ตอนที่ 6
บ้านเซี่ย
อุณหภูมิในรถไม่ได้เย็นไปกว่าปกติ แต่เหงื่อของเซี่ยอวี่กลับซึมชุ่มเต็มแผ่นหลัง ฝ่ามือที่จับพวงมาลัยชื้นจนเริ่มลื่น เขาเหลือบตามองกระจกมองข้าง พลางสูดลมหายใจลึก พยายามกดกลั้นความตึงเครียดในอก
คนที่นั่งบนเบาะข้างเงียบเกินไป เงียบจนผิดปกติ
และเขารู้ตัวดีว่ากล้าที่จะหันไปมองก็เท่ากับยอมรับว่า... กำลังกลัว
แต่ก็เหมือนร่างกายไม่ฟังคำสั่ง คอเขาค่อย ๆ หันตามแรงกดดันที่ไร้รูปร่าง และเมื่อดวงตาเหลือบไปเห็นใบหน้าของอีกฝ่าย
...เซี่ยอวี่แทบหยุดหายใจ
หญิงสาวนั่งนิ่ง สีหน้าราบเรียบจนผิดมนุษย์ แววตาว่างเปล่า ริมฝีปากแดงระเรื่อยกยิ้มที่ไม่สมควรจะยิ้มในสถานการณ์แบบนี้
ใบหน้าขาวซีด... ไม่ใช่แค่ซีดจากความเครียด แต่มันคือสีซีดที่ดูเหมือน ไม่มีเืหล่อเลี้ยง
เสียงจากในลำคอเขาหลุดออกมาอย่างแหบพร่า โดยไม่รู้ตัว
“...เธอเป็ผีเหรอ?”
เขาถามในขณะที่ยังจับพวงมาลัยไว้แน่นจนเส้นเืปูดที่ข้อนิ้ว
และหัวใจเต้นไม่เป็จังหวะอยู่ในอกเหมือนจะะเิออกมาได้ทุกเมื่อ
หญิงสาวกระพริบตาช้า ๆ ยิ้มไม่ลดลงแม้แต่น้อยก่อนที่เสียงตอบกลับจะดังขึ้นเบา ๆ
“ไม่ใช่”
เซี่ยอวี่แทบเหยียบเบรกไม่ลง ร่างกายชาวาบไปทั้งตัวเมื่อได้ยินคำตอบ
หญิงสาวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เหลือบตาไปมองเขา ยิ้มมุมปากอย่างเอื่อยเฉื่อย ก่อนจะเอ่ยขึ้นเสียงเบา แต่กลับก้องกังวานราวกับกระซิบอยู่ข้างหู
“นายสิเป็ผี… ฉันน่ะ เป็ปีศาจต่างหาก”
เธอเน้นคำว่า ‘ปีศาจ’ ช้า ๆ ลากเสียงยาว เหมือนจงใจให้มันไหลซึมเข้าไปในกระดูก
เซี่ยอวี่หันขวับไปมอง ริมฝีปากแห้งผาก ดวงตาเบิกโพลงอย่างไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน
“...เธอพูดบ้าอะไร...”
เซี่ยหนิงยิ้มกว้างขึ้น ดวงตาหยีลงเหมือนงูที่กำลังอารมณ์ดี
“ฉันเคยตายมาแล้วนะ นายก็รู้… แล้วคิดเหรอว่า ‘อะไร’ ที่มันยังกลับมาได้ จะเป็มนุษย์?” เธอขยับตัวเล็กน้อย โน้มหน้ามาใกล้ ขณะที่มือเรียวไล้ไปตามเบาะรถช้า ๆ เสียงเล็บครูดกับผ้าบุเบาะเบา ๆ ดังแสบหูในความเงียบ
“แต่ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ได้จะฆ่าใคร... ยังไม่ถึงเวลา”
เซี่ยอวี่กลืนน้ำลายแทบไม่ลง มือกำพวงมาลัยแน่นกว่าที่เคย หัวใจเต้นรัวจนรู้สึกเหมือนมันกำลังพยายามหนีออกจากอก
“นายแค่… จำไว้ให้ดีว่าฉันไม่ใช่คนเดิม” เซี่ยหนิงเอ่ยเสียงเบา พร้อมรอยยิ้มเย็นเฉียบ พูดต่อโดยที่ดวงตายังคงจับจ้องไปที่อีกฝ่ายแฝงไว้ซึ่งการข่มขู่ “ฉันเคยบอกนานแล้วว่าจะเข้าวงการบันเทิง นายจะช่วยฉันใช่มั้ย”
เซี่ยอวี่ไม่ได้ตอบ เขาตั้งสติแล้วขับรถต่อไป พลางครุ่นคิดว่านี่อาจจะเป็เื่ใหญ่กว่าที่เขาจะสามารถตัดสินใจเองคนเดียวได้ ทันทีที่รถหยุดจอดหน้าประตูใหญ่ เขาก็กลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ หันไปยิ้มให้เซี่ยหนิงอย่างกล้าๆ กลัวๆ
“เดี๋ยวเธอขึ้นห้องไปพักผ่อนก่อนนะ ฉันขอคุยกับคนในบ้านก่อนว่าจะทำยังไงดี” พูดจบก็รีบลงจากรถแล้วะโเรียกคนรับใช้
“พาเธอขึ้นไปบนห้อง แล้วเฝ้าไว้อย่าให้ออกจากห้องเด็ดขาด!”
ป้าหยูได้ยินเสียงคุณชายโวยวายเสียงดังก็รีบออกมา เมื่อเธอเห็นร่างของเซี่ยหนิงค่อยๆ เปิดประตูรถตามลงมาก็คิดได้ทันทีว่าอาจจะมีเื่ใหญ่เกิดขึ้น แต่ในฐานะคนรับใช้ทำให้ไม่อาจสอดปากถามอะไรได้ เธอรีบเบียดคนใช้คนอื่นแล้วเสนอตัวพาเซี่ยหนิงขึ้นห้องไปพักแทน
เซี่ยหนิงเดินตามมาอย่างว่าง่าย เมื่อเธอเข้าห้องไปแล้วก็ทิ้งตัวลงบนเตียงหนานุ่มก่อนจะรีบเปิดนิยายออนไลน์ที่อ่านค้างไว้มาอ่านต่อด้วยความพอใจ ส่วนเื่ข้างนอกนั้นเธอไม่เก็บมาใส่ใจอีก
เซี่ยอวี่รีบตรงเข้าบ้านถามหาคนอื่นๆ พบว่ามีเพียงพ่ออยู่คนเดียว พ่อกำลังนั่งเล่นหมากรุกอยู่คนเดียวในสวน ส่วนเซี่ยหยวนกับแม่ออกไปช็อปปิ้งข้างนอก
เขารีบเข้าไปเล่าเื่ทุกอย่างให้พ่อฟัง คาดหวังว่าพ่อจะหาทางกำจัดปีศาจในร่างน้องสาวแล้วพาน้องสาวคนเดิมกลับมา ทว่าเซี่ยไห่เฉิงกลับฟังเฉยๆ
“ไม่เห็นจะเป็อะไรเลย เธอก็ยังอยู่ดีนี่” เซี่ยไห่เฉิงยังคงเล่นหมากรุกของตนต่อ ไม่มีท่าทีสนใจในสิ่งที่ลูกชายของตนพูดมาแม้แต่น้อย “ตายก็แค่ทำศพ แต่ถ้าไม่ตาย ใครจะอยู่ในร่างก็ไม่ต่างกัน ถ้าเธอยังทำหน้าที่ลูกสาวตระกูลเซี่ยได้ ฉันก็ไม่เห็นว่ามันจะเป็ปัญหาอะไร”
เซี่ยอวี่ฟังแล้วรู้สึกแย่ยิ่งกว่าเดิม ตอนนี้เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าใครกันแน่ที่เป็ปีศาจ ดูเหมือนคนที่เป็ปีศาจที่แท้จริงจะเป็พ่อของเขาเอง!
ดูเหมือนว่าจะคุยกับพ่อไม่รู้เื่เสียแล้ว
เขารอจนแม่และเซี่ยหยวนกลับมา
เซี่ยอวี่ยืนอยู่เงียบ ๆ ตรงโถงรับแขก มือกำแน่นจนเส้นเืปูดนูน เขาเพิ่งเผชิญกับความเ็าของผู้เป็พ่อ คนที่เขาเคยคิดว่าอย่างน้อยจะปกป้องครอบครัว
เสียงประตูเปิดทำให้เขาสะดุ้งเล็กน้อย ไป๋อวี้เหม่ยเดินเข้ามาพร้อมเซี่ยหยวน ลูกชายคนโตของตระกูล เซี่ยอวี่รีบเดินเข้าไปหา
“แม่…หนิงหนิง” เขาเริ่มพูด แต่มือของไป๋อวี้เหม่ยยกขึ้นช้า ๆ ห้ามคำพูดของเขาไว้
“แม่รู้แล้ว” หญิงวัยกลางคนกล่าวเสียงเรียบ พลางถอดเสื้อคลุมออกส่งให้สาวใช้โดยไม่แม้แต่จะมองลูกชาย
“แล้วแม่จะไม่พูดอะไรเลยเหรอครับ?” เซี่ยอวี่ยังไม่ยอมแพ้ สีหน้าเขาตึงเครียดเกินบรรยาย “เธอไม่ใช่เซี่ยหนิงอีกต่อไปแล้ว!”
“ก็ใช่น่ะสิ” ไป๋อวี้เหม่ยยิ้มบาง “ถึงไม่ใช่ลูกแม่จริง ๆ แต่เธอก็จัดการกับอารมณ์ตัวเองได้ดีขึ้นนะ สงบ ไม่โวยวาย ไม่หายออกจากบ้าน ไม่กรีดแขน ไม่ร้องไห้…”
“เพราะเธอไม่ใช่คน!” เซี่ยอวี่เสียงดังขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ “หนิงหนิงของแม่ตายไปแล้ว! แล้วตอนนี้ก็มีบางอย่าง…ปีศาจตัวนั้นมาอยู่ในร่างแทน!”
“ก็ดีแล้วไม่ใช่หรือไง” ไป๋อวี้เหม่ยหันมาสบตาลูกชายตรง ๆ “ลูกแม่ไม่ต้องทุกข์อีกต่อไป ใครจะอยู่ในร่างนั้นก็ช่าง ขอแค่เธอไม่ทำให้บ้านนี้ขายหน้า แม่ก็พอใจแล้ว”
เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังขึ้นจากทางบันได เซี่ยหยวน หญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพง คิ้วขมวดเมื่อได้ยินบทสนทนา
“เกิดอะไรขึ้นกับหนิงกันแน่?” เธอถามเบา ๆ
เซี่ยอวี่หันไปมองน้องสาวด้วยความหวังสุดท้าย “หยวนหยวน เซี่ยหนิงตายแล้ว และตอนนี้มีปีศาจมาอาศัยในร่างเธอแทน”
เซี่ยหยวนเม้มปาก รู้สึกใจสั่นอย่างแรง เธอหวนนึกถึงความทรงจำที่มีต่อน้องสาวคนนี้แล้วพบว่าตนเองช่างเป็พี่สาวที่แย่เหลือเกิน แต่พอมองสภาพครอบครัวที่เป็อยู่ก็ได้แต่ถอนหายใจ
“พ่อกับแม่ไม่สนใจเลย…ว่าใครอยู่ในร่างนั้น พวกเขาแค่้าให้ชื่อของตระกูลยังคงดูดี”
เซี่ยอวี่นิ่งไป สุดท้ายเขาก็หัวเราะในลำคอแ่เบา…ทั้งเศร้า ทั้งหมดหวัง
“ครอบครัวเรานี่มันบ้าไปแล้วจริง ๆ…”
“พี่กับฉันเองก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน ตอนที่เธอยังอยู่ พวกเราก็ไม่ได้ทำดีกับเธอ เวลาที่เธอกดดัน เธอรู้สึกแย่ พวกเราไม่มีใครอยู่ข้างเธอเลย” เซี่ยหยวนเงียบไปครู่หนึ่ง เธอสืบรู้มาว่าเซี่ยหนิงเป็โรคซึมเศร้า รักษาตัวมานานแล้ว และต้นเหตุของเื่ทั้งหมดก็มาจากพวกเธอเอง
“ฉันก็ผิดเหรอ…ฉันเป็คนให้เงินเธอใช้นะ ฉันสนับสนุนให้เป็สัตวแพทย์ เธออยากเปิดโรงพยาบาล อยากย้ายออกไป ฉันก็ตามใจเธอ ฉันยังไม่ดีอีกเหรอ!” เซี่ยอวี่ขึ้นเสียง เขาโมโหเหลือเกินที่จู่ๆ ก็ถูกโยนความผิดมาให้ ทั้งหมดที่พูดไปนั้น มันใช่ความผิดของเขาเสียที่ไหน
เซี่ยหยวนมองพี่ชายตัวเองด้วยสายตาที่เหมือนกำลังมองคนโง่
“ฉันจะไปคุยกับเธอเอง” พูดจบก็ตรงไปยังห้องของเซี่ยหนิง
เสียงเคาะประตูเบาๆ ดังขึ้น เซี่ยหนิงค่อยๆ เดินออกมาเปิดประตู มือข้างหนึ่งยังคงถือโทรศัพท์อ่านนิยายออนไลน์
“สวัสดี ฉันชื่อเซี่ยหยวนเป็พี่สาวของเธอ” เซี่ยหยวนเอ่ยทักทายเสียงสั่น ดวงตาที่มองน้องสาวเต็มไปด้วยอารมณ์หลากหลาย
เซี่ยหนิงหยุดอ่านนิยาย ละสายตาจากโทรศัพท์มามองคนที่หน้าคล้ายตนเองมากแล้วเปิดประตูออกพยักหน้าให้เบาๆ เป็เชิงบอกให้เข้ามา
เ้าของห้องนั่งนิ่งอยู่บนเตียงแล้ว สีหน้าราบเรียบไม่บ่งบอกอารมณ์ใด ๆ ขณะที่เซี่ยหยวนยืนลังเลอยู่ตรงหน้าประตูห้อง พยายามจะไม่มองแววตาของน้องสาวที่แฝงความเยือกเย็นจนน่ากลัว
สุดท้ายเธอก็ก้าวเข้ามา…ช้า ๆ
“ฉันไม่รู้ว่าเธอเป็ใคร” เซี่ยหยวนพูดเสียงแ่ “แต่…นับจากนี้ เธอจะเป็น้องสาวของฉันได้มั้ย?”
เซี่ยหนิงเลิกคิ้วเล็กน้อย
เซี่ยหยวนยังพูดต่อ ทั้งที่มือเย็นเฉียบ หัวใจเต้นแรงเหมือนจะหลุดออกมา
“ฉันรู้ว่าที่ผ่านมาฉันไม่ได้ดีเลย…ฉันเคยพูดแรง ๆ กับเธอ ทำเหมือนเธอไม่มีตัวตน ฉันปล่อยให้พวกเขากดดันเธอ เปรียบเทียบเธอกับฉัน มองดูพวกเขารังแกเธอแล้วก็ไม่เคยยื่นมือช่วย”
ดวงตาของหญิงสาวสั่นไหว น้ำเสียงสั่นเครืออย่างยากจะควบคุม
“ฉันอยากชดเชยเื่ที่ผ่านมา…ฉันอยากเป็พี่สาวที่ดี” เธอก้มศีรษะต่ำ “ฉันขอโทษนะ หนิงหนิง…”
ความเงียบปกคลุมห้องนานเกินไป จนเซี่ยหยวนเริ่มคิดว่าเธอทำพลาดไปอีกแล้ว
แต่แล้ว...ฝ่ามือของใครบางคนก็ยื่นมาลูบศีรษะเธอเบา ๆ
เสียงนุ่ม ๆ ดังขึ้นเหนือหัว แม้ไร้ความอ่อนโยน แต่ก็ไม่เ็าเหมือนเมื่อครู่
“ได้สิคะหยวนเจี่ย”
เซี่ยหยวนเงยหน้าขึ้น ดวงตาสบกับน้องสาวคนใหม่ หรือปีศาจในร่างนั้นที่ยังคงยิ้มแบบที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
ยิ้ม…ที่ทำให้ขนลุก
“แต่ฉันรับคำขอโทษของเธอแทนเซี่ยหนิงคนเดิมไม่ได้หรอกนะ”
เซี่ยหยวนยิ้มเจื่อน “ไม่เป็ไร เท่านี้ก็ดีแล้ว”
อันที่จริงไป๋เซี่ยหนิงไม่สนใจความสัมพันธ์พวกนี้หรอก ใครอยากจะเป็อะไรก็เป็ไปเถอะ หากจะไม่อยากเป็พ่อเป็แม่เธอแล้วเธอก็ไม่ได้แคร์ แต่สิ่งที่เธอสนใจนั่นคือตำแหน่งหน้าที่การงานของคนในบ้านนี้ต่างหาก ได้ยินว่าพ่อของเ้าของร่างเป็เ้าของบริษัทบันเทิงั์ใหญ่ในประเทศ พี่ชายพี่สาวและญาติๆ คนอื่นๆ ก็ทำงานในบริษัทนี้กันทั้งนั้น
แล้วมันเื่อะไรที่เธอจะต้องปล่อยเครือข่ายความสัมพันธ์นี้ทิ้งไปล่ะ
“ว่าแต่หยวนเจี่ยทำงานแผนกอะไรเหรอ ฉันน่ะ อยากจะเป็คนดังมากๆ เลย พี่สาวจะช่วยจัดหางานให้ฉันได้ใช่มั้ยคะ” ปีศาจงูเริ่มโจมตีด้วยการออดอ้อนเสียงหวาน
อา…เซียหยวนรู้สึกว่า เธอพลาดแล้ว!
“อืม…จะทำงานในวงการก็ได้อยู่หรอกนะ แต่หุ่นแบบนี้ ฉันคงหางานให้เธอยากหน่อย” เซี่ยหยวนพูดเสียงเรียบขณะเหลือบตามองเธอจากหัวจรดเท้า
เซี่ยหนิงยกคิ้วขึ้น รอยยิ้มจาง ๆ ผุดบนใบหน้า “หุ่นแบบนี้…?”
ดวงตาคมฉายแววเยือกเย็นเล็กน้อย ก่อนจะกวาดมองตัวเองอย่างไม่แยแส “ฉันก็แค่ไม่ได้ผอมจนซี่โครงโผล่เท่านั้นเอง ไม่ได้หมายความว่าฉันดูไม่ดี”
เธอเอนหลังพิงหัวเตียง ขยับมือจัดชายกระโปรงราวกับไม่ยินดียินร้าย แต่คำพูดต่อมากลับกรีดเฉือนยิ่งกว่าคมมีด
“หรือว่าความสวยในโลกนี้…ต้องได้มาตรฐานเดียวกับพี่สาวถึงจะนับว่าใช้ได้? ในโลกของฉัน หุ่นแบบนี้เป็ที่ชื่นชอบมากกว่า”
เสียงในห้องเงียบไปชั่วขณะ ก็ใช่…หุ่นเ้าเนื้อก็ต้องเป็ที่ชื่นชอบของพวกปีศาจอยู่แล้ว ใครจะไปชอบกินสัตว์ที่มีแต่โครงกระดูกกันล่ะ ไม่อร่อยหรอก!