ตอนที่3 หลอมรวมความทรงจำ (2)
อ้า!!
ฟู้วววว!!
หวืดดดด!!
ไม่นานหลังจากนั้น ภาพความทรงจำมากมายที่เคยปรากฏขึ้นในหัวของเขาก่อนหน้านี้นั้นพวกมันได้หลอมรวมและประติดประต่อกันกับความทรงจำ ณ ปัจจุบันของเจิ้งฟู่อย่างลงตัว จนในที่สุดมันก็กลายเป็อันหนึ่งอันเดียวกัน......
"ตัวเรา....? นั้นคือตัวเรา!?ที่แท้ก็เป็อย่างนี้นี่เอง เราเข้าใจมันทั้งหมดแล้ว"
เมื่อความทรงจำเก่าใหม่หลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกันได้แล้วความเ็ปที่หัวก็พลันหายไปหมดจนไม่เหลือเหมือนกับไม่เคยเกิดอะไรขึ้นมาก่อน และในตอนนั้นเจิ้งฟู่ก็ได้พูดกับตัวเองด้วยความเข้าใจและมีสีหน้านิ่งสงบเป็อย่างมาก.....
เพราะการหลอมรวมความทรงจำใหม่เก่าของจิ๋นหยางกับเจิ้งฟู่นั้นมันได้ทำให้หัวสมองของเขาปลอดโปร่งและโล่งสบายอย่างมาก เพราะเจิ้งฟู่ก็คือจิ๋นหยางและจิ๋นหยางก็คือเจิ้งฟู่ ทั้งสองคนเป็คนๆเดียวกัน เพียงแต่ความทรงจำในโลกเก่าของเขานั้นยังไม่รวมเป็หนึ่งกับของโลกใหม่......
"ที่แท้เราก็ตายไปแล้วนี้เอง ตอนนี้เรามาเกิดใหม่ในร่างนี้โดยใช้ชื่อว่าเจิ้งฟู่สินะ?"จิ๋นหยางได้กลับมาเป็ตัวเองอีกครั้ง ดังนั้นเขาจึงพูดในแบบของตัวเองในโลกเก่าที่ดูเป็ผู้ใหญ่กว่าทว่าในเวลานั้นเอง จู่ๆเขาก็คิดบางอย่างขึ้นมาได้ก่อนที่จะส่งเสียงร้องออกมาอย่างดังว่า......
เอ๋!!!!!!!!!
"นี้ก็แสดงว่าเราได้มาอยู่ในโลกที่มีกำลังภายในแล้วน่ะสิ?อ้า! ใช่! ตอนนี้เราอยู่ในโลกที่มีกำลังภายในจริงๆด้วย! ฮ่า ฮ่า ฮ่า!ในที่สุดเราก็ได้มาอยู่โลกที่มีวรยุทธจริงๆ" จิ๋นหยางะโออกมาด้วยท่าทางดีใจพร้อมกับะโไปมาอย่างมีความสุขเขาไม่คิดเลยว่าฝันของเขาจะกลายเป็จริงอย่างนี้ เขาเคยฝันและไปขอพรและบนบานศาลเ้าทุกที่แล้วจนในที่สุดเขาก็ได้มาเกิดใหม่ในโลกแฟนตาซีทีมีกำลังภายในเหมือนกับในหนังหรือนิยายที่เขาได้อ่านมา......
โอ้ยยยย!!
"ร่างกายนี่มันไม่สะดวกเอาซะเลย แต่ก็นะ ตัวเราในตอนนี้พึ่งจะกี่ขวบเองตอนนี้กลับบ้านก่อนดีกว่า รางสังหรณ์ของเราบอกว่าอยู่ตรงนี้ต่อไปไม่ดีแน่!" เพราะตัวเขาในโลกเดิมนั้นตัวโตกว่านี้ ดังนั้นเมื่อจิ๋นหยางได้ความทรงจำหลักของเขากลับมาแล้วเขาจึงรู้สึกว่าตัวเองเคลื่อนไหวได้ไม่คล่องแคล่วนักแต่ไม่นานเขาก็ปรับตัวได้และรีบกลับบ้านตามความทรงจำใหม่.......
‘จิ๋นหยางคนเก่าได้ตายไปแล้ว ต่อจากนี้ไปเราคือเจิ้งฟู่!’
ตอนนี้จิ๋นหยางได้ตัดสินใจแล้ว ว่าเค้าจะใช้ชื่อว่าเจิ้งฟู่ตามชื่อที่เค้าได้รับมาในชาตินี้เค้ารู้ว่าตัวเจิ้งฟู่นั่นเกิดมาอ่อนแอ แต่ตัวเขาเองที่มาจากโลกอนาคตและได้ศึกตำราวิชา(นิยาย)ต่างๆมาอย่างมากมากดังนั้นเขารู้ดีว่าเื่แบบนี้ต้องมีทางรักษาแน่นอน......
ไม่นานหลังจากนั้น........
ณ บานพักครอบครัวของเจิ้งฟู่......
ท่านแม่ข้ากลับมาแล้วขอรับ!!
"ลูกเจิ้ง?! เ้าไปไหนมาแม่ตามหาเ้าตั้งนานรู้ไหม?" มารดาของเจิ้งฟู่รีบวิ่งเข้าไปหาเจิ้งฟู่ในทันทีพร้อมกับถามเขาอย่างเป็กังวลและเป็ห่วงก่อนจะตรวจสอบร่างกายของเขา......
"ข้าออกไปเดินเล่นเพื่อปรับทัศนคติมาขอรับท่านแม่ท่านแม่ไม่ต้องเป็ห่วงนะขอรับ!" เจิ้งฟู่เห็นสีหน้าที่เป็ห่วงของมารดาแล้วเขาก็รีบกล่าวตอบกลับและยิ้มด้วยใบหน้าไร้เดียงสา เพื่อให้มารดาของเขารู้สึกดีขึ้น.......
อ๊ะ!?
‘นี่เราคิดมากไปอย่างนั้นเหรอ? นึกว่าเขาจะเสียใจที่รู้ความจริงสะอีกแต่ดูจากท่าทางของเขาแล้วไม่เห็นเหมือนกำลังไม่พอใจเลย?’
มารดาของเจิ้งฟู่พึมพำอยู่ในใจอย่างสงสัย เพราะว่าได้ยินมาว่าเมื่อเจิ้งฟู่ความจริงเื่ที่ไม่ได้ฝึกยุทธต่อแล้ว ลูกชายของเธอก็วิ่งหายออกไปไหนไม่รู้ นั่นจึงเป็สาเหตุที่ทำให้นางรู้สึกไม่สบายใจและเป็ห่วงลูกชายของเขาแต่เมื่อเธอเห็นใบหน้าที่ยิ้มแย้มของเจิ้งฟู่ที่ทำราวกับว่าเหมือนไม่มีเื่อะไรเกิดขึ้นเธอจึงรู้สึกมึนงงไปหมดว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับลูกชายของเธอกันแน่......
"แล้วเื่เรียนหนังสือกับท่าน......ท่านอาจารย์หวงล่ะลูกคิดอย่างไร?" มารดาของเจิ้งฟู่เห็นว่าลูกชายของตัวเองดูไม่เศร้าเธอจึงลองถามเื่ที่จะให้เจิ้งฟู่เรียนหนังสือดูว่า เจิ้งฟู่คิดอย่างไรแต่เพราะตัวเธอกลัวว่าลูกชายจะเศร้าใจอีก เธอจึงถามด้วยเสียงที่เบาและตัดๆขัด.........
"ท่านแม่ไม่ต้องห่วงเื่นั้นหรอก ข้าได้ตัดสินใจและเข้าใจทุกอย่างดีแล้วว่าร่างกายของข้านั้นอ่อนแอและไม่เหมาะกับการฝึกยุทธ ดังนั้นข้าจะเรียนหนังสือกับท่านอาจารย์หวงและจะไปสอบเป็จอหงวนตามที่ท่านแม่ตองการและข้าจะกลายเป็จอหงวนที่มีชื่อเสียงและโด่งดังมากที่สุดในทวีปนี้เพื่อไม่ให้ท่านแม่ผิดหวังเลย"
เจิ้งฟู่ตอบกลับมารดาของเขาทันทีว่าตัวเขานั้นจะเรียนหนังสือและสอบเป็จอหงวนให้ได้ตามที่แม่ของเขาหวังซึ่งจริงๆแล้วที่เขาตอบรับไปก็เพราะว่าตัวเขานั้นยังมีความรู้เกี่ยวกับโลกใบใหม่นี้น้อยเกินไปดังนั้นเขาจึงอยากที่จะเรียนรู้ให้มากขึ้นเพื่อที่จะได้หาทางรักษาร่างกายที่อ่อนแอของเขาและกลับไปฝึกยุทธอีกครั้ง......
จริงเหรอลูกแม่!!?
"ขอรับท่านแม่ท่าน! ท่านแม่วางใจได้เลยเดี๋ยวลูกขอตัวไปพักก่อนนะวันนี้ลูกรู้สึกเหนื่อยเป็อย่างมากเอาไว้พรุ่งนี้เราค่อยคุยกันต่อนะขอรับท่านแม่ (สะเมื่อไหร่กันล่ะท่านแม่)"แน่นอนว่ามันเป็ความจริง แต่มันไม่ใช่ความจริงทั้งหมดที่เขาจะทำ แต่เพราะเขาไม่อาจที่จะบอกแม่ของเขาได้ในตอนนี้และเพื่อไม่ให้เกิดความผิดปกติ เจิ้งฟู่จึงได้ขอตัวกลับห้องนอนของเขาก่อน.......
ดะ.....ได้เลยจ๊ะลูกแม่!!
“เอาไว้พรุ่งนี้เช้าแม่จะทำอาหารที่ลูกชอบเตรียมไว้ให้นะ!”
ขอรับท่านแม่......
หลังจากที่เจิ้งฟู่เดินกลับห้องไปแล้ว มารดาของเจิ้งฟู่ก็ยังคงยืนมองเจิ้งฟู่อยู่ที่เดิมแม้ว่าเจิ้งฟู่จะเดินลับหายจากสายตาไปแล้วก็ตาม เพราะเธอรู้แปลกๆกับคำพูดคำจาของลูกชายแถมไอ้ท่าทางที่ดูเหมือนผู้ใหญ่นั่นอีก มันเหมือนกับว่าไม่ใช่เจิ้งฟู่ลูกชายคนเดิมของเธออย่างนั้นแหละ....
เฮ้อ!
"นี่เราคิดไปเองหรือว่าลูกเราเปลี่ยนไปจริงๆกันนะ?"
กลับมาที่เจิ้งฟู่อีกครั้ง.......
เอี๊ยดดดดด!! ปัง! (เสียงเปิดปิดประตูห้อง)
เฮ้อ........
เมื่อเข้ามาในห้องนอนแล้ว เจิ้งฟู่ก็รีบปิดประตูทันทีก่อนที่เขาจะถอนหายใจยาวออกมาอย่างโล่งใจและเบาใจ ก่อนที่จะพูดขึ้นมาว่า"นี่คือห้องของเราสินะ เหมือนกับในหนังที่ดูเลย อ้า! นี่สินะโลกกำลังภายใน?" เจิ้งฟู่มองดูรอบๆห้องของเขาอย่างช้าๆพร้อมกับทำตาแวววาววิบวับอย่างมีความสุข ซึ่งเขาดีใจจนทำอะไรไม่ถูกแล้วในตอนนี้.....
ซืดดดด!!(หายใจเข้า)
"บรรยากาศเก่าๆแบบนี้แหละ.....นี้เราไม่ได้ฝันไปจริงๆใช่ไหมเนี่ย?แบบนี้ต้องลองหยิกตัวเองเพื่อทดลองดูแล้วว่าเื่จริงหรือว่าเรากำลังฝันอยู่!!"เมื่อกล่าวจบ เจิ้งฟู่ก็หยิกไปที่แขนตัวเองทันทีเพื่อทดสอบความจริง....
จึก!!
โอ้ยย!!
"เจ็บโว้ย!แบบนี้ก็แสดงว่า........"
ฮ่า ฮ่า ฮ่า!! (หัวเราะแบบเสียงเด็ก)
เพราะความเจ็บที่รู้สึกได้ บวกกับหนังแขนตรงที่ถูกหยิกเป็เสียงแดงเจิ้งฟู่จึงรู้ว่าเขาไม่ได้กำลังฝันไปดังนั้นเขาจึงส่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งด้วยเสียงเล็กๆของเขา......
"เป็อะไรหรือป่าวลูก ส่งเสียงดังเชียว!!?"
"ปะ.....ปะ....เปล่าขอรับท่านแม่! ข้าไม่ได้เป็อะไร ข้าแค่คิดเื่ตลกๆบางอย่างอยู่เท่านั้นเองน่ะขอรับท่านแม่"
อ้า!
“ไม่เป็อะไรก็ดีแล้วลูก!”
ฟู่วววววว!!
‘เกือบไปแล้วไหมล่ะ’
เจิ้งฟู่ถอนหายใจยาวอย่างโล่งใจเพราะเขาเกือบทำเื่ไม่เป็เื่ที่จะทำให้แม่ของเขาสงสัยแล้วว่าจริงๆแล้วเขาได้กลับชาติมาเกินใหม่.......
“แต่ก็แปลกนะ ที่ตัวเราอยู่ๆก็กลับมาเกิดใหม่ได้โดยที่ความทรงจำเดิมยังอยู่แบบนี้หรือเป็เพราะว่าเราหมกมุ่นแต่กับเื่นี้มากเกินไป? ไม่น่าเกี่ยวนะ! แต่ยังไงก็ช่างมันเถอะ ตอนนี้ฝันของเราก็เป็จริงแล้วสิ่งที่เราอยากทำมากที่สุดก็คือการฝึกวิทยายุทธของจริง ไม่ใช้เพียงแค่ในหนังสือฉบับคัดลอกที่ไม่รู้ว่าเป็ของจริงหรือของปลอมแต่ก่อนอื่นเราต้องเรียนรู้เกี่ยวกับโลกนี้ก่อน”
เจิ้งฟู่พยายามสงบจิตสงบใจของเขาลง และเริ่มต้นไล่เรียงความรู้ทั้งหมดและวางแผนสำหรับอนาคตของเขาต่อจากนี้ไป........
ห้าปีผ่านไป.....
เวลาได้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตอนนี้เจิ้งฟู่อายุแปดขวบแล้วและตลอดระยะเวลาห้าปีที่ผ่านมา เขาได้ศึกษาตำราและความรู้ต่างๆจากอาจารย์หวงจนหมดสิ้นไม่ว่าจะ ภูมิศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ กลยุทธทางการทหาร การบริหารบ้านเมืองและสิ่งต่างๆมากมายที่อาจารย์หวงรู้.....
"เจิ้งฟู่เอ๋ย! นี่ก็ผ่านมาห้าปีแล้วที่เ้าได้เรียนกับข้ามาเ้านี่ช่างหัวไวยิ่งนัก เรียนแค่ไม่นานเ้าก็สามารถเข้าใจเนื้อหาได้หมดแล้ว ตอนนี้อาจารย์ก็ไม่มีอะไรจะสอนเ้าอีกแล้วล่ะ"อาจารย์หวงกล่าวพร้อมกับยิ้มอย่างอบอุ่นให้กับเจิ้งฟู่ เขารู้สึกชื่นชมลูกศิษย์ของเขาคนนี้มากเพราะไม่เคยมีใครหัวไวและเรียนรู้ได้เร็วเท่าเจิ้งฟู่มาก่อนเลย.......
ขอบคุณขอรับท่านอาจารย์!
"ไม่ต้องขอบคุณข้าหรอกทั้งหมดมันขึ้นอยู่กับตัวเ้าเอง เจิ้งฟู่!! เ้าจงจำไว้ให้ดี ทุกอย่างล้วนอยู่ในวงจรของมันไม่ว่าจะเป็อะไรก็ตาม อย่าลืมหมั่นศึกษาและหาความรู้ใหม่ๆอยู่เสมอถ้าเ้าคิดอะไรไม่ออก เ้าก็ลองหลับตาและตั้งสมาธิดู แล้วเ้าจะพบเจอแต่สิ่งดีๆ"
"ขอรับท่านอาจารย์!! ศิษย์จะจดจำคำสอนของท่านเอาไว้อย่างดี"เจิ้งฟู่ประสานมือขึ้น ก่อนจะกล่าวตอบรับอาจารย์ของเขาด้วยท่าทางนอบน้อม.....
"ดีมาก! ต่อจากไปนี้ ถ้าเ้าอยากเรียนรู้และอยากรู้มากกว่านี้เ้าก็ควรจะเข้าศึกษาที่สถาบันดังๆเพื่อหาความรู้เพิ่มเติมเอา ด้วยความทรงจำที่เป็เลิศของเ้าข้าเชื่อว่าสถาบันต่างๆคงยินดีต้อนรับเ้าอย่างแน่นอน" อาจารย์หวงรู้ว่าลูกศิษย์คนนี้ฉลาดและไม่คงไม่หยุดอยู่แค่นี้แน่ดังนั้นเขาจึงได้กล่าวแนะนำหนทางต่อไปให้กับเจิ้งฟู่........
"โรงเรียนหรือขอรับท่านอาจารย์!? อุ้ย!!"
โรงเรียน?
"เอิ่ม.....ไม่มีอะไรหรอกขอรับท่านอาจารย์โรงเรียนก็คือสถาบันนั้นและขอรับ" เจิ้งฟู่ลืมตัวไปเลยว่าว่าที่นี่ไม่เรียกโรงเรียนแต่จะเรียกว่าสถานบันหรือสำนัก ดังนั้นเขาจึงต้องรีบพูดแก้ประโยคของเขาใหม่เพื่อไม่ให้เป็ที่สงสัยและผิดแปลก....
อ้า!!!
"ั้แ่อยู่กับเ้ามาตลอดห้าปีนี้ข้ามักจะได้ยินคำแปลกๆจากเ้าอยู่เรื่อยเลยนะ เ้านี้มันช่างแปลกคนจริงๆเลยแต่ก็เอาเถอะมันคงไม่ผิดอะไรที่จะมีคำใหม่ๆบ้าง" อาจารย์หวงไม่ได้คิดอะไรมากนักเพราะเขาอยู่กับเจิ้งฟู่มานานแล้ว และเขาก็ได้ยินมันอยู่บ่อยๆ เขาจึงรู้สึกชินแล้ว......
อะฮิฮิ!
"ก็ท่านอาจารย์เป็คนสอนข้าเองไม่ใช่หรือขอรับ ว่าให้รู้จักคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆอยู่เสมอคนเราไม่ควรยึดติดกับอะไรเดิมๆจนเกินไป" เจิ้งฟู่กล่าวออกมาด้วยท่าทางทะเล้นและติดตลกเล็กน้อยเพื่อแกล้งกลบเกลื่อนสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้......
อ่า!! อ่า!!
"เ้านี่! นับวันยิ่งมากคำพูดคำจานะเอาล่ะ ข้าต้องไปแล้วเ้าดูแลตัวเองด้วยล่ะ"
"ขอรับท่านอาจารย์ ท่านเองก็ดูแลสุขภาพด้วย ไว้ศิษย์มีเวลาว่างจะไปเยี่ยมท่านนะขอรับ"เจิ้งฟู่โค้งศีรษะตัวเองลงพร้อมกับประสานมือขึ้นมาและกล่าวอำลาอาจารย์หวงของเขาด้วยความเคารพและนอบน้อม....
"ไว้ข้าจะรอดูความสำเร็จของเ้านะถ้ามีอะไรไม่เข้าใจก็มาถามข้าได้ทุกเมื่อเลย"
ขอรับท่านอาจารย์!!
ตลอดห้าปีที่ผ่านมานี้ นอกจากเจิ้งฟู่จะใช้เวลาศึกษาวิชาความรู้กับอาจารย์หวงแล้วใน่เวลาว่างเขายังมักจะแอบไปฝึกฝนร่างกายของเขาโดยการเอาท่าทางและวิธีการฝึกจากชาติที่แล้วของเขามาผสมผสานใช้ร่วมกันกับวิธีการฝึกในโลกใหม่นี้ด้วย......
ซึ่งผลที่เขาได้รับจากการฝึกตลอดระยะเวลาห้าปีมานี้ร่างกายของเขามีการเปลี่ยนแปลงไปไม่น้อยเลยทีเดียวปกติแล้วเขาจะเหนื่อยง่ายและทำอะไรได้ลำบากแต่ตอนนี้เขาสามารถทนได้นานขึ้นและทำอะไรที่เกี่ยวกับการใช้แรงได้ดีขึ้น........
แต่นั้นก็แค่ร่างกายเท่านั้นที่พัฒนาทว่าพลังของเขายังคงติดอยู่ที่ระดับพื้นฐานขั้นสามเท่านั้น และไม่ว่าเขาจะฝึกฝนหนักแค่ไหนเขาก็ไม่อาจจะทะลวงผ่านขั้นต่อไปได้.......