ท่วงทำนองแห่งสวรรค์ ภาคที่ 1 วิญญาณอมตะ

    ตอนที่ 23 - น่าอาย น่าอายเกินไปแล้ว

    เสียงระฆังเตือนภัยดังมาจากภัตตาคารซูเหยียนกึกก้องไปทั่วบริเวร ทำให้ยอดฝีมือและนักผจญภัยทั้งหลายตื่นตัวและมุ่งหน้ามายังที่แห่งนี้กันอย่างรวดเร็ว ก่อนจะช่วยกันออกตามหาคนร้ายที่ลงมือสังหารแขกคนสำคัญของพวกเขา
    จากนั้นจึงมีประกาศจับไปทั่วและตั้งค่าหัวเอาไว้ถึง 5 พันเหรียญทอง ซึ่งหากเทียบมูลค่าแล้ว เงินจำนวนนี้สามารถซื้อคฤหาสถ์หลังใหญ่ใจกลางเมือง หรือถ้าหากเป็นคนธรรมดาก็สามารถใช้ชีวิตอย่างสุขสบายได้ถึง 4 - 5 ปีเลยทีเดียว
    หลี่เกอเซียวและพวก ทันทีที่ได้ยินข่าวก็ต้องตกใจ เนื่องจากการทะเลาะวิวาทกับแขกที่ชั้นแรก ก็นับว่าเป็นเรื่องใหญ่มากแล้ว แต่ทว่านี้กลับเป็นการสังหารแขกคนสำคัญบนชั้นสองของภัตตาคาร นับได้ว่าผู้ลงมือต้องไม่บ้ามาก ก็ต้องเก่งกาจจนไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมใด ๆ แล้ว
    จี๋ฮ่าวที่กำลังหลบหนี ก็ตัดสินใจมุ่งหน้าตรงไปยังท่าเรือ ก่อนจะแอบดำน้ำลงไปแล้วว่ายน้ำอ้อมไปอีกประมาณ 500 เมตร เพื่อไปขึ้นฝากอีกฝั่งหนึ่ง
    นางผุดศีรษะขึ้นมาลอบมองเป็นระยะ ๆ จนมั่นใจว่าไม่เห็นใครแล้ว นางจึงค่อย ๆ แอบขึ้นมาจากน้ำและนั่งพักลงที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ริมน้ำ
    ‘หลังจากที่ข้าถูกพลังมารแทรกซึม ใจข้าก็เปลี่ยนไป ยากจะควบคุมอารมย์ได้ดังเก่า’ จี๋ฮ่าวครุ่นคิด
    “ยังมีเวลาอีกครึ่งวัน...” จี๋ฮ่าวนั่งพักหายใจอยู่ครู่หนึ่ง คิดได้ว่าตนเองควรจะรีบปลอมตัวและออกจากเมืองไปโดยเร็วที่สุด เพราะนางจำได้ว่าเมื่อนักผจญภัยตกตายลง พวกเขาจะกลับออกมาจากวิหารอีกครั้งหลังจากผ่านไป 12 ชั่วโมง
    จี๋ฮ่าวลุกขึ้นถอดเสื้อและกางเกงตัวนอกออก ก่อนจะนำมันมาห่อมัดเข้ากับก้อนหินใหญ่ลูกหนึ่ง แล้วนำมันดำน้ำลงไปวางใต้แม้น้ำและใช้หินแถวนั้นถับเอาไว้อีกครั้ง
    จากนั้นนางก็ขึ้นจากน้ำมามองหาร้านเสื้อผ้าด้วยสภาพเปียกปอน เหลือเพียงชุด <อี้ฝู> เนื้อผ้าขาวและบางแนบเนื้อ เผยให้เห็นรูปร่างทรงเสน่ห์ของเธอได้อย่างชัดเจน
    ‘น่าอาย น่าอายเกินไปแล้ว!!’ ในใจตนเองก็รู้สึกอับอายมาก ตั้งแต่นางถือกำเนิดมาไม่เคยต้องหลบหนีและทำเรื่องอับอายเช่นนี้มาก่อน นางถึงกับมีน้ำตาไหลออกมาด้วยความคับข้องใจ
    จี๋ฮ่าวพยายามสอดส่ายสายตาอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้ผู้คนมาพบเห็นเข้า และในตอนนั้นเอง สายตาของนางก็หันไปพบเข้ากับป้ายขนาดถาดใส่ของแปะติดอยู่หน้าร้าน มันเขียนเอาไว้ว่า <ร้านเสื้อผ้าสตรีชุนหลี>
    เมื่อนางสังเกตุมองดูอยู่พักใหญ่ แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใดถึงไม่ค่อยจะมีลูกค้าเข้าร้านนี้มากนัก แต่นั่นก็คืออีกเหตุผลหนึ่งที่นางเลือกเป้าหมายเป็นร้านแห่งนี้ เพราะในร้านมีเพียงสตรีผู้หนึ่งอยู่ในร้านเท่านั้น
    จี๋ฮ่าวหันซ้ายแลขวาอยู่ครู่หนึ่ง จนมั่นใจแล้วว่ารอบข้างไม่มีใครอยู่ จึงได้รีบใช้มือปกปิดยอดปทุมถันทั้งคู่และจุดลับด้านล่าง พลางวิ่งแจ้นตรงเข้าไปในร้านทันที
    <ลดราคาขาดทุนก่อนปิดร้าน> ป้ายกระดาษขนาดใหญ่เขียนแปะไว้หน้าร้าน โดยที่มีเถ้าแก่เนี้ยนั่งทำหน้าซังกะตาย โบกพัดในมือไปมาอยู่ที่โต๊ะด้านในร้านคนเดียว และดูเหมือนว่าร้านแห่งนี้จะไม่มีลูกจ้างเลยสักคน
    เถ้าแก่เนี้ยเห็นสตรีเนื้อตัวเปียกปอนมอมแมม ใบหน้าดำด่างเลอะเทอะกำลังเข้ามาในร้าน จึงลุกขึ้นตวาดเสียงดัง
    “เจ้ากำลังทำให้ร้านข้าสกปรกนะ!!!”
    จี๋ฮ่าวไม่ได้ใส่ใจคำพูดของเถ้าแก่เนี้ย แต่กลับมองดูเสื้อผ้าภายในร้านอย่างสงสัย ว่าเหตุใดร้านนี้ถึงต้องปิดตัวลงและไม่ค่อยมีลูกค้าเข้านัก จนกระทั่งนางก็พบว่าที่จริงแล้วร้านแห่งนี้ขายเสื้อผ้าที่ล้าสมัย ไม่สวยงามเหมือนร้านอื่นๆ เนื่องจากลูกค้าส่วนมากจะเป็นเหล่าสตรีและนักผจญภัยหญิง ที่ชื่นชอบสวมเสื้อผ้าสีสันสวยงาม เน้นโชว์เนินโค้งบนร่างกายที่ทำให้เกิดเสน่ห์เย้ายวนต่อผู้พบเห็น 
    แต่ที่แห่งนี้ขายแต่เสื้อผ้ายุคเก่า สวมปิดบังมิดชิดตั้งแต่คอไปจนไปถึงข้อเท้า แม้ว่าชุดประเภทนี้จะถือว่าสวยงาม แต่หากเทียบกับในช่วงสมัยนี้แล้ว มันกลับกลายเป็นชุดที่ล้าสมัย ไม่มีคนต้องการเท่าใดนัก นางจึงไม่แปลกใจเลยที่ร้านนี้ไม่มีลูกค้า
    เถ้าแก่เนี้ยรีบเดินมาทำท่าจะไล่ตะเพิด แต่สายตาของเธอก็ถูกหยุดนิ่งอยู่ที่เหรียญทองจำนวน 10 เหรียญ บนมือของคนที่เนื้อตัวดูสกปรกตรงหน้า พร้อมกับประโยคหนึ่งที่สะกดเธออย่างอยู่หมัดว่า “ท่านขายเสื้อผ้าทั้งหมดนี่เท่าไหร่?”
    พัดที่อยู่ในมือเถ้าแก่เนี้ยตกลงบนพื้นเพราะความตื่นเต้นตกใจ ก่อนจะรีบเปลี่ยนท่าทีราวกับกิ้งก่าเปลี่ยนสีก็ไม่ปาน “แหม ที่แท้แม่นางก็มาซื้อของหรือนี่ ข้าน้อยมีตาหามีแวว ได้โปรดอภัยให้ข้าด้วย” ท่าทีของเถ้าแก่เนี้ยกลายเป็นกุลีกุจอ รีบเข้าไปจูงจี๋ฮ่าวเข้าไปในร้านราวกับขุนน้ำชุนนางใหญ่ “เสื้อผ้าที่แม่นางเห็นอยู่นี้ทุกชุดราคาเพียง 10 เหรียญเงินต่อหนึ่งชุด หากท่านซื้อเยอะข้าจะยิ่งลดให้อีกนะเจ้าคะ” จี๋ฮ่าวหันมามองเถ้าแก่เนี้ยที่กำลังฉีกยิ้มหน้าบาน ไม่คิดเลยว่าเงินเพียงแค่นี้จะทำให้นางยอมเปลี่ยนคำพูดคำจาราวกับเป็นคนละคนไปได้ พร้อมกับยื่นเหรียญทองทั้ง 10 เหรียญ แล้วจงใจพูดขึ้นว่า
    “เรือของข้าเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้ ทำให้สินค้าของข้าเสียหายไปจนหมด โชคดีที่ข้ายังพอมีเงินติดตัว ท่านช่วยจัดหาชุดให้ข้าสัก 2-3ชุดและเตรียมน้ำให้ข้าอาบได้หรือไม่”  เถ้าแก่เนี้ยรีบคว้าเงินในมือนางเอาไว้ด้วยแววตาที่ลุกวาว ก่อนที่จี๋ฮ่าวจะเอ่ยกำชับนางไปว่า
    “อ่อ อีกอย่างหนึ่ง เจ้าอย่าได้แพร่งพรายเรื่องของข้าจะได้หรือไม่ หากลูกค้าของข้าได้ยินข่าวเรื่องเรือสินค้าล่มขึ้นมา...”
    “ได้ ได้ ได้แน่นอน” เถ้าแก่เนี้ยรีบตกปากรับคำอย่างชาญฉลาด พลางเชิญนางลงนั่งบนเก้าอี้ตัวโปรดที่นางนั่งเป็นประจำ โดยไม่ห่วงว่ามันจะเลอะเปรอะเปื้อนหรือไม่
    “แม่นางนั่งรอข้าสักครู่ ประเดี๋ยวข้าจะปิดร้านรับรองท่านก็แล้วกันนะ”
    จี๋ฮ่าวพยักหน้ารับ ไม่กล่าวสิ่งใดต่อ ภายในใจของเถ้าแก่เนี่ยพลันตื่นเต้นลิงโลด อย่าว่าแต่ซื้อได้กี่ชุดเลย จะซื้อร้านนี้ของเธอไปด้วยก็ยังได้ เพราะทั้งร้านของเธอนั้นเหลือเพียงแค่ 100 ชุด ที่รวมมูลค่าแล้วไม่ถึง 5 เหรียญทองด้วยซ้ำ ดังนั้น 10 เหรียญทองถือว่ากำไรยิ่งกว่ากำไร ดีไม่ดีกำไรยังได้มากเสียกว่าร้านหรู ๆ ที่ขายดีเหล่านั้นเสียอีก
    เถ้าแก่เนี้ยรีบนำผ้าขนหนูเอามาให้จี๋ฮ่าวห่มตัวก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้นางเป็นหวัด ก่อนจะรีบไปเตรียมน้ำต้มอาบให้กับนาง
    รอไม่นานนัก เถ้าแก่เนี่ยก็มาตามนางเข้าไปอาบน้ำ โดยนางอาสาขัดถูหลังให้อีกด้วย แต่ก็ถูกจี๋ฮ่าวปฏิเสธไปเพราะนางไม่ชอบให้ผู้อื่นมาถูกเนื้อต้องตัวเท่าใดนัก
    หลังจากที่นางอาบน้ำเสร็จเรียบร้อย เถ้าแก่เนี่ยก็นำชุดที่สวยที่สุดในร้านมาแขวนเรียงราวบนราวไม้เอาไว้สำหรับแสดงให้จี๋ฮ่าวเลือกชม ก่อนเดินก้มหน้าจ๋อยเข้าไปหานาง พลางมองดูเงินในมือแล้วพูดว่า
    “แม่นางชอบชุดไหนหรืออยากแก้ตรงส่วนไหน สามารถบอกกล่าวได้เลยทันทีไม่ต้องเกรงใจ ข้ารับรองเลยว่าจะต้องถูกใจท่านอย่างแน่นอน” 
    กล่าวจบนางก็ยื่นเงินจำนวนหนึ่งคืนให้จี๋ฮ่าวโดยที่สายตายังคงจรดจ้องอยู่ที่เงินในมือและพูดอีกว่า “ความจริงแล้ว เงินที่ท่านให้ข้ามาออกจะมากเกินไปด้วยซ้ำ ข้ารู้สึกละอายใจที่ต้องรับเงินทั้งหมดมา จึงขอคืนบางส่วนให้ท่านก็แล้วกัน” เถ้าแก่เนี่ยแบมือสองข้างที่มีเงินเหลืออยู่ 5 ทองกับเศษเหรียญเงินและทองแดงกองหนึ่ง 
    แต่ทันทีที่นางเงยหน้าขึ้นมามองใบหน้าของจี๋ฮ่าว เถ้าแก่เนี้ยก็ตกตะลึงกับความงดงามของจี๋ฮ่าว จนสติเตลิดหายไปไกลแล้ว
    จี๋ฮ่าวมองลึกลงไปในดวงตาของนาง และสัมผัสได้ถึงความจริงใจของอีกฝ่าย เห็นได้ชัดว่านางเองก็รู้สึกเสียดายไม่น้อยที่กำลังนำเหรียญทองที่เหลือมาคืน จึงตัดสินใจผลักมันกลับคืนไปแล้วพูดกับนางว่า
    “ช่างเถอะ ถือว่าข้าตอบแทนที่ท่านช่วยจัดหาที่อาบน้ำให้กับข้าก็แล้วกัน และอีกอย่างคือข้าจะขอยืมเครื่องประทินโฉมของท่านใช้สักหน่อยได้หรือไม่?” จี๋ฮ่าวยืนรอคำตอบของนางอยู่นาน แต่ก็เหมือนสติของนางยังไม่กลับมาเสียที จึงได้ลงมือเขย่าร่างปลุกเถ้าแก่เนี่ย "ไม่มีปัญหา ไม่มีปัญหา" เถ้าแก่เนี้ยได้สติก็ตอบคำ รีบพาจี๋ฮ่าวไปเลือกชุดก่อนและนำเครื่องประทินโฉมมาให้นางเลือกใช้
    จี๋ฮ่าวเลือกเป็นชุดสีเหลืองอ่อน เสื้อผ้าเบาสบาย ส่วนซับในเองก็ปกปิดมิดชิด ดูแล้วคาดว่าน่าจะเคลื่อนไหวสะดวกสบายดี ตัวกระโปรงเป็นแบบผ่าด้านหน้า ลายนกกระเรียนสีทองงดงาม 
    “ดูตอนแรกข้าไม่นึกเลยว่าเถ้าแก่เนี่ยจะมีเสื้อผ้างดงามเช่นนี้อยู่ด้วย” จี๋ฮ่าวเอ่ยชม พยักหน้าพอใจ ทำให้เถ้าแก่เนี่ยยิ้มจนแก้มปริ
    “นี่คืองานชิ้นเอกที่ข้าได้ทดลองทำมันขึ้นมา ยังไม่เคยขายให้ผู้ใดมาก่อน เดิมทีข้าคิดจะเก็บเอาไว้สวมใส่เอง แต่เมื่อเห็นว่าค่าจ้างที่แม่นางให้นั้นจำนวนไม่น้อย ข้าจึงคิดว่าควรจะเลือกของที่ดีที่สุดให้ท่านเสียหน่อย จะได้ไม่เสียชื่อร้านของข้า” เถ้าแก่เนี่ยอธิบายไปพลาง วัดตัวไปพลาง ก่อนจะขอตัวรีบไปแก้ทรงชุดให้พอดีกับตัว
    จี๋ฮ่าวจึงเดินไปนั่งลงที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง หยิบพู่กันหมึกขึ้นมาวาดขอบตาและเสริมคิ้วให้ดูหนากว่าเดิม เพราะไม่อยากจะให้ผู้ใดจำเค้าโครงหน้าของตนเองได้ และคิดเอาไว้ว่าอีกสักครู่จะต้องออกไปหาซื้อเครื่องประทินโฉมบางอย่างเอามาไว้ใช้ปกปิดใบหน้าเสียหน่อยแล้ว
    เวลาผ่านไปพักใหญ่ เถ้าแก่เนี่ยก็กลับมาพร้อมกับเสื้อผ้ากองหนึ่งที่ถูกปรับแต่งแก้ไขเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะยื่นเศษผ้าประหลาดสองชิ้นให้กับนาง เป็นผ้าสีเขียวครามแวววาวสองชิ้น
    จี๋ฮ่าวรับมาดู เนื้อสัมผัสเบาบางและเนียนนุ่ม ไม่รู้สึกระคายเคืองเลยสักนิด ในใจชื่นชมและพอใจเป็นที่สุด แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมมันถึงได้น้อยชิ้นนัก
    เถ้าแก่เนี่ยเห็นดังนั้นจึงยกยิ้มขึ้นและพูดขึ้นมา
    “มานี่ เดี๋ยวข้าใส่ให้ท่านเอง ชุดนี้มีไว้สำหรับปกปิดส่วนลับของสตรีอย่างเรา ๆ ข้าจึงเลือกเนื้อผ้าที่ดีที่สุดเป็นพิเศษและเสริมด้วยขนเป็ด  รับรองว่ามันนุ่มนิ่มสบายตัวแน่นอน”
    ไม่พูดเปล่า เถ้าแก่เนี่ยรีบจับจี๋ฮ่าวเปลื้องผ้าทันที แม้จะตกตะลึงเรือนร่างและผิวพรรณของนางอยู่นานสองนาน แต่ก็ประคับประคองสติแต่งตัวให้นางจนเสร็จ ปากของเถ้าแก่เนี้ยพลางชมไม่หยุด จนจี๋ฮ่าวรู้สึกกระอักกระอ่วนในใจ
    เมื่อสวมใส่เสร็จก็พบว่าผ้าชุดนี้สวมรัดประคองรอบอกของตน โดยมีผ้าเส้นบางเย็บติดเป็นเชือกสำหรับคล้องคอและมัดติดแผ่นหลังเอาไว้ ช่วยดันทรวงอกให้ยกสูงขึ้น และทำให้เนินอกแน่นกระชับเข้าหากันอีกด้วย
    ส่วนอีกชิ้นเป็นผ้าทรงสามเหลี่ยม 2 ผืน และมีเชือกทั้งสองด้านสำหรับผูกมัดยึดเข้ากับสะโพกขางนางเอาไว้
    “น่าอาย น่าอายที่สุด” จี๋ฮ่าวที่มองดูตนเองในกระจก ก็รู้สึกอับอายอย่างบอกไม่ถูก
    “วางใจเถอะแม่นาง ชุดนี้ไว้สำหรับสวมใส่ภายในเท่านั้น” เถ้าแก่เนี่ยพูดจบก็ยื่นชุดสีเหลืองที่ตัดแก้ทรงมาแล้วเรียบร้อยให้กับนาง และช่วยนางสวมใส่พร้อมกับช่วยจัดแต่งทรงผมใหม่ให้กับนางอีกด้วย
    ต่อมาจี๋ฮ่าวที่ได้เห็นตนเองในกระจกอีกครั้ง ก็รู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก เพราะตนเองในตอนนี้กลายเป็นสตรีที่มีรูปโฉมงดงามและเสื้อผ้าที่เข้ากันดีเป็นอย่างมาก ถือว่าฝีมือของเถ้าแก่นี่เยี่ยมยอดจริง ๆ พร้อมกันนั้นเถ้าแก่เนี่ยก็ยื่นห่อผ้าให้กับจี๋ฮ่าว เป็นเสื้อผ้าอีกสองชุดที่ถูกตัดแก้มาให้แล้วเช่นกัน
    จี๋ฮ่าวยืนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เล็งเห็นถึงฝีมือการตัดเย็บและจินตนาการของนาง จึงคิดว่าคู่ควรที่จะลงทุนด้วยสักหน่อย ก่อนจะหยิบเหรียญทองอีก 10 เหรียญออกมายื่นให้กับนาง
    "ข้าต้องการลงทุนให้ท่านพัฒนาเสื้อผ้าและชุดด้านในนี้ออกขาย โดยที่ข้าจะขอเป็นหุ้นส่วน แต่จะไม่ก้าวก่ายเรื่องการบริหารร้าน ส่วนจะแบ่งกำไรให้ข้าเท่าไหร่ก็แล้วแต่เจ้าจะตัดสินใจเลย"
    เถ้าแก่เนี่ยยืนนิ่งอึ้งทำอะไรไม่ถูก คล้ายกับคนถูกทุบกบาลเข้าอย่างจัง แต่จี๋ฮ่าวก็เรียกสตินางกลับมาและกำชับว่า
    “จำไว้เพียงข้อเดียวก็พอ ว่างานทุกชิ้นที่ท่านทำออกมา จะต้องมีความรักอยู่ในนั้น เหมือนกับเสื้อผ้าเหล่านี้ที่ท่านให้ทำ ข้ารับรองว่าสักวันร้านของท่านจะต้องโด่งดังไปทั่วอาณาจักรอย่างแน่นอน”
    กล่าวจบ จี๋ฮ่าวก็เตรียมเก็บของเดินจากไป พร้อมกับนำผ้าปิดหน้าผืนหนึ่งขึ้นมาสวมใส่ แต่เถ้าแก่เนี่ยก็รีบทักท้วงขึ้นมาว่า“แม่นางท่านมีนามว่าอะไร แล้วถ้าวันนึงข้าจะตามหาท่านล่ะ จะทำอย่างไร?”
    จี๋ฮ่าวหยุดเดินครุ่นคิดอยู่ 2-3 อึดใจแล้วหันไปกล่าวว่า “ในเมื่อเราสองคนมีวาสนาต่อกัน งั้นท่านเรียกข้าว่าจี๋ฮ่าวก็แล้วกัน ส่วนเรื่องตามหานั้นไม่จำเป็น หากว่าเรายังมีวาสนาต่อกันอีกครั้ง เราคงได้พบกันอีก”
    พูดจบจี๋ฮ่าวก็เดินออกจากร้าน มุ่งหน้าไปยังตลาด เพื่อรีบหาซื้อของใช้จำเป็น พลางวางแผนต่าง ๆ เอาไว้ในหัว
    “เอาล่ะ ที่เหลือก็ต้องวางแผนรับมือกับเจ้าพวกนั่นเสียหน่อย...” 
    หมายเหตุ**(1 เหรียญทอง = 1000 เหรียญเงิน/ 1 เหรียญเงิน = 1000 เหรียญทองแดง)