“ไอ้กายแย่แล้ว” ทีปกรวิ่งกระหืดกระหอบเข้าห้องนอนของตนด้วยสีหน้าตื่นตกใจ ยิ่งทำให้คนขวัญอ่อนอย่างเกียกกายตกใจตามไปด้วย
“อะไรวะ อย่าบอกนะว่าน้องน้ำฟ้ามาถึงที่นี่”
“ใช่”
“เฮ้ย! แล้วรู้บ้านนายได้ไงวะ”
“เรื่องนั้นไม่สำคัญ ฉันมั่นใจว่าน้องน้ำฟ้าไม่ได้มาแบบคน”
“หะ! หมายความว่ายังไง ไม่ได้มาแบบคน”
“อย่าเพิ่งถามมาก นายรีบโทรกลับไปหาน้องก่อน” เกียกกายคว้าโทรศัพท์ที่อยู่บนเตียงโทรหาน้ำฟ้าอย่างทุลักทุเล พร้อมเปิดลำโพงเพื่อให้เพื่อนรักได้ฟังบทสนทนาด้วยดังเคย
ตู๊ด… ตู๊ด… ตู๊ด…
“ฮัลโหล”
“น้ำฟ้า…”
“ไม่ใช่น้ำฟ้าค่ะพี่กาย นี่แพรวเป็นเพื่อนของน้ำฟ้าค่ะ” ปลายสายพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“พี่ขอสายน้ำฟ้าหน่อยสิครับ อยู่แถวนั้นไหม” เกียกกายพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรนเพราะหวังว่าจะไม่เป็นดั่งที่ทีปกรพูด ถึงแม้เกียกกายจะไม่มีความรักให้น้ำฟ้าแต่ก็ไม่อยากให้ตายเช่นกัน
“อยู่ค่ะ แต่พี่กายคงคุยด้วยไม่ได้เพราะตอนนี้น้ำฟ้าตายแล้ว อึก…" ปลายสายยังพูดด้วยเสียงที่สั่นเครือ และสะอื้นขึ้นเมื่อพูดถึงคำว่า ‘ตาย’
“น้ำฟ้าตาย!” เกียกกายใจหายวูบ ทั้งยังพูดเสียงดังด้วยความตกใจ ไม่อยากเชื่อว่าสิ่งที่ตนได้ยินนั้นจะเป็นเรื่องจริง
“ตายได้ยังไง” ทีปกรเริ่มพูดแทรกขึ้นมาบ้าง
“คือว่า… น้ำฟ้าตกบันไดแล้วแท้งลูกค่ะ ที่ตายก็เพราะว่าเสียเลือดมาก”
“แท้งลูก? น้ำฟ้าท้องเหรอ?”
“ใช่ค่ะ ทุกคนก็ตกใจเหมือนพี่นั่นแหละ ไม่มีใครรู้มาก่อนเลยว่าน้ำฟ้าท้อง แค่นี้ก่อนนะคะพี่กาย ตอนนี้ทุกคนกำลังวุ่นวายมากเลยค่ะ”
“เดี๋ยว ๆ ยังไง พรุ่งนี้ก็โทรมาบอกด้วยนะว่าอยู่วัดไหน เดี๋ยวพี่จะไป” ทีปกรรีบพูดอย่างรวบรัดด้วยความรู้สึกเกรงใจ
“ได้ค่ะ” ปลายสายรีบวางโทรศัพท์ใส่ทันทีเมื่อพูดจบ
“อะไรวะเนี่ย สับสนไปหมดแล้ว” เกียกกายมองหน้าทีปกรด้วยความงุนงงกับเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างตนกับน้ำฟ้า ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา
“อย่าบอกนะที่น้องน้ำฟ้าพยายามจะมีอะไรกับนาย เพราะต้องการหาพ่อให้กับลูกตัวเอง”
“เป็นเพราะฉันใช่ไหม น้องถึงได้ตาย” ถึงแม้ว่าเด็กในท้องจะไม่ใช่ลูกของตนก็ตาม แต่เกียกกายก็ยังรู้สึกผิดที่ปล่อยให้น้ำฟ้าต้องวิ่งออกจากห้องพักผู้ป่วย โดยที่ตนไม่พูดอะไรออกมาสักคำเพื่อเป็นการปกป้องน้ำฟ้าจากธาริณี จึงทำให้เกิดเหตุการณ์บานปลายขึ้นเช่นนี้
“เฮ้ย ไม่ใช่ความผิดนายสักหน่อย ที่น้องต้องตายมันเป็นเพราะอุบัติเหตุ” ทีปกรพูดปลอบใจเพื่อนรัก พร้อมทั้งพูดคุยเรื่องของน้ำฟ้าตลอดคืน และต่างคนต่างหลับไปในที่สุด
ทีปกรยืนอยู่ใต้ต้นลำพูขนาดใหญ่ใกล้กับศาลไม้เล็ก ๆ ซึ่งมีหุ่นนางรำรายล้อมอยู่รอบศาล ทั้งยังมองไปฝั่งตรงข้ามซึ่งเป็นบ้านไม้ยกพื้นสูงทรงไทยแบบโบราณ เจ้าตัวรับรู้ได้ทันทีว่านี่คือสถานที่รับจ้างแก้บน ซึ่งตนและเพื่อนรักเคยมาเยือนเมื่อสัปดาห์ก่อน
ระหว่างที่ทีปกรกำลังพยายามคิดทบทวนว่าตนมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร ก็เห็นน้ำฟ้าเดินกระแทกเท้าตึงตังขึ้นบ้านพร้อมทั้งสีหน้าที่ไม่สบอารมณ์สักเท่าไรนัก ด้วยความอยากรู้อยากเห็นจึงเดินเข้าใกล้ให้มากที่สุด
เมื่อน้ำฟ้าเดินเกือบถึงบันไดด้านบนขั้นสุดท้ายก็ต้องหยุดชะงัก เพราะหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกันยืนขวางทางอยู่ตรงหัวบันได เมื่อทีปกรเห็นดังนั้นจึงหยุดเช่นกันและได้แต่แอบมองผ่านพุ่มไม้ที่อยู่ด้านล่าง
“ทำหน้าแบบนี้โดนผู้ชายทิ้งมาแหง ๆ” เพื่อนนางรำพูดจากระแนะกระแหนน้ำฟ้า พร้อมใบหน้ายิ้มเยาะอย่างกวนอารมณ์ ยิ่งทำให้คนที่ถูกผู้ชายทิ้งมาจริง ๆ แสดงความโกรธออกมาทางสีหน้าอย่างชัดเจน
ถึงแม้ว่าจะโกรธมากเพียงใดแต่น้ำฟ้าก็ไม่พูดสิ่งใดตอบโต้ กลับเดินเลี่ยงไปอีกทางเพื่อลดการปะทะ แต่บุคคลที่อยู่ตรงหน้ายิ่งได้ใจเขยิบขวางทางน้ำฟ้าไม่ให้ไปต่อ
“เงียบแบบนี้แสดงว่าเป็นความจริง”
“แหมพูดจาน่าตีปาก” ทีปกรพึมพำกับตนเอง พร้อมแอบดูสถานการณ์จากด้านล่างอย่างต่อเนื่อง
“หลายครั้งแล้วนะนังแพรว แกมีปัญหาอะไรกับฉันก็พูดมาตรง ๆ เลยดีกว่า” สาวตาคมมองไปยังเพื่อนนางรำที่อยู่ตรงหน้าด้วยความขุ่นเคือง
“ใครจะกล้าไปมีปัญหากับนางรำคนโปรดของแม่ครูกันล่ะจ๊ะ”