พ.ศ. 2544
สนามบินกรุงเทพอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ
อากาศกรุงเทพร้อนมากสมกับเป็เมืองร้อน แต่อุณหภูมิของห้องรับรองผู้โดยสารกลับเย็นมากจนทำให้เส้นผมของอลิสาเกิดไฟฟ้าสถิตทำท่าทางราวกับเต้นรำอยู่ตลอดเวลาช่างสวนทางกับอุณหภูมิภายนอกอย่างสิ้นเชิง
อลิสากำลังรอให้ใกล้เวลาบอร์ดดิ้งไทม์อีกสักหน่อยเพื่อเดินเข้าเกท มีนารีแม่ของเธอที่มีประกายตาอ่อนโยนอบอุ่นนั่งอยู่ข้างๆ และธานินทร์พ่อของเธอที่นั่งอยู่ไม่ไกลกันนัก
เมื่ออลิสาไม่สามารถลดลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศลงได้เธอจึงได้แต่คอยถูแขนให้ได้รู้สึกอุ่นขึ้น
อลิสาเหลือบมองไปที่พ่อของเธอและทำให้นึกถึงตอนเธอยังเด็ก ทุกครั้งที่เธอมองพ่อจะพบกับสายตาที่เย็นเยียบจนทำให้เธอรู้สึกกลัว ต้องรีบซ่อนตัวถ้ามีโต๊ะอยู่ใต้โต๊ะ เมื่อไม่มีโต๊ะจะอยู่หลังโซฟา เมื่อไม่มีอุปกรณ์ใดๆแล้วเธอจะกอดต้นขาคุณปู่ศักดิ์ไว้แน่น
ต่อมาเมื่ออลิสาโตขึ้นแล้วเธอจึงตระหนักได้ว่าพ่อของเธอเป็คนเ็า พ่อไม่ค่อยโทรหา ไม่เคยไปที่ห้องครัวเพื่อทำอาหารให้พูดคุยแทบนับคำได้ในฐานะพ่อ ั้แ่เธอยังเด็กแล้ว จนทำให้อดคิดไม่ได้ว่าพ่อเก็บเธอมาเลี้ยงหรือเปล่า
ต่อมาอลิสาค่อยๆรับรู้ได้ว่าจริงๆแล้วพ่อรักและห่วงใยเธอเป็อย่างมากเช่นในวันเกิด พ่อจะให้เงิน เปิดเทอมใหม่ พ่อจะซื้ออุปกรณ์การเรียนใหม่ให้เพราะพ่อคิดว่าเป็การตัดขั้นตอนที่ยุ่งยากออกไป ไม่ต้องคิดว่าจะให้ของขวัญอะไรและทำให้เธอเข้าใจได้ว่า พ่อจำวันเกิดเธอได้เสมอ เธอสามารถใช้เงินไปเลือกซื้อของที่ชอบได้จริงๆถึงแม้เงินจะไม่ใช่ทุกอย่าง แต่ถ้าไม่มีเงินก็เป็ไปไม่ได้อีกเช่นกัน
ทั้งหมดนี้เธอได้ยินจากพ่อในภายหลังได้รู้ว่าพ่อเธอเป็ปัจเจกบุคคลมีความเฉพาะตัวไม่เหมือนใคร และเธอก็ชอบพ่อเธอมาก ั้แ่นั้นมาความรู้สึกที่เธอมีต่อพ่อก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ไม่ต้องพูดถึงเธอก็ยิ่งรู้สึกสนิทสนมมากขึ้นไปอีก แม้ว่าบุคลิกภาพของพ่อจะแตกต่างจากพ่อที่อบอุ่นอ่อนโยนอย่างมากแต่โดยพื้นฐานแล้วพ่อห่วงใยลูก และหวังว่าลูกจะมีชีวิตที่ดีๆ
วันนี้อลิสาแต่งตัวด้วยเสื้อยืดกางเกงยีนรองเท้าผ้าใบ มีโทรศัพท์มือถือห้อยอยู่ที่คอ พร้อมสะพายกระเป๋าใบเล็กๆ ไม่เหมือนผู้หญิงที่กำลังจะไปเรียนต่อต่างประเทศจนทำให้พ่อต้องทักเธอก่อนออกจากบ้าน “แน่ใจนะว่าจะแต่งตัวแบบนี้ออกไป”
อลิสาอธิบายด้วยรอยยิ้ม“แต่งตัวแบบนี้สะดวกในการเดินทาง”
พ่อกลอกเปลือกตาและพูดอย่างเ็าว่า“อะไรจะสะดวกในการเดินทางเธอต้องเดินทางด้วยเครื่องบินนะ”
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่งธานินทร์ก็หันกลับมาและจ้องไปที่อลิสา “อายุยี่สิบสองแล้วทำไมถึงแต่งตัวแบบนี้ ควรเรียนรู้การแต่งตัวที่ดีขึ้นได้แล้ว”
ธานินทร์เหลือบมองลูกสาวอีกครั้งอย่างช่วยไม่ได้“ถึงลอนดอนแล้วเจเจจะมารับลูกได้ยินไหม”
อลิสาพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง:“ค่ะพ่อ”
อลิสาไม่เคยสนใจแบรนด์แฟชั่นและเครื่องสำอางเธอให้ความสำคัญกับอาหาร นวนิยาย และภาพยนตร์อยู่เสมอเธอมักไปซื้อเสื้อผ้ากระสอบมือสอง หรือลดราคาในห้าง
เนื่องจากพ่อแม่ของเธอยุ่งมากอลิสาจึงได้รับการเลี้ยงดูจากปู่ของเธอั้แ่เธอยังเป็เด็ก ดังนั้นทุกครั้งที่พ่อของเธอบ่นเื่การแต่งตัวเพื่อเข้าสังคมไม่ถูกใจเธอยิ้มและพูดว่า “ปู่บอกว่าหนูสาแต่งตัวแบบนี้สวยมาก” พ่อจะหันหลังและเดินออกไป
ตอนนี้ญาติสาวบางคนเพิ่งแต่งงานบางคนถูกบังคับให้นัดบอด อลิสาจงใจแต่งตัวให้เหมือนยังเป็เด็กพ่อแม่จะได้ไม่คิดว่าสมควรแต่งงานหรือช่วยหาสามีให้ลูกได้แล้ว
ว่ากันว่าการแต่งงานเหมือนตายทั้งเป็อลิสายังคง้าอยู่อย่างอิสระอีกสักสองสามปี แต่เธอไม่ได้คาดหวังว่าเมื่อเธอไปลอนดอนในครั้งนี้จะทำให้ชีวิตเธอเื่การแต่งงานไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป