ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    เล่มที่ 6 ตอนที่ 160 สับสน ท่าทีของเขา

            เห็นได้อย่างชัดเจนว่าหลงเฟยเยี่ยหันหลังให้หานอวิ๋นซีแต่ทันทีที่นางหยุดฝีเท้าลง เขากลับรู้ได้ทันที

            เมื่อหันกลับมาเขาก็เห็นหานอวิ๋นซีกำลังมองไปที่โรงน้ำชาหมิงเซียงที่ถูกปิดอยู่ข้างๆเขาที่อยากจะพูดแต่ก็หยุดไว้ แค่มองด้วยความเย็นชา

            หานอวิ๋นซีสงสัยว่าโรงน้ำชาของกู้ชีฉ่าวถูกหลงเฟยเยี่ยปิดอีกครั้งหรือไม่?

            มันถูกปิดเพราะหลงเฟยเยี่ยบังเอิญเจอนางในตอนที่มาทานอาหารเย็นครั้งก่อนหรือไม่?

            นางอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียใจกับกู้ชีฉ่าวอีกครั้งโรงน้ำชาเทียนเซียงมีประวัติอาชญากรรม หลงเฟยเยี่ยจึงมีเหตุผลที่จะยึดทรัพย์สินของเขาได้ทุกเมื่อแต่ทำไมผู้ชายคนนี้ต้องทำมันเงียบๆ ด้วยล่ะ?

            หานอวิ๋นซีที่กำลังจะเดินก็เห็นว่าหลงเฟยเยี่ยกำลังมองมาที่นาง นางจึงหลีกเลี่ยงการจ้องมองทันที

            “เจ้าสนิทกับกู้ชีฉ่าวมากใช่หรือไม่?” หลงเฟยเยี่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

            หานอวิ๋นซีรีบส่ายหน้าทันที“ท่านอ๋องเคยสืบเรื่องของเขา ก็ควรรู้จักเขาดีกว่าข้าไม่ใช่หรือ?”

            จริงอยู่ที่หลงเฟยเยี่ยเคยสืบเรื่องของเขาแต่กลับพบแค่เพียงว่า กู้ชีฉ่าวเป็นพ่อค้าที่มีความมั่งคั่งและร่ำรวยทั่วโลกส่วนวิชาพิษของชายผู้นี้และศิลปะการต่อสู้ของเขามาจากไหนนั้นไม่มีเบาะแสเลย

            แต่ด้วยอายุของเขาแล้วหากต้องการทำการค้าได้ร่ำรวย ก็ต้องมีคนหนุนหลังที่ใหญ่มาก

            น่าเสียดายที่ฉู่ซีเฟิงยังไม่พบข้อมูลมากนัก

            “ข้าเห็นว่าพวกเจ้าคุ้นเคยกันดี”หลงเฟยเยี่ยพูดอีกครั้งโดยพาดพิงถึงเหตุการณ์ที่เขาบังเอิญเจอที่โรงน้ำชาหมิงเทียนในวันนั้น

            หานอวิ๋นซีเกลียดคำถามแบบนี้เหลือเกินนางไม่แม้แต่จะถามอะไรเขาเลย แล้วเขามีสิทธิ์อะไรมาถามชีวิตส่วนตัวของนางด้วย?

            “อย่างไรก็ตามเขาเคยช่วยชีวิตข้าไว้ ดังนั้นนับว่าเป็นสหายก็ได้”

            สิ่งที่หานอวิ๋นซีพูดนั้นเป็นความจริงแค่เจ็ดส่วนแม้ว่ากู้ชีฉ่าวจะไม่จริงจัง แต่อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้เป็นศัตรูและการมีสหายเพิ่มอีกหนึ่งคนย่อมดีกว่ามีศัตรูเพิ่มอีกหนึ่งคนอยู่แล้ว

            หลงเฟยเยี่ยมองนางอย่างลึกล้ำและไม่ได้ถามอะไรต่อ แค่หันหลังกลับและเดินต่อไป

            เดิมทีที่เงียบอยู่แล้วแต่หลังจากนั้นทั้งสองก็ยิ่งเงียบมากขึ้นไปอีก อย่างไรก็ตามหานอวิ๋นซียังคงเดินตามอยู่ข้างหลัง และหลงเฟยเยี่ยก็ไม่ได้เดินเร็วเกินไปคนที่อยู่ด้านหน้าและคนที่อยู่ด้านหลังต่างเข้าใจกันโดยปริยาย

            หานอวิ๋นซีก้มหน้าอยู่ตลอดหมกมุ่นอยู่กับโลกของตัวเอง ทันใดนั้น เสียงของหลงเฟยเยี่ยราวกับลงมาจากท้องฟ้า“หิวหรือไม่?”

            ทันทีที่นางเงยหน้าขึ้นก็พบว่าชายผู้นี้ยืนอยู่ตรงหน้านาง อีกก้าวเดียวนางก็จะชนเขา

            “นิดหน่อย”อันที่จริงนางหิวจนท้องร้องมาตั้งนานแล้ว ถึงนางอาจถูกมองว่าเป็นคนที่แข็งแกร่งและเด็ดขาดแต่ทุกครั้งที่นางอยู่ต่อหน้าชายผู้นี้ ราวกับนางเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ไม่สงวนท่าทีและเหน็บแนมเป็นพิเศษ

            หลงเฟยเยี่ยไม่พูดอะไรเดินเข้าไปในร้านอาหารใกล้เคียง หานอวิ๋นซีเองก็รีบตามไป

            หลงเฟยเยี่ยขอห้องส่วนตัวและทั้งสองนั่งหันหน้าเข้าหากันหลงเฟยเยี่ยยื่นเมนูไปตรงหน้านางและทำท่าให้นางสั่ง

            หานอวิ๋นซีไม่ปฏิเสธสั่งอาหารสองสามอย่างที่ตนเองชอบและยื่นเมนูไปตรงหน้าเขาโดยไม่พูดอะไร

            หลงเฟยเยี่ยเหลือบมองไปที่มันเขาทำเพียงเทสุราและส่งต่อจาน

            ระหว่างรอความเงียบของทั้งสองเผยให้เห็นความเงียบของห้องและโลกทั้งโลกก็ดูเหมือนจะเงียบสงัด

            หานอวิ๋นซีที่ไม่สามารถทนต่อความเงียบได้ดังนั้นนางจึงเงยหน้าขึ้น ทว่ากลับบังเอิญพบกับสายตาที่ลึกล้ำของหลงเฟยเยี่ยนางชะงักไปครู่หนึ่ง และพยายามหลีกเลี่ยงโดยไม่รู้ตัว ตัดสินใจที่จะหาเรื่องมาคุย

            ดังนั้นนางจึงถามเบาๆว่า “ท่านอ๋อง ชายสวมหน้ากากคราวก่อนคนนั้น ได้ข่าวอะไรบ้างหรือไม่?”

            แม้ว่าหลี่ซื่อจะเสียชีวิตไปแล้วและสายลับผู้วางพิษในอาณาจักรเทียนหนิงได้ถูกกำจัดออกไปแล้วแต่การมีอยู่ของชายสวมหน้ากากยังคงเป็นภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่

            ด้วยนิสัยของหลงเฟยเยี่ยเขาจะลืมมันไปอย่างง่ายดายได้อย่างไร

            “มีเบาะแสนิดหน่อยยังต้องตามสืบต่อ” หลงเฟยเยี่ยไม่ได้ปิดบังอะไรช่วงนี้เขาเองก็กำลังยุ่งกับเรื่องนี้ ถ้าเขาเดาไม่ผิดชายสวมหน้ากากคนนั้นน่าจะเป็นคนระดับสูงของราชวงศ์เป่ยลี่

            สถานการณ์ของราชวงศ์เป่ยลี่นั้นยากที่จะตรวจสอบโดยธรรมชาติแต่เขากลับสามารถเริ่มต้นด้วยสำนักพิษเหล่านั้นในเจียงหูบุคคลที่มีอำนาจเช่นนี้จะต้องเป็นที่รู้จักในแวดวง

            เมื่อมีหัวข้อคุยหานอวิ๋นซีรู้สึกสบายใจมากขึ้นราวกับได้รับการนิรโทษกรรม

            “เบาะแสอะไร?” นางถามอย่างกังวล

            ความจริงแล้วนางเองก็เคยแอบถามเกี่ยวกับเรื่องนี้มาบ้าง กู้เป่ยเยวี่ยเองยังบอกด้วยว่าคนที่มีวิชาพิษเก่งกาจเช่นนี้ต้องมีอาจารย์อีกทั้งยังพูดอีกว่าในโลกนี้มีสำนักพิษมากมายแต่การเริ่มต้นส่วนใหญ่จะมาจากถ้ำยาในสำนักแพทย์และกระจายออกไปตอนนี้ถ้ำยาในสำนักแพทย์เองก็ถูกปิดไปแล้ว แต่สำนักพิษต่างๆของโลกเจริญรุ่งเรืองอย่างมากในช่วงสองปีที่ผ่านมา

            อย่างไรก็ตามพิษก็คือพิษ ผู้ล้างพิษก็เป็นผู้วางพิษเช่นกัน ดังนั้นสำนักเหล่านี้ส่วนใหญ่จึงไม่ได้รับการยอมรับจากวงการแพทย์พวกเขาจึงสร้างเป็นแวดวงของตัวเองขึ้นมาและไม่ใช่เรื่องง่ายที่คนนอกจะเข้ามา

            หลงเฟยเยี่ยไม่ตอบคำถามของหานอวิ๋นซีเขาจะไม่บอกสตรีผู้นี้เด็ดขาด ในตอนที่สอบปากคำคนของหลี่ซื่อเขาได้เรียนรู้ว่าชายลึกลับที่ลักพาตัวหานอวิ๋นซีในตอนนั้น ไม่ได้ต้องการขู่เขาแต่เป้าหมายพุ่งไปที่หานอวิ๋นซีตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

            คนย่อมไร้ความผิดผิดที่ถือครองหยก[1] หานอวิ๋นซีผู้นี้เชี่ยวชาญเรื่องพิษอย่างมากไม่รู้ว่ามีดวงตาที่คู่ที่กำลังแอบมองนางอยู่?

            ไม่ต้องพูดถึงที่ไกลๆหรอก ใกล้ๆ นี้ฮ่องเต้เทียนฮุยก็เป็นหนึ่งปัญหาใหญ่เช่นกัน

            “ฮูหยินเทียนซินได้ตำราพิษมาได้อย่างไรกัน?” หลงเฟยเยี่ยเริ่มหัวข้อสนทนา

            หานอวิ๋นซีบอกว่าวิชาพิษของนางนั้นนางเรียนรู้ด้วยตนเองจากวิชาพิษของมารดานาง แม้ว่าจะไร้ร่องรอยและไม่มีหลักฐานใดๆแต่เขาจะเชื่อได้อย่างไร?

            ฮูหยินเทียนซินเขาเคยสืบเรื่องของนางมาแล้วแต่กลับพบว่าครอบครัวของฮูหยินเทียนซินต่างถูกปลอมแปลงสตรีผู้นี้มีทักษะทางการแพทย์ที่ยอดเยี่ยมและสร้างโชคลาภให้กับหานฉงอันเรียกได้ว่าเป็นความลึกลับที่ปรากฏขึ้นจากอากาศ

            หลงเฟยเยี่ยได้ไปที่ศาลต้าหลี่เพื่อสอบปากคำหานฉงอันแล้วแน่นอนว่าหานอวิ๋นซีไม่มีทางรู้

            “ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันข้าเจอตอนที่ข้ากำลังหาของของนางอยู่” หานอวิ๋นซียังคงโกหก นางไม่รู้จริงๆว่าฮูหยินเทียนซินรู้จักวิชาพิษหรือไม่

            ไม่นานอาหารและสุราก็ถูกยกมา หลงเฟยเยี่ยไม่พูดอะไรอีกและกินด้วยความเงียบหลังจากคุยกันสักพัก หานอวิ๋นซีก็รู้สึกสบายใจมากขึ้นและรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นเมื่อรับประทานอาหาร

            ตะเกียบที่ยื่นออกไปเพื่อคีบกับข้าวแต่ใครจะรู้ว่ามันจะไปชนกับตะเกียบของหลงเฟยเยี่ย นางจึงหดมือกลับมาทันทีหลงเฟยเยี่ยที่เป็นสุภาพบุรุษ ก็คีบกับข้าวลงในชามของนางอย่างเงียบๆ

            “ขอบคุณ”

            หานอวิ๋นซีชำเลืองมองเขาและเห็นว่าเขานั่งตัวตรง มือข้างหนึ่งถือชามและอีกข้างถือตะเกียบแม้แต่ท่าทางการกินก็ยังดูสง่างามมากนางไม่รู้ว่านี่เป็นครั้งแรกที่ฉินอ๋องช่วยคนอื่นที่ไม่ใช่มารดาของเขาตักอาหารหรือไม่

            อย่างไรก็ตามก็อดคิดไม่ได้ว่าวันนั้นที่เขาไปซื้อของและทานอาหารกับตวนมู่เหยาจะเป็นประมาณนี้หรือไม่?

            เมื่อคิดถึงเรื่องนี้หานอวิ๋นซีก็ตกอยู่ในความสับสนอีกครั้งโดยไม่รู้ตัว

            ในตอนที่พบกับตวนมู่เหยาครั้งแรกคือตอนที่ต่อสู้กับงูหลามยักษ์พิษหลงเฟยเยี่ยพยายามอย่างเต็มที่เพื่อปกป้องศิษย์น้องตัวน้อยผู้นี้แม้ว่าที่หมู่บ้านยาผีจะเป็นศัตรูกันและทำตัวไม่สุภาพแต่ตอนนี้...ที่ผ่านมาก่อนหน้านั้น เขารับของขวัญของตวนมู่เหยาทั้งยังไปเดินเล่นเป็นเพื่อนนางอีก

            ตวนมู่เหยาที่อยู่ในใจของเขาอยู่ในสถานะไหนกันแน่?

            หากว่านางเดาถูกจริงๆหากคราวนี้ฮ่องเต้เทียนฮุยบังคับให้อภิเษก เขาก็คงจะปฏิเสธไม่ได้และจะต้องอภิเษกกับตวนมู่เหยาในปีหน้าใช่หรือไม่?

            เมื่อเห็นหลงเฟยเยี่ยรับประทานอาหารอย่างเงียบๆหานอวิ๋นซีกลับมีแรงกระตุ้นที่ไม่สมควร จู่ๆ ก็อยากจะถามเขาตรงๆว่าเขาเต็มใจจะอภิเษกหรือไม่?

            อย่างไรก็ตามเมื่อคิดว่าตนเองถูกฮ่องเต้เทียนฮุยบังคับเช่นกัน นางจึงก้มศีรษะลงด้วยความสลดและรับประทานอาหารอย่างเงียบๆ

            หลังมื้ออาหารก็เงียบดังเดิม

            หานอวิ๋นซีพบว่าหากตัวเองไม่หาเรื่องคุยชายผู้นี้อาจจะเงียบตลอดทั้งคืน แน่นอนความเงียบของเขาไม่ได้น่าเบื่อแต่เป็นความเฉยเมยอย่างหนึ่ง เห็นได้ชัดว่าพอเดินเข้าใกล้เขาก็ปฏิเสธและเดินห่างออกไปเป็นพันๆ ลี้

            หลังอาหารหลงเฟยเยี่ยยังคงไม่ได้บอกว่าต้องการจะไปที่ไหน หานอวิ๋นซีเองก็เดินตามหลังเขาไปหลังจากไปรอบๆ ความพลุกพล่านของถนนและตรอกซอกซอยก็หายไปพวกเขาจึงจะกลับไปที่จวนฉินอ๋อง

            โชคไม่ดีที่ในขณะจะเข้าประตูก็เห็นอี้ไท่เฟยพาตวนมู่เหยาออกมาส่งด้วยตัวเอง

            ตวนมู่เหยาที่ถูกหลงเฟยเยี่ยทิ้งเดิมทีก็รู้สึกหดหู่อยู่แล้ว ตลอดทั้งเย็นก็อารมณ์ไม่ดีแต่นางต้องกินและพูดคุยกับอี้ไท่เฟยด้วยน้ำเสียงที่ดีและปลอบโยนอี้ไท่เฟยเกี่ยวกับการแต่งงานของมู่หรงหว่านหรู

            เมื่อเห็นว่าหลงเฟยเยี่ยเพิ่งกลับมานางจึงรีบก้าวไปข้างหน้าทันที “ศิษย์พี่ ท่านหายไปไหนมาข้ารอให้ท่านมาเปิดเสวี่ยจิ่วอยู่นะ!”

            “ให้เสด็จแม่ดื่มเถอะ”หลงเฟยเยี่ยพูดอย่างเย็นชา

            นี่...ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้เขารับมันไปแล้วหรือไร? นี่คือความตั้งใจของนางที่เก็บไว้มานานนับสิบปีเลยนะ!

            ตวนมู่เหยาที่รู้สึกเจ็บหัวใจเมื่อกำลังจะอ้าปากพูด ใครจะรู้ว่าจะเห็นหานอวิ๋นซีเดินมาจากด้านหลังหลงเฟยเยี่ยเป็นไปได้หรือไม่ว่า...ศิษย์พี่ออกไปกับสตรีผู้นี้?

            ดีจริงๆหานอวิ๋นซี ไม่ไว้หน้าก็ถือว่าแล้วไป แต่คิดไม่ถึงว่านางจะขโมยตัวศิษย์พี่ไปแบบนี้แล้วจะให้นางทนรับมันอย่างง่ายดายได้อย่างไรกัน?

            ทันใดนั้นตวนมู่เหยาก็รู้สึกอิจฉาริษยาขึ้นมา กำมือแน่นในแขนเสื้อนางโกรธมากจนพูดไม่ออกและถามเสียงดังว่า “ศิษย์พี่ เรื่องการอภิเษกในปีหน้าท่านได้คิดไว้บ้างหรือไม่?”

            ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมาหานอวิ๋นซีก็ชะงักไป ตวนมู่เหยาถามในสิ่งที่นางไม่เคยกล้าถามมาตลอดอี้ไท่เฟยเองก็ถึงกับตะลึงเช่นกันมองบุตรชายของนางด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน

            ใครจะรู้ว่าหลงเฟยเยี่ยกลับเดินออกไปโดยไม่พูดอะไรสักคำราวกับว่าเขาไม่ได้ยิน

            คราวนี้เป็นอี้ไท่เฟยที่โกรธ“เฟยเยี่ย เจ้าหยุดเดี๋ยวนี้นะ!”

            น่าเสียดายที่หลงเฟยเยี่ยไม่สนใจ

            “ศิษย์พี่!”ตวนมู่เหยากระทืบเท้าและวิ่งตามไป

            ร่างของหลงเฟยเยี่ยสว่างวาบและหายไปจากอากาศ

            “ศิษย์พี่!ท่านอาจารย์ก็ถามเรื่องเราของสองคนเหมือนกัน!”

            “ศิษย์พี่!”

            ตวนมู่เหยาตะโกนด้วยความโกรธอยู่หลายครั้งแต่น่าเสียดายที่สิ่งที่ตอบกลับมาคือความเงียบงันของทั้งสวน

            ตวนมู่เหยาโกรธมากหันกลับไปมองหานอวิ๋นซีด้วยสายตาชั่วร้ายแล้วเหวี่ยงตัวเองเข้าไปในอ้อมแขนของอี้ไท่เฟย “ไท่เฟยศิษย์พี่กำลังกลั่นแกล้งข้าอีกแล้ว! ฮือฮือ...”

            นี่...นับเป็นการกลั่นแกล้งหรือ?

            อย่างไรก็ตามหากหลงเฟยเยี่ยไม่เต็มใจ ทำไมเขาถึงไม่ปฏิเสธไปให้ชัดเจนล่ะ? เขาไม่เคยเป็นคนผัดวันประกันพรุ่ง

            หานอวิ๋นซีคิดในอีกแง่หนึ่งแล้วนี่ถือเป็นการกลั่นแกล้งชนิดหนึ่งเช่นกัน

            “ไม่เป็นไรนะไม่เป็นไรไม่ต้องร้องไห้ ข้าจะสั่งสอนเขาในภายหลังเอง”

            “โอ๋ๆเหยาเหยาเป็นเด็กดีขนาดนี้ เรื่องการอภิเษก ข้ากับฮ่องเต้จะจัดการให้เจ้าเองเจ้าวางใจได้เลย” อี้ไท่เฟยปลอบโยนนางอย่างจริงจัง

            หานอวิ๋นซีที่ได้ยินเช่นนี้ก็ยิ้มอย่างเย็นชาอี้ไท่เฟยนะอี้ไท่เฟย ลูกสะใภ้ที่ท่านเลือกคราวนี้จะไม่ขัดกับฮ่องเต้เทียนฮุยใช่หรือไม่?

            หลังจากได้ยินเรื่องนี้ตวนมู่เหยาก็น้ำตาไหล “ข้ารู้อยู่แล้วว่าไท่เฟยดีที่สุด”

            “เจ้าเด็กโง่ศิษย์พี่ของเจ้าไม่ได้บอกว่าจะไม่อภิเษกสักหน่อย ใช่หรือไม่?” อี้ไท่เฟยยิ้ม

            ตวนมู่เหยาก้มหน้าลงทันทีเช่นนี้จึงรู้ได้ว่าใบหน้าของนางแดงก่ำ

            “เสวี่ยจิ่วไหนั้นข้าจะเก็บมันไว้ให้เจ้าก่อน ไว้วันส่งท้ายปีเก่า ค่อยนำมันไปที่วัง”ความอดทนของอี้ไท่เฟยที่มีต่อตวนมู่เหยาดีกว่าความอดทนของมู่หรงหว่านหรู

            ในวันส่งท้ายปีเก่านั้นในวังมีงานเลี้ยงของครอบครัวและแน่นอนว่าหลงเฟยเยี่ยต้องไป

            ตวนมู่เหยาที่กำลังรอคำพูดนี้ของอี้ไท่เฟยหากพูดเช่นนี้แล้วในงานเลี้ยงของครอบครัววันส่งท้ายปีเก่า นางก็สามารถเข้าร่วมได้

            ก่อนออกไปตวนมู่เหยาตั้งใจเข้ามาใกล้หานอวิ๋นซีเป็นพิเศษและพูดด้วยเสียงเบาว่า “ฉินหวังเฟยปีหน้า...คงต้องขอคำแนะนำจากท่านเยอะๆ แล้วล่ะ”

            “เรื่องยังไม่เกิดอย่าเพิ่งดีใจเกินไปเลย” หานอวิ๋นซีเองก็ไม่ยอมแพ้

            “มารอดูกัน!”ตวนมู่เหยาตอบอย่างเย็นชา

            ถ้าไม่ใช่เพราะหานอวิ๋นซีนางอาจจะรอจนกว่าศิษย์พี่จะเห็นความดีของนาง และเต็มใจที่จะอภิเษกกับนางอย่างไรก็ตามการมีอยู่ของหานอวิ๋นซีทำให้นางรู้สึกถึงวิกฤตอย่างลึกซึ้ง

            ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นแม้ว่าเสด็จพ่อจะกดดันนางแค่ไหน ปีหน้า นางจะต้องอภิเษกเข้าจวนฉินอ๋องให้ได้!

             

            -----------------------------

            [1]คนย่อมไร้ความผิด ผิดที่ถือครองหยก หมายถึง คนที่มีความสามารถแต่กลับถูกทำร้ายหรือได้รับอันตราย

    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ] ที่คุณอ่าน

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199