ตอนที่ 13 ปลอบขวัญ
ถังชิงหลวนมาถึงเรือนของฮูหยินผู้เฒ่าแล้วหลังมื้อเที่ยงฮูหยินผู้เฒ่ายัง้าพักผ่อนอีกสักพัก ตอนนี้ที่นี่จึงกลายเป็ห้องเงียบสงบไม่รู้ว่าทางเรือนทายาทนั้นเื่ราวเป็อย่างไรต่อ ทว่าในที่สุดหลังความวุ่นวายผ่านพ้นไปนางก็ได้พักอย่างสงบเสียที ถังชิงหลวนก้าวเข้าไปในห้องเดิมเมื่อตอนเช้าดื่มชาเย็นชืดไปสองแก้วและกินติ่มซำบนโต๊ะไปสองชิ้น
ั้แ่มาถึงจนกระทั่งตอนนี้นางยังไม่ได้กินมื้อเที่ยงเลยที่จริงก็หิวจัดมาสักพักแล้ว แต่นางไม่อยากขอให้ใครช่วยทำมื้อเที่ยงให้ เพราะรู้ดีว่าสีหน้าของคนเ่าั้เวลาไม่ได้อยู่ต่อหน้าเ้านายเป็อย่างไรวันนี้นางไม่อยากเห็นสีหน้าแบบนั้นมากไปกว่านี้อีกแล้ว
ติงเซียงกำลังจะนำกาน้ำร้อนไปต้มใหม่อีกครั้งวันนี้นางต้องเปลี่ยนกาไปแล้วถึงสามรอบ แต่คุณหนูก็ยังไม่ได้ดื่มชาร้อนๆ เลยสักอึก
ถังชิงหลวนรู้สึกโล่งใจในที่สุดก็สามารถถอนตัวออกมาจากเื่แย่ๆ ได้แล้ว แม้จะถือเป็เื่น่าใแต่ก็ไม่ได้มีอันตรายร้ายแรงในเมื่อท่านโหวตอบตกลงตามข้อเสนอ คงไม่ทำตัวเป็คนจิตใจคับแคบทำให้บิดาของนางต้องเดือดร้อนเพราะเื่ที่นางขอถอนตัวออกจากจวนโหวแน่ อีกอย่างรอบข้างก็มีพยานอยู่
ที่จริงวันนี้ต้องขอบคุณฉีจิ่งเฮ่าผู้นั้นด้วยหากไม่ใช่เพราะได้เขาช่วยห้าม ไม่แน่ว่านางอาจถูกตบไปแล้วก็เป็ได้และเื่ขอถอนตัวคงไม่ผ่านพ้นไปอย่างราบรื่นเช่นนี้ หากไม่มีคนนอกอยู่ด้วยไม่แน่ว่านายท่านใหญ่และฮูหยินใหญ่อาจไม่ไว้หน้านางขนาดนี้ผู้มีฐานะสูงส่งไม่ว่าอย่างไรก็ต้องทำให้ตนเองดูดีไว้ก่อน นี่เป็เื่จริงสินะ
ถังชิงหลวนถอนหายใจแล้วเปิดกล่องยาหยิบขวดยาที่แตกออกมา ใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดบริเวณด้านในที่เปียกให้สะอาด
ติงเซียงยกกาน้ำชาเข้ามาพอดีเมื่อเห็นเช่นนั้นก็ตรงรี่เข้ามา “คุณหนูดื่มชาเถอะเ้าค่ะบ่าวช่วยเช็ดให้ดีกว่า”
ถังชิงหลวนตอบ “ไม่เป็ไร เ้าเองก็คงหิวแล้วสินะ นั่งลงดื่มชากินติ่มซำก่อนเถอะไว้กลับจวนแล้วพวกเราค่อยหาของดีๆ กินกัน”
ติงเซียงตอบรับแต่ก็ยังช่วยเช็ดกล่องจนสะอาด เื่เมื่อครู่ที่เกิดขึ้นนางก็มิได้เอ่ยถามออกมาสักคำนางรู้ดีว่าถามไปคุณหนูก็คงไม่ตอบ เพียงแต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นนางเองก็อยู่ร่วมด้วยดังนั้นถึงไม่ถามก็พอจะเดาเื่ราวออก
ผ่านไปได้ราวครึ่งชั่วยามก็ยังไม่มีวี่แววว่าฮูหยินผู้เฒ่าจะตื่นแต่กลับได้ยินเสียงเบาๆ ของฮูหยินใหญ่ดังมาจากลานด้านนอก ดูเหมือนนางกำลังถามถึงอาการของฮูหยินผู้เฒ่าอยู่หลังถามเสร็จฮูหยินใหญ่ก็มิได้ไปไหน แต่เดินเข้ามาในห้องโถงของเรือนหลักจิ้งโหวของฮูหยินผู้เฒ่า
ผ่านไปครู่หนึ่ง สาวใช้ข้างกายของฮูหยินใหญ่มีนามว่าจินเป่าก็เปิดม่านเดินเข้ามา
พอเห็นนางถังชิงหลวนก็ก้มศีรษะทักทายจินเป่ายกยิ้มเต็มหน้าแล้วเดินมานั่งลงบนเก้าอี้ข้างนาง “คุณหนู กินมื้อเที่ยงแล้วหรือยัง”
ถังชิงหลวนไม่อยากจะทำให้เื่วุ่นวายจึงพยักหน้าตอบรับ “กินแล้วเ้าค่ะ”
จินเป่ายิ้มแล้วพยักหน้ายื่นมือไปแตะกาน้ำชาแล้วเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางใ “โธ่! ชานี่เย็นหมดแล้ว ทำไมถึงไม่มีใครเปลี่ยนให้กัน”พูดจบก็ลุกขึ้นทำท่าจะไปเรียกคนที่หน้าประตู
ติงเซียงรีบห้าม “ให้ข้าน้อยไปเปลี่ยนเถิดเ้าค่ะ...” น้ำชาเย็นลงอีกแล้วที่จริงเมื่อครู่นางก็คิดจะไปเปลี่ยน แต่คุณหนูบอกว่าดื่มชาไปมากแล้วไม่ต้องเปลี่ยนอีก รอให้อยากดื่มค่อยไปเปลี่ยนก็ได้
ถังชิงหลวนแค่เห็นก็เข้าใจที่จินเป่ามาคงเพื่อแจ้งข่าวสารจากฮูหยินใหญ่เป็แน่ จึงเอ่ยว่า “ให้ติงเซียงไปเถอะเ้าค่ะ”
จินเป่าเข้ามาด้วยจุดประสงค์นั้นจริงจึงยิ้มแล้วยื่นกาน้ำชาให้พร้อมกับเอ่ยด้วยความเกรงใจ “ลำบากเ้าแล้ว”
ติงเซียงก้มศีรษะคำนับแล้วถือกาน้ำชาออกไปทันที
จินเป่ากลับมานั่งที่เดิมอีกครั้งนางยกยิ้มขณะเอ่ย “วันนี้ช่างเป็วัน...ไม่ดีของฮูหยินผู้เฒ่าเสียจริงวุ่นวายไปหมด ไม่คิดเลยว่าจะเกิดเื่ไม่คาดฝันขึ้นมาแบบนี้ วุ่นวายเสียจนน่าอับอาย...”
ถังชิงหลวนมิได้พยักหน้าคล้อยตามอีกฝ่ายเพราะคำพูดเหล่านี้นางไม่อยากจะคล้อยตามสักเท่าไร
จินเป่าเงียบไปครู่หนึ่งจึงเอ่ยต่อ“ฮูหยินใหญ่เองก็ใมากเหมือนกัน ดังนั้นจึงร้อนรนและสูญเสียความใจเย็นไปเมื่อครู่ก็เพิ่งจะสงบใจลงและคิดได้ มีบางเื่ที่ทำไปโดยมิทันได้คิดให้รอบคอบหวังว่าคุณหนูถังจะไม่ใส่ใจ”
ในใจถังชิงหลวนยังคงรู้สึกระแวงวินาทีที่นางเห็นจินเป่าก็รู้สึกกังวลแล้วว่าฮูหยินใหญ่ผู้นั้นกำลังคิดกลับคำหรือไม่เป็ไปได้ว่าที่มาหาตนก็เพื่อขอคืนคำของนายท่านใหญ่ หรืออาจใช้อำนาจมาบีบบังคับให้ตนยอมยกเลิกเื่ที่ได้มีการตกลงกันไปเสร็จเรียบร้อยแล้ว
จินเป่ายังคงมองนางอย่างพินิจพิเคราะห์พร้อมกับยิ้มไปพูดไป“อันที่จริงท่านโหวของพวกเราเชื่อมั่นในตัวคุณหนูถังมากคุณหนูตรวจรักษาโรคให้กับเหล่านายหญิงและคุณหนูของจวนเรามานานสองปีกว่าแล้ว ท่านเป็คนมีนิสัยอย่างไรฮูหยินใหญ่ย่อมรู้ดีแต่วันนี้เพราะร้อนรนเกินไปจึงไม่ทันได้ระวัง อีกทั้งเพราะยังถูก...สาวใช้สูงวัยเหลิ่งยุยงเข้าจึงไม่ทันได้ระงับอารมณ์ที่จริงถึงคุณหนูถังจะไม่สาบาน ฮูหยินใหญ่ของพวกเราก็ยังเชื่อถือคุณหนูถังอยู่ดี”
ถังชิงหลวนยิ้มแล้วพยักหน้าให้“ข้าเองก็รู้ ฮูหยินใหญ่ดีกับข้ามาตลอด เื่เล็กน้อยเพียงแค่นี้มิเป็ไรเลยเ้าค่ะอีกทั้งข้าเองก็ได้ให้สัตย์สาบานไปแล้วว่าจะไม่พูด ดังนั้นข้าย่อมไม่พูด ฝากเรียนฮูหยินใหญ่ด้วยว่าโปรดวางใจข้าเองก็จะบอกให้ตัวเองวางใจเช่นกัน”
“คุณหนูถังใจกว้างยิ่งนักมิน่าเล่าฮูหยินใหญ่จึงพูดอยู่เสมอว่าคุณหนูเป็คนจิตใจกว้างขวาง คุณหนูคนอื่นล้วนเทียบไม่ได้เลยสักนิด...”จินเป่าเอ่ยถึงตรงนี้ก็หัวเราะขึ้นมา
ถังชิงหลวนเพียงแค่ยิ้มแล้วตอบอย่างถ่อมตน“ฮูหยินใหญ่ชมเกินไปแล้วเ้าค่ะ” แต่จนแล้วจนรอดนางก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าที่จริงแล้วฮูหยินใหญ่้าจะพูดสิ่งใดกันแน่
จินเป่าหยุดไปเล็กน้อยแล้วเอ่ยต่อ“ฮูหยินใหญ่กล่าวว่าถึงแม้หลังจากนี้คุณหนูถังจะไม่มาตรวจรักษาให้กับฮูหยินผู้เฒ่าเหล่าฮูหยินและคุณหนูทั้งหลายแล้ว แต่ก็ขอเชิญให้มาเที่ยวเล่นบ้างคิดเสียว่าที่นี่เป็บ้านญาติสนิท เข้ามาเดินเล่นได้บ่อยตาม้า ในราชสำนักท่านโหวเองก็ยกย่องท่านหมอหลวงถังไม่น้อยย่อมยินดีที่จะได้ไปมาหาสู่กันอยู่แล้วเ้าค่ะ”
เมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูดออกมาแบบนี้ถังชิงหลวนจึงเข้าใจในทันที
ฮูหยินใหญ่กำลังใช้วิธีรวมคนเข้ามาเป็พวกตนในเมื่อเื่ที่นางขอถอนตัว จะไม่อยู่ประจำตรวจรักษาโรคให้กับเหล่าสตรีในจวนนี้เป็เื่ที่ลุล่วงแล้วฮูหยินใหญ่ย่อมไม่มีหนทางที่จะแก้ไขได้อีก เช่นนั้นจึงต้องปลอบขวัญนาง เพื่อมิให้นางออกจากจวนโหวไปด้วยความอึดอัดใจจนคิดอาฆาตแค้นเื่นี้ถือว่าสำคัญมาก ต้องระงับความไม่พอใจทั้งหมดของนางลงให้ได้เพื่อที่นางจะได้ไม่คิดตอบโต้หรือแก้แค้นจนเอาเื่ภายในจวนโหวไปพูด
สรุปก็คือฮูหยินใหญ่ยังไม่วางใจนางแม้จะรู้ว่าเื่กู้เซิงโหรวท้องก่อนแต่งนั้นมีผลกระทบร้ายแรงมาก และนางคงไม่กล้าพูดเพราะได้ให้คำสัตย์สาบานไปแล้ว แต่ฮูหยินใหญ่ก็ยังกังวลว่านางอาจแพร่งพรายเื่อื่นของจวนโหวอยู่ดีเช่นคุณหนูคนนั้นคนนี้มีอาการโรคอย่างไร นายหญิงคนไหนมีอาการโรคอย่างไร...ทั้งหมดนี้ล้วนแต่จะปล่อยให้เล็ดลอดออกไปไม่ได้ทั้งสิ้น
แน่นอน ฮูหยินใหญ่ย่อมไม่มีทางยอมเชื่อนางโดยไม่มีข้อแม้ใดๆแน่
ตรงจุดนี้ถังชิงหลวนเองก็รู้ดีขอแค่ไม่ใช่การคิดร้ายกับตัวนาง หรือบังคับให้นางอยู่ต่อ นางก็ยังพอที่จะคบค้าสมาคมด้วยต่อไปได้ถังชิงหลวนจึงยิ้มแล้วตอบกลับ “แน่นอนเ้าค่ะพูดเช่นนี้อาจจะดูไม่ดีนัก แต่หากเป็อย่างที่กล่าวมา หากสตรีในจวนโหวเกิดป่วยไข้ก็สามารถไปหาข้าได้ข้าจะมาดูให้อย่างแน่นอน ขอฮูหยินใหญ่โปรดวางใจ ข้าไม่เพียงร่ำเรียนวิชาแพทย์มาจากท่านพ่อเท่านั้นแต่ยังเรียนจรรยาบรรณของแพทย์มาด้วย เื่ต่างๆ ในจวนนี้ข้าให้คำมั่นว่าจะไม่พูดออกไปแม้แต่น้อยเ้าค่ะ”
จินเป่าถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกแต่ถึงอย่างไรก็ยังเชื่อไม่ได้อยู่ดีจึงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “นั่นมันแน่อยู่แล้ว! ฮูหยินใหญ่เองก็เชื่อใจคุณหนูถังท่านมีทั้งวิชาแพทย์ มีทั้งจรรยาแพทย์เช่นนี้ คุณสมบัติของคุณหนูถังมิจำเป็ต้องพูดถึงหรอกฮูหยินใหญ่มักพูดเสมอว่าเห็นเ้าเป็เสมือนบุตรสาวคนหนึ่ง เหมือนอย่างคุณหนูสาม คุณหนูสี่และคุณหนูเจ็ดอย่างไรเล่า!”
คุณหนูสามคุณหนูสี่เป็บุตรสาวของอนุภรรยา
ถังชิงหลวนยิ้ม “นายหญิงใหญ่กล่าวชมกันเกินไปแล้ว”
จินเป่าจึงหัวเราะแล้วเอ่ย“โธ่! ตายจริง เกือบลืมแล้วเชียวที่ห้องครัวตั้งใจทำเมล็ดสนทอดเนยม้วนกรอบให้คุณหนูด้วย คุณหนูรอตรงนี้ก็แล้วกันข้าจะไปยกมาให้เอง” พูดจบก็ลุกขึ้นพร้อมรอยยิ้ม
ผ่านไปไม่นานจินเป่าก็ยกถาดรองที่มีติ่มซำ ผลไม้และสิ่งอื่นเข้ามา เมื่อวางดีแล้วก็เอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม“ฮูหยินผู้เฒ่าตื่นแล้วข้าเองก็ควรกลับไปที่ห้องเสียที”
ถังชิงหลวนรีบพยักหน้าให้“ท่านพี่ไปเถอะเ้าค่ะ”
จินเป่าจึงรีบออกไปทันที
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/8892e502b7dd0f501cb1819d83b32a83