ตฤณภาสขับรถโฟล์วิลพาภรรตรี มาเก็บเสื้อผ้าสิ่งของเครื่องใช้ของเธอที่ห้องพักคนงาน ที่ห้องที่ภรรตรีเคยพักอาศัยอยู่ เมื่อคนงานที่พักอาศัยกันอยู่ที่นั้นเห็นตฤณภาสและภรรตรีลงจากรถมา ก็ต่างพากันเมียงมองมายังคนทั้งสอง ที่ได้พากันเดินขึ้นบันไดไปยังห้องพัก
ซึ่งข่าวลือเื่วันงานเลี้ยงสังสรรค์ปีใหม่ ได้ลือกระฉ่อนไปทั่ว ราวกับไฟลามทุ่ง ภรรตรีเชื่อได้เลยว่าคนงานเกือบทุกคนรู้เื่ราวฉาวๆ ของเธอไปหมดแล้วอย่างแน่นอน ภรรตรีพยายามทำเป็ไม่สนใจกับสายตาที่มองมาของผู้คนเ่าั้ รีบเดินเข้าไปในห้องพัก เมื่อเปิดประตูออกแล้ว
“นี่แหวนใคร?”
ตฤณภาส นั่งมองคนตัวเล็กอย่างสบายอารมณ์ อยู่บนเตียงนอน มือใหญ่เอื้อมไปหยิบหมอนขึ้นมา หวังจะช่วยเก็บให้ ก็ต้องขมวดคิ้วเข้าหากัน เมื่อใต้หมอนที่คนตัวเล็กใช้หนุนนอน มีแหวนทองคำขาววงหนึ่งวางไว้ จึงหันไปมองคนตัวเล็กที่กำลังเก็บเสื้อผ้าที่อยู่ในตู้เสื้อผ้า ใส่ลงไปในกระเป๋าเดินทาง พร้อมกับยื่นโชว์แหวนให้ได้เห็น และร้องถามออกไปด้วยน้ำเสียงดุเข้ม
“แหวนภรรตเองค่ะ” ภรรตรีถอนหายใจออกมาเบาๆ เม้มปากเข้าหากัน หันมามองคนตัวโตที่กำลังชูแหวนทองคำขาววงนั้นอยู่ ก่อนจะตอบคำถามที่คนตัวโตได้ร้องถามมานั้น
“เป็แหวนอะไร? แล้วใครให้มา?” ตฤณภาสร้องถามขึ้นมาอีก พร้อมกับจ้องเขม็งมองมายังคนตัวเล็กด้วยสายตาดุดัน หน้าตาบูดบึ้งอย่างเห็นได้ชัด
“เอ่อ!..เฮอ!.. แหวนวงนั้นเคยเป็แหวนที่แฟนเก่าของภรรตให้มาน่ะค่ะ” ภรรตรีถอนหายใจออกมาอีกครั้งเบาๆ หลับตาลงนิ่งไปชั่วครู่ ลืมตาขึ้นมาแล้วเอื้อนเอ่ย สิ่งที่คนตัวโต้ารู้ให้ได้รับรู้รับทราบถึงความเป็จริง อย่างไม่คิดจะปิดบัง
“คงจะรักกันมากเลยล่ะสินะ ถึงได้เก็บแหวนไว้ใต้หมอนอย่างนี้น่ะ” ตฤณภาสหรี่ตามองคนตัวเล็กด้วยสายตาที่โกรธเคือง และรู้สึกเจ็บแป๊บขึ้นมาภายในหัวใจ ซึ่งชายหนุ่มก็ไม่รู้เหมือนว่าทำไมถึงได้รู้สึกอย่างนี้ขึ้นมา
ภรรตรีมองหน้าตฤณภาส อย่างไม่เข้าใจในตัวชายหนุ่ม ที่ทำราวกับว่ากำลังโกรธขึง หึงหวงเธออย่างยังไงยังงั้นแหละ ทั้งที่ชายหนุ่มก็เคยมีคนรักเก่าเหมือนกัน และแถมยังรักผู้หญิงคนนั้นมากเสียด้วย
ซึ่งเธอยังจำครั้งที่เธอได้ไปในตัวเมืองกับชายหนุ่มได้ ที่ชายหนุ่มได้ไปเห็นแฟนเก่าที่มาทานข้าวกับผู้ชาย ซึ่งคงจะเป็แฟนใหม่ของผู้หญิงคนนั้นแหละ และพอเดินจากผู้หญิงคนนั้นมา ชายหนุ่มก็กลับกลายเป็เงียบขรึมไปเลย แล้วพอกลับมาถึงบ้านก็แล่นเข้าหาเหล้ามาดื่มให้เมามายในทันทีเลย
“ถ้าอยู่กับพี่ก็ห้ามเก็บแหวนวงนี้ไว้อีกเด็ดขาด” ว่าแล้วตฤณภาส ก็โยนแหวนทองคำขาวที่อยู่ในมือทิ้งลงไปบนพื้นห้องทันที
“พี่ภาส! เป็อะไรมากไหมคะ? ทำไมถึงได้ทำตัวเหมือนคนไม่มีเหตุผลอย่างนี้ล่ะคะ นี้มันก็แค่แหวนเท่านั้นเอง และเื่ทุกอย่างมันก็ได้จบสิ้นไปนานแล้วด้วย ภรรตก็แค่เก็บแหวนไว้เพื่อเป็การย้ำเตือนความจำเท่านั้นเองค่ะ”
ภรรตรี ต่อว่าคนตัวโตตรงหน้าขึ้นมาทันที จ้องมองแหวนทองคำขาววงนั้นอย่างไม่รู้จะทำยังไงดี
“เก็บของเสร็จแล้วใช่ไหม งั้นก็กลับบ้านกันได้แล้ว” ตฤณภาส ลุกขึ้นเดินไปปิดกระเป๋าเดินทางให้คนตัวเล็ก พร้อมกับยกหิ้วถือไว้ในมือใหญ่ ร้องสั่งคนตัวเล็กด้วยอารมณ์และน้ำเสียง ที่บ่งบอกให้รู้ว่าชายหนุ่มยังคงโกรธกรุ่นอยู่ ก่อนจะเดินออกไปจากห้องพักนั้นทันที
“อะไรของเขาเนี้ย ทำไมจะต้องโกรธด้วยล่ะ ไม่เข้าใจเลยจริงๆ”
ภรรตรี มองตามหลังคนตัวโตที่เดินถือกระเป๋าออกไปอย่างงง ก่อนจะเดินมาก้มลงหยิบแหวนทองคำขาวขึ้นมาจากพื้นห้อง มองนิ่งอยู่ชั่วขณะหนึ่ง ตัดสินใจวางแหวนทองคำขาวลงไว้ที่โต๊ะ อย่างตัดใจไม่เก็บกลับไปด้วย แล้วเดินออกจากห้องพร้อมกับปิดประตูตาม
๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑_๑๑