ถังหลี่ซึ่งเพิ่งกลับมาจากการประชุม ก็ได้แต่ถอนหายใจครั้งใหญ่
“เฮ้อ ข้าจะทำอย่างไรกับเ้าดี” ถังหลี่พึมพำขณะจ้องมองไปยังคนด้านหน้าด้วยอารมณ์หงุดหงิดเล็กน้อย
‘ค่ำคืนที่ผ่านมาเ้าเร่าร้อนถึงเพียงนั้น ไยตื่นเช้ามากลับลืมเสียแล้วเล่า’ ถังหลี่ครุ่นคิด ก่อนจะได้ข้อสรุปสาเหตุน่าจะมาจากฤทธิ์สุรา
‘ข้าคงทำได้เพียงปล่อยผ่านอีกครั้ง ครั้งหน้าข้าจะไม่มีอะไรกับเ้าตอนที่เ้ามึนเมาอีกแล้ว’ ถังหลี่ถอนหายใจอีกครั้งขณะก้าวเดินเข้าไปหาหยวนอิงอย่างปลงตก
“ข้าไม่เป็อะไร” ถังหลี่ตอบน้ำเสียงหงุดหงิดเล็กน้อย
“เช่นนั้นก็ดี” หยวนอิงััได้ถึงอารมณ์ขุ่นมัวของอีกฝ่ายจึงเอ่ยซักถามอย่างเป็ห่วง
“งานมีปัญหาหรือ”
“ไม่มีอะไร”
คิ้วสองข้างของหยวนอิงขมวดเข้าหากันหลังได้ฟังคำตอบ
“ท่านคงเหนื่อย ปรึกษาหารือกันมาเกือบทั้งวัน มานั่งเถอะเดี๋ยวข้าจะนวดให้ท่าน”
“เ้าจะนวดให้ข้า” ถังหลี่เอ่ยอย่างแปลกใจ
“ใช่สิ มานั่งตรงนี้” หยวนอิงพยายามส่งยิ้มหวานหยดไปให้
‘ยั่วยวนผู้ชายต้องทำอย่างนี้ใช่หรือเปล่านะ ข้าเคยอ่านในตำราเล่มนั้นซึ่งเขียนไว้ว่าหญิงจากหอนางโลมจะชอบทำเยี่ยงนี้ จะได้ผลรึเปล่านะ’ หยวนอิงครุ่นคิด
ถังหลี่เมื่อเห็นรอยยิ้มหวานเยิ้มส่งมาให้หัวใจของเขาก็เต้นระรัว อารมณ์หงุดหงิดก่อนหน้านี้พลันสลายหายไปในฉับพลัน เผยรอยยิ้มแห่งความพึงพอใจออกมา
หยวนอิงเมื่อเห็นถังหลี่เริ่มยิ้มแล้ว รู้สึกยินดียิ่งนัก
‘แสดงว่าตำราที่อ่านก่อนหน้านี้ใช้ได้ผล เสียดายที่ข้าโดนสั่งลงโทษเสียก่อนจึงจำได้มาแค่ครึ่งๆ กลางๆ’ หยวนอิงคิดอย่างรู้สึกเสียดาย
หลังจากนั้นเป็ต้นมาหยวนอิงพยายามเอาอกเอาใจถังหลี่ทุกรูปแบบ ถังหลี่รับรู้ถึงการกระทำแปลกๆ แต่มันเป็เื่แปลกซึ่งสร้างความพึงพอใจให้เขา จึงไม่ได้กล่าวสิ่งใดได้แต่ปล่อยเรือไปตามน้ำ
ทั้งสองคนใช้ชีวิตร่วมกันอย่างสุขสงบในบ้านหลังเล็ก หยวนอิงก็พยายามดูแลเอาใจใส่ถังหลี่ ถังหลี่ก็พยายามอดทนอดกลั้นอย่างที่สุดไม่ให้เผลอตัวเข้าตะครุบอีกฝ่ายจับกด จวบจนวันเดินทางกลับเมืองหลวงของถังหลี่ดำเนินมาถึง เขาจำใจต้องกล่าวลาหยวนอิง แม้รู้ดีว่าเป็เพียงการจากกันเพียงชั่วคราว แต่ก็รู้สึกไม่เต็มใจยิ่งนัก
“พี่หลี่ระวังตัวด้วย อีกเจ็ดวันข้ากับพี่ใหญ่จะไปพบท่านที่เมืองหลวง”
ถังหลี่พยักหน้ารับ แต่ในจังหวะที่คนทั้งสองกำลังร่ำลากันอยู่นั้นเอง ได้มีม้าเร็วควบเข้ามา ผู้ที่อยู่บนหลังม้ารีบเข้านำส่งสารด่วนให้ถังหลี่ทันที
ถังหลี่ขมวดคิ้วขณะคลี่สารฉบับนั้นออกอ่าน
ข้างในมีเพียงข้อความสั้นๆ นักโทษซัดทอดองค์ชายห้าเป็ผู้บงการ
หลังอ่านจบสีหน้าของถังหลี่ก็เคร่งเครียดขึ้น
“มีเื่ด่วนอะไร” หยวนอิงซึ่งยืนอยู่ข้างกายเอ่ยถาม เนื่องจากเขารับรู้ได้ถึงความตึงเครียดจากอีกฝ่าย
ถังหลี่ไม่ได้กล่าวสิ่งใด เพียงยื่นสารฉบับนั้นให้หยวนอิง
หลังอ่านจบหยวนอิงหน้าเปลี่ยนสีทันที ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาเสียงสั่น
“นี่มัน ข้อหาฏเชียวนะ ใครคิดทำร้ายท่าน”
“ไม่ต้องกังวลนี่เป็ข่าวลับถูกส่งมาจากคนของข้าผู้ควบคุมการใช้ทัณฑ์ทรมาน ยังไม่มีการรายงานเื่นี้ออกไป และถึงแม้นว่าข่าวนี้จะเล็ดลอดไปถึงหูเสด็จพ่อ พระองค์ก็ทรงไม่เชื่ออยู่ดี”
“อะไรทำให้ท่านมั่นใจว่าพระองค์จะไม่ทรงเชื่อ”
‘นั่นเป็เพราะว่าเ้าอยู่ในขบวนสำนักพิภพดาราด้วยอย่างไรเล่า เสด็จพ่อทรงทราบความรู้สึกที่ข้ามีต่อเ้าดี’ ถังหลี่เพียงกล่าวตอบในใจ แต่ไม่ได้อธิบายอะไรต่อ
“วางใจเถอะ ก่อนเ้าจะตามไปพบข้าที่เมืองหลวงเื่ทุกอย่างคงเรียบร้อยแล้ว” ถังหลี่ส่งยิ้มปลอบโยนให้หยวนอิง
“ท่านแน่ใจ” หยวนอิงเอ่ยถามย้ำ
ถังหลี่พยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มมั่นใจ หยวนอิงหลังจากสังเกตสีหน้าของถังหลี่อย่างละเอียด บ่งบอกว่าอีกฝ่ายมีความมั่นใจจริงๆ จึงได้วางใจ
‘ใครที่มันคิดจะเล่นงานข้า ข้าจะไม่ให้มันอยู่อย่างเป็สุขแน่นอน’ ถังหลี่คิดแววตาฉายประกายความโเี้
ลู่อู๋ซูซึ่งยืนอยู่ใกล้ๆ ร่วมกับเหล่าองครักษ์ของถังหลี่ล้วนได้ยินทุกสิ่ง แต่ก็ไม่ได้กล่าวสิ่งใด เพราะหลังจากที่สังเกตเหล่าทหารองครักษ์คนสนิทของถังหลี่ทุกคนแล้ว แต่ละคนดูไม่ทุกข์ร้อน เสมือนว่าสิ่งเหล่านี้เป็สิ่งที่สามารถจัดการได้ง่ายๆ ก็เบาใจขึ้น
ถังหลี่เรียกให้คนนำกระดาษกับพู่กันมา ก่อนจะตวัดเขียนบางสิ่งและม้วนส่งให้คนส่งสาร
“นำไปส่งให้พี่สี่” คนส่งสารรับคำสั่งเสร็จรีบควบม้าเร็วกลับทันที
“ท่านมีแผนจะจัดการเช่นไร” หยวนอิงกล่าวถาม
ถังหลี่ตอบอย่างสบาย ๆ ว่า “จะมีคนออกหน้าจัดการเื่นี้ให้ข้าแทน”
“ใครกัน” หยวนอิงเอ่ยถามด้วยความสงสัย
ถังหลี่ไม่ได้ตอบเพียงเผยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ออกมา
ณ หอนางโลมชื่อดังแห่งหนึ่งในเมืองหลวงซึ่งต้อนรับเฉพาะเชื้อพระวงศ์ ขุนนางชั้นสูง และพวกเศรษฐีเท่านั้น องค์ชายสี่กำลังร่ำสุราเคล้านารีอย่างเพลิดเพลินตามอุปนิสัยที่เป็คนเ้าชู้ ก่อนองครักษ์ผู้ติดตามจะนำจดหมายฉบับหนึ่งมาส่ง บอกว่ามีม้าเร็วส่งมาให้เมื่อครู่ เมื่อองค์ชายสี่เปิดอ่านก็ตกตะลึงนิ่งไปพักใหญ่ จากนั้นจึงรีบเดินทางกลับตำหนักทันที