หลังจากโดนป้อมว่าเป็คนเลวชินก็รีบเดินมาหาเขาที่โต๊ะและแก้ตัว แต่ไม่มีใครเชื่อเื่ที่เขาพูดเลย“แค่เพื่อนกัน เป็แค่นั้นมาตลอด” เขาพูดแต่คำนี้ทุกครั้งที่โดนถามแต่อาการมันฟ้องว่าสิ่งที่ทำมันดูมากกว่าเพื่อน ระหว่างชินกับนานาต้องมีอะไรมากกว่านั้น แต่เขาไม่ยอมเล่า พวกพี่ๆคิดว่าเป็แบบนั้น
ด้านกรี ไปพบลูกค้ากับนานาเธอมีทักษะในการนำเสนองานได้อย่างดีเยี่ยมกรีแทบไม่ต้องพูดอะไรเลยตอนที่คุยกับลูกค้าเธอก็ยิ้มแย้มแจ่มใสต่างจากที่เคยเป็ตอนอยู่ร้านกาแฟลูกค้าพอใจและรับข้อเสนอทั้งราคาและระยะเวลาในการผลิต
จบงานอย่างรวดเร็วนานารีบโทรกลับไปแจ้งพี่ชายด้วยความดีใจเพราะเธอหาลูกค้าให้ทางโรงงานได้ กรีเห็นว่าเป็โอกาสที่ดีเพราะหลังจากนี้อาจต้องใช้บริการร้านที่บ้านนานาบ่อยขึ้นจึงได้ขอไปดูโรงงานที่ผลิต และสินค้าที่โรงงานมีในสต๊อกซึ่งนานาเองก็เห็นด้วยเพราะเธออยากช่วยที่บ้านค้าขายอยู่แล้วจึงได้โทรบอกพี่ชายอีกครั้งว่าจะพาลูกค้าไปเยี่ยมโรงงาน
พอขับรถไปถึงก็เห็นพี่ชายทั้งสองคนของนานามายืนรออยู่แล้วเขาทำหน้าเข้มใส่กรี ราวกับจะบอกว่า “ถ้ามาเกาะแกะน้องสาวฉันเจอดีแน่”กรีจึงได้แต่ยิ้มทักทายเพราะดูแล้วพวกเขาน่าจะอายุพอๆกับตนจึงไม่ได้ยกมือไหว้่ที่นานาเดินเข้าไปหาพ่อกับแม่ ก็ปล่อยให้พี่ชายเป็คนแนะนำสินค้าให้กรีฟังแต่พวกเขากลับถามเื่อื่นแทน ทั้งเื่บริษัททำอะไร กรีอายุเท่าไหร่มีแฟนแล้วรึยัง กับนานารู้จักกันมานานแค่ไหน และทำไมถึงเลือกโรงงานของเขาพวกเขาแย่งกันถามจนกรีตอบไม่ทัน
ในตอนนนั้นก็มีรถกระบะคันใหญ่มาจอดหน้าร้านเพื่อมารับเฟอร์นิเจอร์ที่สั่งไว้นิคพี่ชายคนโตจึงเดินเข้าไปด้านในและบอกให้ลูกน้องช่วยกันขนออกมาแต่จู่ๆฝนก็ดันตกลงมา เขาจึงะโเรียกนานา
“นานา ฝนตกแล้วออกมาหน่อยสิ เดี๋ยวเฟอร์นิเจอร์เปียกหมด”
กรีได้ยินแล้วก็ทำหน้าสงสัย หันไปยิ้มให้กับแน็คพี่คนรองถ้าฝนตกแล้วจะให้นานาออกมาทำไม เขาไม่เข้าใจความหมายที่นิคพูด พอนานาเดินออกมาแน็คก็ะโขึ้นว่า
“จะออกมาทำไม เดี๋ยวก็เปียกหมดพอดี อยู่ข้างในแหละดีแล้ว”
นานาจึงรีบเดินเข้าไปด้านในทันทีพอขนของเสร็จนิคก็เดินกลับมาสมทบ แน็คเลยแกล้งต่อว่า
“มึงนิก็ชอบแกล้งน้อง มันจะแบกไหวงั้นเหรอ”
“กูก็แค่อยากแกล้งมันเฉยๆ ไม่มีอะไรสักหน่อย”
การสนทนาของพวกเขาเหมือนตลกรับมุกกัน พูดไปขำไป ทั้งที่ไม่มีตรงไหนที่น่าขำเลยกรีจึงแกล้งหัวเราะตามทั้งที่จริงแล้วเขารู้สึกว่าพี่น้องสองคนนี้มีพิรุธเป็อย่างมากประกอบกับเื่ก่อนหน้านี้ที่เขาสงสัย “ถ้านานาออกมาแล้วฝนจะหยุดงั้นเหรอ?”แต่เื่นั้นเขาก็เคยพิสูจน์ไปแล้ว มันไม่ได้เป็อย่างที่เขาคิด“หรือว่า...เราจะคิดมากเกินไป”
ที่ออฟฟิศชินนั่งมองนาฬิกาอยู่ตลอดเวลาเขาสงสัยว่าทำไมกรีถึงออกไปนานนัก แค่ไปพบลูกค้า ความกระวนกระวายของเขาถูกคนอื่นเห็นและเอามาฟ้องกรีในวันรุ่งขึ้น
“เมื่อวานไปไหนกับนานามาวะ คุณชายชินเขาสงสัย”
ป้อมถามกรีก่อนจะหันไปมองหน้าชินที่นั่งหน้ามุ่ยอยู่ที่โต๊ะ
“ก็ไปที่บ้านเขามา คุยกับพ่อแม่และพี่ชายเขานิดหน่อยสงสัยเขาจะคิดว่ากูจีบลูกสาวเขาล่ะมั้ง สอบกูกันใหญ่”
กรีพูดไปแบบนั้นเพรา้าแกล้งชิน แต่มันกลับทำให้ชินโกรธ พอตอนบ่ายนานาเอากาแฟมาส่งชินจึงได้เดินเข้าไปหานานาทันที
“วันหลังให้คนอื่นมาส่งนะ ไม่ต้องมาเอง”
นานาไม่รู้ว่าทำไมอยู่ๆชินถึงได้โกรธมากมายขนาดนี้กรีจึงรีบเดินเข้ามาเพราะน้ำเสียงที่ชินพูดกับนานานั้นมันฟังดูรุนแรง
“เฮ้ยชิน พี่สั่ง เขาก็ต้องเอามาส่งสิ ไปเหวี่ยงนานาทำไม”
“ให้ใครมาส่งก็ได้ ทำไมต้องมาเอง หรืออยากเจอใครเป็พิเศษงั้นเหรอ”
ชินพูดและมองหน้านานาตลอดเวลา นานาทำหน้าเจือนเหมือนจะร้องไห้เธอกลืนน้ำลายอยู่หลายอึก ก่อนจะก้มหน้าและพูดออกมา
“นานาแค่......แค่มาส่งกาแฟ”
เหมือนทุกอย่างจะหยุดนิ่งอยู่ตรงนั้น ทุกคนเงียบและคอยฟังว่าพวกชินจะพูดอะไรชินเริ่มใจเย็นลงเมื่อเห็นนานาทำหน้าเศร้า เขาเข้าใจความรู้สึกของเธอทุกอย่างเพียงแต่...
“นานา....เื่นั้นมันเป็ไปไม่ได้หรอกนะ”
ใช่แล้ว....มันเป็ไปไม่ได้...นานารู้ตัวดีตลอดว่าชินไม่เคยให้โอกาสนั้นกับเธอสักครั้งแต่เธอก็ยังอยากเจอ “
แค่อยากเจอเธอเท่านั้น มันผิดด้วยเหรอ”
ความเ็ปจากการโดนปฏิเสธมันกลับมาทำร้ายเธออีกครั้งน้ำตาเริ่มไหลออกมาอาบแก้ม
“นานารู้แล้ว.....ว่ามันเป็ไปไม่ได้”
เธอยิ้มให้ชินอีกครั้ง ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปทุกคนได้แต่ยืนนิ่งไม่กล้าแสดงความคิดเห็นใดๆ เพราะมันเป็เื่ของคนสองคนพวกเขาก็เป็แค่คนอื่นที่ยังไม่รู้สาเหตุที่แท้จริงของความรักทีไม่ลงตัวของสองคนนี้
“ทำไมวะชิน บอกได้มั้ย”
กรีเป็คนเดียวที่กล้าถาม ด้วยความรู้สึกผิด และสงสารนานาอย่างจับใจชินจึงได้เล่าทุกอย่างออกมา
ผมกับนานาเป็เพื่อนกันั้แ่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยนานาเป็คนปากแข็งแต่เก็บความรู้สึกไม่เก่ง ทุกคนชอบบอกว่าเธอชอบผม แต่ว่าตอนนั้นผมแอบชอบรุ่นพี่ป.โทคนหนึ่งอยู่ ผมเลยไม่ได้สนใจความรู้สึกของเธอมากนักเราสนิทกันมากขึ้นและมากขึ้นเรื่อยๆ เธอห่วงใยและคอยช่วยเหลือผมอยู่เสมอผมอยากให้เราเป็แบบนั้นตลอดไป เป็เพื่อนที่ดีต่อกันจนถึงวันที่เธอยืนร้องไห้และบอกผมว่าอย่าวิ่งออกมาเพราะฝนตกผมถึงได้รู้ว่าเธอชอบผมจริงๆแน่นอนว่าผมพยายามประคับประคองความเป็เพื่อนของเราต่อไปแต่มันกลับยิ่งแย่ลงเรื่อยๆ เธอแสดงออกชัดเจนมากกว่าเดิมว่าชอบผมเริ่มตัวติดผมมากกว่าเดิม จนผมอึดอัด และในวันหนึ่งผมก็เลยบอกกับเธอให้เลิกชอบผมซะเพราะมันไม่มีวันที่ผมจะเปลี่ยนความรู้สึกได้ นั่นเป็วันสุดท้ายที่เราได้คุยกันและหลังจากเรียนจบ ก็ไม่เคยได้เจอกันอีกเลย รู้ข่าวเธอจากเพื่อนบ้างเท่านั้นจนวันที่ไปกับพี่กรีนั่นแหละ ครั้งแรกในรอบ 3 ปีที่ได้เจอกัน
“แล้วทำไมต้องหมางเมินนานาขนาดนั้นด้วย ผ่านมาตั้งนานแล้วอย่างน้อยน่าจะเป็เพื่อนกันได้นิ” กรีถาม
“เพราะผมเข้าใจไงครับการได้รับความหวังจากคนที่ตัวเองชอบทั้งที่เขาไม่ได้คิดเหมือนกับเรามันเ็ปการรอมันทรมานนะครับ อย่างน้อยถ้านานารู้ว่าไม่มีหวังเธออาจจะตัดใจและเลิกชอบผมได้ในสักวันก็เป็ได้”
กรีหัวเราะนิดหน่อยเพราะมันฟังดูเท่เกินกว่าจะเป็คำพูดของไอ้ชินคนเลวที่ทุกคนประณาม
“แล้วทำไมแกต้องหวงเธอด้วย ไหนว่าไม่อยากให้ความหวัง”
“ก็พี่กรีเป็เสือผู้หญิงนิครับ ผมอยากให้เธอเจอคนที่ดีกว่าผมไม่ใช่คนแบบพี่”
“ไอ้ชิน เดี๋ยวเหอะมึง”
กรีอยากจะะโเตะชิน ที่พูดจาเหมือนกับเขาเป็คนเลวกว่าแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็คิดเหมือนกับชินเช่นกัน ถ้าวันหนึ่งเขาเผลอใจให้กับนานาขึ้นมาเขาอาจจะทำให้เธอต้องเสียใจในสักวันก็เป็ได้
“แล้วทำไมมึงถึงคิดว่าน้องนานาเขาจะชอบไอ้กรีวะชิน”
ป้อมที่นั่งฟังเงียบๆมานานก็เริ่มถามเื่ที่เหนือความคาดหมาย กรีคิดตามที่ป้อมพูดนั่นสิ...อะไรที่ทำให้เขาคิดว่านานาจะชอบตัวเองเพราะตอนนี้ในสายตาเธอมีแค่ชินคนเดียว แต่ชินกลับนิ่งความกลัวของเขาเหมือนเป็ลางสังหรณ์ เขารู้สึกเองว่านานาอาจจะชอบกรีในสักวันถึงแม้ว่าเขาจะตอบไม่ได้ว่าเพราะอะไรแต่มันก็เป็ความกลัวในจิตใจที่เขารู้สึกอยู่ตลอดเวลาที่เห็นทั้งคู่อยู่ด้วยกัน
หลังเลิกงานกรีจึงบอกว่าจะไปส่งชินเพราะวันนี้เลิกดึกมากกว่าปกติ บ้านเขาสองคนอยู่ไม่ไกลกันมากถ้าวันไหนกลับดึกและกรีไม่มีธุระก็จะไปส่งชินทุกครั้งทั้งคู่เดินมารอลิฟต์ด้านหน้า กำลังจะไปที่ลานจอดรถชินรู้สึกเหมือนมีคนอื่นมายืนรอลิฟต์ที่ด้านหลังจึงได้หันกลับไปดูผู้หญิงคนนั้นยิ้มให้เขาทันที
“พี่แบม”
ชินเรียกชื่อผู้หญิงคนนั้นทำให้กรีหันกลับมามองและทุกอย่างก็หยุดชะงัก กรียืนนิ่งมองแบมที่ส่งยิ้มให้เขาอย่างตกตะลึง