ทะลุมิติมาเป็นนักศึกษาแพทย์ในยุค 80 [จบ]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 97 ไม่ฟังคำแนะนำ(1)

            

            หลายวันผ่านไปในพริบตาแผลบนหน้าผากของสวี่ฮุ่ยก็ถูกตัดไหมเรียบร้อยแล้ว

            สวี่ฮุ่ยส่องกระจกดูครั้งแล้วครั้งเล่าแผลเป็นยังคงอยู่ แต่เห็นไม่ชัดนัก

            หากยาลดรอยแผลเป็นที่คุณย่าลู่มอบให้ได้ผลจริงดังที่ท่านว่าใช้ครบหกขวดแผลก็น่าจะเลือนหายไป

            สวี่ฮุ่ยสวี่ต้าซาน และสวี่เยว่ต่างก็ได้รับบาดเจ็บบนหน้าผาก

            แม้สวี่ต้าซานจะบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยแต่ก็ยังคงมีรอยแผลเป็นปรากฏให้เห็น

            ส่วนสวี่เยว่ยิ่งไม่ต้องพูดถึงบาดแผลเล็ก ๆ กลายเป็นแผลใหญ่ทิ้งรอยแผลเป็นขนาดเท่าตะขาบปรากฏเด่นชัดอยู่บนหน้าผาก  ไม่ต้องติดตาดวงที่สามก็เล่นเป็นเอ้อร์หลางเสิน[1] ได้เลย

            สองพ่อลูกสวี่ต้าซานและสวี่เยว่เป็นคนเกิดแผลเป็นง่าย มีเพียงแต่เธอที่ไม่เป็น

            ทำให้สวี่ฮุ่ยยิ่งสงสัยว่าตัวเองอาจไม่ใช่ลูกสาวของสวี่ต้าซานและกู่ซิ่ว

            น่าเสียดายที่ยุคนี้ยังไม่มีการตรวจดีเอ็นเอพิสูจน์ความสัมพันธ์ ไม่เช่นนั้นเธอก็อยากจะตรวจกับสวี่ต้าซานและกู่ซิ่วให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย

            เพื่อพิสูจน์ว่าเธอไม่ใช่ลูกของพวกเขา ต่อไปจะได้หลุดพ้นจากพวกเขาเสียที

            สวี่เยว่เห็นรอยแผลเป็นบนหน้าผากของตัวเองชัดขนาดนั้น ในขณะที่รอยแผลเป็นของยัยงั่งกลับจางลง  ในใจก็รู้สึกไม่เท่าเทียมอย่างที่สุด

            เดิมทีเธอก็ไม่ได้สวยเท่าสวี่ฮุ่ยอยู่แล้ว ตอนนี้ยังมีแผลเป็นเพิ่มขึ้นมาอีก  ก็ยิ่งเทียบไม่ติดเข้าไปใหญ่

            ดังนั้นเธอจึงจงใจแกล้งร้องไห้ฟูมฟายต่อหน้าสวี่ต้าซาน บอกว่าหน้าตาของเธอเสียโฉม  น่าเกลียดยิ่งกว่าเมื่อก่อน

            ยังบอกอีกว่าหากเธอมีครีมลดรอยแผลเป็นที่คุณย่าลู่ให้สวี่ฮุ่ย รอยแผลเป็นบนหน้าผากของเธอต้องจางลงและไม่ส่งผลกระทบต่อใบหน้าเท่าไหร่แน่

            สวี่เยว่ต้องการอะไรก็ไม่เคยพูดตรงๆ  มักจะพูดอ้อม ๆ ให้คนที่ถูกหลอกใช้เข้าใจเอง แล้วออกหน้าแทนเธอ

            ส่วนตัวเธอก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ให้คนอื่นคิดว่าเธอทั้งไร้เดียงสาและจิตใจดี

            สวี่ต้าซานได้ฟังลูกสาวคนเล็กร้องทุกข์ ก็พลันนึกถึงครีมลดแผลเป็นของลูกสาวคนโตขึ้นมา จึงไปขอจากสวี่ฮุ่ย

            สวี่ฮุ่ยถามอย่างเย็นชา“พ่อจะเอาครีมลดรอยแผลเป็นไปทำอะไร? พ่ออายุขนาดนี้แล้วยังสนใจรอยแผลเป็นบนหน้าผากอีกเหรอ?”

            สวี่ต้าซานหัวเราะแห้งๆ “พ่อเป็นผู้ชาย  อายุก็ปูนนี้แล้วต่อให้ยังหนุ่มก็ไม่ค่อยสนใจเรื่องหน้าตาหรอก”

            “พ่อแค่อยาก...ให้ลูกเอาครีมลดแผลเป็นที่ยังใช้ไม่หมดให้น้องใช้ ยังไงลูกก็ใช้ไม่หมดอยู่แล้ว”

            “ใครบอกว่าหนูใช้ไม่หมด?แผลเป็นของหนูจางลงมากก็จริง  แต่ก็ยังมีรอยแผลเป็นอยู่”

            “อีกอย่าง ต่อให้หนูใช้ไม่หมด  หนูก็จะทิ้งไม่ให้สวี่เยว่ใช้เด็ดขาด!”

            ถึงแม้สุดท้ายสวี่ต้าซานจะไม่ได้ครีมลดรอยแผลเป็นจากสวี่ฮุ่ย แต่สวี่เยว่ก็ยังดีใจ

            เพราะเธอรู้ว่าสวี่ฮุ่ยไม่ยอมให้ครีมลดรอยแผลเป็นกับเธอแล้วยังพูดจาแบบนั้น สวี่ต้าซานต้องไม่พอใจแน่ ๆ

            ทั้งบ้านมีเพียงสวี่ต้าซานเท่านั้นที่ดีกับสวี่ฮุ่ย

            หากแม้แต่สวี่ต้าซานยังเกลียดสวี่ฮุ่ย สวี่ฮุ่ยคงเสียใจมากแน่ ๆ

            สวี่เยว่ชอบดูสวี่ฮุ่ยถูกคนที่เธอสนิทและพึ่งพาทำร้ายที่สุด

            ช่วงสองสามวันมานี้สวี่ฮุ่ยดวงดีมาก ตกตะพาบน้ำได้สองตัว  ตกเต่าได้หนึ่งตัวและปลาช่อนอีกหลายตัว

            เช้าวันนี้สวี่ฮุ่ยเลือกชุดกระโปรงที่คุณย่าลู่มอบให้เมื่อวานมาใส่  สวมรองเท้าคู่ใหม่ที่คุณย่าลู่ซื้อให้ คาดที่คาดผมติดโบว์ที่ลู่ฉี่เสียนซื้อให้แล้วออกจากห้อง

            สวี่เยว่ตื่นนอนแล้วเดินมาที่ห้องนั่งเล่นเห็นสวี่ฮุ่ยใส่ชุดใหม่ที่ข้อมือยังสวมนาฬิกายี่ห้อทิโทนิที่ว่ากันว่าฝังเพชรยี่สิบห้าเม็ดก็รู้สึกอิจฉาริษยาทุกอย่าง

            แต่พอคิดว่ายัยงั่งจะอวดเบ่งได้ไม่นานก็รู้สึกดีขึ้นไม่น้อย

            สวี่ฮุ่ยไปล้างหน้าแปรงฟันในห้องครัวไม่กินมื้อเช้าก็ถือถังที่ใส่สัตว์น้ำเดินออกจากบ้าน

            กู่ซิ่ววิ่งตามไปที่ประตูตะโกนเสียงดัง  “ฮุ่ยฮุ่ย กินข้าวเช้าก่อนค่อยไปสิแม่ทำแพนเค้กต้นหอมเสร็จแล้ว!”

            สวี่ฮุ่ยตอบโดยไม่หันกลับไปมอง“ไม่ต้องหรอกค่ะ!”

            กู่ซิ่วมองสวี่ต้าซานที่อยู่ข้างๆ แสร้งถอนหายใจด้วยท่าทางจนใจ

            สวี่ต้าซานบ่น“ถ้าเธอดีกับฮุ่ยฮุ่ยแบบนี้ตั้งแต่แรกลูกก็คงไม่เหินห่างกับพวกเราขนาดนี้หรอก”

            กู่ซิ่วก้มหน้า“เป็นความผิดของฉันเอง ต่อไปฉันจะชดเชยให้เธอดี ๆ เลย”

            สวี่ฮุ่ยนั่งรถไปที่ร้านบะหมี่ปลาไหลห่าวไจ้ไหล

            คุณลุงจางเห็นในถังของเธอนอกจากปลาไหลแล้วยังมีปลาช่อนตัวใหญ่ตะพาบน้ำและเต่าอีกหลายตัวจึงถาม “วันนี้จะไปเมืองเอกเหรอ?”

            สวี่ฮุ่ยพยักหน้าแล้วชี้ไปที่ตะพาบน้ำตัวไม่เล็กไม่ใหญ่พลางถามว่า “คุณลุงจาง  ฉันฝากตะพาบตัวนี้ไว้ที่นี่ได้ไหมคะ?”

            คุณลุงจางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ? ทำเธอไมไม่เอาตะพาบตัวนี้ไปขายที่เมืองหลวงล่ะ?ตัวนี้น่าจะหนักสองจินกว่า ขายได้ตั้งหลายสิบหยวนแน่ะ”

            สวี่ฮุ่ยกล่าว “ฉันจะเอาตะพาบตัวนี้ไปให้คนอื่นค่ะ”

            คุณย่าลู่ชอบกินตะพาบมาก เธอเลยอยากเอาไปให้คุณย่าทาน

            วันนี้สวี่ฮุ่ยออกจากบ้านแต่เช้าตอนนี้ยังไม่ถึงเจ็ดโมง

            หลังจากที่คุณลุงจางตักปลาไหลและตะพาบน้ำที่เธอเก็บไว้ให้คุณย่าลู่เสร็จแล้วสวี่ฮุ่ยก็ถือถังวิ่งตลอดทางจนทันขึ้นรถไฟเที่ยวเจ็ดโมงไปเมืองเอกพอดี

            เมื่อถึงเมืองเอกก็สิบโมงกว่าแล้ว

            สวี่ฮุ่ยขายสัตว์น้ำที่ตลาดค้าส่งต้าตงเหมินทั้งสองครั้งล้วนเจอแต่ประสบการณ์ไม่ดี

            ครั้งนี้เธอจึงไม่คิดจะไปที่นั่นแต่ตั้งใจจะหาตลาดสดเพื่อขายสัตว์น้ำของเธอเอง ต่อให้ราคาจะต่ำหน่อยก็ไม่เป็นไรยังไงก็คงไม่ต่ำกว่าราคาที่ขายในอำเภอ

            สิ่งที่สวี่ฮุ่ยต้องการคือความปลอดภัย

            ป้าใจดีคนหนึ่งบอกเธอว่าที่ถนนเฉียนจิ้นมีตลาดสดแห่งหนึ่งอยู่ที่นั่นอนุญาตให้ขายสัตว์น้ำส่วนตัวได้ เพียงแต่ขนาดไม่ใหญ่นัก

            ยุคนี้ตลาดสดทั้งหมดเป็นของรัฐไม่ได้อนุญาตให้ค้าขายของส่วนตัวได้ทุกแห่ง

            สวี่ฮุ่ยเดินไปที่ตลาดสดถนนเฉียนจิ้นตามที่ป้าใจดีคนนั้นบอกทาง

            ระหว่างทางเธอผ่านบอร์ดประชาสัมพันธ์ของคณะกรรมการชุมชนแห่งหนึ่งเห็นติดป้ายประกาศต่าง ๆ มากมาย

            สวี่ฮุ่ยเหลือบมองโดยไม่ได้ตั้งใจกลับเห็นประกาศขายบ้านด้วย!

            เธอหยุดเดินด้วยความตื่นเต้น

            บนบอร์ดมีบ้านสี่หลัง บ้านที่อยู่ในหมู่บ้านกลางเมืองมีขนาดค่อนข้างใหญ่  ส่วนบ้านที่อยู่ในเขตบ้านพักข้าราชการมีขนาดค่อนข้างเล็ก

            สวี่ฮุ่ยตั้งใจว่าถ้ายังพอมีเวลาหลังจากขายสัตว์น้ำแล้วพาลู่ฉี่เสียนไปกินข้าวกลางวันเสร็จแล้วเธอก็จะไปดูบ้านต่อ

            เธอไม่รู้ว่าราคาบ้านในเมืองเอกยุคนี้เป็นอย่างไรบ้างเลยอยากจะศึกษาไว้ก่อน

            เมื่อไปถึงตลาดสดถนนเฉียนจิ้น สวี่ฮุ่ยก็ถือถังเดินวนรอบ ๆ ตลาด

            ในตลาดมีทั้งร้านขายปลาไหลร้านขายปลาช่อน แต่ไม่มีร้านขายเต่ากับตะพาบน้ำ

            สวี่ฮุ่ยหยุดเดินข้างแผงขายปลาช่อนแค่ครู่เดียวเจ้าของแผงเห็นว่าในถังของเธอมีปลาดุกก็ไล่ให้เธอรีบ ๆ ออกไปอย่างหงุดหงิด

            สวี่ฮุ่ยก็ไม่ได้โกรธวางถังลงข้างแผงขายผักแห่งหนึ่ง

            สองร้านนี้ขายของคนละอย่างป้าขายผักเหลือบมองสัตว์น้ำในถังของสวี่ฮุ่ยก็ไม่ได้พูดอะไร

            ถังของสวี่ฮุ่ยแตะพื้นไม่ถึงสองนาที เจ้าหน้าที่ดูแลตลาดในชุดเครื่องแบบก็เดินเข้ามาบอกให้สวี่ฮุ่ยจ่ายค่าที่

            สวี่ฮุ่ยถาม “เท่าไหร่คะ?”

            เจ้าหน้าที่ดูแลตลาดจ้องมองสัตว์น้ำในถังของเธอกล่าวว่า  “สามหยวน”

            สวี่ฮุ่ยเพิ่งเห็นพ่อค้าแม่ค้าบางคนจ่ายสองเหมา บางคนจ่ายสามเหมา  แต่พอมาถึงเธอกลับคิดสามหยวน

            นี่เห็นว่าเธอเป็นคนใหม่ แถมยังขายสัตว์น้ำราคาแพงเลยคิดจะฟันหัวแบะล่ะสิ

            สวี่ฮุ่ยไม่ได้ทะเลาะกับเขาหยิบเงินหนึ่งหยวนออกมาจากกระเป๋ายัดใส่มือเจ้าหน้าที่ดูแลตลาด  “สหายเอาไปซื้อบุหรี่สูบเถอะ”

            เจ้าหน้าที่ดูแลตลาดกับสวี่ฮุ่ยต่างก็รู้กันเขาเก็บเงินหนึ่งหยวนนั้นใส่กระเป๋าตัวเองแล้วเดินจากไป

            ถึงแม้ตลาดสดถนนเฉียนจิ้นจะมีขนาดไม่ใหญ่นักแต่กำลังซื้อกลับไม่น้อยตาม

            ปลาช่อนตัวใหญ่หลายตัว เต่าสองตัวและตะพาบน้ำตัวใหญ่หนึ่งตัวของสวี่ฮุ่ยขายได้ทั้งหมดสามร้อยกว่าหยวน  ไม่ต่ำกว่าราคาขายในตลาดค้าส่งต้าตงเหมินเลย

            เพียงแต่ต้องใช้เวลานานหน่อย ขายจนถึงเที่ยงกว่าจะหมด

            สวี่ฮุ่ยรู้สึกพึงพอใจมาก เก็บเงินไว้กับตัวแล้วไปหาห้องน้ำสาธารณะที่ต้องเสียเงินล้างมือล้างหน้าให้สะอาด  ชำระล้างกลิ่นคาวออกจากตัว

            เธอไม่อยากไปเจอชายในฝันพร้อมกลิ่นตัวหรอกนะก่อนจะเดินไปที่สถานีตำรวจมณฑลด้วยความตื่นเต้นเล็กน้อย

            สวี่ฮุ่ยเดินเข้าไปในสถานีตำรวจมณฑล หลูเจียหมิ่นก็เห็นเธอทันที

            หลูเจียหมิ่นเดินเข้ามาหา ถามเหมือนไม่รู้ว่า  “น้องสาวต้องการความช่วยเหลืออะไรไหม?”

            ก่อนหน้านี้สวี่ฮุ่ยเคยเจอหลูเจียหมิ่น แต่ไม่รู้จักชื่อของเธอ  ยิ่งไม่รู้ว่าเธอเป็นพี่สาวของหลูเจียหง

            แต่พอเจอเธออีกครั้ง ก็เดาได้ว่าเธอเป็นพี่สาวของหลูเจียหง  พี่น้องคู่นี้มีส่วนคล้ายกันถึงเจ็ดส่วน

            สวี่ฮุ่ยส่ายหน้า “ฉันไม่ต้องการความช่วยเหลือ  ฉันมาหาหัวหน้าลู่ค่ะ”

            “เธอมาหาเขาทำไม?” หลูเจียหมินเดาไว้ในใจตั้งนานแล้ว  เธอซักไซ้ต่อ

            สวี่ฮุ่ยยิ้มส่งๆ ตามมารยาท  “เรื่องส่วนตัวค่ะ”

             

            [1] เอ้อร์หลางเสินหมายถึง เทพนักรบในวรรณกรรมจีนเรื่องไซอิ๋ว  มีดวงที่สามอยู่กลางหน้าผาก

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นนักศึกษาแพทย์ในยุค 80 [จบ] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570