บทที่ 21
สิ่งตอบแทน
“ ฮ่าๆๆๆ ” เสียงหัวเราะของแม่ทัพหนุ่มดังขึ้นอย่างสะใจ
ซูฉีมองหวงเจียวลู่พลางคิดในใจว่าคนผู้นี้เสียสติไปแล้ว นางมั่นใจว่าเื่ที่นางพูดออกไปก็ไม่ใช่เื่ขบขัน เหตุใดจึงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งแบบนี้
คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากัน บนใบหน้าของซูฉีปรากฏซึ่งความสงสัย คนผู้นี้หัวเราะด้วยสาเหตุอะไรกัน?
นางมองดูหวงเจียวลู่ผู้นั้นหัวเราะอยู่สักพักก่อนที่จะเอ่ยถาม “ ท่านหัวเราะด้วยเหตุอันใดอย่างงั้นหรือเ้าคะ? ”
หวงเจียวลู่หยุดหัวเราะ เขาใช้ดวงตาของตนกลับมามองที่คุณหนูตระกูลซูอีกครั้ง “ ขอโทษๆ พอดีว่าข้าไม่คาดคิดว่าเ้าจะเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้เพราะเื่นั้น ”
“ มันผิดอันใดอย่างงั้นหรือเ้าคะ ข้าเพียงแค่จะสร้างบ่อน้ำส่วนรวมให้กับผู้คน เพื่อที่จะได้กักเก็บน้ำเอาไว้ใช้ใน่ยามหน้าแล้ง ” นางขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ
ตอนนี้ภายในใจมั่นใจว่าสิ่งที่ตนเองนั้นทำเป็เื่ดี เหตุใดคนผู้นี้จึงหัวเราะราวกับว่านางนั้นทำเื่น่าขำ
จริงอยู่ที่ว่านางทำแบบนี้ไปเพื่อที่จะเก็บเกี่ยวแต้มความดี แต่ว่าจุดประสงค์และผลลัพธ์ที่ออกมาย่อมเป็ผลประโยชน์กับผู้คน
มันเลยทำให้นางไม่พอใจกับท่าทีอันดูถูกของแม่ทัพหนุ่มเบื้องหน้าของนางเป็อย่างมาก แม้ว่าจะไม่พอใจเพียงใดก็ได้แต่แสดงสีหน้าเท่านั้นไม่สามารถพูดออกไปได้
เพราะว่ากระบี่ของผู้ติดตามของแม่ทัพหนุ่มผู้นี้อยู่บริเวณด้านหลังของนาง ถ้านางพูดจาว่าร้ายอะไรออกไปอีกฝ่ายคงจะตัดหัวนางอย่างแน่นอน
‘ คนผู้นี้อะไรกัน ประหลาดยิ่งนักข้าทำดีกับหัวเราะ ชิ!!! ถ้าไม่้ากำลังทหารของเ้าคงไม่เดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้อย่างแน่นอน ’ นางกล่าวกับตนเองในใจ
แน่นอนว่าไม่สามารถพูดออกไปได้ตรงๆได้แต่บ่นพึมพำ ในตอนนี้มองดูท่าทีของแม่ทัพหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้าเขาค่อยๆสงบลง
หวงเจียวลู่แสดงใบหน้าจริงจังอีกครั้ง “ เอาล่ะเรามาสนทนากันดีกว่า ที่ผ่านมาภายในสวนแห่งนี้ไม่มีใครคิดจะทำการขุดบ่อน้ำส่วนรวมหรอกนะ ”
“ เ้ารู้หรือไม่ว่าเพราะอะไร? ”
“ เพราะอะไรอย่างนั้นหรือเ้าคะ? ” นางกอดอกใบหน้ายังคงเต็มไปด้วยความไม่พึงพอใจ
“ มันเป็เพราะว่าเมืองแห่งนี้จัดการดูแลยากอย่างไรรอบ เ้าเข้าใจคำว่าของส่วนรวมหรือไม่”
“ ของส่วนรวมย่อมมาจากคำที่ผู้คนมากมายใช้กันเพื่อที่ต้องช่วยกันดูแลรักษา แต่เ้าก็เห็นนี้ภายในเมืองแห่งนี้เกือบครึ่งเป็คนพาลที่ไร้จิตสำนึก ”
“ เ้าเข้าใจใช่หรือไม่ที่ข้ากำลังจะพูดและกำลังหมายถึงคือเื่อะไร? ” หวงเจียวลู่ถามหาความเห็นจากคุณหนูที่เดินทางมาจากเมืองหลวง
“ ท่านกำลังจะบอกว่าบ่อน้ำส่วนร่วมดูแลรักษายาก ต่อให้ทำขึ้นมามันก็คงจะไม่เป็ผลอะไร” ซูฉีตีความหมายของคนพวกนี้ได้แบบนั้น
“ ถูกต้องที่เ้าพูดออกมานั้นถูกต้องแล้ว ที่เมืองชนบทแห่งนี้ที่ตั้งอยู่ชายแดนการที่มันไม่เจริญรุ่งเรืองไม่ใช่ว่าทรัพยากรไม่เพียงพอ”
“ แต่เป็เพราะว่าสิ่งที่เรียกว่าผู้คน ผู้คนที่อยู่ภายในสถานที่แห่งนี้แตกต่างจากคนที่้าไขว่หาความเจริญก้าวหน้าของเมืองหลวง”
“ มันเลยทำให้เมืองแห่งนี้ไม่ได้พัฒนาตาม ” หวงเจียวลู่อธิบายถึงภายในสถานที่แห่งนี้
คนผู้นี้ไม่ใช่คนเงียบขรึมยามที่มันถึงเวลาพูดออกมามันก็พูดออกมาจนหมดถึงสิ่งที่อยู่ในใจของตนเอง
แม่ทัพผู้นี้ดูแลดินแดนแห่งนี้มาเป็เวลานานหลายปี ย่อมรู้ดีว่าดินแดนแห่งนี้เป็อย่างไร
“ เเล้วท่านจะทำอย่างไรเ้าคะ ท่านจะปล่อยให้เมืองแห่งนี้เมื่อประสบพบเจอกับหน้าแล้งไม่มีน้ำใช้งั้นรึ? ”
“ โดยทั่วไปแล้วทุกปีข้าจะสั่งให้ทหารลำเลียงน้ำมาที่เมืองแห่งนี้ใน่ของหน้าแล้ง ทำการแจกจ่ายให้กับผู้คนมากมายภายใน”
“ แม้ว่าจะไม่ได้ทำให้เมืองแห่งนี้มีน้ำใช้ใน่หน้าแล้งแต่ก็ทำให้พวกเขาสามารถผ่านมันไปได้ ” หวงเจียวลู่มีวิธีในการรับมือในแบบของตนเองใน่เวลาที่ผ่านมา
แต่ในความคิดของซูฉีแล้วแม้ว่าจะทำแบบนั้นแต่มันเองก็เป็การแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ อย่างไรเสียถ้าอยากที่จะทำให้เมืองแห่งนี้มันกลับมาอุดมสมบูรณ์ก็จำเป็จะต้องมีแหล่งน้ำ
หวงเจียวลู่มองเห็นใบหน้าของคุณหนูตระกูลซูผู้นี้ยังคงแสดงใบหน้าที่จริงจัง คล้ายว่ายังไม่ยอมแพ้กับสิ่งที่ตนเองนั้นคิดอยู่
แม่ทัพผู้นี้ยิ้มก่อนที่จะถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วพูดขึ้น “ เอาเถอะ ดูเหมือนว่าเ้ายังไม่ล้มเลิกความคิดนั้น ”
“ แสดงว่ามาที่สถานที่แห่งนี้คงจะ้ากองกำลังของกองทัพเกราะดำของข้าไปช่วยสินะ ”
“ เช่นนั้นก็ได้… ”
เมื่อได้ยินแม่ทัพหนุ่มผู้ที่อยู่ด้านหน้ากล่าวตอบรับ แววตาของซูฉีปรากฏความดีใจออกมา มันเป็ประกายระยิบระยับเต็มไปด้วยความหวัง
เสียงเล็กๆของนางอันไพเราะดังขึ้นอย่างตื่นตัว “ จริงอย่างนั้นหรือเ้าคะ!!! ”
นางดูตื่นตัวเมื่อแม่ทัพหนุ่มผู้นี้ตั้งใจจะช่วยเหลือนาง นางกำลังแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความดีใจ
ทว่า… มันก็ยังไม่ได้จบเพียงแค่นั้นแม่ทัพหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้ายกมือของตนขึ้น
“ เดี๋ยวก่อนข้ายังพูดไม่จบเลย ” หวงเจียวลู่เอ่ยทักท้วงขึ้นมา ท่าทางอันดีใจของซูฉีค่อยๆจางหายไปพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า
นางคิดเอาไว้อยู่แล้วอย่างไรเสียคนผู้นี้ก็คงจะไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยนางง่ายๆอย่างแน่นอน อย่างไรเสียมันก็คงจะมีอะไรต่อรอง
นางแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความจริงจังในตอนนี้กำลังเฝ้ารอคนผู้นี้้าอะไร
หวงเจียวลู่กล่าวขึ้น “ ช่างรู้หรือไม่กองทัพของข้าเอาไว้ทำการสู้รบกับพวกคนที่บุกรุกดินแดน ”
“ นั่นแสดงว่าพวกเขามีหน้าที่ที่สำคัญที่จำเป็จะต้องทำ แล้วการที่เ้าจะให้พวกเขาไปทำงานที่เ้านั้น้าแน่นอนว่าต้องมีค่าตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อ”
“ ของแลกเปลี่ยนถ้าเ้ายื่นราคามาดีมากพอข้าเองก็จะสั่งให้พวกเขานั้นลงมือช่วยเ้า ”
“ ว่าอย่างไรนะเ้าคะ? ” นางแสดงใบหน้าประหลาดใจ
“ ว่าอย่างไรเล่าการค้าอย่างไรล่ะการค้า พวกเรามาทำการค้ากันถ้าเกิดว่าราคาที่เ้าเสนอมาดีมากพอแลกเปลี่ยนข้าจะทำการค้าขายกับเ้า ” แม่ทัพเ้าเล่ห์ผู้นี้พูดออกมาพร้อมกับแสยะยิ้ม
คนผู้นี้กลั่นแกล้งกันชัดๆ นาง้ายื่นกองกำลังหลายพันคนที่อยู่ใต้บัญชา แล้วการยื่นกองกำลังจำนวนมากขนาดนั้นแต่ต้องใช้เงินทองมากมายขนาดไหนหรือว่าของที่ล้ำค่าขนาดไหนเป็ขอตอบแทน
ไม่มีโอกาสเลยคนผู้นี้ราวกับว่าปิดโอกาสในการทำข้อตกลงครั้งนี้ไปเรียบร้อยแล้ว ซูฉีกัดฟันแน่นคนผู้นี้รังแกกันชัดๆ
นางสูดหายใจเข้าออกเพื่อพยายามผ่อนคลายโทสะภายในจิตใจของตน ‘ ใจเย็นก่อนซูฉีตัวของเ้าจำเป็จะต้องใจเย็นกว่านี้ คนพวกนี้แม้จะน่าหงุดหงิดเพียงใดแต่ว่าต้องใจเย็นเข้าไว้ ’
นางกำลังสะกดจิตตนเอง เมื่อมองไปที่ใบหน้าของแม่ทัพหนุ่มผู้นั้นที่กำลังแสดงใบหน้าควรประสาทยิ่งทำให้น้ำนั้นความโกรธปรี๊ดขึ้นสมอง
นางถอนหายใจเฮือกใหญ่หลังจากที่พอสงบสติอารมณ์ของตนเองได้ “ เข้าใจแล้วในเมื่อท่านบอกแบบนั้น ข้าเองก็จะมอบค่าตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อให้กับท่าน”
“ ว่ามาสิค่าตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อคืออะไร ”
ซูฉีลุกขึ้นเดินมุ่งตรงไปยังบริเวณริมกระโจมที่มีแก้วน้ำแก้วนึงตั้งอยู่บนโต๊ะ นางใช้มือของตนเองเข้าไปใกล้ๆแก้วน้ำแก้วนั้น
พลังิญญาปลดปล่อยออกมาจากฝ่ามือเข้าปกคลุมน้ำบริสุทธิ์ภายใน มันกลายเป็น้ำพลังิญญาในชั่วพริบตา
นางหยิบน้ำแก้วนั้นมาก่อนที่จะเดินกลับไปที่แม่ทัพหวงแล้วก็ยื่นให้เขา
หวงเจียวลู่เหลือบสายตามอง “ น้ำิญญา… ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าคุณหนูตระกูลซูเป็ผู้ฝึกฝนพลังด้วย ”
คนผู้นี้แสดงใบหน้าจริงจังในตอนนี้บนใบหน้าของมันบ่งบอกให้ล่วงรู้อย่างชัดเจนว่ามันไม่รู้เื่นี้มาก่อน
“ สิ่งนี้คือข้อแลกเปลี่ยนเ้าค่ะ ว่าอย่างไรเ้าค่ะมันล้ำค่ามากพอหรือไม่? ”
จบบท