โชคกลับมาพร้อมกับได้ยินเสียงพูดคุยหัวเราะกันอย่างมีความสุขมาจากด้านในห้องครัว
นั้นช่วยสร้างรอยยิ้มให้โชคได้เป็อย่างมาก โชคเดินเข้าไปในครัวทำให้ทั้งสองคนนั้นต่างจ้องมองด้วยรอยยิ้ม
“ โชคุงซื้ออะไรมาเหรอ ”
“ อันนี้เรียกว่าบัวลอยน่ะ ส่วนอันนี้ลอดช่อง พอดีไปเจอแถวปากซอยน่ะเลยซื้อมาฝาก ”
ปกติโชคก็ไม่ค่อยได้ซื้อของพวกนี้กินสักเท่าไร นั้นเลยทำให้ยูกิโกะจำของหวานสองอย่างนี้ไม่ได้ก็ไม่ใช่เื่แปลก
หลังมื้อที่แสนอร่อยยูกิโกะก็ช่วยเก็บถ้วยจามและนำไปล้างและเก็บเข้าที่อย่างคล่องแคล่ว นั้นทำให้ป้าแก้วชื่นชมปนสงสัย เด็กคนนี้ท่าทางเป็คนขยัน จับทำอะไรก็ดูคล่องแคล่วไปหมด แต่เก่งแค่ไหนก็ไม่น่าจะจำตำแหน่งต่างๆของเครื่องใช้ได้แม่นยำขนาดนี้ นี่ราวกับว่ายูกิโกะคนนี้เคยอาศัยบ้านหลังมาก่อนยังไงยังงั้น
ซึ่งก็คล้ายจะเป็อย่างนั้นจริงๆ เพราะหลายปีมานี้ยูกิโกะแทบจะทำได้ทุกส่วนในบ้านหลังนี้ได้แล้ว
ยูกิโกะขอตัวไปห้องน้ำ ป้าแก้วที่ได้ยินก็ชี้ทางและบอกว่าอยู่ทางด้านหลัง ยูกิโกะขานขอบคุณและมุ่งตรงไปยังห้องน้ำทันที นี่ก็สร้างความประหลาดใจให้ป้าแก้วอีกครั้ง ยูกิโกะนั้นเดินตรงไปห้องน้ำโดยไม่มีท่าทีจะเหมือนมาเป็ครั้งแรกเลย
“ นี่ลูกโชค หนูได้พายูกิโกะเดินทัวร์บ้านมาแล้วเหรอลูก ”
“ ออ ยังเลยครับ ว่าสักพักจะพาเดินรอบๆบ้านหน่อย ”
“ ยูกิโกะเขาเหมือนจะรู้ทุกซอกทุกมุมของบ้านดีจังเลยนะ เป็คนนช่างสังเกตุจริงๆ ”
โชครู้แล้วว่าป้าแก้วน่าจะสงสัยเื่นี้ แต่ก็คิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไรจึงได้ตอบรับตามที่ป้าแก้วว่ามา
พอตกเย็นโชคก็พายูกิโกะไปงานถนนคนเดินที่จัดขึ้นประจำทุกสัปดาห์ ยูกิโกะรู้สึกว่างานแบบนี้แตกต่างจากที่เคยเจอมาหลายทีมาก
ที่นี่มีคนเล่นดนตรีพื้นบ้าน ของกินแปลกตา ของขายก็มีแต่ของที่น่าสนใจ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็ของในพื้นที่มาขาย
โชคจูงมือยูกิโกะเดินเที่ยวจนครบรอบ และขณะที่เดินทางกลับก็เจอเพื่อนตอนเรียนวิชาชีพพอดีจึงได้กล่าวทักทายกัน
“ เห้ย ! ไอ้โชค ”
“ อ่าวว่าไงแสบ ”
“ เห้ย !! นี่อยากบอกน่ะ ! เป็สาวญี่ปุ่นคนตอนนั้นน่ะ แต่งกันแล้วเหรอ ไม่เห็นชวนเพื่อนๆไปงานเลยวะ ”
โชคที่จับมือกับยูกิโกะอยู่ก็รีบปล่อยมือและรีบอธิบายให้เพื่อนฟัง
“ ใช่ คนนั้นแหละที่แกไปตอบข้อความเขาเมื่อก่อน แต่ยังไม่แต่งเลย เห้ย !! ไม่ใช่หมายถึงว่าเป็เพื่อนกัน เขาแวะมาเที่ยวเฉยๆ ”
“ ดูไม่ค่อยมีพิรุธเลยนะมึง แล้วเธอมาพักที่ไหนล่ะ ”
“ เออ … บ้านกูเองแหละ ”
“ อ่าาาาา รู้ล่ะๆ เพื่อนกันแหละ ปิดตาเหมือนกัน พักบ้านเดียวกัน อ่ะๆ ไม่ยุ่งๆล่ะๆ แต่งเมื่อไรอย่าลืมชวนกูละกัน ”
ไอ้แสบพูดจบก็รีบควบรถมอเตอร์ไซต์และรีบขี่ออกไปอย่างไว ทิ้งไว้ให้โชคพยายามเรียกและจะอธิบายเพิ่มแต่นั้นก็ไม่มีผลอะไรแล้ว
“ เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นเหรอ ”
ยูกิโกะที่พอจับใจความว่าเพื่อนมาถามเพื่อนความสัมพันธ์ของตัวเองกับโชค แต่ก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมโชคถึงได้มีท่าทางแปลกๆอย่างนี้
โชคไม่ค่อยอยากตอบจึงพยายามบ่ายเบี่ยงคำถามและพายูกิโกะนั้นกลับบ้าน ยูกิโกะแม้สงสัยแต่ก็รู้ดีว่าโชคไม่อยากจะพูดเธอก็ไม่ถามอีก
วันรุ่งขึ้นป้าแก้วก็พาทั้งสองคนนั้นไปวัดเพื่อทําบุญใส่บาตรกันแต่เช้า ั้แ่ยูกิโกะมาถึงที่ไทย ทุกๆอย่างที่เธอเจอล้วนเป็สิ่งที่ทำให้เธอนั้นมีความสุขตลอดเวลา พอคิดๆดูแล้วยูกิโกะเองก็ไม่อยากจะกลับไปใช้ชีวิตลำพังที่สุดแสนจะน่าเบื่อแบบเดิมนั้นอีกแล้ว
ยูกิโกะคิดแล้วก็เศร้าเหม่อจนโชคต้องเรียกหลายรอบกว่าเธอจะรู้สึกตัว
หลังจากเสร็จภารกิจในตอนเช้า โชคก็พายูกิโกะตามรอยที่ครั้งหนึ่งเคยพายูกิโกะไปเที่ยวผ่านดวงตาของโชค ครั้งนี้โชคจะพาเธอไปและให้เธอััด้วยร่างกายและดวงตาของยูกิโกะเอง
ป้าแก้วมองหน่มสาวที่สวมหมวกกันน็อคกำลังจะขับรถจักรยานยนต์ออกไป เหมือนนี่จะทำให้ป้าแก้วหวลนึกถึงวันเก่าๆของตัวเองเมื่อครั้งยังสาว
“ ขับรถระมัดระวังนะลูก ”
โชคหันมาโบกมือให้เป็การรับทราบในสิ่งที่ป้าแก้วพูด ก่อนจะขับรถออกไปอย่างช้าๆโดยมียูกิโกะนั่งซ้อนท้าย
บรรยากาศทั้งสองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ร่มรื่น ทำให้บรรยากาศในการเดินทางนั้นเต็มไปด้วยความสุข ยูกิโกะที่ใช้มือจับเสื้อที่เอวของโชคก็ค่อยๆเปลี่ยนไปเป็จับเอวของโชคแทน
เมื่อทั้งสองไปถึงน้ำตก ่นี้ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมากเท่าไรเพราะไม่ใช่หน้าร้อน
โชคสั่งส้มตำกับไก่ย่างและพายูกิโกะไปนั่งแช่เท้าที่บริเวณน้ำตก ยูกิโกะที่ได้ลองกินส้มตำก็ต้องรีบกินน้ำตามทันทีเพราะมันมีรสจัดมากๆ
ยูกิโกะพยายามกินอีกหลายครั้งแต่ดูเหมือนเธอจะไม่สามารถกินมันได้ แก้มขาวๆทั้งสองข้างตอนนี้กลายแดงอมชมพูเพราะความเผ็ดที่กินเข้าไป
กลับกันยูกิโกะกลับชอบกินปีกไก่ย่าง เธอกินไปหลายไม้อย่างถูกใจ โชคที่เห็นยูกิโกะพยายามแทะไก่ก็ทำให้อดที่จะยิ้มในความน่ารักของเธอไม่ได้
หลังจากกินกันจนอิ่มแล้วทั้งคู่ก็ยังคงนั่งแช่เท้าอยู่อย่างนั้น บรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสียงน้ำ เสียงธรรมชาติทำให้ดูสงบร่มรื่น
“ ขอบใจน่ะ โชคุง ”
อยู่ๆยูกิโกะก็พูดขอบคุณขึ้นมา ทำให้โชคงุนงงเล็กน้อยเพราะไม่รู้ว่าขอบคุณเื่อะไร
“ เออ ขอบคุณเื่อะไรล่ะ ”
“ ทุกๆเื่นั่นแหละ ทุกๆอย่างที่นายทำเลย ”
“ ออ ไม่เป็ไรหรอก อย่าคิดมากเลย เราเต็มใจมากๆ ”
“ อาริกาโตะนะ โชคุง ”
“ เอาน่ะอย่าคิดมากเลย เื่เล็กน้อย เราจะไปต่อที่อื่นกันเลยไหม ”
โชคพายูกิโกะเดินทางอีกครั้งเพื่อไปยังร้านคาเฟข้างทาง ที่นี่ถูกจัดแต่งด้วยบรรยากาศที่อบอุ่นน่ารักๆ ซึ่งนั้นก็ทำให้ยูกิโกะนั้นถูกอกถูกใจอยู่ไม่ใช่น้อยเลย ถึงแม้เธอจะเคยเจอร้านจัดวางแบบนี้มาบ้างในญี่ปุ่น แต่ที่นี่ดูกว้างขว้างกว่า อีกทั้งยังมีวิวธรรมชาติให้ดูอีกนับว่าเป็สถานที่สวยงามมากจริงๆ
ทั้งสองคนเดินทางกลับมาใกล้ถึงบ้านประมาณ่สี่โมงเย็น โชคพายูกิโกะขับไปตามถนนที่เต็มไปด้วยทุ่งข้าวสีเขียวทั้งสองข้างทาง ก่อนที่ไม่นานโชคก็จอดรถลงเพื่อให้ยูกิโกะได้ยื่นชมสถานที่แห่งนี้
กลิ่นต้นข้าวอ่อนๆหอมลอยมาแตะจมูกทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ซึ่งบวกกับสายลมที่พัดต้นข้าวเป็คลื่นๆก็ทำให้รู้สึกสงบ
อยู่ๆยูกิโกะก็ะโบ้างอย่างออกไปด้วยภาษาญี่ปุ่นไปหลายประโยค ซึ่งโชคเองก็ไม่รู้ว่าเธอพูดอะไรไป พอถามยูกิโกะก็บอกว่าเป็ความลับ
ยูกิโกะยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ปลายผมถูกลมพัดพริ้วออกมาบดบังใบหน้าเล็กน้อย โชคที่จ้องมองกลับถูกบรรยากาศและความน่ารักของยูกิโกะสะกดเอาไว้ไม่อยากถามอะไรออกไปอีก ขอเพียงได้หยุดเวลานี้ตรงไว้ได้นานอีกนิดหนึ่ง โชคก็สุขใจมากๆแล้ว