคิด

            นอกจากรีบเข้าห้องอาบน้ำล้มตัวลงนอนแล้วหลับอย่างสบายทันที ไม่ต่างจากคนอีกห้องนัก ผิดตรงที่นอนไม่ใคร่สบายเพราะแผลตรงปากกับจมูก

            แล้วอาการหนักหัวหนักตัวก็ตามติดมา อยากจะได้ยาแก้ปวดสักสองเม็ดแต่เกรงว่าจะต้องเจอเจ้าของห้องอีก จึงเลือกบีบบังคับตัวเองให้หลับจะได้ลืมความเจ็บแทน

            และเป็นหลับที่ยาวเกินไปแล้วสำหรับจิณณวัตรเมื่อพบว่าสิบโมงเข้าไปแล้ว อีกคนก็ยังไม่ออกมา จะว่าตื่นแล้วแต่ยังไม่ออกมา เลยเดินไปลองเอาหูแนบประตูครู่หนึ่งทุกอย่างในห้องก็เงียบกริบ

            เลยเคาะสองสามครั้งก็ยังเหมือนเดิม จึงถือวิสาสะไขกุญแจเข้าไปดูเพื่อให้แน่ใจว่าคนข้างในไม่เป็นอะไร

            “ตะวันๆ ๆ ไม่สบายหรือเปล่า”

            เขานั่งลงบนเตียงข้างคนหลับสนิท ยกหลังมือขึ้นแตะตรงหน้าผากก็พบว่าตัวร้อน ตรงมุมปากกับแก้มขาวละเอียดจนมองเห็นรอยพบช้ำขึ้นมาบ้างแล้ว เขาไม่รอช้ารีบออกไปสั่งข้าวต้มจากร้านอาหารแล้วเตรียมยากับน้ำมาให้ทันที

            “ตะวันๆ ๆ ลุกขึ้นมากินอะไรก่อนนะ คุณมีไข้น่ะต้องกินยา”

            เขย่าคนป่วยหลายครั้งกว่าดวงตาคู่สวยที่ปิดอยู่จะค่อยๆ ลืมขึ้น เขารีบช้อนตัวเพื่อช่วยให้ลุกนั่งได้สะดวกขึ้น อาทิตยารีบยกมือขึ้นลูบหน้าลูบผมตัวเอง เพราะปวดหัวหนึบๆ ปากก็ขมไปหมด

            “กินอะไรก่อนนะแล้วกินยาตาม ถ้าไม่ดีขึ้นผมจะพาไปหาหมอ”

            แต่เพียงแค่ได้ยินคำหลังหญิงสาวก็แทบจะอยากแย่งยาจากมือเขามากินในทันทีก็ว่าได้ เพราะกลัวจะเป็นหนักงานค้างหลายอย่างยังไม่ได้รับการสะสางเลย

            “คงไม่ต้องก็ได้ค่ะ กินข้าวกับยาแล้วนอนพักก็คงจะดีขึ้น แต่ตอนนี้ฉันอยากจะล้างหน้าแปรงฟันก่อนค่ะ”

            ว่าแล้วก็ค่อยๆ ลุกขึ้นโดยมีเขาคอยพยุงไปส่งในห้องน้ำ แถมรอรับชนิดไม่หนีห่างไปไหนอีก แถมอาสาจะป้อนให้ด้วยความมีน้ำใจ แต่ก็ถูกคนป่วยปฏิเสธด้วยการยกมือมาจับช้อนตักข้าวเข้าปากเอง เขาถึงได้ยินยอม

            “นอนพักนะ เดี๋ยวผมจะแวะเข้ามาดูเรื่อยๆ ถ้าไม่หายผมจะพาไปหาหมอห้ามดื้อ”

            เขายกถาดเดินออกจากทันทีไม่ยอมให้แย้งได้ แต่ถึงมีโอกาสคนป่วยก็ไม่คิดจะทำ เพราะปวดหัวแถมหนาวจนต้องรีบมุดตัวลงไปหาผ้าห่มหนาแล้วปิดเปลือกตาลงอย่างอ่อนแรงและหลับไป จึงไม่ได้รู้ว่าเขาเดินเข้ามาทรุดตัวลงนั่งอยู่ใกล้ๆ

            ยกหลังมือแตะหน้าผากดู พบว่าตัวเย็นลงกว่าเมื่อสองชั่วโมงก่อนแล้วถึงได้เบาใจ ดวงตาคู่คมจ้องมองดวงหน้าขาวกับรอยฟกช้ำอยู่เนิ่นนานอย่างไม่รู้จักเบื่อหน่าย พลันคำขู่ไอ้หัวหน้าโต๊ะพนันที่เขาได้ยินผ่านเครื่องดึกฝังก็แล่นเข้ามาในความคิด

            ‘จับมันไปทั้งสองคน อ้อมออกไปหารถหลังร้านโน่นแล้วเอาไปเก็บไว้ที่โกดัง กูจะออกไปเคลียร์กับตำรวจเสร็จงานเมื่อไหร่ กูจะเอาไอ้ห่านี่ไปไว้เรียกค่าไถ่ ส่วนอีนังนี่ก็จะเป็นผัวมันก่อน แล้วพวกนี้ค่อยเรียงคิวกับมัน สะใจเมื่อไหร่กูจะส่งมันไปขาย หรือถ้ามันแผลงฤทธิ์มากนักก็เชือดมันทิ้งเลย’

            ตอบตัวเองไม่ได้ว่าทำไมถึงเกลียดไอ้บ้านั่นนัก ไม่อยากจะวาดภาพว่าถ้าเรื่องไม่จบลงแบบนี้เขาจะทำยังไง จะชดใช้สิ่งที่เธอทำให้ครอบครัวเขาได้ยังไง

            สองครั้งแล้วที่เธอต้องพาตัวเองเข้าไปเสี่ยงเพื่อช่วยน้องๆ เขา น้องที่เขาแทบไม่เคยได้ใส่ใจดูแลทุกข์สุขเลยนับตั้งแต่กลับจากเมืองนอกมา

            ไม่ใช่สิ!

            ต้องเรียกได้ว่านับตั้งแต่เขาถูกส่งไปเรียนต่างหาก หรือแม้กระทั่งพ่อแม่เขาก็ไม่ได้ ใส่ใจอะไรมากมายนัก เพราะไม่ใคร่มีปัญหาเกิดขึ้นกับคนในบ้านเลย

            อีกทั้งเขาก็งานยุ่งมากจนไม่มีเวลาให้ใครนอกจากหาความสุขใส่ตัวเองกับสาวๆ รอบกายเท่านั้น ไม่ว่าจะสาวเทศหรือไทย เขาก็ไม่เคยเกี่ยง จนน้องเดือดเพราะคู่นอนของเขา

            แม้จะไม่ใช่ความผิดตรงๆ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ เพราะถ้าเขาไม่สลัดรักนางแบบสาวไปอย่างไม่ไยดี เจ้าหล่อนคงไม่แค้นฝังหุ่นจนหาโอกาสเอาคืนกับน้องเขาเป็นแน่

            แล้วจะมีเรื่องร้ายๆ จากสาวๆ ของเขาอีกไหม แล้วสาวคนนี้ล่ะจะคอยช่วยเหลือหรือแบ่งเบาภาระไปได้อีกนานแค่ไหน สาวที่เขาแทบไม่เคยมองไปในทิศทางอื่นนอกจากคนรู้จักและคุ้นเคย

            คนที่ยั่วประสาทให้อยากแกล้งกลับบ่อยครั้งเมื่อได้อยู่ใกล้ แต่พอเห็นเธอเจ็บป่วยเขาก็อดห่วงอดกังวลไม่ได้

            +++++

    E-Book พร้อมโหลดแล้วค่ะ 

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

            

    สนใจโหลดตัวอย่างอ่านก่อนซื้อได้ค่ะ

    ร้อยดาวตะวันเดียว [My Daylight]กันเกราwww.mebmarket.comอ้อ!!! บีบน้ำตาด้วย บอกแล้วไงว่ากับผมไม่ต้องบิ้วมากหรอก แค่นี้น้องชายผมก็ตื่นจะแย่แล้วอยากจะเถียงหรือด่าทอกลับเต็มกำลัง




    ****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเรื่องจะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็นกำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในครอบครองอยู่แล้วค่ะ ******

    ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม


            และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
    รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง



    เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้

            ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
    ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ

            

            IFrame

    สงวนลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย

    สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗

    ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็นลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็นประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น

            IFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrameIFrame


    คล้ายกับเรื่องร้อยดาวตะวันเดียว [My DayLight] ที่คุณอ่าน