สูงขึ้นไปเหนือใบหญ้าที่มีน้ำค้างเกาะพราว อู๋จงหยวนร้อนรนจนแทบจะอดทนรอไม่ไหว เขากระโดดขึ้นไปบนต้นไม้ หลบซ่อนตัวหลังกิ่งไม้แล้วหมอบลง การอยู่บนต้นไม้จะทำให้เขามองเห็นทัศนียภาพด้านล่างเชิงเขาได้อย่างชัดเจนเพราะยังไม่ถึงฤดูกาลที่เหมาะสม ลูกท้อที่เขาเก็บมาจึงยังไม่สุกเต็มที่ แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นความอร่อยของมันก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย ตอนที่อาจารย์ยังมีชีวิตอยู่ท่านปลูกต้นท้อนี้ด้วยตัวเอง ตอนนี้มันน่าจะมีอายุถึงยี่สิบปีแล้วและจะออกผลให้เก็บกินได้ทุกปีพอหวนนึกถึงความหลังครั้งเก่าอู๋จงหยวนก็อดเศร้าไม่ได้ ต้นท้อที่ปลูกไว้ยังคงอยู่ ทว่าคนปลูกกลับตายไปหลายปีแล้ว ความจริงอู๋จงหยวนไม่เชื่อเรื่องผีหรือวิญญาณ เขาอยู่กับอาจารย์มาสิบกว่าปีแต่ก็ยังไม่เคยเห็นผีเลยสักครั้ง เรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นอาจารย์ก็คงไม่รับรู้ ในเมื่อตายไปแล้วก็คงไม่ต้องเห็นหรือรับรู้อะไรอีกแต่ถึงแม้ว่าอาจารย์ของเขาจะไม่เห็นหรือรับรู้เรื่องที่จะเกิดนี้ก็ตาม อู๋จงหยวนก็ตั้งใจแน่วแน่แล้วว่าจะต้องเก็บรักษาร่างของอาจารย์เอาไว้ เหตุผลที่เขาทำมันไม่ได้เกี่ยวกับความพึงพอใจของอาจารย์หรืออะไร แต่เขาทำเพราะนั่นคือการแสดงความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณที่เขารัก นอกเหนือจากเรื่องที่เกี่ยวกับไสยศาสตร์ อย่างการวาดภาพยันต์และฮวงจุ้ยที่อาจารย์ไม่ยอมสอนแล้ว เรื่องอื่นๆ ที่เป็นทักษะพื้นฐานสำหรับการใช้ชีวิตอาจารย์ได้สอนพวกเขาเกือบทั้งหมด อย่างเช่น การดูตำแหน่งของดวงอาทิตย์และดวงดาวเพื่อบอกเวลา ซึ่งวิธีการนี้ค่อนข้างแม่นยำ และคลาดเคลื่อนไม่เกิน 10 นาทีเท่านั้น พอใกล้ถึงหกโมงเช้า ก็เริ่มเห็นผู้คนเดินกันอยู่บริเวณด้านล่างเชิงเขา สักพักก็มีรถขับเข้ามา 3 คัน คันหน้าเป็นรถจี๊ปโตโยต้าสีขาว ส่วนรถที่ขับตามมาคงจะเป็นรถของหัวหน้าคนงานและหัวหน้าของหมู่บ้านเพราะรถคันอื่นต่างก็มีลูกน้องนั่งกันอยู่เต็มไปหมดทันทีที่รถจอด คนก็เริ่มทยอยลงมาจากรถ คนที่ลงมาไม่น่าจะใช่คนของทางการ แต่น่าจะเป็นพวกอันธพาลมากกว่า แต่ละคนมีรอยสักเต็มตัว และสวมโซ่ทองเส้นใหญ่รอบคอ อู๋จงหยวนไม่รู้ว่าโซ่ทองที่เห็นเป็นของจริงหรือของปลอม แต่พอมองดู มันออกจะเป็นสีเหลืองเสียมากกว่าสีทองถัดไปจากพวกนักเลง อู๋จงหยวนเห็นชายคนหนึ่งดูจากท่าทางแล้วน่าจะเป็นคนขับรถขุด เพราะพอลงมาจากรถ เขาก็มุ่งหน้าเดินตรงไปที่รถขุดทันที นอกจากเขาแล้วยังมีกลุ่มผู้ชายร่างควายถึกอีกกว่า 20 คน แต่ละคนเดินไปก็บิดเอว บิดสะโพกไปด้วย อู๋จงหยวนมองว่าท่าทางแบบนั้นเหมือนจะเป็นการวางท่า และโอ้อวดโซ่ทองเส้นใหญ่รอบคอเสียมากกว่าภาพของรถขุดและเหล่านักเลงมากมายหลายคน ทำให้อู๋จงหยวนรู้สึกงุนงงเล็กน้อย เขาคิดว่าการละเมิดกฎหมายเรื่องการเผาศพควรจะเป็นเรื่องที่ได้รับการจัดการโดยฝ่ายกฎหมายและส่วนท้องถิ่นมากกว่า แล้วไอ้พวกนักเลงกลุ่มนี้มากันทำไมตั้งมากมาย? ตอนนี้ยังไม่แปดโมงครึ่ง ยังไม่ถึงเวลาทำงานของราชการ เพราะฉะนั้นคนพวกนี้ต้องไม่ใช่คนของทางการแน่นอน ถ้าเป็นคนของทางการจริงก็น่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่น่าจะใช่กลุ่มชายควายถึกโซ่ทองพวกนี้ อู๋จงหยวนจึงสรุปว่ากลุ่มคนที่เห็นคงเป็นพวกนักเลงที่ดินมากกว่าจะถูกส่งมาจากทางการบ้านเก่าหลังนี้ของอู๋จงหยวนไม่ได้อยู่บนยอดเขา แต่ตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาในจุดที่ไม่สูงมากนักและห่างจากยอดเขากว่าสองไมล์ เพียงไม่ถึงสิบนาทีรถขุดก็ขึ้นมาบริเวณหน้าบ้านแล้วเมื่อเห็นรถขุดเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ อู๋จงหยวนก็กังวลเล็กน้อย ชายร่างใหญ่คนนั้นบังคับรถได้ดีมาก หรือทรายที่ใส่ลงไปในถังน้ำมันจะไม่ได้ผล?แย่ล่ะสิ !! ทว่าไม่นานนัก ชายร่างใหญ่ก็ขับรถต่อไปไม่ได้ รถขุดหยุดอยู่ห่างจากตัวบ้านเพียง 30 เมตรเท่านั้นคนขับลงมาตรวจสอบ เขารู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง เขาจึงเปิดฝาครอบถังน้ำมันออกดู น้ำมันก็ยังดูเต็มอยู่ มิเตอร์ก็ขึ้นโชว์ว่าน้ำมันยังไม่หมด นี่ไม่ใช่การขโมยน้ำมันแน่ๆ แต่คงมีคนจงใจทำให้รถพังเสียมากกว่าชายวัยกลางคนอายุประมาณสี่สิบปีที่เป็นหัวหน้ากลุ่มอันธพาลสวมเสื้อลายดอก มีใบหูยาวใหญ่ ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อ เมื่อเห็นว่ารถขุดไม่สามารถเคลื่อนที่ได้เขาก็สบถคำหยาบออกมา แล้วจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรบอกใครบางคนให้ส่งรถขุดมาอีกคัน“ผู้อำนวยการเฉียนคือคนของเรา... มีเขาอยู่ คนในหมู่บ้านไม่มีใครกล้าทำแบบนี้แน่” หนึ่งในกลุ่มนักเลงโซ่ทองพูด พร้อมกับชี้ไปที่บ้านเก่าทางเหนือ “ต้องเป็นไอ้สัตว์ประหลาดสองคนที่อยู่บ้านหลังนั้นแน่ๆ”ไอ้เสื้อลายดอกขมวดคิ้ว มือเท้าสะเอว เอียงหัวแล้วพูด “ต้องให้กูพูดกับพวกมึงอีกกี่ครั้ง สัตว์ประหลาดอะไรเล่า พวกนั้นเป็นเด็กกำพร้าที่ตาแก่นั่นเลี้ยงดูไว้” เมื่อไอ้เสื้อลายดอกพูดจบ ไอ้โซ่ทองก็รีบยิ้มรับแล้วพยักหน้าขึ้นลง “ใช่ๆๆ พี่ใหญ่พูดถูก เด็กกำพร้าสองคนนั่นต้องเป็นคนทำแน่ๆ”ไอ้เสื้อลายดอกส่ายหัว “ไม่น่าใช่ กูถามผู้อำนวยการเฉียนแล้ว เขาบอกว่า ช่วงไม่กี่ปีมานี้ ไอ้พี่คนโตหลินชิงหมิงมันขุดถ่านหินอยู่ที่เหมือง มันหารายได้ส่งน้องชายมันเรียนมัธยม เหมืองถ่านหินที่ใกล้ที่สุดก็อยู่ห่างจากนี่ตั้ง 200 ไมล์ ส่วนโรงเรียนมัธยมนั่นก็อยู่ไกลตั้ง 100 ไมล์ พวกเราเอารถขุดมาถึงที่นี่ตั้งแต่เมื่อคืน ถึงจะมีคนไปบอกพวกมัน พวกมันก็คงกลับมาเร็วขนาดนี้ไม่ได้แน่”“ใช่ๆๆ พี่ใหญ่ฉลาดที่สุด” ไอ้โซ่ทองรีบพูดประจบประแจง“เอาเถอะ เลิกพูดไร้สาระได้แล้ว” ไอ้เสื้อลายดอกพูดพร้อมชี้ไปที่บ้านเก่าทางทิศเหนือ "บ้านพังยับเยินแบบนี้ ไม่ต้องใช้รถก็ย้ายได้ ไปช่วยกันรื้อบ้านก่อน ถ้ารถขุดมาแล้ว ค่อยขุดศพขึ้นมา”ไอ้เสื้อลายดอกพูดจบ ไอ้โซ่ทองก็ตะโกนเรียกพรรคพวกไปที่บ้านของอู๋จงหยวนทันที เมื่อเห็นว่านักเลงกำลังจะรื้อทำลายบ้าน อู๋จงหยวนก็รีบกระโจนลงมาจากต้นไม้และวิ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว "พวกคุณจะทำอะไรกัน?"เมื่อเห็นใครบางคนปรากฏตัวขึ้น กลุ่มนักเลงทั้งหลายจึงหยุดรอรับคำสั่งจากหัวหน้าไอ้เสื้อลายดอกไม่เคยเห็นอู๋จงหยวนมาก่อน แน่นอนว่าต้องไม่รู้จักเขา เมื่อเห็นเขา มันตะโกนถามเสียงดัง "เอ็งเป็นใคร?"
"ฉันชื่ออู๋จงหยวน อยู่โรงเรียนมัธยมในเมือง ฉันได้ยินมาว่ามีพวกนักเลงหัวไม้กำลังจะขุดหลุมฝังศพและทำลายบ้านฉัน ฉันเลยกลับมาดูว่ามันจริงไหม?” อู๋จงหยวนจ้องเขม็งไปที่ไอ้เสื้อลายดอก“เฮ้ย มึงว่าใครนักเลงหัวไม้วะ?” ไอ้โซ่ทองรีบพูดดัก “ไอ้เวรนี่ มึงคิดว่ามึงเป็นหัวหน้ารึไงฮะ?” ผัวะ!ไอ้เสื้อลายดอกหันไปตะคอกลูกน้อง และตบหัวไอ้โซ่ทองอย่างแรง ก่อนจะตะโกนสั่ง “หลีกไป” ไอ้โซ่ทองรีบหลบออกมา แม้จะรู้สึกไม่ค่อยเต็มใจนัก ไอ้เสื้อลายดอกจับลูกประคำในมือหมุนไปหมุนมา แล้วก้าวไปข้างหน้า “เอ็งเป็นเจ้าของบ้านเก่าๆ นี้เรอะ?”"ใช่ บ้านหลังนี้เป็นของฉัน" อู๋จงหยวนพยักหน้า "ส่วนพวกแกก็เป็นนักเลงสินะ?”ไอ้เสื้อลายดอกแสยะยิ้ม “ไม่ใช่โว๊ย”“แสดงว่าพวกแกเป็นตำรวจท้องที่งั้นเหรอ?” อู๋จงหยวนถามขึ้นอีกครั้ง"ฮ่าฮ่าฮ่า" ไอ้เสื้อลายดอกขำ“ขำอะไร พวกแกเป็นคนจากทางการใช่ไหม?” อู๋จงหยวนถาม “ถ้าไม่ใช่ แกก็ไม่มีสิทธิ์รื้อทำลายบ้านและขุดหลุมศพ”"ฮ่าฮ่าๆ พูดมีเหตุผลดีนี่หว่า” ไอ้เสื้อลายดอกพูดยิ้มๆ “ถ้าฉันไม่ใช่คนจากทางการ แล้วยังไง?”“ถ้าไม่ใช่คนจากทางการ พวกแกกล้ามาทำลายบ้านคนอื่นได้ไง ฮะ?” อู๋จงหยวนถามเสียงดังไอ้เสื้อลายดอกฟังคำพูดร่ายยาวอย่างเบื่อหน่าย“พี่ใหญ่ เล่นมันเลยดีกว่า ไม่ต้องไปฟังมันแล้ว” หนึ่งในกลุ่มนักเลงพูดขึ้นไอ้เสื้อลายดอกไม่ได้ตอบทันที แต่หันมองไปรอบๆ เมื่อไม่เห็นใคร เขาจึงยกมือขึ้นสั่ง "ลากมันออกไป แล้วทำลายบ้านมันซะ"พอสิ้นคำสั่งของหัวหน้า กลุ่มนักเลงก็เริ่มลงมือทันที พวกเขาคุ้นเคยกับการทำเรื่องทำนองนี้อยู่แล้ว กลุ่มหนึ่งจับตัวอู๋จงหยวนไว้ ส่วนพวกที่เหลือก็ตรงเข้าไปรื้อทำลายบ้านอู๋จงหยวนคิดไม่ถึงว่านักเลงกลุ่มนี้จะกล้าลงมือ พอพวกนักเลงตรงเข้ามา อู๋จงหยวนก็รีบวิ่งหนีพร้อมทั้งตะโกนเสียงดังไปตลอดทาง “พวกแกทำผิดกฎหมาย พวกแกไม่มีสิทธิ์มาทำลายบ้านฉัน”“อย่าห่วงไปเลย พวกฉันจะจ่ายให้ หลังจากรื้อบ้านแกเสร็จ” ไอ้เสื้อลายดอกพูดด้วยรอยยิ้มดูถูกเหยียดหยามด้วยความเป็นเด็ก อู๋จงหยวนจึงไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน เขาทำอะไรไม่ถูก และไม่รู้เลยว่าควรจะทำยังไง เมื่อพวกนักเลงวิ่งไล่เขา เขาทำได้เพียงแค่วิ่งหนีเพื่อไม่ให้นักเลงพวกนั้นจับตัวเขาเท่านั้นไอ้เสื้อลายดอกดูลูกน้องของเขาทุบประตู หน้าต่าง และหลังคาบ้านของอู๋จงหยวน ก่อนจะหันกลับมาและเห็นว่าลูกน้องสองสามคนที่ส่งไปยังไม่สามารถจัดการกับอู๋จงหยวนได้ก็เริ่มโกรธขึ้นมา จึงตะโกนด่าและสั่งการ “ไอ้พวกโง่... ส่งคนไปอีกสิวะ จับมันมาให้ได้”“ส่งคนไปอีกสามคน รีบจัดการมันให้ได้” “ฮึ่ยย... ไอ้พวกอืดอาด ไม่มีสมอง พวกมึงจะมีมีดไว้ทำหอกอะไร! หยิบมีดขึ้นมาแทงมันสิวะ วุ่นวายจริงๆ”“จับมาให้ได้ กะอีแค่เด็กคนเดียว อย่าปล่อยให้มันหนีไปได้”“กูหิวแล้วโว๊ย พวกมึงรีบๆ เร่งมือกันหน่อย” กลุ่มอันธพาลที่วิ่งไล่อู๋จงหยวนเพิ่มจากสามคนเป็นหกคน แต่อู๋จงหยวนก็ยังคงไม่ยอมตอบโต้เหล่านักเลงพวกนั้น เป็นเพราะอาจารย์ของเขาเคยสั่งไว้ว่าอย่าต่อสู้ต่อหน้าคนเยอะๆ อีกเหตุผลก็คือ เขาไม่ได้สนใจว่านักเลงพวกนี้จะทำอะไรบ้านเก่าๆ นั่น ขอแค่ไม่ไปยุ่งกับหลุมศพอาจารย์ของเขาก็พออู๋จงหยวนไม่สามารถใช้วิชาตัวเบาได้ ทำให้เขาตกอยู่ในวงล้อมของพวกนักเลง เมื่อไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี เขาจึงกระโดดขึ้นไปบนต้นไม้ที่อยู่ทางด้านทิศตะวันออกของบ้าน"ฮ่าๆ ดูเหมือนว่ามันจะไม่มีโทรศัพท์ ไม่ต้องไปไล่ตามมันแล้ว ปล่อยให้มันอยู่บนต้นไม้นั่นแหละ" ไอ้เสื้อลายดอกพูดหลังจากนั้นไอ้เสื้อลายดอกก็สั่งให้ลูกน้องสองคนอยู่เฝ้าอู๋จงหยวนใต้ต้นไม้ ส่วนพวกที่เหลือก็ให้ไปช่วยกันรื้อบ้านแม้ว่าบ้านหลังนี้ภายนอกจะดูทรุดโทรมมากแล้ว แต่เพราะมันถูกสร้างอย่างดี ตัวบ้านสร้างด้วยไม้แอชและหินก้อนใหญ่ เมื่อทุบหลังคา ประตูและหน้าต่างแล้ว พวกนักเลงก็ถึงกับหมดเรี่ยวแรงจนไม่สามารถขนย้ายอะไรได้อีก คนเหล่านี้ถึงแม้จะดูรูปร่างใหญ่โต แต่จริงๆ แล้วที่ร่างกายของพวกเขาใหญ่ก็เพราะเหล้าขาวที่ดื่มกันทุกวัน อู๋จงหยวนที่ติดอยู่บนต้นไม้พยายามคิดหาทางออก และคิดวิธีที่จะรักษาร่างของอาจารย์ไว้ “เฮ้! ไอ้หัวโจก เรามาคุยกันหน่อยไหม?”“หืม?” ไอ้เสื้อลายดอกหันมามองเขา“พวกแกอยากทำลายบ้านก็ทำไปเถอะ แต่ไม่ต้องขุดหลุมศพขึ้นมา โอเคไหม?” อู๋จงหยวนพูด“สายเกินไปแล้ว แกน่าจะกลับมาเซ็นสัญญาและรับเงินไปตั้งแต่แรก เพิ่งโผล่หัวมาตอนนี้ แกจะทำอะไรได้” ไอ้เสื้อลายดอกพูด“งั้นแกก็กลับไปบอกพวกนั้นว่าอาจารย์ของฉันเหลือแค่กระดูก ไม่จำเป็นต้องเผาศพของท่าน” อู๋จงหยวนพยายามต่อรอง“ถ้าเผาศพไม่ได้ งั้นก็เผากระดูกแทนละกัน” ไอ้เสื้อลายดอกพูดเย้ยหยันพร้อมหัวเราะเสียงดัง “ฉันจะพูดอีกครั้งนะ พวกฉันแค่ทำตามหน้าที่ จะเผาหรือไม่เผามันไม่ใช่การตัดสินใจของพวกฉัน” เมื่อได้ยินแบบนั้น ภายในใจของอู๋จงหยวนก็ชาวูบขึ้นมาทันที “พวกแกรังแกคนไม่มีทางสู้ พวกแกต้องไม่ตายดี เตรียมตัวไว้!”ไอ้เสื้อลายดอกไม่ได้เอะใจหรือสนใจคำพูดของเขา แล้วหันไปทางซากปรักหักพังของบ้าน และสั่งให้รื้อบ้านต่อ“ถ้าแกกล้าแตะต้องอาจารย์ของฉัน ฉันจะฆ่าแกให้ตายที่นี่!” อู๋จงหยวนตะโกนด้วยความโกรธ "ฉันอายุแค่สิบเจ็ดปีเท่านั้น ถึงฆ่าคนยังไงก็ไม่ต้องรับโทษประหาร" “เหอะ... ถ้ากล้าก็ลงมาสิ จะมัวโม้อยู่ทำไมบนต้นไม้” ไอ้เสื้อลายดอกพูดด้วยสีหน้าเหยียดหยามเมื่อเห็นว่าการรื้อถอนบ้านล่าช้า คนขับรถขุดที่ขับต่อไปไม่ได้ก็มาช่วย เขาหยิบค้อนอันใหญ่ขึ้นมาทุบ เพราะค้อนนี้มีน้ำหนักมาก แค่ทุบเข้าไปที่กำแพงบ้านไม่กี่ครั้งกำแพงก็แตกละเอียดทันทีหลังจากที่กลุ่มนักเลงกลุ่มนี้รื้อบ้านเสร็จแล้วก็ยังไม่ยอมไปไหน พวกเขายังไปที่ต้นท้อเพื่อเก็บลูกท้อมากินกันอย่างสนุกสนาน เมื่ออู๋จงหยวนเห็นกิ่งของต้นท้อถูกหัก เขาก็เดือดดาลขึ้นทันที แต่เด็กหนุ่มพยายามระงับอารมณ์ เขาเหล่มองไปทางตะวันออกอยู่หลายครั้ง ถ้าฮวางผิงติดต่อพี่ชายเขาได้แล้ว พี่ชายของเขาน่าจะมาถึงภายในคืนนี้ครึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น รถบรรทุกก็ขนรถขุดมาอีกคัน รถขุดส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดมาแต่ไกลก่อนจะขึ้นภูเขาจนมาถึงบ้าน“เอ้า ยังไม่ลงจากต้นไม้อีกรึไง? เดี๋ยวพวกฉันจะขุดหลุมใต้ต้นไม้ ถ้าแกตกลงมาตายพวกฉันไม่สนนะโว๊ย” ไอ้เสื้อลายดอกตะโกนบอกอู๋จงหยวนที่อยู่บนต้นไม้อู๋จงหยวนขมวดคิ้วอย่างสงสัยเมื่อได้ยินคำพูดของไอ้เสื้อลายดอก คนพวกนั้นจะขุดหลุมศพใต้ต้นไม้ที่เขาอยู่ เอ๊ะ!.. แต่ตรงนี้มันไม่ใช่หลุมฝังศพของอาจารย์เขานี่ อาจารย์ของเขาถูกฝังไว้ใต้ต้นไม้ทางทิศเหนือโน่น เมื่อคิดดูแล้ว หรือไอ้เสื้อลายดอกนี่อาจจะเข้าใจผิด เพราะหลุมศพของอาจารย์ไม่มีป้ายปักไว้ หรืออาจเป็นเพราะคนที่ให้เบาะแสไม่ได้บอกตำแหน่งที่ชัดเจนพี่ชายของเขาน่าจะอยู่ระหว่างทางกลับ ถ้าอย่างนั้นคงจะไม่เป็นไร ถ้าเขาจะขอถ่วงเวลาไว้ก่อนเมื่อตัดสินใจได้แล้ว เขาจึงตะโกนออกมา “ถ้าพวกแกขุด ฉันขอสู้ตาย!”อู๋จงหยวนตะโกนขู่ไอ้เสื้อลายดอก แต่น่าเสียดายที่ไอ้เสื้อลายดอกไม่คิดว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะทำอะไรเขาได้ เขาเยาะเย้ยด้วยการกวักมือเรียกคนขุดแล้วสั่ง “ลงมือขุดได้”...